814. "สุขภาพ 4.0"

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

เมื่อวานเจอลูกศิษย์ ดูสุขภาพจิต สุขภาพกายทรุดโทรม...อดไม่ได้ต้องถามว่าไปทำอะไรมา แน่นอนครับ ทำงานหนัก ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ชอบงานที่ทำ แต่ออกไม่ได้เพราะติดหนี้บ้าน รถ... ข้าวเช้าก็ไม่กิน ..ขับรถก็ไกล (ทำงานเซลล์) ... เลยอยากเขียนอะไรบางอย่างเก็บไว้ เผื่อเป็นประโยชน์ ...ด้วยว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสไปทำงานร่วมกับคุณหมอจากคณะแพทย์มข. และคุณสุทธิแห่งเทศบาลนครขอนแก่น.. ในโครงการคนพันธุ์ Health ...


คุณหมออัดความรู้เรื่องสุขภาพ ส่วนผมทดลองใช้ทฤษฎีสัตว์สี่ทิศ มาทำ Workshop (ผมเรียนรู้มาจากท่านอาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ แล้วมาต่อยอดด้วย Appreciative Inquiry อีกที).. ถามคนหลายๆ คนน่าจะราวๆ 200 คน รวมทุกรุ่น... เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่ดีที่สุดในเรื่องสุขภาพของคนที่บุคลิกต่างกัน จะได้เอามาขยายผล สร้างสุขภาพของเขาให้แข็งแรงยั่งยืน

โดยก่อนถาม ผมก็ทำให้เขารู้จักคำว่าสัตว์สี่ทิศก่อนว่าคืออะไร และเขาอยู่ในทิศไหน ...เอาเป็นว่า ถ้าคุณเป็นขาลุย คิดแล้วทำเลย ประมาณอยากเปิดร้านกาแฟ ก็เปิดมันภายในสองวัน นี่คือคุณเป็นกระทิง (ขาลุย) แล้ว.. หากก่อนทำร้านกาแฟ คุณลงรายละเอียด เริ่มต้นทำอย่างไร ที่ไหน ใครทำมาบ้าง คุ้มไหม เรียกว่าแม่ละเอียดเลย นี่คือเป็นหมี ...(ระบบ รายละเอียดมาก่อน) ...แต่ถ้าจะทำร้านกาแฟ คุณก็ไปคิด Idea ไปทัวร์ทั่วทิศ หากาแฟสูตรประหลาด มาขาย เพราะไม่ชอบเหมือนใคร คุณเป็นพวกอินทรี (คิดก่อน) สุดท้ายถ้าคุณอยากทำกาแฟ เพื่อทำให้คนในชุมมชนมีความสุข ด้วยคุณมีเพื่อนเยอะ เลยเปิดร้านกาแฟ เพื่อนจะได้มาสังสรรค์กัน นี่คุณเป็นหนู แล้ว (เพื่อนมาก่อน)

เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่รู้ว่าเป็นทิศอะไรอีก ดูภาพนี้... ดูว่าตอนเป็นคนไข้ คุณพูดกับหมอ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอย่างไร



อย่างผมเป็นอินทรีแน่นอน ...ชอบอะไรแปลกๆ.. หนูดูจะเห็นอกเห็นใจหมอ ... หมีจะเน้นความคุ้ม ต้นทุน กะทิงเน้นความเร็ว

มาที่ Workshop หลังจากสอนทุกคน แล้วให้ทุกคนค้นหาว่าตัวเองเป็นทิศอะไรแล้ว ...ก็เลยถามคุณหมอ ว่าทำไงต่อ คุณหมอเลยลองให้ถามว่าแต่ละทิศ เคยโรคเป็นอะไรกันมาบ้าง ก็น่าทึ่งครับ เห็น Pattern น่าสนใจดังนี้ .. ลูกศิษย์ผมคนหนึ่งเป็นหมี ...เขาบอกที่พูดมานั่นเป็นทุกโรคเลยครับ ...


คราวนี้เลยลองให้สรุปว่าก่อนเป็นโรคนั้น พฤติกรรมก่อนหน้าทำอะไร ก็ได้ประมาณนี้ พอเอาไปให้ที่อื่นดู กระทิงบอกเลย..นี่ใช่ผมเลยอาจารย์... ไปหลายที่ก็ Confirm ...



พอให้สรุป สาเหตุอีกก็ประมาณนี้




...เช่นกระทิงนี่จะเน้นทรมานตัวเอง...

“ไม่เสร็จไม่เลิกครับ ผมรับปากลูกค้าแล้ว ต้องทำให้ได้ กดดันตัวเองไป ถึงเวลากินข้าวก็ไม่กิน ...ต้องเสร็จก่อนครับ . เช้าก็ต้องวิ่ง 10 กิโล เย็นก็ฟิตครับขี่จักรยานเอีก 40 กิโล ..หัวใจหยุดเต้นครับ.. เข้าโรงบาลไปเลย เกือบตาย” เป๊ะไหมครับ..

อินทรีจะเน้นบำเรอตัวเอง..มีอาจารย์คนหนึ่ง เพื่อนผม Idea บรรเจิด กินกาแฟใส่ครีมเทียมวันละ 4-5 แก้ว..มีวันหนึ่งไปตรวจร่างกาย หมอทักว่าไปกินเหล้ามากเหรอ เพราะไขมันในตับเพียบ .. นี่บำเรอตัวเอง..

หมีนี่ความคาดหวังสูง เครียดมาก... มีลูกศิษย์หมีคนหนึ่ง เครียดมาก ทะเลาะตั้งแต่พนักงานยันสามี..ก็ไปเลยครับ โครงเครงนอนไม่หลับ โรคเครียด ไมเกรน

ส่วนหนูนี่ไขมันในเลือดสูง เพราะเน้น “กินตามเพื่อน...” ชอบกินครับ

เห็นชัดไหมครับ มนุษย์เราป่วยเพราะอะไร...เพราะใครทำ...ตัวเราเอง..พฤติกรรมเราเอง.. นี่ครับที่ผมได้จากห้องประชุม

คราวนี้ ถามต่อ แล้วตอนที่ร่างกายแข็งแรงล่ะ แต่ละทิศทำอะไรบ้าง ..ได้ข้อมูลดังนี้


เท่าที่เห็นเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องลงทุนมากๆ อยู่ไกล้ตัวทั้งนั้น... ทำได้เลย ไม่ต้องใช้ความรู้และทรัพยากรซับซ้อนมาก

คราวนี้พอถามเรื่องความสุขล่ะ ...ประมาณนี้ครับ ของผมนี่ ใช่เลยอินทรี ได้รู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้เป็นต้น นี่ใช่เลย


มาภาวะที่จิตใจแจ่มใสเบิกบาน ก็ประมาณนี้



มาเรื่องทำบุญนี่ก็มันส์ครับ ...กระทิงขาลุย ชอบหยอดตู้ เพราะเร็วดี ... หนูก็ชอบโรงทาน.. อินทรีชอบฟังธรรมะจาก Youtube หมีชอบอะไรที่เป็นทางการนิด... คนละเรื่องไหมครับ.. เอาเป็นว่าถ้าพี่กระทิงเครียดจกซองผ้าผ่าครับ แกอิ่มบุญเร็วแน่ .. ถ้าหนูก็พาทำไปโรงทาน Happy สุดๆ หมีจะทำอะไรเป็นระบบเพราะฉะนั้นจะชอบอะไรที่เป็นทางการหน่อย...



พอผมถามใน Workshop เราอภิปรายกัน..ก็ได้ความว่า...ปัญหาสุขภาพมาจากพฤติกรรมของตัวเราเอง ...เราสามารถสร้างและทำลายตัวเองได้ ต้องสร้างสมดุลชีวิต ...และวิธีการสร้างสมดุลชีวิต ก็ไม่ใช่วิธีการที่มีราคาแพง ..ไม่ใช้เทคโนโลยี ความรู้มาก ไม่ต้องรองบจากรัฐบาล ทำได้เลย..เรียกว่าอยากทำให้ตัวเองพังก็ทำได้เดี๋ยวนั้นไม่ต้องรอใคร หรือยากจะให้ตัวเองดีก็ทำได้เลย ไม่ต้องคอยใครเช่นกัน

มาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็อยากให้ลูกศิษย์ของผม ลองประเมินตนเองดู ทำงานหนักเพื่อเอาเงินไปใช้ในโรงพยาบาลไม่คุ้มครับ .. พ่อเพื่อนผมทำงานหนัก เป็นคนดี จีเนียส ... ทำงานมาก ปรากฏว่าเกษียนปั๊ป..ไม่กี่เดือนเป็นมะเร็งในปอด ได้อยู่ดูหน้าหลานไม่กี่ครั้ง น่าสงสารตัวเองและลูกหลานมากครับ ..

ผมทำ Workshop นี้ซ้ำในอีกหลายกลุ่มทั้งขอนแก่น กรุงเทพ ระยอง.. ปรากฏว่าผลออกมาคล้ายๆ กัน..

น่าคิดครับ

ผมอยากเห็นคนไทยในยุค 4.0 ก็ต้องมีสุขภาพ 4.0 ด้วย ...

คุณล่ะคิดอย่างไร

ด้วยรักและปราถนาดีดีครับ




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)