๒๑๐. น้ำส้มควันไม้..น้ำส้มพันธุ์แท้ของต้นไม้..

ความคิดมาสะดุด ฉุดให้ทบทวนอีกครั้ง ในวันที่เพื่อนมาหาที่โรงเรียน คุยถึงยาฆ่าแมลงที่ไม่ใช่สารเคมี แต่จัดเข้าพวกเกษตรอินทรีย์ ก็มีพวกสะเดา ใบยาสูบ และน้ำส้มควันไม้..

กว่า ๒ อาทิตย์แล้ว ที่จิตใจจดจ่อและเอาจริงเอาจังกับคำว่า..น้ำส้มควันไม้..ตัดไม่ขาด อาจเป็นเพราะว่า..กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว เคยสนใจ แต่ทว่ามัวแปลกใจ ว่าอะไรคือ “น้ำส้ม” แล้วทำไม..ต้อง”ควันไม้”..จึงค้างคาใจมาจนถึงกาลบัดนี้..

นึกย้อนไปถึงสาเหตุของความไม่เข้าใจ ไม่ศึกษา จนกระทั่งไม่ได้ดำเนินการ ก็ตรงที่ชื่อว่า น้ำส้ม ที่พอจะรับได้..แต่ควันไม้นี่สิ ถ้าจะให้ตัดไม้ไปเผา..มันคงไม่ใช่แนวทางของชายที่พอเพียงอย่างเรา..ที่รักสิ่งแวดล้อมเสียนี่กระไร...

ความคิดมาสะดุด ฉุดให้ทบทวนอีกครั้ง ในวันที่เพื่อนมาหาที่โรงเรียน คุยถึงยาฆ่าแมลงที่ไม่ใช่สารเคมี แต่จัดเข้าพวกเกษตรอินทรีย์ ก็มีพวกสะเดา ใบยาสูบ และน้ำส้มควันไม้..

ร้อง..ว้าว..อยู่ในใจ บอกเพื่อนว่า ทั้งสะเดา ใบยาสูบและอื่นๆ ต้องใช้สารเร่ง พด.๗ ที่เรามี เพื่อนเอาไปใช้เลย..เราให้หมดเลย เพราะเราจะเริ่มต้นใหม่..กับน้ำส้มควันไม้

ว่าแล้วก็สืบเสาะอยู่หลายวัน จนพบแหล่งผลิต..น้ำส้มควันไม้..ในบ้านของช่างทำเฟอร์นิเจอร์ เป็นโรงงานผลิตน้ำส้มขนาดย่อม เขาบอกว่าที่ต้องทำเพราะ..มีเศษไม้กองรวมอยู่มากมาย

ผมศึกษาข้อมูลทันที แม้จะหนักใจกับถังเหล็กที่เป็นเตาเผาขนาด ๑,๐๐๐ ลิตร ที่ราคาเป็นหมื่น แต่สรรพคุณของน้ำส้มควันไม้ ชวนให้จดจำและถามหาที่มาที่ไป

“เป็นทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงนะครู ครูลองเอาไปใช้ดู ผมขายขวดละ ๕๐ บาท” ว่าแล้วผมก็ซื้อน้ำสีกาแฟดำมา ๔ ขวด เปิดฝาไม่ทันดม กลิ่นควันไม้ก็โชยมาแตะจมูก จนแทบจะสำลัก

“เราจะสั่งทำเตาได้ที่ไหนครับ” ผมถาม “ต้องไปคุยกับพี่สุพจน์” ช่างไม้บอกผมพร้อมให้ที่อยู่บ้านพี่สุพจน์เป็นที่เรียบร้อย...แต่ช้าก่อน..ผมบอกตัวเอง ต้องพิสูจน์สรรพคุณกันสักเล็กน้อย

โดยใช้ต้นมะนาวที่บ้านและโรงเรียน..เป็นเครื่องมือ..สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง ราดรดจนทั่วทั้งต้น เห็นผลทันทีทันใด คือกลิ่น..ชัดเจนเหลือเกิน ควันไม้ล้วนๆ แต่แล้ว ๓ วันต่อมา..ไม่น่าเชื่อจริงๆ มะนาวที่โทรมๆของผม..มีอาการสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น เหมือนได้วิตามินซี มีการแตกใบอ่อนกระชุ่มกระชวย

วันนี้..ผมรีบไปบ้านพี่สุพจน์ ศึกษาเตาเผา เพื่อทำน้ำส้มควันไม้ พี่สุพจน์พอรู้ว่าผมอยู่โรงเรียนเล็กๆ ก็เลยจะทำเตาขนาดเล็กให้ผม ซึ่งราคาไม่แพง และจะทำปล่องไฟให้สูง เพื่อไม่ให้ควันรบกวน

พี่สุพจน์บอกว่า จริงๆแล้วควันไม่เยอะ เมื่อไอน้ำหยดออกมา จะเป็นเขม่าดำๆ อันนี้ใช้ไม่ได้ จะใช้ได้เฉพาะที่เป็นน้ำสีดำใสๆ..ที่เรียกอย่างสวยหรูว่า..น้ำส้ม..

ก่อนลากลับผมถามพี่พจน์ว่า..”กี่วันเสร็จครับ” “อาทิตย์หน้าเสร็จครับ แล้วผมจะเอาไปส่งให้ที่โรงเรียน..แล้วครูจะใช้ไม้อะไรมาเผาครับ..” “ กิ่งลำไย ครับ” ผมขอบคุณพี่สุพจน์และรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จะมีโรงงานเล็กๆเป็นของตัวเอง

กลับเข้าบ้าน..ผมรีบเดินเข้าไปในสวนหลังบ้าน คว้ากิ่งลำไยเก่าๆ มาสับเป็นท่อนๆ อย่างเพลิดเพลินและฝันหวาน...บอกต้นไม้รอบข้างว่าใจเย็นๆนะ..อีกไม่นานจะให้กินน้ำส้มอย่างทั่วถึงเลย

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๖ มกราคม ๒๕๖๐








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (0)