เที่ยวเขาใหญ่ : เตรียมพร้อมและเดินทาง


อากาศเย็นและลมแรง วิวทิวทัศน์ตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกสวยงามมาก

ผลพวงจากทัวร์กินปู ดูนก เล่นน้ำ เที่ยวน้ำตก ที่นครศรีธรรมราช เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ทีมเครือข่ายเบาหวานของเราได้นัดหมายกันว่าจะไปดูนกที่เขาใหญ่กันต่อ คุยกันจนได้วันเวลาระหว่างวันที่ 18 - 21 พฤศจิกายน 2559 หมอฝน พญ.สกาวเดือน นำแสงกุล รับอาสาติดต่อจองที่พัก ตอนนั้นดูเหมือนใครๆ ก็จะไปร่วมทริปนี้ได้ เราคุยกันสนุกสนานว่าใครจะขับรถไป ใครจะเอาของกินของใช้อะไรไปบ้าง ทำให้ดิฉันฝันหวานถึงความสุขและความสนุกที่จะตามมา

หลังจากนั้นไม่นาน หมอฝนก็ส่งข่าวว่าสามารถจองบ้านพักของทหารอากาศบนเขาเขียว ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเขาใหญ่ได้ตามวันเวลาที่เราต้องการได้แล้ว บ้านนั้นหลังใหญ่พักได้จำนวนมากถึง 15 คน เราต้องรีบโอนเงินค่าที่พักไปโดยเร็ว ตั้งแต่บ่ายวันที่ 19 สิงหาคม 2559

วันที่พวกเราคิดจะไปเที่ยวที่เขาใหญ่จนถึงวันที่จะไปจริงห่างกันประมาณสามเดือน พรรคพวกค่อยๆ ทยอยแจ้งว่าติดภารกิจการงานและการส่วนตัวไปกันไม่ได้แล้ว ในที่สุดเหลือแต่ดิฉัน หมอฝน ภก.เอนก ทนงหาญ (รพร.ธาตุพนม) และทีม รพ.ปากพลีคือคุณแอน อังศุมาลิน มั่งคั่ง และน้องปอนด์ สราวุฒิ สมพงษ์ เราจึงต้องชวนญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของแต่ละคนไปด้วย

เมื่อวันที่ 15 คุณเอนกแจ้งยกเลิกเพราะมีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต ในที่สุดเรารวมพลได้ผู้ใหญ่ 12 คน และเด็ก 2 คน เกือบทั้งหมดจะเดินทางไปวันเสาร์ที่ 19 แล้วกลับวันอาทิตย์ที่ 20 มีแต่ดิฉัน พี่สาว และลูกชายคนเล็กที่เดินทางเช้าวันศุกร์ที่ 18 หมอฝน และหมอลักษณ์ ทพ.จรูญลักษณ์ โรจน์ประทักษ์ จะตามมาช่วงเย็นๆ

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2559

ดิฉันและลูกชายเตรียมเสื้อผ้า เตาอบสำหรับอุ่นอาหาร หม้อต้มกาแฟสด ถุงนอน ของกินเล่นที่มีคนให้มา คอมพิวเตอร์ กล้องส่องทางไกลแบบสองตา กล้องถ่ายรูป ใส่ท้ายรถ JAZZ คันเก่าคันเก่ง เดินทางไปรับพี่สาวที่บ้านแถวงามวงศ์วานแล้วขึ้นทางด่วนไปลงแถวทางไปบางปะอิน มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสระบุรี เราตั้งใจไปซื้อไส้กรอกอีสาน ห่อหมกหน่อไม้ ไก่ย่าง ที่ร้านในเมือง และหมอฝนให้พี่ชายเอาผักสลัดสดมาส่งให้ที่ร้านนี้ด้วย

ต่อจากนั้นจึงเดินทางไปตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าปากช่อง เราเดินทางไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน สมัยเป็นเด็กดิฉันเคยอยู่กับพี่สาวคนโตที่แก่งคอยนานถึง 8 ปี เมื่อจากไปเรียนที่กรุงเทพฯ เคยกลับไปเยือนแค่ครั้งเดียว วันนี้มีโอกาสดีจึงขอให้ลูกชายพาแวะเข้าไปในอำเภอแก่งคอย อยากไปเยี่ยมโรงเรียนแสงวิทยาที่ดิฉันเรียนตั้งแต่ชั้น ป. 5 ถึง มศ. 3

สภาพบ้านเรือนของอำเภอแก่งคอยตั้งแต่ทางแยกจากถนนมิตรภาพเข้าไปในอำเภอแตกต่างจากสมัยก่อนโดยสิ้นเชิง สมัยก่อนมีบ้านเรือนเป็นหลังๆ มีทุ่งนา ถนนสองเลนมีคูน้ำอยู่สองข้างถนน ยกเว้นย่านหลังสถานีรถไฟที่เป็นอาคารติดกันเป็นแถวๆ โรงเรียนแสงวิทยาดูเหมือนจะมีอาณาบริเวณเล็กลง ดิฉันเข้าไปถามเด็กหนุ่มที่เฝ้าประตูว่าจะขอถ่ายรูปและถามหาครูเก่า เขาตอบว่าไม่รู้เรื่อง ฟังที่เขาพูดแล้วน่าจะไม่ใช่คนไทย เดินเข้าไปเล็กน้อยเจอห้องที่มีป้ายบอกว่าเป็นสำนักงานจึงแวะเข้าไปถามหา “ครูเกยูร” บอกว่านักเรียนรุ่นแรกชื่อวัลลามาขอพบ เจ้าหน้าที่ต่อโทรศัพท์ให้ได้คุยกัน ครูยังจำชื่อและนามสกุลเดิมของดิฉันได้

ดิฉันได้ไปพบและกราบคุณครูเกยูร อึ้งโพธิ์ (นามสกุลเดิม) ท่านเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่เจ้าระเบียบ ดิฉันเคยถูกตีมือเพราะทำเลขแล้วเขียน “=” ไม่ตรงแถวกัน ดิฉันเรียนคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็มหรือเกือบเต็มเสมอ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง คุณครูยังแข็งแรงและสดชื่น มีลูกสาวเป็นพยาบาลอยู่ที่ รพ.แก่งคอย ดิฉันเล่าให้ครูฟังว่าเรียนอะไร ทำงานอะไรมาบ้าง อยากจะชวนเพื่อนๆ ศิษย์เก่ารุ่นเดียวกันทำอะไรที่จะเป็นประโยชน์แก่โรงเรียนบ้าง คุณครูยังถามถึงหลานชายของดิฉันที่เรียนโรงเรียนนี้เช่นกันและพี่สาวที่เป็นแม่ของหลานด้วย



โรงเรียนแสงวิทยา อำเภอแก่งคอย เป็นโรงเรียนเอกชน สมัยที่ดิฉันเรียนเก็บค่าเล่าเรียนเทอมละ 100 บาท



อาคารเรียนหลังเดิมยังคงอยู่


เราเดินทางออกจากแก่งคอยมุ่งหน้าต่อไปปากช่อง ลูกชายชวนแวะทานอาหารกลางวันที่ “ร้านข้าวสามสี” ที่มีอาหารไทยง่ายๆ คล้ายร้านข้าวแกง แต่ก็มีนักท่องเที่ยวฝรั่งมาทาน ร้านน่านั่ง อาหารไม่แพงมาก ห้องน้ำสวยและสะอาดดี

เราเดินทางต่อ มองหาป้ายไปเขาใหญ่ไม่เห็นสักที จนเห็นป้ายไปลำตะคอง โทรศัพท์ถามหมอฝนจึงรู้ว่าเราเลยทางที่ควรไปมาไกลแล้ว ต้องหาที่กลับรถย้อนกลับไปจนถึงทางขึ้นเขาใหญ่ คราวนี้ไปตามถนนไม่หลงไปไหน ทิวทัศน์สองข้างถนนมีต้นไม้เขียว ท้องฟ้าก็สดใสตลอดเส้นทาง



ท้องฟ้าสดใส


เราแวะถ่ายรูประหว่างทางตามจุดชมวิวและจุดที่มีที่จอดรถ วันนี้วันศุกร์ผู้คนยังไม่แน่นหนามากนัก แต่บางคนก็มีคนกลุ่มใหญ่มาตั้งกล้องเฝ้าดูอะไรสักอย่าง อากาศดี ไม่ร้อน ไม่มีเหงื่อเลย



จุดแรกที่แวะ เป็นจุดชมวิว ที่นี่มีฝูงเล็กอยู่ตรงที่จอดรถ ดูพวกเขาเป็นลิงที่ค่อนข้างเรียบร้อย ไม่มาวุ่นวายกับเรา




เส้นทางที่เราผ่าน



ตรงนี้น่าจะเป็นแหล่งที่ดูสัตว์ด้วย


เราขับรถขึ้นเขาเขียวตามป้ายบอกทาง ไป การเข้า - ออกต้องผ่านด่าน (ประตู) ที่มีทหารตรวจ ไปถึงบ้านพักที่หมายเมื่อเวลาประมาณ 17 น. กว่า

บ้านพักอยู่ในพื้นที่สูงสุด มองเห็นวิวสวย คงมีอายุหลายปีแล้ว สภาพโครงสร้างยังแข็งแรง แต่การดูแลรักษาความสะอาดรวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่พร้อมเหมือนโรงแรมหรือรีสอร์ททั่วไป เตียงนอนน่าจะเป็นแบบที่ทหารใช้ เพื่อให้นอนได้หลายๆ คน จึงจัดเตียงเรียงชิดติดกันเต็มห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว และยังมีห้องน้ำนอกห้องนอนด้วย พี่สาวและลูกชายมาเห็นสภาพบ้านพักแล้วบอกว่าคืนสุดท้าย (คืนวันที่ 20) ที่จะเหลือแต่เราสามคนน่าจะไปหาที่พักดีๆ สบายๆ อยู่สักคืน

ดิฉันและพี่สาวช่วยกันทำความสะอาดในส่วนที่พอทำได้ ระหว่างนั้นมีนักร้องชายหนุ่มและครอบครัวมาขอชมที่พัก เพราะจะเช่าพักต่อจากเรา (ระหว่างที่อยู่มีคนมาขอดูทุกวัน) ที่นี่อากาศเย็นและลมแรง วิวทิวทัศน์ตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกสวยงามมาก




แสงงามยามเย็น



ป้าและหลานชมวิว



ก่อนจะมืดค่ำ


หมอฝนและหมอลักษณ์มาถึงเมื่อค่ำแล้ว เราทานอาหารเย็นเป็นข้าวกล้องสวยที่หมอลักษณ์หุงแล้วยกมาทั้งหม้อ ส้มตำ ไก่ย่าง ไส้กรอกย่าง ห่อหมกหน่อไม้ แหนมเห็ด ผักสด ผลไม้ ได้รู้เทคนิคการลดรสเผ็ดโดยเติมเสาวรสลงไปด้วย ได้ผลดีเลย

ตอนกลางคืนอากาศเย็น มีแมลงกลางคืนที่มีรูปร่าง ลวดลาย และสีสัน สวยงาม ไม่ซ้ำแบบกันเลยเข้ามาเกาะที่พื้นบ้านและตามกระจกมากมาย

อยู่ที่นี่ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย ที่เราปิดประตูหน้าต่าง (แต่ไม่ได้ล็อก) เพราะกลัวหมีจะเข้ามา


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559

หมายเลขบันทึก: 619098เขียนเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2016 10:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2016 11:48 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

สวยมากเลยครับสถานที่

โรงพยาบาลแก่งคอยมีเครือข่ายเราเยอะมาก

ลูกสาวคุณครูไม่ทราบว่าอยู่แผนกไหน

รออ่านต่อครับ

-สวัสดีครับ

-ตามมาชมภาพสวย ๆ ครับ


พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี