Afraid of tiring is not a purpose of education [ IA ]

การกลัวความเหนื่อยยาก ถูกผูกไว้กับวัตถุประสงค์ของการศึกษามาหลายชั่วอายุคน ทั้งๆที่มันไม่น่าจะใช่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการศึกษา

#Mother of #Analogy 02/1

การกลัวความเหนื่อยยาก กับการศึกษา มีที่มาที่ไปอย่างไร

แนวคิด/แรงจูงจากคนโบราณ "การศึกษาเพื่อจะได้เป็นเจ้าคนนายคน" (เครดิต:คุณหมออรัญ)

ความเหนื่อยยาก จากประสบการณ์ของผู้หลักผู้ใหญ่

ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกรูปแบบหนึ่ง

ระบบเจ้าขุนมูลนาย

สาเหตุนำสู่ทัศนคติด้านการศึกษาที่อยู่บนพื้นฐานการกลัวความเหนื่อยยาก

#Mother of #Analogy 02/2

หาก "การกลัวความเหนื่อยยาก" ผูกขาด ทัศนคติด้านการศึกษา มาช้านาน ในฐานะผู้ปกครอง เราจะหาแรงจูงใจอะไรเพื่อสร้างทัศนคติใหม่ต่อลูกหลาน หรือกลุ่มคนยุค gen นี้

และเพราะเหตุนี้หรือไม่ที่มีอิทธิพลต่อการเลี้ยงดูลูกหลานของคนเป็นพ่อเป็นแม่ยุคใหม่ ให้กลายเป็น 'ลูกเทวดา'

#Mother of #Analogy 02/3

4:1

18:46

64:15

บุคอรีย์:2586

บุคอรีย์:1385

หากยอมรับว่า ทัศนคติด้านการศึกษาอยู่บนพื้นฐาน การกลัวความลำบากและเหนื่อยยาก นั้นเป็นจริง ตัวกลางที่ส่งผ่านความเป็น root cause นี้สู่รุ่นต่อรุ่น หนีไม่พ้น 'เรา' ผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง

การปรับเปลี่ยนแนวคิดสร้างทัศนคติใหม่ๆ จึงต้องเกิดจากตัวเราเสียก่อน

Analogy หนึ่งที่อยากนำเสนอเพื่อสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่อยู่กับเรา ในธรรมชาติความเป็นมนุษย์เรานี่เอง

‎وَبَثَّ مِنْهُمَا رِجَالًا كَثِيرًا وَنِسَآءً ۚ

บรรยายธรรม ตอนหนึ่งจาก ดร.อิสมาแอล ลุตฟี จะปะกียา "มนุษย์เรานั้นชอบการแต่งงาน(สื่อถึงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย-ให้เป็น SS)อยู่แล้ว แถมพระเจ้ายังบรรจุไว้ในคำสั่งใช้ เป็นอิบาดัตที่ตอบจริต/ธรรมชาติของเราอีกด้วย"

‎رَبَّكُمُ ٱلَّذِى خَلَقَكُم مِّن نَّفْسٍ وَٰحِدَةٍ وَخَلَقَ مِنْهَا زَوْجَهَا

จากจุดนี้ SS ที่ถือเป็นหนึ่งในความสุขสูงสุดตามธรรมชาติของเรา (เราถูกสร้างมาให้เป็นคู่)

‎وَبَثَّ مِنْهُمَا رِجَالًا كَثِيرًا وَنِسَآءً

กิจกรรม SS แม้ว่าจะหนื่อย ต้องออกแรง แต่เราต่างพร้อมใจ สุขใจที่จะออกแรง ยอมที่จะเหนื่อยเพื่อที่ให้เราและอีกครึ่งชีวิตของเรามีความสุข และผลของความสุขนั้นคือ ลูกหลาน

Analogy เรื่อง SS นี่แหละที่เรา คนเป็นพ่อเป็นแม่ น่าจะนำเอามาปรับทัศนคติของเรา แล้วถ่ายทอดทัศนคติใหม่เรื่องความเหน็ดเหนื่อย ที่มีความดีงามอยู่ในนั้น

จะนำเสนอในรูปแบบไหน นั้น ก็ขึ้นอยู่กับทักษะและวิจารณญาณของแต่ละคน รวมถึงการระวังถึงข้อจำกัด/วุฒิภาวะของลูกหลาน ที่จะรับสื่อเหล่านั้น

เชื่อว่าหากเราเข้าใจถึงฮิกมะฮฺที่มีอยู่ใน SS แล้ว เราจะมีหลากหลายวิธี และมากรูปประโยคในการปลูกฝังแนวความคิดใหม่ให้กับลูกหลาน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลี้ยงดูที่ไม่นำสู่ความเป็น 'ลูกเทวดา' เด็กอ่อนแอ ขี้เกียจ

ในขณะเดียวกัน เราจะได้ทรัพยกรบุคคลที่พร้อมจะรับช่วงต่อจากเราในอนาคต ที่พร้อมจะสู่จะลำบากไปด้วยกัน

สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยในการผสมผสาน Passive & Active Learnings อย่างลงตัว (เรียนรู้คู่ปฏิบัติ) นำมาซึ่งมิติใหม่เพื่อยกระดับการศึกษาไทยเรา

#Mother of #Analogy 02/4

อัซตัฆฟิรุ้ลลอฮฺ วัลลอฮูอะลัม