"ว่าแล้ว" นคร ตอน 1

ปฐมบท "ว่าแล้ว" นคร


จำได้ไม่แม่นว่าเดือนไหน อาจจะสิงหาคมหรือกันยายน 2559 อ.พี่อ้อย ส่งข้อความมาเชื้อเชิญเสมือนบังคับว่า "วันที่ 21-24 ตุลาคม ว่างไหม จะชวนไปเที่ยวจังหวัดน่าน อาจารย์ชวนครูประวิทย์แล้ว โอเคนะ" และอาการในขณะอ่านข้อความ คือกำลังอ้ำอึ้งว่าจะตอบว่าอย่างไรดี ไม่กี่นาทีผ่านไป ข้อความต่อมาก็เริ่มขึ้น "อาจารย์จองที่พักที่อำเภอปัว จังหวัดน่านแล้วนะ หายากมา ที่พักหลายที่เต็ม เรื่องการเดินทางค่อยว่ากันใหม่นะ เดี๋ยวเตรียมแผนการเดินทางก่อน" คำตอบจากข้อความทั้งสองครั้งจึงถูกรวบรัดให้ตอบเพียงครั้งเดียวสั้นๆว่า "ครับ" ประหนึ่ง "รับปาก" ไปเสียแล้ว

การเดินทางในเช้าตรู่วันที่ 21 ตุลาคมนั้นดูจะลำบากไม่น้อยสำหรับลุงภารโรง เหตุเพราะมีงานคั่งค้างอยู่มาก มีงานใหญ่รออยู่ การเดินทางที่จะเริ่มขึ้น จึงไม่มีการเตรียมการจากฝ่ายนี้เลยแม้แต่น้อย แม้แต่คืนวันที่ 20 ตุลาค. ลุงภารโรงก็นั่งทำงานจนถึงดึก เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อเตรียมเดินทางในรุ่งสางด้วยการหยิบๆจับๆ เท่าที่ทำได้ กว่าจะอาบน้ำและเข้านอนก็ปาล่วงสองยามเกือบตีหนึ่งครึ่ง โดยมีเป้าหมายของการตื่นอนตอนตีสี่เพื่อขึ้นรถตอนตีห้าตามที่นัดกับพี่อ้อยไว้ สิ่งกังวลใจมาอย่างหนักหน่วงคือ งาน ที่เสมือนหนึ่งว่าถ้ามาเที่ยวแล้วปล่อยงานไว้ให้พี่ๆสะสางแทน ก็ดูจะเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวอยู่มากโข ซึ่งเรื่องของใจนี่ไม่มีใครใคร่วัดตวงชั่งได้ว่ามันมากหรือหนักเพียงใด นอนไม่หลับมาร่วมสัปดาห์ และจากเหตุการณ์ "ในหลวงเสด็จสวรรคต" ก็อีกประการหนึ่งที่เศร้าสลดโทมนัสใจมิใช่น้อย ...จึงกังวลใจเอามาก แต่ก็ได้กำลังใจจากพี่ๆว่า ไม่เป็นไรช่วยๆกัน (ณ เวลานั้นรู้สึกอยากขอบคุณสักสามพันรอบเพราะได้ทิ้งภาระอันหนักหน่วงไว้ให้พี่ๆทำหน้าที่แทน)

ครูประวิทย์มานอนพักคอยที่ห้องด้วย ตื่นตีสี่กว่าๆ แต่งตัวอาบน้ำ ตามเวลาก็มีสาวงามขับรถมารับ และขับพาเรามาถึงอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวเพื่อแวะพักคนและรถ จากนั้น ลุงภารโรงก็อาสาเป็นพลขับ (จนกระทั่งถึงอำเภอปัว) เส้นทางที่ขับดูจะคุ้นชินเอามาก เพราะเทียวไปมา ขอนแก่น-เชียงใหม่อยู่เรื่อย แต่เป้าหมายที่ "น่าน" นี่สิ ต้องใช้ไอทีช่วยเหลือ โดยการเปิด GPS ช่วยนำทางเป็นบางช่วง ช่วยส่งภาพแผนที่เส้นทางให้ได้มองดูและจดจำ การเดินทางอันแสนยาวไกลก็สิ้นสุดลง เมื่อเดินทางมาถึง "ปัว"

ระหว่างทางไม่ค่อยมีเรื่องตื่นเต้นหรืออะไรให้จดจำมากนัก มื้อเช้าที่จุดชมวิวหลังข้ามสะพานห้วยตอง มื้อกลางวันที่อุตรดิตถ์ นี่แหละมีเรื่องติดตลกนิดหน่อย คือ เมื่อทานเสร็จ กลับมองเห็นป้ายเมนูอาหารมีคำสั่ง "ห้าม" คือการห้ามสั่งอาหารต่อไปนี้ "ผัดไท ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว" และมีข้อความเขียนกำชับตัวโตๆว่า กรุณาอ่านก่อนสั่ง ประมาณนั้น นี่เกือบเผลอสั่งผัดซีอิ๊วของโปรด ไม่งั้นอาจมีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นก็เป็นได้

เมื่อเติมพลังแล้ว มุ่งหน้าต่อมาทางแพร่ เข้ามาตามเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าสู่"ว่าแล้วนคร" และถึงที่หมาย 17.30 น. ก่อนถึง อ.พี่อ้อย บอกว่า ตอนจองที่พักเขาบอกว่าจองห้องฝั่งที่วิวสวยไว้ให้... เมื่อมาถึง กลับถูกปรับเปลี่ยนห้องพัก และที่พักไม่ได้สวยงามอย่างที่ใจคาดหวังไว้ และในขณะติดต่อที่พัก พี่อ้อยก็ถามคุณแม่ว่า จะไปดูดาวตอนกลางคืนได้ที่ไหน (อยากไปดอยภูคา) เมื่อ อ.พี่อ้อย เจรจากับคุณแม่เจ้าของที่พัก จึงได้ข้อเสนอใหม่มาว่า จะให้ไปพักที่บ้านพักอีกหลังก็ได้ ไม่คิดเงินเพิ่ม เพื่อรับผิดชอบกับความผิดที่ถือวิสาสะเปลี่ยนห้อง ไปนอนที่บ้านนั้น วิวสวย ออกมาดูดาวได้ มีทั้งห้องในบ้านสองชั้นกับกางเต็นท์ เอาละสิ เริ่มคิดว่า ไปก็ได้ (ในใจคือไปไปไปไป) มีภาพให้ดูที่ฟร้อนท์ เลยตอบตกลงทันที เมื่อไปถึงที่พัก โอโห วิวสวยมาก ด้านหน้าติดทุ่งนาที่กำลังเหลืองทอง ถัดไปเป็นวิวภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม ... รอยยิ้มพิมพ์ใจก็เกิดขึ้น

เราเข้าที่พักแล้วไปหาทานมื้อค่ำ ตัดสินใจเดินเท้าไปทานข้าวอาหารตามสั่งร้านใกล้ๆปากซอย ... แล้วก็เลือกหาซื้อสินค้าติดมือกลับที่พักสักนิดก่อนเข้านอน พี่อ้อยเชื้อเชิญก่อนจะบอกทักทายฝันดีว่า พรุ่งนี้ตื่นตีสามไปนอน/นั่งดูดาวกัน คำเชื้อชวนอันแสนอัศจรรย์ใจก็ทุ้มดังกังวานแว่ว และยังย้ำท้ายว่า เดี๋ยวไปปลุกนะ เลยตอบกลับไปว่า เชิญปลุกประวิทย์นะครับ ผมขอนอนออมแรง ...

ความประทับใจคือ ระยะทางและเส้นทางดูจะโหดสักหน่อยด้วยความไกล และบางแห่งคดเคี้ยว ผนวกกับถนนผุพัง แต่ในภาพรวมก็ใช้ได้ และประทับใจคึณป้าเจัาของที่พัก ที่กรุณามอบโอกาสจากวิกฤติให้พวกเราได้นอนพักในระดับ VIP

เรื่องค้างคาใจที่ติดใจมาจากขอนแก่นจนถึง "ว่าแล้วนคร" ก็คือกลิ่นตีนเป็ด ที่ตลบอบอวลชวนเมามายกันทั้งเมือง

ณ น่าน ว่าแล้วนคร

ตุลาคม 2559








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ท่องไปในโลกกว้าง



ความเห็น (0)