เมื่อ มมส นำพาหัวใจมาแปรอักษรภาพเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9

เดิม - เราตั้งใจคนประมาณ 5-6 พันคน เอาเข้าจริงคนทะลักล้นมาเรือนหมื่นคน มาในแบบมิได้หวั่นเกรงต่อแดดอันจัดจ้า มาเร็วกว่ากำหนด จนเราต้องเลื่อนเวลาของการจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยให้เร็วขึ้น

บ่ายของวันที่ 18 ตุลาคม 2559 ผมและทีมงานจากกลุ่มงานกิจกรรมนิสิต งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศนิสิต รวมถึงผู้บริหารกองกิจการนิสิต มีประชุมเร่งด่วนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านการแปลอักษรภาพ


เราใช้เวลาประชุมกันยาวนานพอสมควรเกี่ยวกับรูปแบบของการแปรอักษรภาพ และปักหมุดที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2559 เพราะถัดจากนั้น ทีมงานทั้งหมดจะต้องเดินทางไปราชการที่กรุงเทพมหานคร–




แรกเริ่มเราร่วมกันถกคิดในหลายประเด็น ถึงขั้นยกสายเรียนเชิญกระทั่งอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองนฤมิตศิลป์มาช่วยออกแบบ ซึ่งมาได้ข้อยุติก็ในราวบ่ายสามเศษ ถัดจากนั้นก็เชิญประชุมเป็นกรณีพิเศษในช่วง 17 นาฬิกา ที่ประกอบด้วยผู้นำองค์กรนิสิต รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตในแต่ละคณะ กองประชาสัมพันธ์และกิจการต่างประเทศ

ครั้นเริ่มประชุม คำถามแรกจากผู้บริหารก็ประมาณว่า

..... ทำไมถึงต้องเป็นรูปนี้ ทำไมไม่เป็นรูปริบบิ้นสีดำเหมือนที่ส่วนใหญ่กำลังดำเนินการ ......รวมไปถึงจะระดมพลคนได้มากมายถึง 5-6 พันคนได้อย่างไร หากไม่สั่งปิดเรียน –






ประธานที่ประชุม โดย ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ (รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต) โยนไมค์กลางเวทีให้ผมชี้แจงและอธิบายแบบมิได้นัดหมาย ซึ่งผมก็มิได้ร่ำไรอะไรมาก

ผมพูด หรืออธิบายในแบบ “ใจนำพา ศรัทธานำทาง” หรือในแบบ “นักเลงกิจกรรม” ที่ผมเป็น แต่ที่แน่ๆ ผมยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องสั่งหยุดการเรียนการสอน เพราะผมเชื่อว่า “วาระแห่งใจเช่นนี้ คนจะมาจำนวนมาก ถึงจะไม่ครบตามเป้า แต่ก็เชื่อว่าจะใกล้เคียง”


แน่นอนครับ ผมยืนยันเช่นนั้นจริงๆ ยืนยันพร้อมกับยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่ผมเป็นแกนนำขับเคลื่อนเรื่อง “น้ำท่วมชุมชนรอบมหาวิทยาลัย” เมื่อปี 2551 โดยครั้งนั้นผมก็เริ่มจากคนเพียงแค่ 5 คนทำหน้าที่เร่งระดมคนข้ามวันก็เกิดเป็นกระแสธารแห่งใจไหลร่วมมารวมกันอย่างมหัศจรรย์ ซึ่งครั้งนี้ผมก็ยืนยันชัดเจนว่า “ผมเชื่อเช่นนั้น” เพราะ “ในหลวง” เป็นยิ่งกว่า “ดวงใจ” ของผืนแผ่นดินนี้ ไฉนเลยจะไม่มีคนนำพาหัวใจมาทำในสิ่งที่รักเพื่อคนที่เรารักร่วมกัน

ครับ- นั่นคือที่มาที่ผมโปรยเป็นเพจประชาสัมพันธ์ว่า “นำพาหัวใจ” (มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการแปรอักษรภาพ ฯ)

และคืนนั้นผมก็นำเพจประชาสัมพันธ์ที่น้อง (อติรุจ อัคมูล) จัดทำขึ้นไปแชร์ในโลกสังคมออนไลน์ทั้งต่อศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงอาจารย์และบุคลากรที่ผมรักและเชื่อว่าจะมาเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ได้




เดิม - เราตั้งใจคนประมาณ 5-6 พันคน เอาเข้าจริงคนทะลักล้นมาเรือนหมื่นคน มาในแบบมิได้หวั่นเกรงต่อแดดอันจัดจ้า อีกทั้งยังมาเร็วกว่ากำหนด จนเราต้องเลื่อนเวลาของการจัดกิจกรรมฯ ให้เร็วขึ้น

ใช่ครับ-คนมากันเยอะแยะมาก มากจนแทบกลั้นน้ำตาไม่ได้

การโหมโรงเอาใจนำพาศรัทธานำทางเพียงข้ามคืน นำพามาซึ่งหัวใจเรือนหมื่นดวง....

ใช่ครับ-ยืนยันว่ามากันเยอะมาก ทั้งที่เป็นผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

มากมายจนผมปรับกระบวนการแทบไม่ได้ หรือจะเรียกว่าแทบไม่ทันก็ไม่ผิด จนต้องยืดหยุ่นผ่อนปรนไปตามสภาวะ เพราะไม่อาจยกเลิก หรือตัดผู้คนออกไปได้ ด้วยรู้แก่ใจดีว่าคนทุกคนล้วนมากันด้วยใจ มาเพื่อพ่อหลวง มาเพื่อในหลวงรัชการที่ 9 แบบปราศจากเงื่อนไข !

จำนวนคนที่ทะลักล้นมา ทำให้รูปแบบที่มั่นหมายไว้คลาดเคลื่อนไปโดยปริยาย

เราทุกคนทำงานกันหนักมาก จัดแต่งขบวนแปรอักษรภาพ รวมถึงการตรวจเช็คภาพถ่ายทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงไว้ซึ่งภาพรวมที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ควรจะเป็น



http://www.thairath.co.th/clip/80572


และจากนี้ไป คือส่วนหนึ่งที่ผมเขียนคำอธิบายไว้โดยรวม และถูกเผยแพร่ในสื่อเนื่องในวาระแห่งใจนี้


  • MSU : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • เลข 9 : ในหลวงรัชกาลที่ 9 (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร) ใช้คณะบริหาร อาจารย์และบุคลากรในชุดแต่งกายสีดำแปรอักษรภาพเป็นเลข 9 เพื่อแสดงจุดยืนความจงรักภักดีและการเป็น “คนของพระราชา หรือการเป็นข้ารองบาท” เพื่อการรับใช้แผ่นดิน หรือประเทศไทยสืบต่อไป
  • หัวใจ : แสดงสัญลักษณ์ของการรวมใจถวายอาลัย และหัวใจแห่งความรักและการเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยดวงใจอันใสพิสุทธิ์ และความเป็นในหลวงรัชกาลที่ 9 จะยังคงสถิตมั่นในดวงใจตราบนานนิรันดร์ โดยใช้สีขาวจากการแต่งกายของนิสิตและนักเรียน เพื่อแสดงถึงดวงใจอันพิสุทธิ์ใสของการอาลัยและพร้อมที่จะเดินหน้าอย่างมีพลัง




ครับ- หากรู้ว่าคนมากันเยอะขนาดนี้ ผมและทีมงานคงคิดและออกแบบการแปรอักษรภาพรองรับผู้คนมากกว่านี้ และมีเรื่องราวมากมายกว่านี้

ถึงกระนั้น ภายใต้วันเวลาอันแสนจะจำกัด สามารนำพามาซึ่งผู้คนอย่างมากมายเช่นนี้ ผมถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมายก่ายกอง และเป็นกิจกรรมแห่งความสุขที่ได้ร่วมกันทำเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักและดวงใจของคนไทย

ครับ- เรื่องราวของหัวใจยิ่งใหญ่เสมอ


...

ภาพ : กองประชาสัมพันธ์และกิจการพิเศษ / ผศ.ดร.สมชาย แก้ววังชัย / เครือข่ายจิตอาสา / อาจารย์ บุคลากร และนิสิต มมส / สื่อมวลชน ฯลฯ

เขียนเมื่อ 20 ตุลาคม 2559
อโศก-สุขุมวิท
กรุงเทพมหานคร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

ด้วยใจรักแห่งความภักดีนะครับ

สุดยอดมาก ๆ ...

เขียนเมื่อ 

เห็นแล้วน้ำตาท่วมเลยค่ะ ความรักอาลัยที่มีต่อพระองค์ท่านนำพาทุกหัวใจให้ทำได้ทุกอย่างเพื่อพระองค์ท่านนะคะ

เขียนเมื่อ 

หัวใจ...

ยิ่งใหญ่จริงๆค่ะ

เลข ๙ สวยมากๆๆ

ชอบตอนทยอยเดินไปแปรเป็นตัว M S U

และไหลไปต่อร้อยเป็นหัวใจรอบเลข ๙ มากๆค่ะ

เสียดายจริง ภาพตัดมาเป็นภาพเต็มเร็วไปหน่อย

จะมีคลิปต้นฉบับมาตัดต่อแบบสมบูรณ์ยาวนานกว่านี้ไหมคะ?

# ดูหลายรอบเลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ครับ อ.วัส Wasawat Deemarn

งานด่วนที่ทำกันด้วยใจ และคนก็มาช่วยกันด้วยหัวใจ ทะลักล้นจนไม่รู้จะยังไง สุดท้ายก็บริหารจัดการนอกแผน ภาพที่ออกมา จึงดังที่เห็น แต่ก็มีพลังในอีกมุมนั่นเอง ครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ พี่โอ๋-อโณ

วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ช่วงนั้นเป็นช่วงเข้าสอนกระบวนการ/กระบวนกรในรายวิชาภาวะผู้นำ (17.00-19.30 น.) สารภาพว่าช่วงนั้นไม่ค่อยมรสมาธินัก นิสิตที่เข้ามาเรียนก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน ทุกๆ คนรอฟังแถลงข่าว และภาวนาว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง ----



เขียนเมื่อ 

ครับ คุณ Tawandin

คลิปต้นฉบับสมบูรณ์อยู่กับกองประชาสัมพันธ์และกิจการพิเศษครับ ยกทีมมาช่วยงานในวันนั้น ช่วงจะเริ่มงานจริงๆ แบตฯ เหลือน้อยมาก ตัวเครื่องที่บินขึ้นไปเหลือแบตแค่ 10 กว่า % ทุกอย่างลำบากมาก คนก็ทะลักมาเกินเป้าจัดการก็ลำบาก แต่ทุกอย่างเป็นความทา้ทาย เป็นความสุข และเป็นพลังในการทำงานอย่างยิ่งครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ

เรื่องราวของพ่อหลวง จะเป็นเรื่องราวบอกเล่าในวิถีอันดีงามอย่างไม่รู้จบครับ และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับแกนนำที่ทำงานเรื่องนี้ในวาระเช่นนี้ครับ