1.ผู้สูงวัยติดเตียงยากจน มีปัญหากลืนลำบาก หกล้มจนปวดหลังรุนแรง และไม่มีคนดูแล
-สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เน้นการดูแลจากครอบครัวเป็นหลักโดยต้องอบรมให้ความรู้ในการดูแล ทำกายภาพบำบัด ร่วมกับให้ อาสาสมัครเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ ดูแลสุขภาพ จะช่วยแก้ปัญหาการติดเตียงของผู้ป่วยได้
-หาอาชีพเสริมที่สามารถทำที่บ้านได้เพื่อให้ผู้สูงวัยมีรายได้
-ให้นักกิจกรรมบำบัดและนักกายภาพบำบัดออกชุมชนเพื่อทำการบำบัดรักษา รวมถึง การกระตุ้นกลืนและการกายภาพหลัง
-ให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการดูแลตนเองให้แก่ผู้สูงวัยเพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้ ดึงให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ในการช่วยกันดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ เริ่มตั้งแต่การพึ่งพาตนเอง การให้ครอบครัวเป็นผู้ดูแล โดยสนับสนุนให้มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุประจำครอบครัว การให้ชุมชนช่วยกันดูแลโดยจัดให้มีศูนย์อเนกประสงค์ เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุ ส่วนในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลักดันให้มีการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (nursing home)
2.วัยทำงานมีภาวะซึมเศร้าและไม่มีงานทำ ต้องให้พ่อแม่ผู้สูงวัยเลี้ยงดู
-ให้ความรู้เกี่ยวกับ สาเหตุ วิธีป้องกัน และการแก้ปัญหา เกียวกับโรคซึมเศร้า ให้กับตัวผู้เป็นเองและครอบครัวเพื่อที่จะให้ครอบครัวที่มีผลต่อเขามากที่สุดรับรู้และเข้าใจในตัวของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามากยิ่งขึ้นและปฎิบัติตัวต่อเขาอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เป็นการทำให้โรคซึมเศร้าเป็นหนักมากยิ่งขึ้น
-แนะนำให้ไปหากรมจัดหางานให้มีงานทำมีรายได้มาเลี้ยงดูพ่อแม่ผู้สูงวัย
3.วัยรุ่นไม่ไปโรงเรียน ย้ำคิดย้ำทำ ผลัดวันประกันพรุ่ง และติดเกมส์
-ปัญหาเหล่านี้คนที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือ เพราะคนครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมต่างๆของวัยรุ่นโดยให้คนในครอบครัวช่วยกันอบรบสั่งสอนอย่างถูกวิธี ฝึกให้รู้จักรักษาเวลา ให้เวลาในการเล่มเกมส์ที่เหมาะสม เป็นต้น
-แนะนำให้ทำ พฤติกรรมบำบัด โดยการให้ผู้ป่วยเผชิญ กับสิ่งที่ทำให้กังวลใจและป้องกันไม่ให้มีพฤติกรรมย้ำทำ ที่เคยกระทำ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มักล้างมือ ก็ให้จับของที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าสกปรก ให้รออยู่ช่วงหนึ่งจึงอนุญาตให้ล้างมือ การฝึกจะทำตามลำดับขั้น เริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกกังวลน้อยไปหามาก และระยะเวลาที่ไม่ให้ล้างมืออาจเริ่มจาก 10-15 นาที ไปจนเป็นชั่วโมง หากการรักษาได้ผลผู้ป่วยจะกังวลน้อยลงเรื่อยๆ จนสามารถจับสิ่งต่างๆ ได้โดยไม่ต้องรีบไปล้างมือดังก่อน
-การที่วัยรุ่นไม่ไปโรงเรียนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ คือ จากครอบครัว จากโรงเรียน เป็นต้น จากครอบครัวก็อาจเกิดมาจากการเลี้ยงดูที่เอาใจลูกมากเกินไปหรือจากโรงเรียนที่ มีการลงโทษที่รุนแรงเกินไปทำให้เด็กไม่อยากมาโรงเรียน ซึ่งที่แก้ง่ายสุดก็คือการเริ่มจากครอบครัวดังข้อแรกที่กล่าวมา
4.วัยเด็กสมาธิสั้น ก้่าวร้าว ตีคนแปลกหน้า และไม่ชอบออกจากบ้าน
-ทำการปรับสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูพยายามให้เด็กอยู่ในบรรยากาศที่สงบและมีระเบียบวินัยโรงเรียนก็มีส่วนสำคัญในการช่วยแก้ปัญหา ครูต้องแสดงการยอมรับในความบกพร่องของเด็กเอาใจใส่ดูแลเด็กมากขึ้น แยกจากกลุ่มเด็กซนรวมถึงให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายในโรงเรียนบ้าง เช่น ช่วยครูลบกระดานทำความสะอาดห้องเรียน และดูแลเรื่องการเรียนเป็นพิเศษจึงจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นได้อีกทางหนึ่ง
-ให้ผู้ปกครอบทำความเข้าใจเกี่ยวกับสมาธิสั้น เพราะโดยทั่วไปความก้าวร้าวในเด็ก มักเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน ผู้ปกครองควรปรับการเลี้ยงเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เช่น การที่ผู้ปกครองวางตัวอย่างสงบ ไม่ใช้ความรุนแรงเข้าไปเสริม ซึ่งโดยทั่วไปการลงโทษอย่างรุนแรงในเด็กที่ก้าวร้าวนั้นไม่ช่วยให้ความก้าวร้าวดีขึ้น โดยเด็กอาจหยุดแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็จะกลับมาแสดงพฤติกรรมนั้นอีก หรืออาจเรื้อรังไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ได้ บิดามารดาควรควบคุมสถานการณ์ให้เด็กหยุดความก้าวร้าวนั้นด้วยความสงบ เช่น ใช้การกอดหรือจับให้เด็กหยุด แล้วให้เด็กสงบอารมณ์ของตนเองลง หลังจากที่เด็กสงบแล้ว ควรพูดคุยกับเด็กถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กไม่พอใจหรือทำให้แสดงความก้าวร้าวออกมา ให้เด็กได้โอกาสระบายออกเป็นคำพูด และพ่อแม่ได้โอกาสแสดงความเข้าใจ แม้จะไม่เห้นด้วยกับพฤติกรรมนั้น
-ให้ทำโทษทุกครั้้งที่เด็กตีคนแปลกหน้าให้เขารู้ว่าพฤติกรรมนี้มันผิดเขาจะได้ไม่ทำอีกซึ่งวิธีการลงโทษควรเป็นวิธีที่เหมาะสมไม่รุนแรงจนเกินไป
-ให้ผู้ปกครองหากิจกรรมต่างๆที่เด็กสนใจที่ต้องทำนอกบ้านให้เด็กทำบ่อยๆเพื่อให้เขาคุ้นชินกับการออกจากบ้านและมีความรู้สึกที่ดีเวลาออกจากบ้าน
เอกสารอ้างอิง:
1.) http://advisor.anamai.moph.go.th/main.php?filename...
2.) http://www.thaihealth.or.th/Content/14338-%E0%B8%A...
3.) http://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowled...
4.) http://mwitspe47teenager.blogspot.com/p/blog-page....
5.) http://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowled...