ประเทศไทยและการศึกษาไทย - อยู่ใกล้เกลือ แต่กลับกินด่าง
ประเทศอังกฤษและอเมริกานำเอาการเจริญสติ (Mindfulness) เข้าไปในโรงเรียนให้เด็กฝึกตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย เพราะมีผลดีต่อการเรียน ช่วยให้มีสุขภาพจิตดี มีความสุขในการเรียน การดำเนินชีวิต และช่วยพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม บริษัทชั้นนำต่างๆ ของโลก ก็เอาการเจริญสติไปให้ผู้บริหารและพนักงานฝึก เพราะช่วยลดความเครียด ทำให้การทำงานและการดำเนินชีวิตมีความสุข เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยในการทำงานบริหารและช่วยในการตัดสินใจ
ประเทศอังกฤษประกาศว่าจะเป็นประเทศแห่งการเจริญสติ (Mindful Nation)
ในขณะที่ประเทศในซีกโลกตะวันตกเห็นประโยชน์และนำเอาเรื่องการเจริญสติไปใช้ประโยชน์ แต่ประเทศไทยไม่ค่อยจะให้ความสนใจและเห็นคุณค่าต่อเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในวัฒนธรรมของเรา
การปฏิรูปการศึกษาของไทย ก็ไม่มีใครพูด หรือให้ความสนใจในเรื่องนี้ ไม่มีใครคิดจะเอาเรื่องเจริญสติมาใส่ในระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กและเยาวชนในทุกระดับชั้นได้ฝึก การศึกษาไทยจึงล้าสมัยไม่ทันประเทศอื่นไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งๆ ที่เด็กและเยาวชนของเราก็มีปัญหามาก และประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องการพัฒนาคนมาช้านาน
ต่างชาติอยู่ไกลมาเอาการเจริญสติมาใช้ประโยชน์ แต่คนไทยอยู่ใกล้กลับไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ กลับยังใช้วิธีเก่าที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งจะไม่มีใครใช้แล้ว
ประเทศไทยและการศึกษาไทย จึงอยู่ในสภาวะใกล้เกลือ แต่กลับกินด่างโดยแท้
ต่างชาติตื่นตัว ใช้ “การเจริญสติ” ปลูกฝังคุณธรรมในเด็ก