๑๙๒. สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน

เท่าที่พบในเวลาอันจำกัดที่เดินสำรวจกับนักเรียน..ก็มี ต้นแจง ต้นตาล ต้นสะเดา ต้นเหียง ต้นไผ่ มะขามป้อม ต้นประดู่ ต้นปีบ สมุนไพรที่พบมาก คือ ย่านาง กับโสมไทย และ ไข่เต่า นอกนั้นก็เป็นเถาวัลย์ และพงหญ้าปกคลุม หนาทึบ....แต่ไม่น่ากลัว

เมื่อหลายวันก่อน..เขตพื้นที่การศึกษาฯมีหนังสือสั่งการ เกี่ยวกับนโยบายให้มี สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน..ซึ่ง สพฐ. ได้สนองพระดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จึงได้ให้โรงเรียนสำรวจและเตรียมการฯ โดยที่ยังไม่ได้ระบุโครงการว่าจะให้ทำในลักษณะใด เป็นโรงเรียนนำร่อง หรือ เป็นโรงเรียนต้นแบบ หรือ ต้องดำเนินการทุกโรงเรียน...

ในเรื่องนี้..ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ เท่าที่ผมติดตาม พบว่า สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน ควรมีพื้นที่ในการดำเนินงาน อย่างน้อยก็หลายตารางวา..แต่ที่โรงเรียนของผมมีเป็น...ไร่

ที่สำคัญ...มีบางโรงเรียนที่สนใจอยากทำ แต่บอกว่า ไม่มีงบประมาณซื้อต้นไม้ ในการตกแต่งสวนให้สวยงาม แต่ที่โรงเรียนของผม ..มีพื้นที่มากพอ และในพื้นที่มีต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย รอแต่เวลาเข้าไปดูแลจัดระบบไม่ให้รกรุงรัง โดยที่อาจไม่ต้องใช้งบประมาณก็ได้ เพียงเชื้อเชิญผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา...เท่านั้น ก็น่าจะเพียงพอ

ผมเอง..ก่อนหน้านี้ ว่าจะลดโครงการพิเศษลงบ้าง เนื่องจากจำนวนครูลดน้อยถอยลง แต่พอมาศึกษาเรื่องนี้..ที่เป็นเรื่องต้นไม้ ที่ผมรักและสนใจ เป็นเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม...ทำให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาทันที..และเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่เฝ้าอนุรักษ์ให้มีอยู่คู่โรงเรียนมานานนับ ๑๐ ปี เห็นการเจริญเติบโตมาโดยตลอด ถ้าจะดำเนินการต่อ..ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร...

ก่อนอื่นขอเข้าไปในกูเกิล เพื่อศึกษาที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ว่ามีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร. ..ก็พบว่า.....

ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระดำริบางประการเกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ซึ่งมีใจความดังต่อไปนี้

“การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การให้วิธีสอน การอบรมและให้ความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสียเกิดอันตรายแก่ตนเอง ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว”

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระดำริฯ จึงได้ดำเนินงานจัดให้มีโครงการ “สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน” เพื่อเป็นสื่อในการสร้างจิตสำนึกด้านอนุรักษ์พันธุกรรมพืชโดยให้เยาวชนนั้นได้ใกล้ชิดกับพืชพรรณไม้ เห็นคุณค่าประโยชน์ ความสวยงาม อันจะก่อให้เกิดความคิดที่จะอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป....

ดังนั้นในวันนี้..ช่วงเช้า จึงพานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ที่อยู่ในความดูแลของผม เข้าไปในป่าข้างโรงเรียน เดินสำรวจพื้นที่และพันธุ์ไม้ นักเรียนสนุกสนาน ครูเองก็ตื่นเต้น ที่พบต้นไม้เจริญเติบโตเป็นเรื่องเป็นราว บางต้นที่ไม่รู้จัก ก็ถามนักเรียน ซึ่งนักเรียนก็ไม่รู้จักเหมือนกัน ก็เลยไปถามแม่ครัวของโรงเรียน......

เท่าที่พบในเวลาอันจำกัดที่เดินสำรวจกับนักเรียน..ก็มี ต้นแจง ต้นตาล ต้นสะเดา ต้นเหียง ต้นไผ่ มะขามป้อม ต้นประดู่ ต้นปีบ สมุนไพรที่พบมาก คือ ย่านาง กับโสมไทย และ ไข่เต่า นอกนั้นก็เป็นเถาวัลย์ และพงหญ้าปกคลุม หนาทึบ....แต่ไม่น่ากลัว

วางแผนไว้ว่า จะสำรวจอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้น..จะขอคำปรึกษา ผู้ปกครองที่เป็นภาคีเครือข่าย..วางแผนโครงการ ฯ เสร็จแล้ว ก็จะลงทะเบียนต้นไม้ ถ่ายภาพทุกต้น จัดทำแฟ้ม ระบุชื่อและสรรพคุณ ให้เป็นระบบ...คิดไว้ว่า...เรื่องนี้...ยังไงก็จะทำให้สำเร็จให้จงได้ ด้วย..หัวใจ..ด้วยความ..ใส่ใจเป็นพิเศษ แต่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ..โดยที่ไม่รอให้ต้นสังกัด..สั่งการ.

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙










บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

มาฝากเป็นความคิดไว้ว่า..ระเบียบระบบ..ไม่ใช่การเกิดของพฤกษา..ระเบียบระบบไม่ใช่การถางถากพื้นดิน..ให้..พฤกษา..อีกเช่นกัน

(เสียวใส้....กลัวจะมีแต่คนมาช่วยถาง..เพราะ..หาว่า..มันรก..และน่ากลัว"เป็นต้นว่า..มีสัตว์หลายประเภทเข้ามาสิงสู่..)

ชอบความคิดนี้ที่เขียนมาข้างบน..การทำบันทึก..พืชพันธุ์ไม้..อยากจะฝากมาอีกหนึ่ง..คือสังคมต้นไม้..มันอยู่โดดๆไม่ได้..มันอยู่กันแบบพึ่งพา..คือน้อยใหญ่ปะปนแลต่างชนิด..และนั่นคือธรรมชาติ..

อีกหนึ่งความคิด..อยากฝากให้เด็กเล่นสนุก..กินพืชผักผลไม้..เก็บเมล้ดไว้เพาะ..ต้นขึ้นเป็นทุน..สะสม...

คนเกิดคนเพาะต้นไม้ไว้รอปลูก..คนตายคน..ปลูกต้นไม้ที่เพาะไว้..และเพาะต้นไม้ให้แก่ผู้ตายเท่าอายุ..

ทำได้ทั้งประเทศไม่ต้องรอ..คำสั่ง..(คือทำเอง)....ลองคูณดู อนาคต..บ้านเราคงร่มเย็น..ไม่ต้องติดแอร์ให้สิ้นเปลืองอย่างทุกวันนี้..นะ

บุญรักษาเจ้าค่ะ..ไปเมืองไทย..คราวนี้..จะหาโอกาศไปเยี่ยม..อีก..เจ้าค่ะ..(ยายธี)