เมื่อวาน (เสาร์ที่ ๙ กรกฎา ๕๙ ) คุณมะเดื่อกับพ่อบ้าน ออกไปตามหา
" ผักกูด และ ผักหนาม" ที่ยังพอมีหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติบ้าง
เพื่อจะเอาไปเพาะขยายพันธุ์ไว้ ก่อนที่มันจะหายไปจากธรรมชาติ
ในท้องถิ่นนี้ เพราะ สารเคมีจากเกษตรกรรมยุคปัจจุบัน
แถว ๆ ริมคลองกุยบุรี บริเวณบ้านหนองมะซาง ยังเป็นที่รกด้วยต้นไม้และกอไผ่
แม้จะมีการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่นสับปะรดแล้ว แต่ก็ยังไปไม่ถึงบริเวณริมคลอง
คุณมะเดื่อได้อดีตผู้ใหญ้บ้านที่หนองมะซางเป็นมัคคุเทศก์พาไปค้นหาผักกูด
และผักหนาม ก็ได้ต้นพันธุ์มาตามความต้องการ
ผักหนามในธรรมชาติ....เป็นพืชน้ำที่ตลอดลำต้นมีหนามสั้น ๆ ใบคล้าย ๆ บอน
ใบอ่อน แกงส้มอร่อยมาก ๆ
ผักกูด.....ผักริมน้ำ เป็นพืชจำพวกเฟิร์น หาได้ตามริมน้ำริมลำธาร แต่ปัจจุบัน
เมื่อมีการใช้สารเคมีในการเกษตรเพิ่มขึ้น ก็เริ่มหายากในธรรมชาติ ปัจจุบันผักกูด
เป็นที่นิยมนำมาทำอาหารกันมากขึ้น ทำให้ผักกูดกลายเป็นผักในสวนที่เกษตรกร
นำมาปลูกเพื่อเก็บใบอ่อนขาย เป็นรายได้ที่งดงามแล้ว
ผักหนาม....ที่บ้านคุณมะเดื่อ เอาถุงพลาสติกรองพื้นยางรถยนต์เก่า ๆ
เอาดินเหนียว ดินร่วนใส่ลงไป แล้วเติมน้ำก่อนปลูก แถมด้วยผักบุ้งนา
ปลูกไว้เป็นเพื่อนด้วย .... ไม่รู้มันจะถูกใจบ้านใหม่เป็นพิเศษสุด
นี้ของมันหรือเปล่าเนาะ
ละหุ่งป่าแดง....ออกดอกออกเมล็ดแล้วจ้าา
ฟักทอง....ไม่เคยติดผลให้ได้ชื่นใจ แต่ยังดีที่ยังมี " ยอดอวบ ๆ " ให้ได้เก็บเอาไป
แกงส้มกินกับข้าวอุ่น ๆ บ้าง
ต้นหอม....ที่ขอหัวพันธุ์จากบ้านแม่ โตอยู่ใต้ใบฟักทอง
หน่อไม้.....เมื่อปีที่ผ่านมา ไม่มีหน่อให้ได้ตัดกินเลย แต่ปีนี้คงรู้ว่าจะมีฝน
เริ่มแทงหน่อขึ้นมาให้ได้ตัดเอาไปต้มจิ้มน้ำพริกแล้ว
มะเขือขื่น....หรือมะเขือป่า สำหรับแกงป่า รอดพ้นความตาย
มีลูกให้เก็บเอาไปแกงป่าสองสามครั้งแล้ว
สามสิบ....หรือ ชื่อในสมุนไพรไทยว่า " สาวร้อย...สามี (ผัว) " ที่แม่ให้ต้นพันธุ์
เอามาปลูก โตมากแล้ว แล้งหน้าคงมีผลเล็ก ๆ ให้เอาไปแกงแล้ว ตอนนี้แม่ให้
เมล็ดพันธุ์ของมันมาอีกถุงหนึ่ง จะเพาะเอาไว้ปลูกอีก หรือถ้าใครอยากจะขอ
เอาไปปลูกก็คงได้มีแบ่งปันกันจ้ะ
ฟักข้าว.....เมล็ดพันธุ์จาก น้องอักขณิศ หรือ น้องเพลิน แห่งสันกำแพง ที่ให้มา
เมื่อครั้งไปเยือนเมื่อปลายเดือนมีนา ที่ผ่านมา วันนี้เริ่มไต่ขึ้นกำแพงแล้ว หวังว่า
คงได้เห็นผลในไม่ช้านะจ๊ะ ขอบคุณน้องเพลินมาก ๆ ที่แบ่งปันให้กันจ้ะ
ผักปลังป่า.....ต้องเอามาปลูกไว้ เดี๋ยวนี้หายากอีกเช่นกันเพราะมีผักปลังใบโต ๆ
ที่เรียกว่า " ผักปลังจีน" เข้ามาแทนที่ตีตลาดไปแล้ว ใบของผักปลังป่าเอาไป
แกงส้มกินร้อน ๆ กับข้าวอุ่น ๆ หรอยจังฮู้...
ขจรหรือ สลิด.....ผักป่าที่เก็บดอกหอม ๆ เอามาแกงส้ม แกงจีด หรือ ผักลวกจิ้ม
ก็ต้องเอามาปลูกไว้ เพราะในธรรมชาติเกือบจะไม่มีแล้ว
ที่เห็นดอกขจรขายในตลาด เป็นพันธุ์ที่ดอกใหญ่ไม่ค่อยหอม
น่าจะเป็นพันธุ์ที่นำมาจากต่างเมือง เพื่อส่งเสริมให้ปลูก
ผักหวานป่า......จากการเอื้อเฟื้อของ " คุณน้อย น้ำพอง " โตช้าแต่ชัวร์จ้ะ
ผักหวานบ้าน........ได้เก็บยอดมากินตลอดจ้ะ
มีรวย....ก็คือ มะรุม......ออกฝักตลอดทั้งปี ปลูกง่ายโตเร็ว
ฝักดก เก็บกิน เก็บแจก.....ก็ยังไม่หมด เหลือฝักแก่เต็มต้น
ผักโขมจีน......รุ่นใหม่ หลังแล้งจ้ะ
ผักชีฝรั่ง กับ คึ่นไฉ่ ..... ซื้อจากตลาด ตัดใบใส่ตู้เย็นไว้ทำกับข้าว
เอาโคนมาจิ้มไว้ในกระทะ กะละมังรั่ว ๆ ที่แม่ให้มา แตกใบรอโตแล้วจ้าา
หลังเหลือผักข้างครัวอีกหลายรายการนะ เช่น มะอึก น้องใหม่ที่
นำเมล็ดพันธุ์มาจากบางสะพานน้อย ข้าวโพดสามสีที่กำลังแตกใบ
ยอ ต้นโต ๆ ที่มีใบให้ทำห่อหมกแล้ว อัญชันริมรั้ว ฯลฯ
แต่...บันทึกนี้ พอเท่านี้นะจ๊ะ แล้วพบกันบันทึกต่อไปจ้าา




เห็นภาพต้นไม้ต่างๆที่อาจารย์คุณมะเดื่อนำมาปลูกแล้ว สบายตาจังครับ โชคดี ที่ๆบ้านอาจารย์มีพื้นที่ปลูกได้เยอะแยะ
สวัสดียามดึกจ้ะอาจารย์วันปีย์
อันที่จริง บ้านคุณมะเดื่อ
ก็ไม่มีพื้นที่กว้างขวางอะไรนักหรอกจ้ะ แต่อาศัยปลูกทุก ๆ
ที่ที่มันว่างอ่ะนะ เวลาเดินจึงต้องระวังมาก ๆ
ปลูกเองก็จำไม่ได้ว่าปลูกอะไรไว้ตรงไหนบ้างอ่ะนะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ
ดีมากเลยครับพี่
ปลูกครั้งเดียวกินตลอดปี
555555
ชื่นชมครูนะครับ
หวัดดีน้องขจิต
หากฝนลงมาบ้าง
ก็คงมีให้เก็บกินตลอดปี แต่ถ้าฝนแล้ง ก็คง
ต้องทำใจ รดน้ำประทังชีวิตไว้รอฝน
เหมือนปีนี้แหละจ้ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ
สวัสดีจ้ะคุณแสง
ขอบคุณสำหรับ
กำลังใจจ้ะ ขอบคุณ ๆ ๆ ๆ
อาหารจากธรรมชาติ ที่อยู่กับเรามานาน