เป็นอีกครั้งที่วันพุธต้องมาสู้รบปบมือกับ ป.1 อันแสนแสบ

วันนี้เป็นเรื่องเล่าของประวัติของตนเอง ครูโต้งก็เล่าประวัติของครูโต้งนี่แหละ โดยจะไปเน้นตรงชีวิตของการเป็นนักศึกษาตลอดทั้ง 4 ปีที่ผ่านมาให้เด็ก ๆ ฟังว่าพบเจอเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ทั้งความเป็นอยู่ที่รอบตัวมีเเต่ป่า อยู่กับป่ามา 4 ปี ไม่มีเเสงสีอะไรให้พบเจอฟังเเต่เสียงหิ่งห้อยและจักจั่นทุกวัน เล่าถึงการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ เหตุการณ์น้ำไม่ไหลเป็นเวลา 1 เดือนบ้าง เหตุการณ์การขี่รถจักรยานขึ้นดอยบ้าง ปรากฏว่าเด็กก็ต้องใจฟังกันอบ่างมากกับ ป.1/1 ที่ต้องใจฟังกันทั้งห้อง ผิดกับ ป.1/2 ที่ไมค่อยตั้งใจฟังเลยเเม้ว่าครูจะเล่าเรื่องเดียวกันก็ตาม...สุดท้ายหมดแรงเหมือนเดิม.


"ทีพักเที่ยงกินข้าวนี่ รวมตัวสองห้องยิ้มแป้นกันทุกคน"


ทำให้รู้เลยจริง ๆ ว่าเเม้จะใช้วิธีการสอนเเบบเดียวกันแต่ผลที่ได้รับต่างกัน ด้วยบริบทของเด็กด้วยที่เเตกต่างกันที่ ป.1/1 เด็กจะดูเรียบร้อย และน่ารักกันทุกคนเลย ป.1/2 นี่จะซนหน่อย ไม่ค่อยฟังครูเลย เเต่ที่ตั้งใจฟังเเละทำงานส่งก็มีไม่น้อยหน้านะ ติดตรงที่ไม่ค่อยจะฟังครูนี่เเหละ เผลอเป็นเล่น อาจจะด้วยเป็นเด็กเล็กด้วยเเหละเเละมีจำนวน 40 คน แต่ก็ 40 คนเท่ากันทั้งสองห้องนี่น่า คงเป็นตรงที่ครูยังจำชื่อนักเรียนไม่ได้ทุกแหละ...หรือการสอนของเรามันไม่ดีกัน