๒๗. สามพี่น้อง..ข้าวหอม ..ข้าวโอ๊ต และ..ป้อนข้าว

ข้าวโอ๊ต..จะไม่ยอมนั่งเรียน ฟังครูได้ไม่นาน ไม่ยอมดูทีวี วิ่งเข้าวิ่งออกตลอดเวลา และรับอาสากวาดห้องทุกชั่วโมง ผมนั่งทำงาน ก็เดินเข้ามาจับแขนผม ชวนผมคุย และพอผมตีกลอง ให้จังหวะกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ข้าวโอ๊ตก็จะขอมีส่วนร่วมตีกลองด้วยทุกครั้ง..

ความศรัทธาของผู้ปกครองที่มีต่อโรงเรียน..ช่วยแก้ปัญหาผู้เรียนได้ ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารและครู ก็ต้องจริงใจที่จะร่วมด้วยช่วยกันรับฟังปัญหา สังเกตพฤติกรรมและเก็บข้อมูล เพื่อการแก้ปัญหาที่ถูกทาง การเรียนการสอน..จึงมีทางออกที่สวยงามและจะบรรลุเป้าหมายได้เสมอ..

ดังเช่น..เรื่องราวของ ข้าวหอม..ข้าวโอ๊ต และป้อนข้าว สามพี่น้องที่มาเข้าเรียนเมื่อปีที่แล้ว..สร้างความประหลาดใจไปทั่วทั้งชุมชน..เพราะเด็กทั้ง สามข้าว ที่กล่าวถึง เป็นลูกพ่อค้าหมูในตลาดที่รวยที่สุดของอำเภอ...สร้างกรณีตัวอย่าง..ทำให้ผู้ปกครองหลายราย..ย้ายลูกจากโรงเรียนใหญ่มาเข้าเรียนที่โรงเรียนขนาดเล็ก...

ปีที่ผ่านมา ข้าวหอม เด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารัก คล่องแคล่ว ปราดเปรียวเข้าเรียนอนุบาล ๑ พี่ชายชื่อข้าวโอ๊ต อยู่ชั้นอนุบาล ๒..ส่วนพี่สาวคนโต เรียนชั้น ป.๒ อ่านหนังสือคล่อง และลายมือสวย

ข้าวโอ๊ต..ตัวเล็กสุด และดูจะมีปัญหาที่สุด จะด้วยสาเหตุของการคลอดก่อนกำหนด หรือ สาเหตุอิ่นใด ที่ครูไม่อาจทราบได้ แต่ก็มองออกว่า ข้าวโอ๊ต..เป็นเด็กพิเศษแน่นอน เพราะความไม่พร้อมในทุกด้าน จึงมีวุฒิภาวะไม่สมวัย มองอย่างไรก็ไม่ใช่เด็กอนุบาล ๒

เมื่อคุณหมอยังไม่ได้วินิจฉัย คุณแม่..ก็อยากให้เรียนร่วมกับเด็กปกติ หน้าที่ของครู ก็ต้องดูแลให้ความรัก ความอบอุ่น และให้ความปลอดภัย อย่างที่สุด

ก่อนปิดภาคเรียน..พอคุณแม่ข้าวโอ๊ต..ทราบว่าลูกจะได้เลื่อนชั้นไปเรียน ป ๑ ได้มาหาผมแสดงความรู้สึกดีใจ..”ขอบคุณครูนะคะที่อดทน และเข้าใจ ข้าวโอ๊ตมาเรียนที่นี่ดีขึ้นมากเลยค่ะ อยากมาโรงเรียน ไม่ต้องบังคับเหมือนเมื่อก่อน..อยู่ ป.๑ แล้ว เรียนไม่ไหว ครูจะให้ซ้ำชั้นก็ไม่ว่าหรอกค่ะ..”

ผมไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากบอกว่า..” พอดีอายุเขาถึงเกณฑ์แล้วด้วย ผมจะดูพัฒนาการเขาว่าเป็นอย่างไร แล้วจะบอกแม่นะครับ..”

ปีการศึกษา ๒๕๕๙ เข้าสู่ สัปดาห์ที่ ๒ แล้ว ผมสังเกตพฤติกรรมข้าวโอ๊ต อย่างใกล้ชิด และ เรา สนิทสนมกันมาก เมื่อ ผมได้เข้าไปสอนแทนครู ป.๑

ข้าวโอ๊ต..จะไม่ยอมนั่งเรียน ฟังครูได้ไม่นาน ไม่ยอมดูทีวี วิ่งเข้าวิ่งออกตลอดเวลา และรับอาสากวาดห้องทุกชั่วโมง ผมนั่งทำงาน ก็เดินเข้ามาจับแขนผม ชวนผมคุย และพอผมตีกลอง ให้จังหวะกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ข้าวโอ๊ตก็จะขอมีส่วนร่วมตีกลองด้วยทุกครั้ง..

ครูประจำชั้น ป.๑ เล่าให้ฟังอยู่เสมอว่า..ข้าวโอ๊ต..ชวนเพื่อนคุยตลอด ให้เขียนอะไร ก็ไม่ยอมเขียนเลย..ผมก็บอกครูให้ปล่อยไปก่อน..ข้าวโอ๊ต..เรียกร้องความสนใจ มีความสุขกับการเล่นมากกว่าเรียน จึงปฏิเสธ และยิ่งถ้าเราบังคับ..ข้าวโอ๊ต..จะมีอาการต่อต้าน ด้วยการไปแอบในห้องพักครู ไปยืนอยู่ข้างๆ ตู้เย็น...

บางวัน..ก็ได้เห็น ข้าวหอม ผู้เป็นน้องสาว จูงมือพี่ข้าวโอ๊ต..มายืนหน้าห้อง ผอ. ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว

“ผอ.คะ ข้าวโอ๊ต เดินไปห้องอนุบาลอีกแล้วค่ะ” “ไม่เป็นไร..ข้าวโอ๊ต..คงคิดถึงข้าวหอมน่ะ”

และก็มีบางวันในช่วงบ่าย ที่ผมเห็นข้าวโอ๊ต เดินผ่านหน้าห้องผม หายไปพักใหญ่ ผมเดินออกมาดูตรงประตู ก็เห็น ป้อนข้าว พี่ที่อยู่ ป.๓ กำลังปลุกข้าวโอ๊ตที่กำลังหลับสนิท อยู่ที่โต๊ะหน้าห้อง

“ผอ.คะ ข้าวโอ๊ต มานอนหลับอีกแล้วค่ะ” “ไม่เป็นไร ปล่อยน้องเถอะ”

ผมเก็บข้อมูลของข้าวโอ๊ตไว้อย่างมากมาย..พร้อมที่จะช่วยผู้ปกครอง ช่วยครูประจำชั้น ป.๑ และขอการมีส่วนร่วมจากครูอนุบาล..วันนี้..ผมจึงเชิญ..ผู้ปกครองของข้าวโอ๊ตมาที่โรงเรียน

คุณแม่ข้าวโอ๊ต มาด้วยรอยยิ้ม พูดกันไม่กี่คำ ทุกอย่างก็ลงเอย..”ผอ.คะ หนูทราบเรื่องข้าวโอ๊ต จากข้าวหอม และป้อนข้าว ทุกวันอยู่แล้วค่ะ ผอ.ไม่ต้องกังวลนะคะ”

“ครับ ขอบคุณครับ..ผมอยากให้ข้าวโอ๊ต มีความสุขที่ได้มาโรงเรียน..ให้เขาพร้อมกว่านี้ แข็งแรงมากกว่านี้ เขาจะสนใจและเรียนรู้ได้..คงต้องให้เวลามากกว่าคนอื่นครับ สักวัน..เขาจะมีพัฒนาการ ช่วงนี้ คงต้องตอบสนองความสนใจของเขาก่อน เขารักกิจกรรมและบรรยากาศในห้องอนุบาล เขาชอบให้ครูอนุบาลสนใจและตามใจ เป็นเรื่องปกติครับ..ให้ไปอยู่กับน้องข้าวหอม เรียนรู้ด้วยกันสักพัก ปีหน้าก็ให้ขึ้นชั้นป.๑ ไปพร้อมๆกับน้องข้าวหอมนั่นแหละครับ...” “ขอบคุณนะคะ ผอ.”

ผมคิดในใจ...อยากให้คุณแม่ไปขอบคุณ ครูประจำชั้นอนุบาลด้วย..ผู้ซึ่งจุดประกายให้ข้าวโอ๊ต..ไม่ปฏิเสธโรงเรียน..ขนาดเล็ก

ผู้ปกครองกลับไปแล้ว..ผมกับข้าวโอ๊ต เดินจับมือกันมาที่อาคารอนุบาล..ผมชวนคุยและบอกว่า ข้าวโอ๊ตต้องไปเรียนกับน้องข้าวหอม..ข้าวโอ๊ตยิ้มอย่างมีความสุข..พอถึงห้องอนุบาล ข้าวโอ๊ต เข้าไปกอดครูอนุบาล เหมือนจากกันไปแสนนาน แล้ววิ่งไปเล่นกับน้องๆ คงลืมไปแล้วว่า..เดินมากับใคร...ข้าวโอ๊ต..กลับคืนโลกอันสดใส..และเดินจากไปแบบไม่ร่ำลาเลย.

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ด้วยรักและศรัทธา พัฒนางาน..ชีวิต เส้นทางผลสัมฤทธิ์ บันทึกไว้..ให้รื่นรมย์



ความเห็น (5)

เด็กเล็กไม่ปฏิเสธโรงเรียนนี่เป็นบุญของพ่อแม่นะคะ

เขียนเมื่อ 

สร้างศรัทธาให้เกิด

คือผู้บริหารที่ประเสริฐแล้วจ้ะ

มาให้กำลังใจจ้ะ


ผู้ปกครอง และนักเรียน ไม่ปฏิเสธโรงเรียน เป็นบูญของครูเหมือนกันครับ ท่านอาจารย์

จริงๆก็ทำงานในสภาวะปกติ ..ไม่ได้คิดสร้างอะไรหรอกครับ แค่ตั้งใจว่าขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในช่วงเวลาหนึ่งที่รับราชการน่ะครับพี่

เขียนเมื่อ 

อย่างน้อยข้าวโอ๊ตก็จะมีพัฒนาการไปตามที่เขาควรจะมีได้โดยไม่โดนกรอบสังคมไปทำให้เขาขาดความเชื่อมั่นในตัวเองนะคะ เป็นกุศลที่มีคุณครูที่เข้าใจนะคะนี่