วันที่หก เริ่มการสอน (23 พฤษภาคม 2559)

ธรรมดี
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สมาธิ...

"หลับตา...คิดว่ามีเเสงสว่างอยู่ข้างหน้าของเรา ให้นำเเสงสว่างมาที่บริเวณหน้าผาก ในศรีษะของเรา ให้ศรีษะของเราเต็มไปด้วยเเสงสว่าง เเสงสว่างอยู่ที่ไหนความมืดก็อยู่ไม่ได้ เราจะคิดเเต่สิ่งที่ดี ความคิดเต็มไปด้วยความรักความเมตตา......."

บทกล่าวที่ได้ฟังทุกเช้า...ก่อนเข้าเรียนที่มีเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ไปพร้อมกับการให้นักเรียนนั่งสมาธิ การนั่งสมาธิทุกเช้าก่อนเข้าเรียนของเด็กเป็นการฝึกสมาธิ ฝึกจิต ฝึกสติ ให้เเก่เด็กทำให้เด็กมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น ช่วยให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนในรายวิชาต่างๆ ช่วยให้เด็กที่มีสมาธิสั้นในการเรียนเริ่มเรียนรู้เเละพัฒนาตนเองให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติตน พูดในสิ่งที่ดี กระทำในสิ่งที่ดี

เอ๊ะ...! เด็กบางคนยังนั่งไม่นิ่งเลย


มารยาท...

มารยาทเป็นสิ่งควรปลูกฝังให้เเก่เด็กตั้งเเต่เด็กอย่างคำกล่าวที่ว่า "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้เเก่ดัดยาก" การให้เด็กรู้จักมารยาทในการเคารพ การไหว้ผู้ใหญ่หรือคนที่มีอายุมากกว่า จึงมี "กิจกรรมน้องไหว้พี่" ที่มีการให้น้องไหว้พี่ชั้นที่สูงกว่าทุกวันก่อนขึ้นชั้นเรียน และพี่ก็จะต้องรับไหว้น้องกลับเช่นกัน


สัปดาห์ที่สอง...เริ่มการสอนของครูฝึกสอนอย่างจริงจัง

จากที่สัปดาห์ที่เเล้วได้เรียนรู้การเเละเป็นผู้ช่วยครูสอนไปก่อน มาในสัปดาห์นี้เราได้สอนอย่างเต็มรูปแบบในฐานะของครูคนหนึ่งที่ให้การเรียนรู้แก่เด็ก เป็นอะไรที่เหนื่อยมากมาย เพราะต้องทั้งสอน ควบคุมชั้นเรียน บริหารจัดการเวลา อธิบายให้เด็กเข้าใจ ยิ่งเป็นเด็กเล็กยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะกว่าจะอธิบายให้เด็กเข้าใจ ให้เด็กเขียน บันทึกตามนั้นเป็นอะไรที่ยากสุด ๆ อย่างในคาบเรียนนี้ที่ให้เด็กบันทึกลักษณะของต้นถั่วเขียวที่ได้ทำการทดลองไปในครั้งที่เเล้ว(สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts/606... และ https://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts/606...)

ต้นถั่วโตสูงขึ้นมากเลยทีเดียว

ซึ่งจะต้องให้เด็กช่วยกันสังเกตลักษณะของต้นถั่วเขียวระหว่างกระถางที่รดน้ำและกระถางที่ไม่รดน้ำว่าเป็นอย่างไร พร้อมวัดความสูงของต้นถั่วเขียว โดยครูจะใช้คำถามปลายเปิดกระตุ้นให้เด็กช่วยกันบอกว่าลักษณะของต้นถั่วเขียวเป็นอย่างไร ให้เสนอมาหลากหลายความคิดเห็น เเล้วค่อยสรุปเป็นลักษณะของต้นถั่วเขียวร่วมกันของห้อง เเล้วครูจึงค่อยเขียนข้อสรุปนั้นบนกระดาน เนื่องด้วยเด็กในชั้น ป. 2 นี้ยังเด็กมาก ทักษะการเขียนยังไม่ค่อยมีมากนัก ครูจึงจำเป็นต้องเขียนเป็นเเบบอย่างให้นักเรียนดูและให้นักเรียนจดตาม แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่ครูเขียนก็มาจากสิ่งที่นักเรียนร่วมกันเสนอความคิดเห็นและสรุปร่วมกัน...บันทึกการทดลองว่ายากเเล้วสรุปผลการทดลองนั้นยากกว่า เพราะต้องรอนักเรียนทุกคนในห้องบันทึกผลการทดลองให้เสร็จก่อนจึงจะสามารถสรุปผลการทดลองได้ แล้วซึ่งในการสรุปผลการทดลองนั้นเปรียบเสมือนการสรุปองค์ความรู้ให้แก่เด็ก ดังนั้นในการสรุปผลการทดลองนั้นต้องให้ได้ใจความกระชับ เเละเข้าใจด้วย

เริ่มตรวจงาน...เมื่อสั่งงานเด็กสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การตรวจภาระงานเด็ก เป็นหน้าที่อีกอย่างหนึ่งของครู ที่ต้องดูว่าเด็กเขียนคำตอบได้ถูกต้องหรือไม่ สะกดผิดตรงไหนหรือไม่ เเละสิ่งที่จำเป็นต้องใช้อันดับเเรก คือ การออกแบบลายเซ็นต์ชื่อ เพราะครูต้องตรวจงานเเละลงลายมือชื่อพร้อมวันที่ทุกครั้ง เพื่อส่วนหนึ่งนำไปเป็นหลักฐานในการเรียนรู้ เด็กบางคนลายมืออ่านยากมาก บางคนเขียนเลยเส้นบรรทัดที่กำหนดให้ และอยากบอกว่าสอนห้อง ๆ หนึ่งนักเรียนไม่ใช่น้อย นักเรียน 35 คน ก็ต้องตรวจ 35 ครั้ง รู้สึกเหนื่อยนี่ขนาดเเค่วิชาเดียวนะเนี้ย


ในบางครั้งก็ท้อ...แต่ว่าคงหยุดอยู่ที่เดิมก็คงไม่ได้...คงต้องก้าวต่อไปเท่านั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนายพงศธร ธรรมดี (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ครูที่ตรวจงานด้วยความมุ่งมั่น
คือ ครูที่เป็นครูโดยแท้จริงครับ คุณครูโต้ง ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ....

Ongkuleemarn