วันที่ 5 มารไม่มีบารมีไม่เกิด (20 พฤษภาคม 2559)

ก่อนจะเป็นนักศึกษาฝึกสอนเคยคิดวางแผนช่วงการสอนการออกแบบกิจกรรมไว้อย่างสวยหรู เพราะได้เรียนรู้มาจากทฤษฎี

ทั้งการศึกษาจากกงานวิจัยจากการสอบถาม สัมภาษณ์ หรือแม้แต่การทำวิจัย และโดยเฉพาะเทคนิควิธีการจัดการชั้นเรียนจากอาจารย์

ที่มากด้วยความสามารถเรียกได้ว่าเป็นอาจารย์แนวหน้าเลยก็ว่าได้ แต่!!!!!!!!!! โลกความจริงกับตัวทฤษฏีฉันคิดว่ามันเหมือนเป็นเส้นขนาน

ฉันรู้ตัวว่าสอบตกการปฏิบัติวันนี้เป็นวันที่สอนแล้วอยากให้อาจารย์นิเทศมานั่งดู ฉันจะเล่าโลกของความจริงทุกอย่างให้อาจารย์ได้ฟังได้เห็น

ยอมรับว่าวันนี้ใช้อารมณ์ในการสอนเกือบจะควบคุมไม่ได้ อาจเป็นเพราะความโมโห ความหงุดหงิด เอาตัวเองเป็นที่ตั้งมากเกินไป

ไม่คำนึงถึงตัวเด็ก ไม่คำนึงถึงธรรมชาติของนักเรียน........ยังกำจัดอารมณ์และความคิดชั่ววูบไปไม่ได้ ขณะที่สอนก็ได้แต่คิดในใจว่า

ตอนเป็นเด็กฉันตั้งใจเรียน ฉันฟังที่ครูพูด ฉันไม่ได้ก้าวร้าว แต่ทำไม??????? สิ่งที่ฉันเคยทำ(กรรม)เหล่านี้มันไม่ได้ส่งผลกับฉันบ้าง

หรือว่ามันจะเป็นกรรมตอนมหาวิทยาลัยที่ชอบนั่งหลับขณะที่อาจารย์สอนประจำ!!

วันนี้เป็นวันจันทร์ในคาบเรียนคณิตศาสตร์การสอนในชั้นป4/2 ผ่านพ้นไปแต่ ก็ต้องมาหงุดหงิดกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

เด็กชายคนนี้เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษคือ จะไม่ชอบเรียนร่วมกับเพื่อน จะเรียนไม่รู้เรื่องเลย ขณะที่ฉันสอนเด็กก็จะอยู่เงียบ ๆ

วาดรูปเล่นแต่ไม่รบกวนเพื่อนเลย(อันนี้เป็นข้อดี) ฉันต้องสอนเด็กทั้งห้องมอบหมายภาระงานให้ แล้วมาสอนเด็กคนนี้แยกออกมา

เพราะเด็กคนนี้ต้องเรียนแยกไม่ชอบการกระตุ้นด้วยเสียง หรือการตะโกน หรือเสียงดัง เด็กจะตกใจ จึงต้องสอนแยกและอธิบาย

ทีละส่วนด้วยความใจเย็นแต่เนื่องด้วยเวลาที่แทบจะไม่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ฉันจึงต้องเร่งสอนแต่ปัญหาที่นำมาซึ่งความหงุดหงิด

คือ พอฉันถามเด็กจะไม่ค่อยตอบ แม้ฉันจะใช้น้ำเสียงที่นิ่งที่สุดก็ตามพอถามคำถามเด็กจะก้มหน้านิ่ง ๆ ตอบแบบเสียงเบามากต้องเอียงหูฟัง

แต่ละคำถามแต่ละการกระทำฉันต้องเอาใจเด็กคนนี้ต้องรู้ว่าเด็กชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องการให้ฉันทำอะไรเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

ตอนนั้นยอมรับว่าเหนื่อยจากเด็กกลุ่มใหญ่แล้วต้องมาเอาใจเด็กคนนี้เป็นพิเศษจึงทำให้ฉันเริ่มเหนื่อยและหงุดหงิดแต่ได้เพียงแค่เก็บอารมณ์เหล่านี้ไว้

ไม่ได้แสดงออกมาทั้งสีหน้าและท่าทางพอจบคาบก็มีครูท่านหนึ่งที่สอนต่อมาถามฉันว่า "หนูมีเทคนิคพิเศษในการสอนเด็กคนนี้อย่างไร

หนูเรียนมาก่อนหรือเปล่าหนูชอบสอนเด็กพิเศษหรือเปล่า" เพราะที่ผ่านมาเด็กผ่านแต่ละชั้นครูแต่ละวิชาไม่ค่อยได้สอนเด็กใกล้ชิดแบบนี้

และมักจะให้เป็นไปตามศักยภาพเด็ก เด็กจึงผ่านมาเรื่อยๆ ฉันเข้าใจในส่วนนี้เพราะครูแต่ละท่านต่างก็มีหน้าที่มากพอสมควร

ฉันจึงตอบครูท่านนั้นไปว่าไปว่า ฉันไม่ได้เรียนมาเฉพาะเจาะจงแต่เคยเรียนรู้ลักษณะเด็กมาบ้าง แต่ไม่ถึงกับลึก ที่สอนเฉพาะบุคคลแบบนี้

เพราะว่าอยากให้เด็กได้เรียนเต็มศักยภาพเพราะเด็กไม่ได้มีจุดอ่อนเลยเพียงแค่ต้องการความพิเศษในการสอนอยากให้เด็กได้รับความเท่าเทียม

กับเด็กคนอื่น ๆ ในห้อง คำถามเพียงไม่กี่คำถามของครูทำให้ฉันมองย้อนไปในอดีตของเด็กคนนี้ที่น่าเสียดายเวลาผ่านไป

แต่กำลังจะได้เริ่มในสิ่งที่ครูหลาย ๆท่านควรจะทำมาตั้งนานแล้ว ความหงุดหงิดยังมีไม่หมดเมื่อการสอนคณิตศาสตร์ในชั้นเรียนชั้นป.4/1

ฉันสอนต่อวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเพื่อนฝึกสอนคนนั้นก็บอกเป็นนัยๆว่า ชั้นนี้สุดยอดมากมันทำให้ฉันเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันสังเกตเห็นเพื่อน

สอนหน้าห้อองมีครูควบคุมอยู่หลังห้องยังเก็บเสียงเด็กไม่ได้เลยและมันก็เกิดขึ้นกับฉันเมื่อเด็กสมาธิสั้นมาก เด็กไม่นิ่ง อาจจะด้วยความหิว

หรือปัจจัยอื่นๆ ทำให้วันนี้ฉันต้องแปลงร่างเป็นนางมารฉันใช้วิธีการเงียบฟังเด็กพูด แล้วเด็กก็หยุดฟัง ฉันจึงทำการอบรมชุดใหญ่แล้วเด็ก

ต่างก็ทำหน้าตาเหมือนสำนึกผิด แต่ไม่จบแค่นั้นตอนให้ทำกิจกรรมก็ยังไม่ฟังยังใช้เสียงไม่ฟังเลยฉันจึงจัดการด้วยคำพูดที่ไม่ใช่คำด่าหรือคำรุนแรง

จนชั่วโมงนี้เกือบจะจัดกิจกรรมไม่จบตามขั้นตอนในแผน จน้ทายคาบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาบอกฉันว่า "หนูว่าครูน่าจะเป็นครูภาษาอังกฤษนะคะ

เพราะครูสำเนียงได้"ประโยคนี้ทำฉันงงๆ อยู่เหมือนกัน ฉันเริ่มคิดกับตัวเองว่าเราอาจจะไม่เหมาะกับเด็กในวัยนี้

เริ่มมีคำถามว่าเราเรียนทฤษฎีมาทำไมเรานำมาใช้แล้วไม่ได้ผลทำไมเราต้องหงุดหงิด(แต่ไม่ลงกับเด็ก) รู้อยู่แล้วว่าเป็นครูต้องใจเย็น

ต้องไม่ใช้อารมณ์ เด็กไม่ฟังต้องโทษครู เด็กไม่เข้าใจดูที่กระบวนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมให้สำเร็จตามขั้นตอนจะใช้กับเด็กกลุ่มนี้ได้อย่างไร

จะประสบผลสำเร็จหรือไม่ กิจกรรมควรเป็นลักษณะใดทุกวันนี้เหมือนกับการวิ่งแก้โจทย์ปัญหาให้กับการสอนของตัวเอง ต้องเรียนรู้เองเพราะไม่มีบอกใน

ตำราประสบการณ์เหล่านี้ไม่มีใครได้รับเหมือนเราเพราะฉะนั้นเราต้องฝึกแก้เอง ต้องค่อยๆปรับตัวไปเรื่อย ๆ

วันนี้รู้ซึ้งถึงคำว่าฝึกสอนเพราะได้ฝึกจริง ๆกว่าจะเป็นครูมืออาชีพนี่ยากเนาะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศศิธร ฟองจันทร์ (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น คุณครูเมย์ต้องย้อนกลับมาถามตัวเอง
ว่าเราได้ทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีหรือยัง และเราจะจัดการเรื่องราวเหล่านี้อย่างไร
ทฤษฏีดีแค่ไหน แต่ไม่มีประโยชน์อะไร หากการลงมือกระทำมันไม่ได้ผล

สู้ต่อไปครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

บันทึกนี้วันที่เท่าไหร่ครับ ?