วันที่ 5 ความรู้ใหม่ ๆ (23 พฤษภาคม 2559)

วันนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียนเพราะเพื่อนเป็นเวรประจำวัน วันนี้ถนนโล่งมาก อากาศเย็นสบาย เช้านี้มีนัดส่งแผนกับครูหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนหลังเข้าแถวเคารพธงชาติ เมื่อการประชุมเริ่มต้นขึ้นครูหัวหน้าฝ่ายวิชาการได้แนะนำโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน และได้เน้นย้ำการอธิบายเรื่องการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ รวมถึงการบันทึกการทำงาน(ภาระงานที่นอกเหนือจากงานสอนหรือจิตอาสานั่นเอง)ซึ่งนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูทุกคนหากว่างจากงานสอนแล้วสามารถไปช่วยเหลืองานของโรงเรียนได้ตามความสามารถและตามความสนใจของตนเอง หลังจากนั้นได้ชมรูปภาพจากการไปศึกษาดูงานของคณะครูโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ที่ประเทศจีน เป็นการศึกษาดูงานในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแบบ stem ซึ่งการเรียนการสอนแต่ละอย่างน่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้กับการจัดการเรียนการสอนได้ ครูบอกว่า"เราไม่ต้องรอให้พร้อมเหมือนเขาเราก็สามารถจัดการเรียนการสอนแบบนี้ได้ โดยครูต้องรุ้จักหาสิ่งที่มีอยู่มาปรับใช้ได้เลย" สำหรับฉัน ฉันคิดว่าการจัดการเรียนการสอนบางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับห้องเรียนที่มีนักเรียนมากถึง 40 กว่าคน ดังนั้น หัวใจของการจัดการเรียนการสอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับทฤษฎีการสอนหรือรูปแบบการสอนที่ดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนมากกว่า ครูต้องรู้จักเลือกเทคนิค วิธีการสอนที่เหมาะสมกับนักเรียนของตน และรู้จักนำสิ่งที่มีอยู่รอบมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน เรื่องสุดท้ายก่อนปิดการประชุมคือการถ่ายรูปนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูทุกคนเพื่อนำไปติดบอร์ด หลังจากนั้นก็นำโครงสร้างรายวิชา กำหนดการสอน ตารางสอน และแผนการจัดการเรียนรู้ ของแต่ละคนไปส่งที่ห้องครูหัวหน้าฝ่ายวิชาการ

หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลงแต่ละคนก็แยกย้ายกันกลับห้องเรียน ฉันขึ้นไปบนห้องและช่วยครูพี่เลี้ยงเก็บของ เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เวลา 10.45 น.ก็ถึงเวลาไปตักอาหารให้นักเรียนแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากฉันและเวรตักอาหารไปที่โรงอาหารและตักอาหารรอไว้ สักพักเรียนก็ทะยอยขึ้นมา วันนี้นักเรียนทานอาหารเสียงดัง ครูเวรห้องอาหารลงโทษให้นักเรียนชั้น ป.3 ทุกคนได้ทานอาหารช้ามาก ดูสีหน้านักเรียนแต่ละคนเริ่มหิว และเสียงเริ่มเบาลง ครูจึงอนุญาตให้รับประทานอาหารได้

ตอนบ่ายวันนี้จัดบอร์ดหน้าห้องเรียนทั้ง 2 บอร์ด ฉันและเพื่อนร่วมฝึกสอนด้วยกันก็ช่วยกันติดเนื้อหาและทำของตกแต่งบอร์ด วันนี้คงทำไม่เสร็จ ค่อย ๆ ทำวันละนิด ๆ เมื่อถึงคาบเรียนภาษาไทยมีนักเรียนคนหนึ่งเดินมาเอามือกำที่ศีรษะ ครูจ้องดูแล้วสังเกตเห็นว่ามีจุดสีดำ ซึ่งนักเรียนบอกว่ารู้สึกเจ็บ และพบว่ามีใส้ดินสอปักอยู่ที่หัวซึ่งไม่สามารถเอาออกได้จึงพานักเรียนไปที่ห้องพยาบาล วันนี้นักเรียนคัดลายมือเพื่อเลือกตัวแทนของห้องที่มีตัวหนังสือสวยที่สุดไปแข่งขันประกวดคัดลายมือ นักเรียนทุกคนก็ตั้งใจเขียนและตัวหนังสือแต่ละคนก็สวยมาก น่าชื่นชมจริง ๆ ค่ะ

หลังจากเลิกเรียนฉันนั่งรอเพื่อนที่บริเวณหน้าโรงเรียน สักพักมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งขึ้นบนฟุตบาท และล้มลงเสียงดั อุ๊บ!!! ดังมาก หลังจากนั้นก็ร้องไห้เสียงดังมากเหมือนกัน ฉันเดินเข้าไปหาเห็นนักเรียนเอามือจับที่ต้นขาข้างหนึ่ง ฉันบอกและช่วยดึงให้เขาลุกขึ้นมานั่ง และยังคงร้องไห้อยู่เหมือนเดิมฉันก็พยายามชวนคุยและสอบถาม เจ็บตรงไหน ไปห้องพยาบาลไหม แต่ก็บอกว่าไม่อยากไป ฉันถามจนนักเรียนเริ่มหยุดร้องไห้และมีครูท่านหนึ่งเดินผ่านมาพอดี ครูถามว่านักเรียนเจ็บตรงไหน ไปทำอะไรมา แล้วบอกว่าจะทายาหม่องให้ จากนั้นครูก็ทายาให้และนวดให้สักพัก พยายามชวนคุย จนนักเรียนเริ่มหายเจ็บและเดินไป พร้อมกับพูดว่า ขอบคุณครับ ครูบอกว่าอยู่กับเด็กเล็กจะต้องมียาหม่องติดตัวไว้ เพราะเด็กชอบล้มบ่อย ๆ ต่อไปหนูจะหายาหม่องมาพกติดตัวไว้นะคะ และนี่คือภาพบรรยากาศของโรงเรียนหลังเลิกเรียน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวจิราภรณ์ ยาวิชัย...(ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ยาหม่อง คือ ยาประจำโรงเรียน ;)...

ส่วนเรื่องของ STEM ก็เป็นแค่เทคนิค หรือ
กระบวนการของการสอนวิธีการหนึ่งเท่านั้น

เทคนิคการสอนไม่สำคัญมากไปกว่าจิตวิญญาณของความเป็นครูหรอก

บางโรงเรียน ไม่ต้องใช้เทคนิคนี้
เด็กอาจจะมีคุณภาพมากกว่าก็ได้

ใช่หรือไม่หนอ :)...

เขียนเมื่อ 

Ongkuleemarn

ขอบคุณค่ะ หนูจะพยายามหาเทคนิคใหม่ๆที่เหมาะสมกับนักเรียนของหนูนะคะ