วันที่ 2 วันที่ทุกอย่างเริ่มลงตัว...(17 พฤษภาคม 2559)

เป็นวันที่ชีวิตเริ่มเรียนรู้และพยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งรอบข้างได้

วันนี้ฉันเดินทางมาถึงโรงเรียนในเวลาปรกติ เช้านี้ไปทานข้าวต้มที่โรงเรียนถ้วยละ 5 บาท น่ากินมาก (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา เอาไว้โอกาสหน้านะคะ) วันนี้ขายขนมจีบด้วย มีผู้ปกครองและนักเรียนมารอต่อแถวซื้อขนมจีบกันเยอะเลย ได้ข่าวมาว่าขนมจีบอร่อยมาก เดี๋ยวคงต้องลองไปชิมดู

เช้านี้หลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จ ทั้งนักเรียนและครูต่างแยกย้ายกันขึ้นห้องเรียนเพื่อทำหน้าที่ของตนเอง ฉันขึ้นไปถึงห้องเรียน นักเรียนทุกคนก็ทักทายกันตามปรกติ เมื่อถึงเวลาเรียนวิชาภาษาไทยในคาบแรก นักเรียนก็นั่งรอครูมาสอนแต่ครูก็ยังไม่มา ครูประจำชั้นจึงให้ฉันช่วยคุมให้นักเรียนอ่านหนังสือภาษาไทยเรื่องอะไรก็ได้ ฉันเดินไปอยู่หน้าห้องหัวหน้าชั้นก็บอกให้นักเรียนทุกคนทำความเคารพ "สวัสดีครับ / ค่ะ คุณครู " ฉันได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าจะเคยได้ยินมาหลายครั้งแล้ว ชีวิตจริงเริ่มต้นสักทีสินะ ฉันบอกให้นักเรียนหยิบหนังสือขึ้นมา ก็มีทั้งนักเรียนที่สนใจและนักเรียนที่ยังเล่นกันอยู่ จากที่เงียบ ๆ เสียงก็เริ่มดังขึ้น ดังขึ้น จนดังกว่าเสียงของครู ฉันเริ่มเงียบและนักเรียนในชั้นเริ่มค่อย ๆ ลดเสียงลงและฟังสิ่งที่ฉันพูดอีกครั้ง ฉันให้นักเรียนอ่านหนังสือภาษาพาที บทอ่านเสริมบทแรก เรื่องมดแดง มดดำ เด็ก ๆ ส่วนใหญ่อ่านได้คล่องแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับนักเรียนและตัวฉันเป็นอย่างมาก เพราะในอนาคตจะได้สอนวิชารักการอ่าน ซึ่งหากนักเรียนอ่านไม่ได้ก็อาจจะเป็นอุปสรรค์สำหรับการจัดการเรียนการสอนได้ นักเรียนอ่านจบภายในเวลาอันรวดเร็ว เร็วกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ฉันจึงอยากทดสอบการอ่านของนักเรียนแต่ละคนโดยการสุ่มเลขที่ให้นักเรียนอ่านคำศัพท์พร้อมกับคำแปล ซึ่งจากที่ฟังมาทุกคนสามารถอ่านได้ จะมีนักเรียนส่วนน้อยที่ยังอ่านไม่คล่อง นักเรียนจะตื่นเต้นกับการสุ่มเลขที่มาก บางคนอยากให้ครูพูดเลขที่ของตัวเอง บางคนกลัวครูสุ่มถาม หากนักเรียนเริ่มเสียงดังขึ้นฉันจะสุ่มเลขที่เพื่อถามกลับไปว่า เพื่อนพูดคำศัพท์คำไหน หมายความว่าอย่างไร นักเรียนทุกคนเงียบและฟังเพื่อนพูดต่อไป หลังจากนั้นครูประจำวิชาได้ให้นักเรียนคัดคำศัพท์พร้อมความหมายลงในสมุด ซึ่งจากการเดินดูนักเรียนทำงานทำให้เห็นว่านักเรียนเกือบ 70% เขียนตัวหนังสือสวยและเป็นระเบียบมาก สุดยอดจริง ๆ นักเรียนห้องนี้ จากการสอนฉับพลันโดยไม่ได้เตรียมตัวในวันนี้ ฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเอง ทำให้ได้เรียนรู้ และรู้จักนักเรียนมากขึ้น ทั้งยังสามารถนำข้อมูลส่วนนี้ไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำแผนการสอนได้

หลังจากสอนวิชาแรกผ่านไป เสียงฉันเริ่มอ่อนลง และอาการเจ็บคอก็เริ่มต้นขึ้น ฉันจึงนั่งศึกษาเนื้อหาที่จะนำไปจัดทำแผนการสอนอยู่ที่โต๊ะครูด้านนอก หลังจากนั้นไม่นานก็มีเวรนักเรียนที่จะไปตักอาหารมายืนรอหน้าห้อง ฉันและเพื่อนคู่ฝึกสอนห้องเดียวกันก็เดินไปตักข้าวที่โรงอาหาร อาหารวันนี้ ได้แก่ แกงฮังเลและต้มจืด นักเรียนเดิมมาเติมอาหารกันเยอะเลย มีนักเรียนบางคนทาน 2 - 3 จาน เป็นการคาดคะเนได้ว่า อาหารวันนี้คงอร่อยมาก เมื่อนักเรียนทานข้าวและเช็ดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาทานอาหารของครูสายชั้น ป.3 ฉันนั่งทานอาหารกับเพื่อนในโครงการของเรา รุ่นพี่เอกเดียวกันที่เรียนจบไปแล้ว และมีเพื่อนนักศึกษาคนอื่นมาร่วมทานข้าวด้วย ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนใหม่มากขึ้น ทุกคนให้ความเป็นกันเองกันอย่างมาก ทำให้้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขกับการฝึกสอนที่นี่

เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จฉันไปนั่งดูครูพี่เลียงสอนคณิตศาสตร์ ในคาบเเรกของการเรียนก็จะมีการชี้แจงรายละเอียดการเก็บคะแนนในรายวิชานี้ และมีการเสริมแรงโดยการให้ดาวกับนักเรียนที่ตั้งใจเรียนและทำผลงานได้ดีในทุก ๆ ครั้งที่สอน ทำให้นักเรียนค่อนข้างตั้งใจทำงานและตั้งใจเรียนมากขึ้น จากนั้นมีการทบทวนเนื้อหาที่เคยเรียนมาและให้ทำแบบฝึกหัด

จากนั้นเป็นวิชาลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ในวันนี้ครูให้นักเรียนฝึกเล่นเกม SUDOKU สำหรับเด็กนักเรียนชั้น ป.3 ยังคงไม่เคยเล่นกัน จึงต้องเริ่มสอนจากสิ่งที่ง่าย ๆ ก่อน คือ ตารางแบบ 4x4 ซึ่งแน่นอนว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ ฉันและครูพี่เลี้้ยงต้องคอยดูแลนักเรียนแต่ละคนอย่างใกล้ชิด เพราะสำหรับฉัน คิดว่า การที่นักเรียนจะทำ SUDOKU ได้จะต้องผ่านการฝึกฝนมาค่อนข้างเยอะและอาจจะใช้เวลานานพอสมควร แต่เมื่อใดที่นักเรียนสามารถทำได้แล้วจะทำให้นักเรียนมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้กว้างขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักเรียนและอาจจะนำทักษะที่เกิดขึ้นไปใช้ในการเรียนวิชาอื่น ๆ ได้ ครูทำได้แค่ให้คำแนะนำและสร้างแรงบันดานใจให้นักเรียน อยากค้นหาคำตอบจากการทดลอง ถูก ผิด ด้วยตัวเอง

ในคาบนี้จะได้ยินเสียง ครูคะ ครูขา ครูครับ มาทางนี้หน่อยครับ ครูคะอย่างนี้ถูกไหมคะ เสียงแห่งความสงสัย เสียงแห่งความอยากรู้ คือสิ่งที่ทำให้ครูมีแรงผลักดันที่จะปั้นลูกศิษย์ตัวน้อยให้ประสบความสำเร็จได้ ฉันรู้สึกดีที่นักเรียนให้ความสนใจและอยากแก้ปัญหาให้ได้ด้วยตัวเอง ถึงวันนี้อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ฉันเชื่อว่านักเรียนห้องนี้สามารถทำได้ (การเรียนรู้เกิดจากการฝึกฝน ยังไม่ได้วันนี้ สักวันต้องทำได้ สู้ ๆ นะคะเด็ก ๆ ครูก็จะพยายามและตั้งใจทำให้ดีที่สุดเช่นกัน

ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีวันนี้ " ขอบคุณนักเรียนทุกคนที่ทำให้ครูอยากเป็นครูมากขึ้น

ขอบคุณโอกาสต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตและทำให้ฉันได้เรียนครู

ขอบคุณครู อาจารย์ทุกท่านที่อบรมสั่งสอน ให้ความรู้ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับบลูกศิษย์คนนี้

ขอบคุณพ่อ แม่ ผู้อยู่เบื้องหลังตลอดมา

ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่คอยช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างกันเสมอ "

.......ขอบคุณค่ะ.....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวจิราภรณ์ ยาวิชัย...(ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

คุณครูหนิง ... ต้องหาวิธีรักษาและถนอมเสียงให้ดีกว่านี้นะ
ไม่งั้นหมดแน่เสียง ;)...

เล่นอย่างไรเหรอค่ะ SUDOKU

เขียนเมื่อ 

Ongkuleemarn

ขอบคุณค่ะ กำลังพยายามหาวิธีอยู่ค่ะ

เขียนเมื่อ 

จันทวรรณ

เป็นเกมเติมตัวเลขไม่ให้ซ้ำกันในแต่ละแถวค่ะ

CR.http://bit.ly/27yPnHj

ขอบใจจ้า เดี๋ยวเอาไปเล่นกับลูก