วันแรกของการไปโรงเรียน แบกทั้งความตื่นเต้นและกดดันไปด้วย
ระหว่างทางที่ขับมอเตอร์ไซค์ที่ชื่อบานเย็นไปโรงเรียน ร่างกายก็หลั่งทั้งสารสุขและสารเครียด
พร้อมกับคำสั่งที่ดังอยู่ในหัวว่า ลุยแหลกทุกสถานการณ์ (ยิ่งกว่าไปออกรบ)
พอเอาบานเย็นไปจอดไว้ที่โรงรถและเดินออกมา ก็ต้องพบกับภารโรงเเละแม่บ้านจำนวนมาก
ทั้งหมดทั้งมวลแต่งตัวสุภาพและน่านับถือมาก ฉันยกมือไหว้ตั้งแต่ประตูรั้วโรงเรียนจนถึงม้าหินอ่อนที่ไปนั่งรอครูวิชาการ
รวม ๆ ก็ประมาณ เกือบ 10 กว่าคนเห็นจะได้
นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทองที่ฉันปองมาสู่ ... (เพลงนี้ลอยเข้าหัว)
อาคารหลังนี้เป็นอาคารประจำการที่เราจะได้ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งงานสอน งานโรงเรียน 3 ฝ่าย คือ งานธุรการ งานวิชาการ และงานกิจการนักเรียน
เวลานัด 8 โมงเช้าพอดี ครูวิชาการเดินเข้ามาทักทายและพูดเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับโรงเรียน นักเรียน และการจัดการเรียนรู้ วัฒนธรรมองค์กรของที่นี้ จะมีลักษณะ เป็นครอบครัว ผู้เยาวว์เคารพผู้อาวุโส ไม่ยึดตำแหน่งและหน้าที่
จากนั้นก็ได้รับวิชาที่ตนเองต้องรับผิดชอบ และวิชาที่จะต้องสอนก็คือ.......
เมื่อได้งานสอนก็ต้องได้งานเสริม ที่เพิ่มเติมคือก่อนเปิดเทอม โรงเรียนจะมีค่ายภาษาอังกฤษ ในรูปแบบของ STEM
ได้รับมอบหมายให้ไปประจำฐานที่ 1 กับ Teacher Chis ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจ ที่จะได้ร่วมงานกับคนต่างชาติ
แต่เรื่องไม่จบเเค่นั้น เช้าวันนี้ต้องเข้าประชุมกับ Teacher 4 คน เกี่ยวกับการจัดค่าย ก่อนประชุมก็มีการทักทายกันเล็กน้อย ฉันได้คู่กับ Teacher Chis พูดไทยได้บ้างเล็กน้อย ดูเป็นมิตรมาก ๆ เขามาจากประเทศอังกฤษ สำเนียงจึงฟังค่อนข้างยาก
หลังจากการประชุมที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก็ได้รับมอบหมายให้มาคิดกิจกรรมนันทนาการสำหรับเข้าค่ายในวันดังกล่าว
ทั้งวันของวันแรกที่โรงเรียนก็ยังไม่ได้ทำอะไรมากนัก นอกจากสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครู พบว่า ทั้งครูไทยและครูต่างประเทศในโรงเรียนจะทำงานด้วยความรวดเร็ว การประชุมเน้นจุดที่สำคัญ ไม่เน้นรายละเอียด เปิดโอกาสให้ได้คิดอย่างเต็มที่
การจัดกิจกรรมในการเข้าค่าย ไม่เน้นกิจกรรมที่ต้องเป้นลายลักษณ์อักษร แต่จะลงมือปฏิบัติไปเลยตามที่ตนได้วางเเผนไว้
การมาอยู่ในองค์กรการทำงานที่แตกต่าง ทำให้เรารู้จักปรับทั้งตัวและกระบวนการคิด
ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนเดิม ถือว่าการฝึกสอนครั้งนี้ เป็นปราการด่านแรก ที่จะทำให้เราแกร่ง ทั้งในการสอน การทำงาน และการใช้ชีวิตในองค์กรที่แตกต่าง ตอนนี้ถือว่าได้เหยียบลงมาในเรือลำนี้เเล้ว ก็จะพยายามพายมันไปให้สุดขอบฟ้า มันจะตกทะเลหรือเป็นยังไงก็ช่าง แต่จะขอทำสุดกำลังกาย กำลังใจ ให้สมกับที่ได้ใช้สถานะว่า "นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู"



ทำสายตาให้เป็นสับปะรดเข้าไว้ครับ
เพื่อจะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวได้เร็วขึ้น
เพราะยังต้องงานที่ต้องทำอีกมากมาย
ภายในภาคเรียนเดียว
สู้ สู้ ครับ ;)...
ป.ล. คนแรกของรุ่นที่เป็นผู้บันทึกวันที่ ๑ ;)...
ขอให้สนุกกับการฝึกสอนนะคะ ^_^
เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะครับ
บันทึกนี้จะช่วยให้ความรู้สึกของวันนี้แจ่มชัดได้อีกนานทีเดียวค่ะ ไม่ว่าหนูจะทำอะไรก็ตามในอีกยี่สิบปีข้างหน้า กลับมาอ่านอีกครั้งจะดีใจที่ได้เขียนเอาไว้ค่ะ