คำขอโทษคือการให้ความสำคัญในความสัมพันธ์มากกว่าความยึดติดอายัตนะ หลงยึดความรู้ความคิดตนเป็นหลักใหญ่นั่นเอง


​คำขอโทษคือการให้ความสำคัญในความสัมพันธ์มากกว่าความยึดติดอายัตนะ

คำขอโทษคือการให้ความสำคัญในความสัมพันธ์มากกว่าความยึดติดอายัตนะ หรือหลงยึดความรู้ความคิดตนเป็นหลักใหญ่ ซึ่งก็เป็นความรู้ไม่ถ่องแท้ และเอาอารมณ์ของอัตตาเชื่อในสิ่งที่ได้รู้มา ไม่เปิดรับฟังความเห็นใหม่ หรือขัดแย้งแล้วไม่พอใจนั่นเอง

ขอโทษ ขออภัย คือ การลดอัตตา จะลดได้ต้องเปิดใจ ทำใจกลางๆ

ใช้เทคนิคการฟัง แบบฟังจับใจความ เห็นแย้งแล้วเก็บไว้ในใจ

อย่าให้ความคิดแรก ที่ขัด ที่แย้ง กับความรู้ที่เรามี มาทำให้ เกิดการต่อต้าน

ให้รับฟังไปเรื่อยๆใช้เวลาทำความเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

อิทิปปัจยตา พิจารณาวิธีคิด พิจารณาความเป็นไปได้ เชื่อในความคิด

เคารพความคิดว่าเป็นขุมทัพย์ ชี้ช่องให้เรารู้จุดบอด

พิจารณายากสุดเมื่อเรามียศ มีตำแหน่ง ต้องระวัง การเป็นน้ำเต็มแก้ว

ถือว่าตัวรู้ถูกเสมอ ซึ่งความรู้ทางโลก เป็นเดรัจฉานวิชชา พอเวลาเปลื่อน เทคนิคเปลี่ยน

ก็ล้าสมัย ฉนั้นต้องเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่มีวันสิ้นสุด จึงจะใช้ชีวิตทางโลกได้อย่าง

รู้เท่าทันเหตุ จึงจะสามารถบริการจัดการได้มีประสิทธิภาพ......โสตถิทัศน์ฯ 2559

......
“เจ้าฟังไว้นะ การที่เจ้าตอกตะปูลงไปมันหมายถึงเวลา
ที่เจ้าบันดาลโทสะกับคนอื่น เจ้าอาจจะทำร้ายทั้งร่างกาย
และจิตใจของคนอื่น จนเป็นร่องรอยเหมือนกับรอยตะปู
ถึงแม้เจ้าจะถอนตะปูออกไปเหมือนกับการที่เจ้าไปขอโทษเขา
รอยตะปูนั้นมันก็ยังอยู่ยากที่จะทำให้มันหายไป
ใจคนก็เช่นกันเจ้าทำร้ายจิตใจเขาไปแล้ว
ถึงแม้จะไปขอโทษแต่ความเจ็บปวดนั้น
ก็ยังติดอยู่ในใจเขาไปอีกนาน”
.......
@อยากจะโกรธโมโหใครที่ไหนเล่า เหตุเพราะเราไม่มั่นใจสิ่งใดว่า
พอนึกได้ขอโทษทีมีจรรยา แหมมันน่าโกรธนี่นาคิดในใจ....
@ทำถมึงมรึงกรูนี่น่าขัน เอาตัวเองตั้งมั่นใช้ไม่ได้
ก็มันน่าทำดีกว่านี้คิดในใจ...... มองดูใครหันมามองส่องดูตัว
@จะให้งานเต็มนี่ดีแต่งาน แต่ร้าวรานประสานจิตคิดดีไม่
ก็คงต้องร้าวรานรอนอยู่ในใจ ดีไม่ดีไม่เป็นไรให้ว่ามา......
@คงต้องเพลาเบาสติที่คิดไว้ เบาให้ใจสบายขึ้นแล้วจึ่งถาม
อันว่างานมีอะไรขัดข้องความ ค่อยค่อยถามหาวิธีดีให้เป็น.....
@โสตถิทัศน์... ๒๕๕๘....
.......................................

@ สิ่งระลึกนึกถึงอยู่ตรงหน้า ใช่จะซื้อจะหามาเก็บไว้
แต่เป็นของฝากจากใจ ผู้ที่ให้คิดฝากจากทรวง
ใจคิดใจถึงซึ๊งแล้ว ใครเห็นไม่แคล้วถามไถ่
ถามว่าเจ้าทำสิ่งใด จึ่งได้สิ่งนั้นมาครอง

@ เราบอกเราทำสิ่งดี น้ำจิตไมตรีมาก่อน
ไม่หวังสิ่งใดมาครอง แต่จะมองที่คุณค่าประทับใจ
เจ้าทำสิ่งใดวานบอก เราบอกเรานี้มีแต่ให้
ให้ความสุขให้ความรักความห่วงใย เยื่อใยเกิดได้ผูกสัมพันธ์

@ความจริงโลกนี้มีตั้งแยะ จะหาสิ่งอะไรได้เหมือนฝัน
สิ่งใดเล่าจะมั่นคงความสัมพันธ์ ที่เรานั้นล้วนต่างให้....ด้วยใจจิตที่คิดดี.....
.......
.....ความสำคัญของขวัญไม่ใช่มูลค่า....

แต่เป็น"คุณค่าทางใจ"ที่ผู้มอบให้..ปรารถนาที่จะส่งความสุข...

ส.ค.ส. ก็คือ ส่งความสุข...เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ระลึกคิดถึงกัน......

สำคัญตรงความสุขที่เกิดจากการให้...เริ่มตั้งแต่คิดถึง คิดที่จะให้อะไรดี

วิธีการได้มา ความใส่ใจลงไปในขั้นตอนการปรุงแต่ง

ความยากหรือกลเม็ดเคล็ดลับในการประดิษฐ์ประดอยด้วยความเพลิดเพลินใจ

ความพิถีพิถันในการpackaging ความเพลิดเพลินจากการเลือกกระดาษสีสรร แนวๆแบบไหน

การทำโบว์เองหรือเลือกแบบโบว์มาผูก ตกแต่งสร้างความประทับใจแรกพบด้วยการตกแต่ง

ด้วยอยากให้เซอร์ไพร ประทับใจแรกพบ....

วิธีคิดตลอดจนการกระทำ ตั้งแต่คิดจะให้จนมอบให้กับมือ....แบบนี้แหละคือความสุขจากการให้ ...

การให้เป็นตัวแทนความคิดถึง....

ซึ่งผมก็คิดถึงพี่ๆน้องๆเพื่อนๆคนที่เรารักอยู่ทุกๆลมหายใจเพื่อ เพิ่มSpeed หัวใจ

Powerกำลังใจมาเรย....การให้เป็นความสุขจริงไรจริง...

ตอบโจทย์..."ความรักคือการให้"...ซึ่งได้ ซตพ.ความแจ้งแล้ว.....

โสตถิทัศน์..2558.....

หมายเลขบันทึก: 605558เขียนเมื่อ 28 เมษายน 2016 00:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 เมษายน 2016 00:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี