ในระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2559 จะเป็นช่วงที่ 4 ของหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 12 (ปี 2559) หรือ EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2016

แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 12 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ

จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 8 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม

"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา

สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 12 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ

ติดตามและส่งความคิดเห็นได้ที่ Blog นี้ครับ


โครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า รุ่นที่ 12

EGAT Assistant Director Development Program (EADP 12)

กิจกรรม CSR : เยี่ยมชุมชนเข้มแข็ง

ศึกษาดูงาน “กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนฯ ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน

วันที่ 26 เมษายน 2559

กล่าวต้อนรับ

โดยท่านปลัดอาวุโส นายวิจารณ์ จุณฑวิจิตร

ทางอำเภอบ้านตาขุนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคณะผู้บริหารจากกฟผ. บ้านตาขุนมีทั้งทรัพยากรมนุษย์ และทรัพยากรธรรมชาติ จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีส่วนหนึ่งที่ลงชุมชน และอีกส่วนหนึ่งทำ CSR ด้วย

ขอแนะนำพื้นที่บ้านตาขุน ตอนแรกนายอำเภอสมปราชญ์จะมากล่าวต้อนรับ แต่เกิดเหตุมีเรือชาวประมงชนกับเรือนักท่องเที่ยว มีผู้สูญหายไป และมีนักประดาน้ำสูญหายไปด้วย จึงมอบหมายให้ปลัดอาวุโสมาแทน

บ้านตาขุน อยู่ที่นี่เสมือนเป็นพี่น้องกับทางเขื่อนรัชชประภา ได้รับการอนุเคราะห์เป็นอย่างดีในด้านต่าง ๆ

ในพื้นที่ที่น่าสนใจมีเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแอ่งเก็บน้ำ มีสะพานแขวนรูปหัวใจ มีชุมชนที่เข้มแข็งเช่น ชุมชนเขาพัง ชุมชนทุเรียน และบ้านสมุนไพรต่าง ๆ มีกลุ่มผลิตขมิ้นที่เขาวง ที่เหมือนเป็นขมิ้นที่ดีที่สุดในโลก

รู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับผู้เข้ามาศึกษาดูงานทุกท่าน ทั้งจาก กฟผ. และ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และทีมงานทุกท่าน

การเสวนา หัวข้อ บทบาทของ กฟผ.กับการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภาและเสียงสะท้อนจากชุมชนเพื่อการพัฒนา

โดย นายดิลก ธโนศวรรย์

นางกัญจนา สมชาติ

รองผอ. พิมศรัณย์ นาคพังกาญนา

คุณมาลี ชูศรี ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลบ้านเชียวหลาน

นายธีรศักดิ์ สอนมี

ดำเนินการอภิปรายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และคุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ขอบคุณท่านปลัดอำเภอที่เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับ และท่านผู้อำนวยการเขื่อน และท่านที่อยู่โรงเรียน และฝ่ายการแพทย์ที่มาต้อนรับในวันนี้

กฟผ. มีภารกิจที่จะทำให้การไฟฟ้าอยู่ในความสนใจ และความยั่งยืนของประเทศ ตอนแรกจะไปที่กระบี่เพื่อเรียนรู้ว่าถ้าจะสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ต้องมีปัญหาอะไรบ้าง

เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนที่สวยงาม และชุมชนรอบเขื่อนเช่นโรงเรียน หรือการแพทย์ได้รับประโยชน์ สิ่งที่อยากให้ศึกษาคือบทเรียนในวันนี้จะนำไปสู่การเอาชนะอุปสรรคในอนาคตได้อย่างไร อยากให้ลองนำไปคิดดูต่อไป เป็นการรวมพลังเพื่อบริหารจัดการในชุมชนให้ดีขึ้น อยากมีตัวอย่างที่สำเร็จเรื่องสองเรื่องเพื่อเอาชนะชุมชนได้ อยากให้ผู้อบรมทุกท่านถามคำถามและเรียนรู้ร่วมกัน

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

บทบาทของเขื่อนรัชประภาที่มีการเกี่ยวข้องกับกฟผ.คือเรื่องพลังงาน ในอีกกรณีคือเขื่อนได้ทำการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อน จึงขอเชิญผอ.เขื่อนเล่าให้รับทราบกิจกรรมเขื่อน

ผอ.ดิลก ธโนศวรรย์ ผอ.เขื่อนรัชชประภา

เรื่องกิจกรรม สมัยผอ.เขื่อนคุณวีรวัฒน์ ชลายล แต่ก่อนมีเป้าหมายหลักคือผลิตไฟฟ้าให้ดี มั่นคง และเพียงพอ แต่ต่อมา ผอ. มีแนวคิดที่จะดูแลชุมชนรอบเขื่อน เช่นโรงเรียนต่าง ๆ รอบเขื่อน ให้แต่ละแผนกลงไปดูโรงเรียนรอบเขื่อน ไม่มีงบประมาณ แต่ได้มีการจัดหางบประมาณกันเอง

แนวคิดหลัก ส่วนใหญ่เขื่อนอยู่ในป่า มีชุมชนกระจายโดยรอบ ถ้าชุมชนมีความคิดดี จะทำให้ชุมชนมีความสุข มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความสุข

ต่อมาผู้อำนวยการฯ ขึ้นไปเป็นผู้ว่าการฯวีรวัฒน์ ได้นำแนวทาง CSR มาใช้ สมัยก่อนไม่ได้มีการพูดถึงมากนัก มีที่พูดถึงในปัจจุบันมากกว่า

กรอบแนวคิดของ ผอ.ดิลก ได้กล่าวถึงประเด็นที่เป็นปัญหาของ CSR คืองบประมาณ และคนที่เข้าไปดูในพื้นที่ไม่มี จึงได้เสนอแนวคิด Color Zone พื้นที่สี มอบหมายให้หัวหน้ากองดูแลพื้นที่แต่ละพื้นที่ มีการไปดูแลและพูดคุยกับชาวบ้านได้ ปัจจุบัน เขื่อนรัชชประภาจะพบว่ามีคนที่ทำงานในพื้นที่หลายปีแล้ว คนที่ลงพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นจิตอาสาที่ทำงานมานานแล้ว และแทบไม่ต้องถามเลยว่าพื้นที่ต้องการอะไร มีการแบ่งงบประมาณให้กองไปดูแล และให้กองไปหารายได้เพิ่มบ้าง

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องดีมากกว่าให้ประชาสัมพันธ์รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวเหมือนก่อน

มีงานและกลุ่มงานดูแล มีโครงการส่วนปกติที่ต่อยอดไปได้ไกล ในส่วนการสนับสนุนชุมชน ส่วนราชการ กิจกรรมทั้งหลายชุมชนไม่ได้เข้าใครโดยตรง สงกรานต์จัดเอง และเห็นว่าทางอำเภอและเทศบาลตาขุนมีการจัดเทศกาลสงกรานต์ผู้สูงอายุ จึงได้มาเริ่มตรงนี้ มีการร่วมกันทำ มีการช่วยเหลือกัน มีผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่มาร่วมกัน มีชมรมผู้สูงอายุ มีหมู่บ้านอพยพที่บ้านเชี่ยวหลาน มีการสนับสนุนให้ทำสมุนไพร

กิจกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการให้ชุมชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี แล้วเราก็จะมีความสุขด้วย

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

CSR เสมือนเป็นภารกิจพิเศษตอนที่เริ่มสร้างเขื่อนใหม่ ๆ จากแนวคิดผอ.คนเดิม ที่ส่งผลไปถึงการเป็นผู้ว่าฯ

มีการเริ่มต้น ส่งต่อ และสานต่อ แต่จุดประสงค์เพื่อชุมชนอยู่ดี มีสุข

อาจารย์กัญจนา สมชาติ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านตาขุนวิทยา

ในส่วนตัวทำงานเป็นครูมา 20 ปี บรรจุเป็นครูที่โรงเรียนรัชชประภา เป็นอำเภอเล็ก ๆ ทำงานแบบภาคีเครือข่าย ทำงานร่วมกันตลอด ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ มีกิจกรรมมาแลกเปลี่ยนกัน ในฐานะครูผู้สอน ที่เคยทำงานทัวร์มาก่อน ได้มองเห็นว่าเขื่อนรัชชประภามีทรัพยากรที่น่าสนใจมาก มีไกด์จากภูเก็ตที่มาท่องจำ โดยไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงมีแนวคิดจัดอบรมหลักสูตรคนในท้องถิ่น เป็นหลักสูตรส่งเสริมการท่องเที่ยว ชีววิถี และพลังงาน กฟผ. ได้เปิดโอกาสให้คิดและสานต่อ

เขื่อนรัชชประภาอุดมด้วยแหล่งทรัพยากรมนุษย์ ต้องการให้ชุมชนรักที่นี่ สิ่งที่ต้องการปลูกฝังคือต้องปลูกฝังตั้งแต่นักเรียน ทัศนคติในรุ่นใหม่จะมองเป็นภาพบวกหมด ในส่วนตัวมีการเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยว ม. 5 มีผอ.สนับสนุนให้ใช้องค์ความรู้ที่เขื่อนมีการส่งเจ้าหน้าที่มาสอนแทนกันได้ เขื่อนมีน้ำใจชุมชน และชุมชนก็มีน้ำใจกับเขื่อน

มีการทำสัมภาษณ์ว่าแหล่งท่องเที่ยวที่ชุมชนรู้จัก มีการพูดคุยกับเขื่อนว่าถ้าจะไปห้องพักทางไหน ไปกุ้ยหลินเมืองไทยทางไหน มีการนำบทมาแปรเป็นภาษาอังกฤษ มีการจัดทำสื่อการสอนเป็นหนังสือ 200 เล่มคู่กับซีดี ที่ทางเขื่อนให้การสนับสนุน กลายเป็นหลักสูตรท้องถิ่นเขื่อนรัชชประภาปรากฎในโรงเรียนบ้านตาขุนวิทยา และจากทำผลงานทำให้ได้เป็นครูชำนาญการพิเศษ

เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ท่านนายอำเภอคนเก่าเป็นตำแหน่งรองประธานกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ฝากอะไรไว้กับชุมชนที่นี่ มีการใช้เส้นทางน้ำที่ผลิตกระแสไฟฟ้า นักเรียนที่มีเส้นทางน้ำไหล รวมเป็นสามโรงเรียนที่ผู้บริหารให้การสนับสนุนงบประมาณ 500,000 บาท นักเรียนได้รับเอกสารและอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ นักเรียนมีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์ฝรั่ง ทุกคนเข้าร่วมโครงการอย่างมีความสุข ผลผลิตได้จากความมีน้ำใจ กฟผ.ส่งให้ชุมชนทำให้เกิดความยั่งยืนได้

มีความเห็นใจท่านสุชลมากเนื่องจากได้สนับสนุนด้านการศึกษาที่เห็นผลช้า แต่จะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป
โครงการ Move world together จัดด้วยกันตลอด มีความภูมิใจในส่วนนี้ เป็นผลผลิตที่ทำ

ความงอกงามที่จะเจริญเติบโตจะกลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าในสังคม

นักเรียนจากโครงการฯ

จากการที่ได้เข้าร่วมโครงการอาเซียนของอาจารย์กัญจนา ได้ความรู้ ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมประสบการณ์ให้กล้าแสดงออก มีความมั่นใจ และได้ต้อนรับคณะผู้บริหารที่มาอีกหลายคนจากทั่วประเทศ ขอบคุณกฟผ. ให้ทุนการเรียนฟรี และอุปกรณ์ฟรี

รองผอ. พิมศรัณย์ นาคพังกาญนา

ให้นักเรียนเข้าร่วมทุกกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนใฝ่เรียนรู้ คิดว่าสถานศึกษาที่อื่นไม่ได้มีโอกาสเท่าที่นี่เพราะเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่า คิดว่าเป็นสิ่งที่เลอค่าที่สุดแล้ว

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

กล่าวถึงการอยู่ร่วมกับชุมชนเป็นชุมชนที่ต้องมีการอพยพเข้า แต่ในความเป็นจริงเริ่มดีขึ้น มีการรวมตัวกันเอง ใครทำงาน CSR กับชุมชนจะพบกับการทำงานแบบภาคีเครือข่าย อย่างเขื่อนรัชประภาเป็นคลังความรู้ มีนักปราชญ์ และเมื่อครูลา ก็สามารถส่งคนมาช่วยสอนได้

Rตัวที่สองคือตรงประเด็นตามยุทศาสตร์ มีการบอกเรื่องชีววิถี

การท่องเที่ยวโดยชุมชนทำให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้นมาก การท่องเที่ยวกระแสหลัก ยังมีการท่องเที่ยวโดยชุมชน มี R ตัวที่ 3 ที่ทำให้เกิดขึ้นจริง คือการมีทัศนคติที่ดี ช่วยทุ่นแรงและเสริมแรง เพราะนักเรียนต่อไปจะเป็นกำลังสำคัญ

สิ่งที่เริ่มต้นดีคือความเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือคนที่ต้องมีความรู้หรืเข้าจ CSR ต้องไปเรื่อย ๆ

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ตัวอย่างวิทยานิพนธ์ สำนักงานทรัพย์สิน ฯมีเนื้อที่มากแต่มองถึง Stakeholder ด้วย อย่างกฟผ. ถ้าชุมชนมีความคิดคล้ายกันก็กระเด้งได้ รอบเขื่อนเป็นสิ่งที่ปรับได้ ผู้บริหารนกจากดูลการไฟฟ้าดีอยู่แล้วต้องเพิ่มการผลิตด้วย

ต้องสนับสนุนให้มีการ Networking มีความจริงใจและต่อเนื่อง Silo ต้องข้ามเขื่อนด้วย และในรุ่นที่ 12 เราควรรวมพลังเพื่อเอาชนะอุปสรรค ต้องฝากให้เป็นกระบอกเสียงด้วย อยากให้เอาความสำเร็จในรุ่น 12 ถ่ายทอดไปให้รุ่น 30-35 ปีด้วย การประสบความสำเร็จต้องกระจายความรู้ การศึกษาต้องเป็นองค์กรอิสระ การไฟฟ้าหรือเขื่อนเป็นคลังความรู้ เป็นเรื่องของทรัพยากรมนุษย์

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

กฟผ.เริ่มด้วย โรงเรียน ชุมชนอยู่ดีมีสุขและไม่เดือนร้อน

คุณมาลี ชูศรี ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลบ้านเชียวหลาน

ตอนเขื่อนก่อสร้างก็ไปทำคลอดให้หลายคน สมัยนั้นสะพานข้ามยังไม่มี ที่ทางลำบาก ไม่มีถนนหนทาง ที่ยังมีราคาถูกอยู่

สิ่งที่เราเห็น เราทำงานได้เอง มีน้ำท่วมเขื่อน สมัยนั้น มีสถานีอนามัยไกรสร รับผิดชอบที่บ้านไกรสรหมด แต่น้ำท่วมหมดเลย ต่อมาจึงเปลี่ยนเชื่อเป็นอนามัยเชี่ยวหลานไกรสร การอยู่ในอนามัยจะเป็นการทำงานเชิงรุก

สมัยนั้นต้องซื้อเคยกับเกลือ ต้องซื้อเองหมดเลย แต่ตอนหลังเริ่มมีการทำเองมากขึ้น มีการปลูกพืชสมุนไพรเองมากขึ้น

มีภูมิปัญญาที่ฝังแน่นมาก มีพี่พยาบาลพี่จินตนา มีการเสนอไปที่เขื่อน ให้เขียนปัญหาและความต้องการในส่วนผู้สูงอายุ ให้การสนับสนุน ให้มีการปลูกพืชสมุนไพรขึ้นมาก่อน

มีการสอบถามที่อนามัยเชี่ยวหลาน มีการถามว่าทำอย่างไรถึงดำรงอยู่ได้ คำตอบคือมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งมาก มีการดูแลกลุ่มอสม.เกือบทุกกลุ่มอยู่แล้ว มีภาคีเครือข่ายเรื่องเกษตร มีการเอาไปช่วยให้กำลังใจต่าง ๆ ให้กลุ่มผู้สูงอายุต่าง ๆ มีการทำสมุนไพรที่เริ่มจากทำใช้เอง ต่อมามีคนมาดูงานเรื่อย ๆ ใช้เองไม่หมด มีการขอไปขายตามที่ต่าง ๆ จนกลายเป็นสินค้าหลัก อาทิ น้ำสมุนไพร ลูกประคบ ผลิตยา มีการต่อยอด ให้ชาวบ้านกิน สิ่งที่สำเร็จคือเขื่อนเข้ามามีบทบาทเหมือนครอบครัวเดียวกัน มีความรู้สึกเหมือนความผูกพัน

คุณภาพผู้สูงอายุดีขึ้นทั้งด้านอาชีพ ด้านสมุนไพร และมีการช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุโดยให้สาธารณสุขเข้าไปดูแลและประสานงาน ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายด้วย ฝากผู้เกี่ยวข้องของกฟผ.ขอให้ดูแลต่อเนื่องต่อไป

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

การสร้างเขื่อนชาวบ้านมองว่าเป็นการทำลายวิถีชีวิตคนในพื้นที่ เพราะต้องโดนไล่ที่ แต่ความจริงแล้วเป็นพื้นที่ของประเทศ ดังนั้น อยากฝากว่าอะไรก็ตามที่จะกระทบต่อชุมชนขอให้คิดมากกว่าเดิม

มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน CSR ทั้งทางตรงและอ้อมจะช่วยให้ปรับปรุงได้ ทำให้เราอ่อนโยนขึ้น ถอดหัวโขน และปรับตัวได้ ต่อมามีการปรับและพัฒนามากขึ้นเช่นขายสมุนไพร

ความสัมพันธ์ ถ้ามีการช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันจะเป็นทัศนคติที่ดี เขื่อนเริ่มจากการศึกษา โรงพยาบาลจากที่ไม่มีความสัมพันธ์มากก็มีความสัมพันธ์กันมากขึ้น

นายธีรศักดิ์ สอนมี นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านตาขุน

ในส่วนเขื่อนรัชชประภา กับชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นครอบครัวเดียวกัน ทางส่วนท้องถิ่น มีการแยกอำเภอ4 อำเภอมาจากคีรีรัชต์นิคม การรวมกัน 4 อำเภอ 22 ท้องถิ่น มีการชูประเด็นท่องเที่ยวเป็นหลัก และดูในเรื่องสิ่งแวดล้อม

เขื่อนรัชชประภาคือหน้าตาของประเทศ สุราษฎร์ธานีแบ่งเป็น 4 โซน มีไชยา ท่าชนะเป็นวัฒนธรรม เกษตร มีบ้านนาสาน และเวียงตาก และมีโซนเกาะสมุย เป็นต้น มีความเชื่อมั่นว่าบ้านตาขุน มีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทำรายได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้มาจนทุกวันนี้ ขอบคุณ กฟผ.ที่สร้างอาชีพ และรายได้ให้กับประเทศ ยินดีต้อนรับ

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

เราคือครอบครัวเดียวกัน ชาวบ้านเป็นหนี้ชีวิตของเขื่อนรัชชประภา ทำทางด้านการท่องเที่ยว และทุกอย่างต้องมีการเกื้อกูลกัน

ปลัดอาวุโส วิจารณ์ จุณฑวิจิตร

อำเภอบ้านตาขุนไม่ได้เป็นชุมชนเมือง หรือชุมชนชนบทมากเกินไป

การทำงานในอำเภอที่เป็นชุมชนเมือง ท้องถิ่นจะเป็นหลัก แต่ อำเภอบ้านตาขุน เป็นอำเภอที่มีทรัพยากรธรรมชาติสวยงาม และทรัพยากรคนที่มีคุณภาพ บ้านตาขุนเป็นการทำงานเป็นทีมมาก่อนที่จะสร้างสุราษฎร์ทีม อาทิ มีสภากาแฟคุยกันทุกเดือน มีอะไรนำเสนออย่างไม่เป็นทางการและเมื่อถึงที่ประชุมจะทำให้ราบรื่นเนื่องจากมีการคุยกันมาแล้ว แต่ละส่วนมีหน้าที่ดูแลประชาชนเช่นกัน เขื่อนรัชชประภา เสมือนเป็นหลักในการดูแลพี่น้องประชาชน

มีการพูดว่าท้องถิ่นกับท้องที่ไม่ถูกกัน แต่ที่บ้านตาขุนสามารถคุยกันได้หมด มี 4 ตำบล และอำเภอ 5 แห่ง ซึ่งกำลังจะขยายและเกิดจากอำเภอบ้านตาขุน

CSR ทำเพื่อชุมชน ดูแลชุมชน ในช่วงหลังนายอำเภอบอกว่าคนดูแลในพื้นที่ไม่ค่อยติดดินเท่าไหร่ เป็นนักวิชาการมากเกินไป ต้องให้รองเท้าสึก ต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น ที่บ้านตาขุน ไม่ทราบว่าจะลงตรงไหน

ทุกอย่างจะเต็มไปด้วยความเรียบร้อย ความโชคดีของบ้านตาขุนคือการทำงานร่วมกันกับในพื้นที่และท้องถิ่นไปได้หมด

การแสดงความคิดเห็น

1. จากที่ปลัดอาวุโสพูดเรื่องงบประมาณ กฟผ.มีกองทุนพัฒนานอกโรงไฟฟ้า สามารถใช้ได้หรือไม่

ตอบ ใช้ทุกปี รวมถึงเรื่องการส่งเสริมโรงไฟฟ้า เรื่องอาเซียน โครงการของหมู่บ้าน คลองส่งน้ำ ก็มีการใช้กองทุนเพื่อพัฒนาตรงนี้เช่นกัน ขึ้นกับปริมาณการผลิตของแต่ละปี ประชาชนได้รับประโยชน์จากตรงนี้ มีการนำไปใช้ตามความต้องการ ตามความเดือนร้อนของประชาชน มีการให้ในพื้นที่เสนอมาว่าเดือดร้อนอะไรต้องการอะไร มีคณะกรรมการพิจารณาต่าง ๆ

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

คิดว่า กฟผ. หลุดฝ่ายบริหารและปกครองให้ Regulator มากเกินไป ถ้าท้องถิ่น และท้องที่จับมือได้ อยากให้ทั้ง40 คน ใช้โอกาสตรงนี้

ล่าสุดได้มีการทำวิจัยว่าต้องการเป็นคนที่มีศักยภาพนายดิลก ธโนศวรรย์

ปลัดอาวุโสวิจารณ์ จุณฑวิจิตร

ใช้ศูนยสาธิตทำเศรษฐกิจพอเพียง ให้รถทัวร์มาจอดที่ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง มีการให้งบประมาณต่าง ๆ ช่วยให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

2. สนใจหัวข้อเสวนาการท่องเที่ยวผ่านชุมชน ในการจัดการ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว บ้านตาขุนมีแนวทางอย่างไร และการส่งเสริมเยาวชนเรื่องภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว มีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมอย่างไร

จากการดูพื้นที่พบว่านักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากอย่างมีปี 57 เพิ่มมา 58 ถึง 30% มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แอ่งเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ดูแลโดยเขาสก คลองแสน

สิ่งสำคัญที่เราต้องสนใจคือการดูแลด้านความสะอาด มีปริมาณนักท่องเทียวที่ต้องการพักในแพมากขึ้น กระทบสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นการพัฒนาท่องเที่ยวคือ ต้องเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีการจัดอบรม ให้บริการที่ดี จะทำให้สามารถขึ้นราคาได้ รายได้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวมีคุณภาพมากขึ้น ทำให้ดูแลจัดการสาธารณูปโภคได้

ปลัดอาวุโสฯ ภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น เทศบาลบ้านเชี่ยวหลาน การพัฒนาและแก้ไขปัญหามีองค์กรเอกชนมาเยอะ มีชมรมผู้ประกอบการที่มาพักเขื่อนรัชชประภา มีการจัดอบรมนักท่องเที่ยว มีการสงเสริมเรือท่องเที่ยว ไม่อนุญาตให้มี Speed Boat หรือหางยาวใหญ่

มีการตั้งราคาตามความเหมาะสมของระยะทางและพื้นที่

ภาคีเครือข่าย ภาคราชการ คนในท้องที่ ชมรมผู้ประกอบการเรือ ผู้ประกอบการแพพัก ผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยว สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชี่ยวหลาน

การท่องเที่ยวโดยชุมชน ชุมชนเป็นผู้ที่เป็นศูนย์กลางของการบริกหารจัดการการท่อ

เทียว

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การที่ กฟผ. มีแหล่งท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเน้นเรื่องการบริหารจัดการ พัฒนาผู้นำ พัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เราต้องเน้น 2 เรื่อง Growth และ Sustainability ต้องเน้นเรื่องมาตรฐานการท่องเทียวที่จาก Local ไปสู่ Global

การที่เราใส่ใจเรียน ต้องเอาเรื่องการที่เรียนรู้ในวันนี้ไปต่อยอดและสร้างต่อในรุ่นเด็ก ที่เป็นลูกน้องของท่าน

นายธีรศักดิ์ สอนมี นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านตาขุน

สิ่งที่ท้องถิ่นหรือชุมชน สามารถทำการท่องเที่ยวของชุมชนได้อีกตัวหนึ่ง การที่ การไฟฟ้าไม่ปล่อยน้ำจะทำให้เขื่อนแห้ง งบประมาณ หรือผลกระทบน่าจะมาดูร่วมกัน

อยากให้โครงการฯ อยู่ในกฎ กติกาและระเบียบที่วางไว้

ผอ.ดิลก ธโนศวรรย์ ผอ.เขื่อนรัชชประภา

การทำงานด้วยกันและดีกันจะช่วยกันแก้ในกรณีมีแขกมาขอบ้านพัก นายอำเภอจะช่วย สกรีนให้ เรื่องการไฟฟ้าสร้างเขื่อนเหมือนทำตุ่มขึ้นมา 1 ใบเก็บกักน้ำ มีระบบชลประทานท้ายเขื่อนที่สิริกิตติ์ เมื่อมีแหล่งน้ำ หลายครั้งเป็นเรื่องลำบากใจที่ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ทั้งหมด เพราะต้องประกอบด้วยหลายส่วนเช่น กรมชลประทาน ผ่านระบบท่อ ระบบราง เขื่อนได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว วัตถุประสงค์แรกของเขื่อนคือเพื่อนชลประทาน อุปโภคบริโภค ระบบนิเวศ ขับไล่น้ำเค็ม ส่วนไฟฟ้าได้จากไหน ที่ นายกเทศมนตรีพูด มีการให้กรมชลประทานเข้ามาดูในพื้นที่ แต่การที่การไฟฟ้าจะลงมาในทุกเรื่องทั้งหมดอาจยาก แต่สนับสนุน

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

โลกในอนาคตเกิดจาก Informal มากกว่า formality เรามีความรู้เกิดขึ้น ในอนาคตเกิดจากศรัทธา แต่ที่มาเพราะเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน เป็นการหาความรู้ไปด้วย และผู้บริหาร 45 ท่านก็ชินกับ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องนำไปคิดต่อ ให้ค่อย ๆ ปรับ เมืองไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบคนเก่ง อยากให้ในรุ่นนี้นึกถึง ดร.จีระ วันละ 5 นาที ให้การอ่านหนังสือเป็น Habit ฝังเข้าไปในตัวเองให้มากที่สุด

3. เขื่อนเชี่ยวหลานเป็นเขื่อนที่สำคัญ เป็นแหล่งที่ทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์ ประเด็นที่มาวันนี้คือ อยากไปสำรวจที่กระบี่ ในทางกลับกันถ้าที่ตากไม่ใช่เขื่อนแต่เป็นโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน ถ้าโรงไฟฟ้าไม่ใช่เขื่อนแต่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เรายังHappy กับ กฟผ.อยู่หรือไม่

บริบทคือเป็นเขื่อนได้ประโยชน์อยู่ แต่ถ้าเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า กฟผ.ยังเป็นเพื่อนอยู่หรือไม่

นักเรียนในโครงการฯ ตอบ คือยังเห็นว่าเป็นครอบครัวอยู่ เพราะผลที่ได้มีมากกว่า มองดูว่าดีมากกว่าเสีย แล้วค่อยไปหาทางแก้ปัญหาคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไป

ผอ.เขื่อนรัชชประภากล่าวว่าคำถามเช่นนี้ควรไปถามที่กระบี่มากกว่า เพราะน้อง ๆ อาจไม่เข้าใจ สิ่งที่กฟผ.ทำคือการทำให้มีมาตรฐานกว่าที่กำหนด

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การมองในด้านคนค้านไม่ได้มองที่ต้นทุนอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับทุกคน ปัญหาคือใครจะเป็นคนอธิบาย สิ่งที่อยากฝากไว้คือ ให้จัดชุมชนแห่งการเรียนรู้ในทุก ๆ จุด ไม่ใช่เฉพาะแค่สถานที่โรงไฟฟ้า โลกมีทั้งประโยชน์และต้นทุนไปด้วยกัน จะหาทุนให้นักเรียนที่ตอบคำถามนี้

มุมมองด้านบวกคือ ไม่ใช่เป็นพลังงานอย่างเดียว แต่เป็นแหล่งความรู้ แหล่งทุนมนุษย์ ภูมิปัญญา วิทยาศาสตร์การบริหารจัดการ บทเรียนคือเอาไปพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ รอบเขื่อน เช่นการท่องเที่ยวด้วย

บทเรียนอันนี้อยากให้กระเด้งไปถึงอนาคตของโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ เช่นอาจเป็นกระบี่หรืออะไรก็ตาม และไม่ให้งานวิจัยขึ้นหิ้ง ทำอย่างไรให้ 45 คนนี้เอาชนะอุปสรรค การเรียนวันนี้จึงเสมือนการขึ้นบันได

ถ้าเราช่วยกัน เราต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นด้วย ต้องเอานักวิชาการที่ไม่ขายตัว

ส่วนหนึ่งคือเอาไปสร้างความเข้าใจในเขื่อนต่อและอีกเรื่องคือกระเด้งไปสู่สิ่งที่ยากขึ้นได้อย่างไร


กิจกรรม CSR ณ ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

วิทยากรพี่เลี้ยง.. อาจารย์ธัญนพ พงษ์โสภณ

อาจารย์ศรัณยา มหากนก และอาจารย์เจษฎา เนื่องหล้า

วิทยากรท้องถิ่นมาต้อนรับและร่วมให้ความรู้ระหว่างการเดินทาง

คุณจินตนา ไพบูลย์ และคุณธนพล ผลเพิ่ม

วันที่ 27 เมษายน 2559

ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ เป็นหมู่บ้านที่มีคนอพยพเข้ามาจาก 11 จังหวัดมาอยู่ที่หมู่บ้านคลองเรือ มาอาศัยอยู่กับป่าอย่างสงบ เนื่องจากมีการให้ความรู้กับชุมชนที่เข้ามาอาศัยด้วย อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่มีเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ แต่ปัจจุบันไม่สามารถนำมาผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ เป็นชุมชนที่บ้านคลองเรือร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยจัดการดูแลรักษาป่า

คุณพงศา ชูแนม หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาป่าพะโต๊ะ มีการร่วมมือและศึกษาดูงานในหลายพื้นที่ มีการจัดทำพื้นที่เกษตรว่าจะทำแบบไหน ภายในพื้นที่ 80 ไร่ คุณพงศากล่าวว่าถ้าสังคมไหนที่ชาวบ้านยากจนอยู่ ก็จะยังไม่อยากช่วยสังคม จึงได้ร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านมีรายได้ มีฐานะที่ดีก่อน และเมื่อดีแล้วก็จะอยากมาช่วยสังคมต่อไป

รายได้หลักชุมชนหมู่บ้านคลองเรือ ได้จากการทำสวน และการทำเศรษฐกิจพอเพียง และการทำการท่องเที่ยวชุมชนแบบรักษาธรรมชาติ ได้รางวัลกินรีในปี 2541 การดำเนินตามแนวพระราชดำริ รางวัลลูกโลกสีเขียวที่ได้จากการดูแลรักษาธรรมชาติที่ดูแลรักษาป่า มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ร่วมกับ กฟผ.และ มธ. ทำโครงการวิจัยฯ การสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่คลองเรือเครื่องเล็ก แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำได้เนื่องจากเครื่องมีปัญหา และฝนไม่ตก

สิ่งที่อยากจะหารือคือเมื่อธรรมชาติเปลี่ยนแปลงจะแก้ไขอย่างไร เพราะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เนื่องจากน้ำน้อย จึงอยากขอหารือกับคณะผู้บริหารทุกคน เพราะได้เคยไปศึกษาดูงานที่แม่กำปอง เขาสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ จึงคิดว่าที่คลองเรือ น่าจะทำได้เช่นนั้นบ้าง เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่คลองเรือ กฟผ.ออกเงินให้ทุกอย่าง ที่เหลืออยากให้ชาวบ้านทำเอง แต่ปัญหาคือปัจจุบันเครื่องไม่สามารถผลิตไฟได้

การบริหารจัดการเครื่องผลิตไฟฟ้าที่คลองเรือจะมีให้ค่าคนดูแล 30% และมีการคิดค่าบริการไฟฟ้า ตามสัดส่วนการใช้ไฟฟ้ามากน้อย ซึ่งคนดูแลจะได้เงินในการดูแลเดือนละไม่ถึง 10,000 บาท แต่ตอนหลังไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เนื่องจากมีปัญหาเรื่องรอยต่อฤดูฝนกับฤดูแล้ง และการเดินระบบของเครื่องเป็นปัญหา ซึ่งจากที่แต่ก่อนชาวบ้านมีไฟใช้ในราคาถูก สามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง แต่ปัจจุบันกลับไม่มีแล้ว

ปัจจุบันที่คลองเรือได้เริ่มมีการใช้ Solar Cell เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าบ้านแล้ว และกำลังเดินเรื่องเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเล็กประมาณ 3-4 กิโลวัตต์กับ กฟภ.

ประเด็นคือในอนาคตอาจต้องขอความช่วยเหลือจากเขื่อนเชี่ยวหลาน กฟผ.และควรสนับสนุนให้มีความรู้ทางเทคนิค และให้ความสำคัญต่อการตรวจเช็ค และซ่อมบำรุงเครื่อง และประเด็นที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาในช่วงหน้าแล้ง โดยสิ่งที่ กฟผ.แนะนำให้ดูปัญหาที่ต้องแก้ไขก่อน และการแก้ไขปัญหาระยะยาว

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และโรงไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถทำร่วมกันได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ และการเชื่อมต่อกับ กฟภ.

ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งถ้าสามารถนำ กฟภ.เข้ามาร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้ ไม่น่าจะมีปัญหา ควรมีการตรวจสอบว่าเครื่องที่เสียหายเป็นเพราะอะไรและจะแก้ไขอย่างไร

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เสริมว่า การที่กฟผ.มาช่วยนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าให้ EADP 12 ร่วมและเป็นผู้นำในการทำโครงการฯ นี้ให้ประสบความสำเร็จจะถือว่าเป็นการสร้างแบรนด์ที่ดีได้ จึงอยากขอให้คนของกฟผ. ทางเขื่อนเชี่ยวหลาน รับไปพิจารณา

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. จะสามารถขอเชื่อมไฟไปยังหมู่บ้านได้หรือไม่ และไม่ทราบว่าจะเป็นเป็นระบบอย่างไร

ตอบ ต้องมีการมาตรวจสอบก่อนว่าสามารถทำได้หรือเป็นไปได้อย่างไร สำหรับปัญหาบางอย่างถ้าล่วงไม่ได้ เราต้องกลับไปช่วยสร้างพลังงานในชุมชน

คุณรุ่งโรจน์ ใหม่ซ้อน

กล่าวถึงการทำงานทั้งหมดเพื่อรักษาฐานทรัพยากรที่มีจำกัดโดยใช้กิจกรรมนำ แต่ในมุมของนักวิชาการจะมองว่าเมื่อคนไปอยู่ที่ใด ที่นั้นจะพัง แต่ทางโครงการฯ คิดว่าถ้ามีการจัดการที่ดีจะให้คนสามารถอยู่กับป่าได้และสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้ เช่น โรงไฟฟ้าเมื่อทำแล้วจะใช้ได้อย่างยั่งยืนถึงลูกถึงหลาน มีคลองเรือเป็นโมเดลต้นแบบ แต่ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ มีเครือข่ายให้ช่วยเหลือและแก้ไข

ไม่ต้องบอกว่าป่าสำคัญอย่างไร แต่ทำอย่างไรให้มีข้าวสารกิน ได้มีการตั้งกลุ่มขึ้นมาทำข้าวสารเป็นต้น มีการทำประปาภูเขา ทำโรงไฟฟ้า ทำถ่านหิน จนลืมไปว่ามารักษาป่า แต่ผลที่ได้คือการเข้าถึงทรัพยากรอย่างแท้จริง มีการทำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จนได้รางวัลกินรีทองคำ และรางวัลยอดเยี่ยม

ที่คลองเรือมีทรัพยากรที่น่าจะทำการท่องเที่ยว เช่น ล่องแพไม่ไผ่ ชมดอกบัวตูม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติ จึงเป็นเส้นทางที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับชาวบ้านให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อาทิ แม่ครัว คนนำทาง โฮมสเตย์ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าทุกคนจะได้รับผลประโยชน์หมดเนื่องจากเป็นผลจากการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ สรุปคือ อยู่ที่กิจกรรมที่มีการทำต่อเนื่องเรื่อย ๆ

ที่พะโต๊ะ ป่าภูผาเป็นหัวใจสำคัญที่นำทะเลถึงเกาะ แต่ไม่อยากมองวาเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นคือ ต้องทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และยืนได้ด้วยตัวเองก่อน ให้มองว่าชุมชนต้องการอะไร

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

การทำที่เขื่อนเชี่ยวหลาน ทำให้เกิดธรรมชาติและวิถีชีวิตดีขึ้น เพราะสิ่งที่ได้คือพลังงานนั้นไม่ได้แค่ชาวบ้านเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเจริญให้กับชุมชนโดยรอบ สิ่งไหนที่คิดว่าไม่ดีก็ค่อย ๆ แก้ไขกันไป

ด้วยภารกิจที่ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การดำเนินการโดยท่องเที่ยวชุมชน มียุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงที่ให้เกิดความสมดุลและอยู่ดีกินดี

โครงการจากภูผาสู่มหานที เป็นโครงการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เพราะป่าอยู่ได้ คนถึงอยู่ได้ มีการทำกาแฟใส่ถ้วยไม้ไผ่ มีการสร้างเครือข่าย Networking และทีมเวอร์ก

ผู้ใหญ่บ้าน

ได้กล่าวว่าที่คลองเรืออยู่ได้ ก็ด้วยกฎ กติกา อาทิ ห้ามคนในพื้นที่ขายที่ดินให้กับคนนอก เพราะต้องการให้ลูกหลานมีที่ทำกิน ไม่ต้องเข้า กทม.เพื่อแย่งกันทำมาหากิน

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. ต้องรู้ระบบการบำรุงรักษา ต้องทราบว่าการรักษาเครื่องมีขั้นตอนอย่างไร เพราะเครื่องยนต์มีอายุจำกัด

ตอบ มีเรื่องการดูแลลูกปืน ถ้าดูแลไม่ได้ก็ต้องมีการซ่อมแซม และมีการดูในเรื่องจารบีเป็นต้น โดยคาดว่าจะต้องขอคำปรึกษาเรื่องการดูแลรักษา

2. เรื่องการห้ามขายที่ดิน จะมีบทลงโทษอย่างไร

ตอบ ใครขายที่ดินจะมีการยึดที่ทั้งหมด แล้วปลูกป่าแทน (ที่ดินไม่มีเอกสาร)

3. แนวทางการอนุรักษ์ป่าเป็นอย่างไร

ตอบ เน้นการดูแลคน ให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเมื่อคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีก็จะไม่ทำลายป่า การสร้างแรงจูงใจให้คนรักษาป่าได้ ต้องมีความเข้มแข็งและเด็ดขาด

4. มองเรื่องปัญหาสามารถแก้ไขได้ แต่สิ่งเรียนรู้คือการสร้างความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ต้องมองร่วมกันทั้งหมด รวมถึงปัญหาที่น้ำไม่พอแล้วโรงไฟฟ้าเดินไม่ได้เป็นต้น คนต้องเน้นการเพิ่มและการพัฒนาพลังงานไปในทิศทางใด ต้องมองต่อเนื่องไปถึงอนาคต ไม่อย่างนั้นจะแก้ไขไม่ได้

ตอบ การทำฝาย การทำเขื่อน สามารถส่งผลประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวได้ด้วย โดยในทุกสัปดาห์จะมีการสอนการปลูกป่ายาง และเน้นให้ลูกหลานกลับมาทำกินที่บ้านเกิดของตัวเอง

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เสริมว่า อยากให้ชุมชนมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และให้มีการส่งข่าวถึงกัน สำหรับกฟผ. คนต้องมีความเข้าใจและช่วยเหลือองค์กร ให้เครือข่ายเชื่อมโยงกันทางไลน์ กฟผ.ต้องสร้างศรัทธา Trust ให้เกิดในสังคมอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึง Mindset ของคนที่ทำอย่างต่อเนื่อง



โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อติดตามข่าวโครงการ

http://www.gotoknow.org/posts/605873

ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์. ประจำวันที่ 3-18 พฤษภาคม 2559