หลักสูตร พัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 12 (EADP12) (ช่วงที่ 4: 26 – 28 เมษายน 2559)

ในระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2559 จะเป็นช่วงที่ 4 ของหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 12 (ปี 2559) หรือ EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2016

แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 12 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ

จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 8 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม

"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา

สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 12 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ

ติดตามและส่งความคิดเห็นได้ที่ Blog นี้ครับ


โครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า รุ่นที่ 12

EGAT Assistant Director Development Program (EADP 12)

กิจกรรม CSR : เยี่ยมชุมชนเข้มแข็ง

ศึกษาดูงาน “กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนฯ ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน

วันที่ 26 เมษายน 2559

กล่าวต้อนรับ

โดยท่านปลัดอาวุโส นายวิจารณ์ จุณฑวิจิตร

ทางอำเภอบ้านตาขุนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคณะผู้บริหารจากกฟผ. บ้านตาขุนมีทั้งทรัพยากรมนุษย์ และทรัพยากรธรรมชาติ จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีส่วนหนึ่งที่ลงชุมชน และอีกส่วนหนึ่งทำ CSR ด้วย

ขอแนะนำพื้นที่บ้านตาขุน ตอนแรกนายอำเภอสมปราชญ์จะมากล่าวต้อนรับ แต่เกิดเหตุมีเรือชาวประมงชนกับเรือนักท่องเที่ยว มีผู้สูญหายไป และมีนักประดาน้ำสูญหายไปด้วย จึงมอบหมายให้ปลัดอาวุโสมาแทน

บ้านตาขุน อยู่ที่นี่เสมือนเป็นพี่น้องกับทางเขื่อนรัชชประภา ได้รับการอนุเคราะห์เป็นอย่างดีในด้านต่าง ๆ

ในพื้นที่ที่น่าสนใจมีเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแอ่งเก็บน้ำ มีสะพานแขวนรูปหัวใจ มีชุมชนที่เข้มแข็งเช่น ชุมชนเขาพัง ชุมชนทุเรียน และบ้านสมุนไพรต่าง ๆ มีกลุ่มผลิตขมิ้นที่เขาวง ที่เหมือนเป็นขมิ้นที่ดีที่สุดในโลก

รู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับผู้เข้ามาศึกษาดูงานทุกท่าน ทั้งจาก กฟผ. และ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และทีมงานทุกท่าน

การเสวนา หัวข้อ บทบาทของ กฟผ.กับการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภาและเสียงสะท้อนจากชุมชนเพื่อการพัฒนา

โดย นายดิลก ธโนศวรรย์

นางกัญจนา สมชาติ

รองผอ. พิมศรัณย์ นาคพังกาญนา

คุณมาลี ชูศรี ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลบ้านเชียวหลาน

นายธีรศักดิ์ สอนมี

ดำเนินการอภิปรายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และคุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ขอบคุณท่านปลัดอำเภอที่เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับ และท่านผู้อำนวยการเขื่อน และท่านที่อยู่โรงเรียน และฝ่ายการแพทย์ที่มาต้อนรับในวันนี้

กฟผ. มีภารกิจที่จะทำให้การไฟฟ้าอยู่ในความสนใจ และความยั่งยืนของประเทศ ตอนแรกจะไปที่กระบี่เพื่อเรียนรู้ว่าถ้าจะสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ต้องมีปัญหาอะไรบ้าง

เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนที่สวยงาม และชุมชนรอบเขื่อนเช่นโรงเรียน หรือการแพทย์ได้รับประโยชน์ สิ่งที่อยากให้ศึกษาคือบทเรียนในวันนี้จะนำไปสู่การเอาชนะอุปสรรคในอนาคตได้อย่างไร อยากให้ลองนำไปคิดดูต่อไป เป็นการรวมพลังเพื่อบริหารจัดการในชุมชนให้ดีขึ้น อยากมีตัวอย่างที่สำเร็จเรื่องสองเรื่องเพื่อเอาชนะชุมชนได้ อยากให้ผู้อบรมทุกท่านถามคำถามและเรียนรู้ร่วมกัน

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

บทบาทของเขื่อนรัชประภาที่มีการเกี่ยวข้องกับกฟผ.คือเรื่องพลังงาน ในอีกกรณีคือเขื่อนได้ทำการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อน จึงขอเชิญผอ.เขื่อนเล่าให้รับทราบกิจกรรมเขื่อน

ผอ.ดิลก ธโนศวรรย์ ผอ.เขื่อนรัชชประภา

เรื่องกิจกรรม สมัยผอ.เขื่อนคุณวีรวัฒน์ ชลายล แต่ก่อนมีเป้าหมายหลักคือผลิตไฟฟ้าให้ดี มั่นคง และเพียงพอ แต่ต่อมา ผอ. มีแนวคิดที่จะดูแลชุมชนรอบเขื่อน เช่นโรงเรียนต่าง ๆ รอบเขื่อน ให้แต่ละแผนกลงไปดูโรงเรียนรอบเขื่อน ไม่มีงบประมาณ แต่ได้มีการจัดหางบประมาณกันเอง

แนวคิดหลัก ส่วนใหญ่เขื่อนอยู่ในป่า มีชุมชนกระจายโดยรอบ ถ้าชุมชนมีความคิดดี จะทำให้ชุมชนมีความสุข มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความสุข

ต่อมาผู้อำนวยการฯ ขึ้นไปเป็นผู้ว่าการฯวีรวัฒน์ ได้นำแนวทาง CSR มาใช้ สมัยก่อนไม่ได้มีการพูดถึงมากนัก มีที่พูดถึงในปัจจุบันมากกว่า

กรอบแนวคิดของ ผอ.ดิลก ได้กล่าวถึงประเด็นที่เป็นปัญหาของ CSR คืองบประมาณ และคนที่เข้าไปดูในพื้นที่ไม่มี จึงได้เสนอแนวคิด Color Zone พื้นที่สี มอบหมายให้หัวหน้ากองดูแลพื้นที่แต่ละพื้นที่ มีการไปดูแลและพูดคุยกับชาวบ้านได้ ปัจจุบัน เขื่อนรัชชประภาจะพบว่ามีคนที่ทำงานในพื้นที่หลายปีแล้ว คนที่ลงพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นจิตอาสาที่ทำงานมานานแล้ว และแทบไม่ต้องถามเลยว่าพื้นที่ต้องการอะไร มีการแบ่งงบประมาณให้กองไปดูแล และให้กองไปหารายได้เพิ่มบ้าง

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องดีมากกว่าให้ประชาสัมพันธ์รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวเหมือนก่อน

มีงานและกลุ่มงานดูแล มีโครงการส่วนปกติที่ต่อยอดไปได้ไกล ในส่วนการสนับสนุนชุมชน ส่วนราชการ กิจกรรมทั้งหลายชุมชนไม่ได้เข้าใครโดยตรง สงกรานต์จัดเอง และเห็นว่าทางอำเภอและเทศบาลตาขุนมีการจัดเทศกาลสงกรานต์ผู้สูงอายุ จึงได้มาเริ่มตรงนี้ มีการร่วมกันทำ มีการช่วยเหลือกัน มีผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่มาร่วมกัน มีชมรมผู้สูงอายุ มีหมู่บ้านอพยพที่บ้านเชี่ยวหลาน มีการสนับสนุนให้ทำสมุนไพร

กิจกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการให้ชุมชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี แล้วเราก็จะมีความสุขด้วย

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

CSR เสมือนเป็นภารกิจพิเศษตอนที่เริ่มสร้างเขื่อนใหม่ ๆ จากแนวคิดผอ.คนเดิม ที่ส่งผลไปถึงการเป็นผู้ว่าฯ

มีการเริ่มต้น ส่งต่อ และสานต่อ แต่จุดประสงค์เพื่อชุมชนอยู่ดี มีสุข

อาจารย์กัญจนา สมชาติ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านตาขุนวิทยา

ในส่วนตัวทำงานเป็นครูมา 20 ปี บรรจุเป็นครูที่โรงเรียนรัชชประภา เป็นอำเภอเล็ก ๆ ทำงานแบบภาคีเครือข่าย ทำงานร่วมกันตลอด ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ มีกิจกรรมมาแลกเปลี่ยนกัน ในฐานะครูผู้สอน ที่เคยทำงานทัวร์มาก่อน ได้มองเห็นว่าเขื่อนรัชชประภามีทรัพยากรที่น่าสนใจมาก มีไกด์จากภูเก็ตที่มาท่องจำ โดยไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงมีแนวคิดจัดอบรมหลักสูตรคนในท้องถิ่น เป็นหลักสูตรส่งเสริมการท่องเที่ยว ชีววิถี และพลังงาน กฟผ. ได้เปิดโอกาสให้คิดและสานต่อ

เขื่อนรัชชประภาอุดมด้วยแหล่งทรัพยากรมนุษย์ ต้องการให้ชุมชนรักที่นี่ สิ่งที่ต้องการปลูกฝังคือต้องปลูกฝังตั้งแต่นักเรียน ทัศนคติในรุ่นใหม่จะมองเป็นภาพบวกหมด ในส่วนตัวมีการเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยว ม. 5 มีผอ.สนับสนุนให้ใช้องค์ความรู้ที่เขื่อนมีการส่งเจ้าหน้าที่มาสอนแทนกันได้ เขื่อนมีน้ำใจชุมชน และชุมชนก็มีน้ำใจกับเขื่อน

มีการทำสัมภาษณ์ว่าแหล่งท่องเที่ยวที่ชุมชนรู้จัก มีการพูดคุยกับเขื่อนว่าถ้าจะไปห้องพักทางไหน ไปกุ้ยหลินเมืองไทยทางไหน มีการนำบทมาแปรเป็นภาษาอังกฤษ มีการจัดทำสื่อการสอนเป็นหนังสือ 200 เล่มคู่กับซีดี ที่ทางเขื่อนให้การสนับสนุน กลายเป็นหลักสูตรท้องถิ่นเขื่อนรัชชประภาปรากฎในโรงเรียนบ้านตาขุนวิทยา และจากทำผลงานทำให้ได้เป็นครูชำนาญการพิเศษ

เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ท่านนายอำเภอคนเก่าเป็นตำแหน่งรองประธานกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ฝากอะไรไว้กับชุมชนที่นี่ มีการใช้เส้นทางน้ำที่ผลิตกระแสไฟฟ้า นักเรียนที่มีเส้นทางน้ำไหล รวมเป็นสามโรงเรียนที่ผู้บริหารให้การสนับสนุนงบประมาณ 500,000 บาท นักเรียนได้รับเอกสารและอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ นักเรียนมีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์ฝรั่ง ทุกคนเข้าร่วมโครงการอย่างมีความสุข ผลผลิตได้จากความมีน้ำใจ กฟผ.ส่งให้ชุมชนทำให้เกิดความยั่งยืนได้

มีความเห็นใจท่านสุชลมากเนื่องจากได้สนับสนุนด้านการศึกษาที่เห็นผลช้า แต่จะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป
โครงการ Move world together จัดด้วยกันตลอด มีความภูมิใจในส่วนนี้ เป็นผลผลิตที่ทำ

ความงอกงามที่จะเจริญเติบโตจะกลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าในสังคม

นักเรียนจากโครงการฯ

จากการที่ได้เข้าร่วมโครงการอาเซียนของอาจารย์กัญจนา ได้ความรู้ ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมประสบการณ์ให้กล้าแสดงออก มีความมั่นใจ และได้ต้อนรับคณะผู้บริหารที่มาอีกหลายคนจากทั่วประเทศ ขอบคุณกฟผ. ให้ทุนการเรียนฟรี และอุปกรณ์ฟรี

รองผอ. พิมศรัณย์ นาคพังกาญนา

ให้นักเรียนเข้าร่วมทุกกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนใฝ่เรียนรู้ คิดว่าสถานศึกษาที่อื่นไม่ได้มีโอกาสเท่าที่นี่เพราะเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่า คิดว่าเป็นสิ่งที่เลอค่าที่สุดแล้ว

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

กล่าวถึงการอยู่ร่วมกับชุมชนเป็นชุมชนที่ต้องมีการอพยพเข้า แต่ในความเป็นจริงเริ่มดีขึ้น มีการรวมตัวกันเอง ใครทำงาน CSR กับชุมชนจะพบกับการทำงานแบบภาคีเครือข่าย อย่างเขื่อนรัชประภาเป็นคลังความรู้ มีนักปราชญ์ และเมื่อครูลา ก็สามารถส่งคนมาช่วยสอนได้

Rตัวที่สองคือตรงประเด็นตามยุทศาสตร์ มีการบอกเรื่องชีววิถี

การท่องเที่ยวโดยชุมชนทำให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้นมาก การท่องเที่ยวกระแสหลัก ยังมีการท่องเที่ยวโดยชุมชน มี R ตัวที่ 3 ที่ทำให้เกิดขึ้นจริง คือการมีทัศนคติที่ดี ช่วยทุ่นแรงและเสริมแรง เพราะนักเรียนต่อไปจะเป็นกำลังสำคัญ

สิ่งที่เริ่มต้นดีคือความเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือคนที่ต้องมีความรู้หรืเข้าจ CSR ต้องไปเรื่อย ๆ

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ตัวอย่างวิทยานิพนธ์ สำนักงานทรัพย์สิน ฯมีเนื้อที่มากแต่มองถึง Stakeholder ด้วย อย่างกฟผ. ถ้าชุมชนมีความคิดคล้ายกันก็กระเด้งได้ รอบเขื่อนเป็นสิ่งที่ปรับได้ ผู้บริหารนกจากดูลการไฟฟ้าดีอยู่แล้วต้องเพิ่มการผลิตด้วย

ต้องสนับสนุนให้มีการ Networking มีความจริงใจและต่อเนื่อง Silo ต้องข้ามเขื่อนด้วย และในรุ่นที่ 12 เราควรรวมพลังเพื่อเอาชนะอุปสรรค ต้องฝากให้เป็นกระบอกเสียงด้วย อยากให้เอาความสำเร็จในรุ่น 12 ถ่ายทอดไปให้รุ่น 30-35 ปีด้วย การประสบความสำเร็จต้องกระจายความรู้ การศึกษาต้องเป็นองค์กรอิสระ การไฟฟ้าหรือเขื่อนเป็นคลังความรู้ เป็นเรื่องของทรัพยากรมนุษย์

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

กฟผ.เริ่มด้วย โรงเรียน ชุมชนอยู่ดีมีสุขและไม่เดือนร้อน

คุณมาลี ชูศรี ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลบ้านเชียวหลาน

ตอนเขื่อนก่อสร้างก็ไปทำคลอดให้หลายคน สมัยนั้นสะพานข้ามยังไม่มี ที่ทางลำบาก ไม่มีถนนหนทาง ที่ยังมีราคาถูกอยู่

สิ่งที่เราเห็น เราทำงานได้เอง มีน้ำท่วมเขื่อน สมัยนั้น มีสถานีอนามัยไกรสร รับผิดชอบที่บ้านไกรสรหมด แต่น้ำท่วมหมดเลย ต่อมาจึงเปลี่ยนเชื่อเป็นอนามัยเชี่ยวหลานไกรสร การอยู่ในอนามัยจะเป็นการทำงานเชิงรุก

สมัยนั้นต้องซื้อเคยกับเกลือ ต้องซื้อเองหมดเลย แต่ตอนหลังเริ่มมีการทำเองมากขึ้น มีการปลูกพืชสมุนไพรเองมากขึ้น

มีภูมิปัญญาที่ฝังแน่นมาก มีพี่พยาบาลพี่จินตนา มีการเสนอไปที่เขื่อน ให้เขียนปัญหาและความต้องการในส่วนผู้สูงอายุ ให้การสนับสนุน ให้มีการปลูกพืชสมุนไพรขึ้นมาก่อน

มีการสอบถามที่อนามัยเชี่ยวหลาน มีการถามว่าทำอย่างไรถึงดำรงอยู่ได้ คำตอบคือมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งมาก มีการดูแลกลุ่มอสม.เกือบทุกกลุ่มอยู่แล้ว มีภาคีเครือข่ายเรื่องเกษตร มีการเอาไปช่วยให้กำลังใจต่าง ๆ ให้กลุ่มผู้สูงอายุต่าง ๆ มีการทำสมุนไพรที่เริ่มจากทำใช้เอง ต่อมามีคนมาดูงานเรื่อย ๆ ใช้เองไม่หมด มีการขอไปขายตามที่ต่าง ๆ จนกลายเป็นสินค้าหลัก อาทิ น้ำสมุนไพร ลูกประคบ ผลิตยา มีการต่อยอด ให้ชาวบ้านกิน สิ่งที่สำเร็จคือเขื่อนเข้ามามีบทบาทเหมือนครอบครัวเดียวกัน มีความรู้สึกเหมือนความผูกพัน

คุณภาพผู้สูงอายุดีขึ้นทั้งด้านอาชีพ ด้านสมุนไพร และมีการช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุโดยให้สาธารณสุขเข้าไปดูแลและประสานงาน ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายด้วย ฝากผู้เกี่ยวข้องของกฟผ.ขอให้ดูแลต่อเนื่องต่อไป

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

การสร้างเขื่อนชาวบ้านมองว่าเป็นการทำลายวิถีชีวิตคนในพื้นที่ เพราะต้องโดนไล่ที่ แต่ความจริงแล้วเป็นพื้นที่ของประเทศ ดังนั้น อยากฝากว่าอะไรก็ตามที่จะกระทบต่อชุมชนขอให้คิดมากกว่าเดิม

มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน CSR ทั้งทางตรงและอ้อมจะช่วยให้ปรับปรุงได้ ทำให้เราอ่อนโยนขึ้น ถอดหัวโขน และปรับตัวได้ ต่อมามีการปรับและพัฒนามากขึ้นเช่นขายสมุนไพร

ความสัมพันธ์ ถ้ามีการช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันจะเป็นทัศนคติที่ดี เขื่อนเริ่มจากการศึกษา โรงพยาบาลจากที่ไม่มีความสัมพันธ์มากก็มีความสัมพันธ์กันมากขึ้น

นายธีรศักดิ์ สอนมี นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านตาขุน

ในส่วนเขื่อนรัชชประภา กับชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นครอบครัวเดียวกัน ทางส่วนท้องถิ่น มีการแยกอำเภอ4 อำเภอมาจากคีรีรัชต์นิคม การรวมกัน 4 อำเภอ 22 ท้องถิ่น มีการชูประเด็นท่องเที่ยวเป็นหลัก และดูในเรื่องสิ่งแวดล้อม

เขื่อนรัชชประภาคือหน้าตาของประเทศ สุราษฎร์ธานีแบ่งเป็น 4 โซน มีไชยา ท่าชนะเป็นวัฒนธรรม เกษตร มีบ้านนาสาน และเวียงตาก และมีโซนเกาะสมุย เป็นต้น มีความเชื่อมั่นว่าบ้านตาขุน มีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทำรายได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้มาจนทุกวันนี้ ขอบคุณ กฟผ.ที่สร้างอาชีพ และรายได้ให้กับประเทศ ยินดีต้อนรับ

คุณพิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

เราคือครอบครัวเดียวกัน ชาวบ้านเป็นหนี้ชีวิตของเขื่อนรัชชประภา ทำทางด้านการท่องเที่ยว และทุกอย่างต้องมีการเกื้อกูลกัน

ปลัดอาวุโส วิจารณ์ จุณฑวิจิตร

อำเภอบ้านตาขุนไม่ได้เป็นชุมชนเมือง หรือชุมชนชนบทมากเกินไป

การทำงานในอำเภอที่เป็นชุมชนเมือง ท้องถิ่นจะเป็นหลัก แต่ อำเภอบ้านตาขุน เป็นอำเภอที่มีทรัพยากรธรรมชาติสวยงาม และทรัพยากรคนที่มีคุณภาพ บ้านตาขุนเป็นการทำงานเป็นทีมมาก่อนที่จะสร้างสุราษฎร์ทีม อาทิ มีสภากาแฟคุยกันทุกเดือน มีอะไรนำเสนออย่างไม่เป็นทางการและเมื่อถึงที่ประชุมจะทำให้ราบรื่นเนื่องจากมีการคุยกันมาแล้ว แต่ละส่วนมีหน้าที่ดูแลประชาชนเช่นกัน เขื่อนรัชชประภา เสมือนเป็นหลักในการดูแลพี่น้องประชาชน

มีการพูดว่าท้องถิ่นกับท้องที่ไม่ถูกกัน แต่ที่บ้านตาขุนสามารถคุยกันได้หมด มี 4 ตำบล และอำเภอ 5 แห่ง ซึ่งกำลังจะขยายและเกิดจากอำเภอบ้านตาขุน

CSR ทำเพื่อชุมชน ดูแลชุมชน ในช่วงหลังนายอำเภอบอกว่าคนดูแลในพื้นที่ไม่ค่อยติดดินเท่าไหร่ เป็นนักวิชาการมากเกินไป ต้องให้รองเท้าสึก ต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น ที่บ้านตาขุน ไม่ทราบว่าจะลงตรงไหน

ทุกอย่างจะเต็มไปด้วยความเรียบร้อย ความโชคดีของบ้านตาขุนคือการทำงานร่วมกันกับในพื้นที่และท้องถิ่นไปได้หมด

การแสดงความคิดเห็น

1. จากที่ปลัดอาวุโสพูดเรื่องงบประมาณ กฟผ.มีกองทุนพัฒนานอกโรงไฟฟ้า สามารถใช้ได้หรือไม่

ตอบ ใช้ทุกปี รวมถึงเรื่องการส่งเสริมโรงไฟฟ้า เรื่องอาเซียน โครงการของหมู่บ้าน คลองส่งน้ำ ก็มีการใช้กองทุนเพื่อพัฒนาตรงนี้เช่นกัน ขึ้นกับปริมาณการผลิตของแต่ละปี ประชาชนได้รับประโยชน์จากตรงนี้ มีการนำไปใช้ตามความต้องการ ตามความเดือนร้อนของประชาชน มีการให้ในพื้นที่เสนอมาว่าเดือดร้อนอะไรต้องการอะไร มีคณะกรรมการพิจารณาต่าง ๆ

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

คิดว่า กฟผ. หลุดฝ่ายบริหารและปกครองให้ Regulator มากเกินไป ถ้าท้องถิ่น และท้องที่จับมือได้ อยากให้ทั้ง40 คน ใช้โอกาสตรงนี้

ล่าสุดได้มีการทำวิจัยว่าต้องการเป็นคนที่มีศักยภาพนายดิลก ธโนศวรรย์

ปลัดอาวุโสวิจารณ์ จุณฑวิจิตร

ใช้ศูนยสาธิตทำเศรษฐกิจพอเพียง ให้รถทัวร์มาจอดที่ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง มีการให้งบประมาณต่าง ๆ ช่วยให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

2. สนใจหัวข้อเสวนาการท่องเที่ยวผ่านชุมชน ในการจัดการ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว บ้านตาขุนมีแนวทางอย่างไร และการส่งเสริมเยาวชนเรื่องภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว มีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมอย่างไร

จากการดูพื้นที่พบว่านักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากอย่างมีปี 57 เพิ่มมา 58 ถึง 30% มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แอ่งเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ดูแลโดยเขาสก คลองแสน

สิ่งสำคัญที่เราต้องสนใจคือการดูแลด้านความสะอาด มีปริมาณนักท่องเทียวที่ต้องการพักในแพมากขึ้น กระทบสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นการพัฒนาท่องเที่ยวคือ ต้องเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีการจัดอบรม ให้บริการที่ดี จะทำให้สามารถขึ้นราคาได้ รายได้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวมีคุณภาพมากขึ้น ทำให้ดูแลจัดการสาธารณูปโภคได้

ปลัดอาวุโสฯ ภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น เทศบาลบ้านเชี่ยวหลาน การพัฒนาและแก้ไขปัญหามีองค์กรเอกชนมาเยอะ มีชมรมผู้ประกอบการที่มาพักเขื่อนรัชชประภา มีการจัดอบรมนักท่องเที่ยว มีการสงเสริมเรือท่องเที่ยว ไม่อนุญาตให้มี Speed Boat หรือหางยาวใหญ่

มีการตั้งราคาตามความเหมาะสมของระยะทางและพื้นที่

ภาคีเครือข่าย ภาคราชการ คนในท้องที่ ชมรมผู้ประกอบการเรือ ผู้ประกอบการแพพัก ผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยว สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชี่ยวหลาน

การท่องเที่ยวโดยชุมชน ชุมชนเป็นผู้ที่เป็นศูนย์กลางของการบริกหารจัดการการท่อ

เทียว

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การที่ กฟผ. มีแหล่งท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเน้นเรื่องการบริหารจัดการ พัฒนาผู้นำ พัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เราต้องเน้น 2 เรื่อง Growth และ Sustainability ต้องเน้นเรื่องมาตรฐานการท่องเทียวที่จาก Local ไปสู่ Global

การที่เราใส่ใจเรียน ต้องเอาเรื่องการที่เรียนรู้ในวันนี้ไปต่อยอดและสร้างต่อในรุ่นเด็ก ที่เป็นลูกน้องของท่าน

นายธีรศักดิ์ สอนมี นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านตาขุน

สิ่งที่ท้องถิ่นหรือชุมชน สามารถทำการท่องเที่ยวของชุมชนได้อีกตัวหนึ่ง การที่ การไฟฟ้าไม่ปล่อยน้ำจะทำให้เขื่อนแห้ง งบประมาณ หรือผลกระทบน่าจะมาดูร่วมกัน

อยากให้โครงการฯ อยู่ในกฎ กติกาและระเบียบที่วางไว้

ผอ.ดิลก ธโนศวรรย์ ผอ.เขื่อนรัชชประภา

การทำงานด้วยกันและดีกันจะช่วยกันแก้ในกรณีมีแขกมาขอบ้านพัก นายอำเภอจะช่วย สกรีนให้ เรื่องการไฟฟ้าสร้างเขื่อนเหมือนทำตุ่มขึ้นมา 1 ใบเก็บกักน้ำ มีระบบชลประทานท้ายเขื่อนที่สิริกิตติ์ เมื่อมีแหล่งน้ำ หลายครั้งเป็นเรื่องลำบากใจที่ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ทั้งหมด เพราะต้องประกอบด้วยหลายส่วนเช่น กรมชลประทาน ผ่านระบบท่อ ระบบราง เขื่อนได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว วัตถุประสงค์แรกของเขื่อนคือเพื่อนชลประทาน อุปโภคบริโภค ระบบนิเวศ ขับไล่น้ำเค็ม ส่วนไฟฟ้าได้จากไหน ที่ นายกเทศมนตรีพูด มีการให้กรมชลประทานเข้ามาดูในพื้นที่ แต่การที่การไฟฟ้าจะลงมาในทุกเรื่องทั้งหมดอาจยาก แต่สนับสนุน

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

โลกในอนาคตเกิดจาก Informal มากกว่า formality เรามีความรู้เกิดขึ้น ในอนาคตเกิดจากศรัทธา แต่ที่มาเพราะเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน เป็นการหาความรู้ไปด้วย และผู้บริหาร 45 ท่านก็ชินกับ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องนำไปคิดต่อ ให้ค่อย ๆ ปรับ เมืองไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบคนเก่ง อยากให้ในรุ่นนี้นึกถึง ดร.จีระ วันละ 5 นาที ให้การอ่านหนังสือเป็น Habit ฝังเข้าไปในตัวเองให้มากที่สุด

3. เขื่อนเชี่ยวหลานเป็นเขื่อนที่สำคัญ เป็นแหล่งที่ทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์ ประเด็นที่มาวันนี้คือ อยากไปสำรวจที่กระบี่ ในทางกลับกันถ้าที่ตากไม่ใช่เขื่อนแต่เป็นโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน ถ้าโรงไฟฟ้าไม่ใช่เขื่อนแต่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เรายังHappy กับ กฟผ.อยู่หรือไม่

บริบทคือเป็นเขื่อนได้ประโยชน์อยู่ แต่ถ้าเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า กฟผ.ยังเป็นเพื่อนอยู่หรือไม่

นักเรียนในโครงการฯ ตอบ คือยังเห็นว่าเป็นครอบครัวอยู่ เพราะผลที่ได้มีมากกว่า มองดูว่าดีมากกว่าเสีย แล้วค่อยไปหาทางแก้ปัญหาคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไป

ผอ.เขื่อนรัชชประภากล่าวว่าคำถามเช่นนี้ควรไปถามที่กระบี่มากกว่า เพราะน้อง ๆ อาจไม่เข้าใจ สิ่งที่กฟผ.ทำคือการทำให้มีมาตรฐานกว่าที่กำหนด

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การมองในด้านคนค้านไม่ได้มองที่ต้นทุนอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับทุกคน ปัญหาคือใครจะเป็นคนอธิบาย สิ่งที่อยากฝากไว้คือ ให้จัดชุมชนแห่งการเรียนรู้ในทุก ๆ จุด ไม่ใช่เฉพาะแค่สถานที่โรงไฟฟ้า โลกมีทั้งประโยชน์และต้นทุนไปด้วยกัน จะหาทุนให้นักเรียนที่ตอบคำถามนี้

มุมมองด้านบวกคือ ไม่ใช่เป็นพลังงานอย่างเดียว แต่เป็นแหล่งความรู้ แหล่งทุนมนุษย์ ภูมิปัญญา วิทยาศาสตร์การบริหารจัดการ บทเรียนคือเอาไปพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ รอบเขื่อน เช่นการท่องเที่ยวด้วย

บทเรียนอันนี้อยากให้กระเด้งไปถึงอนาคตของโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ เช่นอาจเป็นกระบี่หรืออะไรก็ตาม และไม่ให้งานวิจัยขึ้นหิ้ง ทำอย่างไรให้ 45 คนนี้เอาชนะอุปสรรค การเรียนวันนี้จึงเสมือนการขึ้นบันได

ถ้าเราช่วยกัน เราต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นด้วย ต้องเอานักวิชาการที่ไม่ขายตัว

ส่วนหนึ่งคือเอาไปสร้างความเข้าใจในเขื่อนต่อและอีกเรื่องคือกระเด้งไปสู่สิ่งที่ยากขึ้นได้อย่างไร


กิจกรรม CSR ณ ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

วิทยากรพี่เลี้ยง.. อาจารย์ธัญนพ พงษ์โสภณ

อาจารย์ศรัณยา มหากนก และอาจารย์เจษฎา เนื่องหล้า

วิทยากรท้องถิ่นมาต้อนรับและร่วมให้ความรู้ระหว่างการเดินทาง

คุณจินตนา ไพบูลย์ และคุณธนพล ผลเพิ่ม

วันที่ 27 เมษายน 2559

ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ เป็นหมู่บ้านที่มีคนอพยพเข้ามาจาก 11 จังหวัดมาอยู่ที่หมู่บ้านคลองเรือ มาอาศัยอยู่กับป่าอย่างสงบ เนื่องจากมีการให้ความรู้กับชุมชนที่เข้ามาอาศัยด้วย อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่มีเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ แต่ปัจจุบันไม่สามารถนำมาผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ เป็นชุมชนที่บ้านคลองเรือร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยจัดการดูแลรักษาป่า

คุณพงศา ชูแนม หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาป่าพะโต๊ะ มีการร่วมมือและศึกษาดูงานในหลายพื้นที่ มีการจัดทำพื้นที่เกษตรว่าจะทำแบบไหน ภายในพื้นที่ 80 ไร่ คุณพงศากล่าวว่าถ้าสังคมไหนที่ชาวบ้านยากจนอยู่ ก็จะยังไม่อยากช่วยสังคม จึงได้ร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านมีรายได้ มีฐานะที่ดีก่อน และเมื่อดีแล้วก็จะอยากมาช่วยสังคมต่อไป

รายได้หลักชุมชนหมู่บ้านคลองเรือ ได้จากการทำสวน และการทำเศรษฐกิจพอเพียง และการทำการท่องเที่ยวชุมชนแบบรักษาธรรมชาติ ได้รางวัลกินรีในปี 2541 การดำเนินตามแนวพระราชดำริ รางวัลลูกโลกสีเขียวที่ได้จากการดูแลรักษาธรรมชาติที่ดูแลรักษาป่า มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ร่วมกับ กฟผ.และ มธ. ทำโครงการวิจัยฯ การสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่คลองเรือเครื่องเล็ก แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำได้เนื่องจากเครื่องมีปัญหา และฝนไม่ตก

สิ่งที่อยากจะหารือคือเมื่อธรรมชาติเปลี่ยนแปลงจะแก้ไขอย่างไร เพราะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เนื่องจากน้ำน้อย จึงอยากขอหารือกับคณะผู้บริหารทุกคน เพราะได้เคยไปศึกษาดูงานที่แม่กำปอง เขาสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ จึงคิดว่าที่คลองเรือ น่าจะทำได้เช่นนั้นบ้าง เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่คลองเรือ กฟผ.ออกเงินให้ทุกอย่าง ที่เหลืออยากให้ชาวบ้านทำเอง แต่ปัญหาคือปัจจุบันเครื่องไม่สามารถผลิตไฟได้

การบริหารจัดการเครื่องผลิตไฟฟ้าที่คลองเรือจะมีให้ค่าคนดูแล 30% และมีการคิดค่าบริการไฟฟ้า ตามสัดส่วนการใช้ไฟฟ้ามากน้อย ซึ่งคนดูแลจะได้เงินในการดูแลเดือนละไม่ถึง 10,000 บาท แต่ตอนหลังไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เนื่องจากมีปัญหาเรื่องรอยต่อฤดูฝนกับฤดูแล้ง และการเดินระบบของเครื่องเป็นปัญหา ซึ่งจากที่แต่ก่อนชาวบ้านมีไฟใช้ในราคาถูก สามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง แต่ปัจจุบันกลับไม่มีแล้ว

ปัจจุบันที่คลองเรือได้เริ่มมีการใช้ Solar Cell เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าบ้านแล้ว และกำลังเดินเรื่องเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเล็กประมาณ 3-4 กิโลวัตต์กับ กฟภ.

ประเด็นคือในอนาคตอาจต้องขอความช่วยเหลือจากเขื่อนเชี่ยวหลาน กฟผ.และควรสนับสนุนให้มีความรู้ทางเทคนิค และให้ความสำคัญต่อการตรวจเช็ค และซ่อมบำรุงเครื่อง และประเด็นที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาในช่วงหน้าแล้ง โดยสิ่งที่ กฟผ.แนะนำให้ดูปัญหาที่ต้องแก้ไขก่อน และการแก้ไขปัญหาระยะยาว

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และโรงไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถทำร่วมกันได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ และการเชื่อมต่อกับ กฟภ.

ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งถ้าสามารถนำ กฟภ.เข้ามาร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้ ไม่น่าจะมีปัญหา ควรมีการตรวจสอบว่าเครื่องที่เสียหายเป็นเพราะอะไรและจะแก้ไขอย่างไร

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เสริมว่า การที่กฟผ.มาช่วยนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าให้ EADP 12 ร่วมและเป็นผู้นำในการทำโครงการฯ นี้ให้ประสบความสำเร็จจะถือว่าเป็นการสร้างแบรนด์ที่ดีได้ จึงอยากขอให้คนของกฟผ. ทางเขื่อนเชี่ยวหลาน รับไปพิจารณา

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. จะสามารถขอเชื่อมไฟไปยังหมู่บ้านได้หรือไม่ และไม่ทราบว่าจะเป็นเป็นระบบอย่างไร

ตอบ ต้องมีการมาตรวจสอบก่อนว่าสามารถทำได้หรือเป็นไปได้อย่างไร สำหรับปัญหาบางอย่างถ้าล่วงไม่ได้ เราต้องกลับไปช่วยสร้างพลังงานในชุมชน

คุณรุ่งโรจน์ ใหม่ซ้อน

กล่าวถึงการทำงานทั้งหมดเพื่อรักษาฐานทรัพยากรที่มีจำกัดโดยใช้กิจกรรมนำ แต่ในมุมของนักวิชาการจะมองว่าเมื่อคนไปอยู่ที่ใด ที่นั้นจะพัง แต่ทางโครงการฯ คิดว่าถ้ามีการจัดการที่ดีจะให้คนสามารถอยู่กับป่าได้และสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้ เช่น โรงไฟฟ้าเมื่อทำแล้วจะใช้ได้อย่างยั่งยืนถึงลูกถึงหลาน มีคลองเรือเป็นโมเดลต้นแบบ แต่ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ มีเครือข่ายให้ช่วยเหลือและแก้ไข

ไม่ต้องบอกว่าป่าสำคัญอย่างไร แต่ทำอย่างไรให้มีข้าวสารกิน ได้มีการตั้งกลุ่มขึ้นมาทำข้าวสารเป็นต้น มีการทำประปาภูเขา ทำโรงไฟฟ้า ทำถ่านหิน จนลืมไปว่ามารักษาป่า แต่ผลที่ได้คือการเข้าถึงทรัพยากรอย่างแท้จริง มีการทำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จนได้รางวัลกินรีทองคำ และรางวัลยอดเยี่ยม

ที่คลองเรือมีทรัพยากรที่น่าจะทำการท่องเที่ยว เช่น ล่องแพไม่ไผ่ ชมดอกบัวตูม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติ จึงเป็นเส้นทางที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับชาวบ้านให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อาทิ แม่ครัว คนนำทาง โฮมสเตย์ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าทุกคนจะได้รับผลประโยชน์หมดเนื่องจากเป็นผลจากการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ สรุปคือ อยู่ที่กิจกรรมที่มีการทำต่อเนื่องเรื่อย ๆ

ที่พะโต๊ะ ป่าภูผาเป็นหัวใจสำคัญที่นำทะเลถึงเกาะ แต่ไม่อยากมองวาเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นคือ ต้องทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และยืนได้ด้วยตัวเองก่อน ให้มองว่าชุมชนต้องการอะไร

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

การทำที่เขื่อนเชี่ยวหลาน ทำให้เกิดธรรมชาติและวิถีชีวิตดีขึ้น เพราะสิ่งที่ได้คือพลังงานนั้นไม่ได้แค่ชาวบ้านเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเจริญให้กับชุมชนโดยรอบ สิ่งไหนที่คิดว่าไม่ดีก็ค่อย ๆ แก้ไขกันไป

ด้วยภารกิจที่ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การดำเนินการโดยท่องเที่ยวชุมชน มียุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงที่ให้เกิดความสมดุลและอยู่ดีกินดี

โครงการจากภูผาสู่มหานที เป็นโครงการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เพราะป่าอยู่ได้ คนถึงอยู่ได้ มีการทำกาแฟใส่ถ้วยไม้ไผ่ มีการสร้างเครือข่าย Networking และทีมเวอร์ก

ผู้ใหญ่บ้าน

ได้กล่าวว่าที่คลองเรืออยู่ได้ ก็ด้วยกฎ กติกา อาทิ ห้ามคนในพื้นที่ขายที่ดินให้กับคนนอก เพราะต้องการให้ลูกหลานมีที่ทำกิน ไม่ต้องเข้า กทม.เพื่อแย่งกันทำมาหากิน

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. ต้องรู้ระบบการบำรุงรักษา ต้องทราบว่าการรักษาเครื่องมีขั้นตอนอย่างไร เพราะเครื่องยนต์มีอายุจำกัด

ตอบ มีเรื่องการดูแลลูกปืน ถ้าดูแลไม่ได้ก็ต้องมีการซ่อมแซม และมีการดูในเรื่องจารบีเป็นต้น โดยคาดว่าจะต้องขอคำปรึกษาเรื่องการดูแลรักษา

2. เรื่องการห้ามขายที่ดิน จะมีบทลงโทษอย่างไร

ตอบ ใครขายที่ดินจะมีการยึดที่ทั้งหมด แล้วปลูกป่าแทน (ที่ดินไม่มีเอกสาร)

3. แนวทางการอนุรักษ์ป่าเป็นอย่างไร

ตอบ เน้นการดูแลคน ให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเมื่อคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีก็จะไม่ทำลายป่า การสร้างแรงจูงใจให้คนรักษาป่าได้ ต้องมีความเข้มแข็งและเด็ดขาด

4. มองเรื่องปัญหาสามารถแก้ไขได้ แต่สิ่งเรียนรู้คือการสร้างความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ต้องมองร่วมกันทั้งหมด รวมถึงปัญหาที่น้ำไม่พอแล้วโรงไฟฟ้าเดินไม่ได้เป็นต้น คนต้องเน้นการเพิ่มและการพัฒนาพลังงานไปในทิศทางใด ต้องมองต่อเนื่องไปถึงอนาคต ไม่อย่างนั้นจะแก้ไขไม่ได้

ตอบ การทำฝาย การทำเขื่อน สามารถส่งผลประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวได้ด้วย โดยในทุกสัปดาห์จะมีการสอนการปลูกป่ายาง และเน้นให้ลูกหลานกลับมาทำกินที่บ้านเกิดของตัวเอง

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เสริมว่า อยากให้ชุมชนมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และให้มีการส่งข่าวถึงกัน สำหรับกฟผ. คนต้องมีความเข้าใจและช่วยเหลือองค์กร ให้เครือข่ายเชื่อมโยงกันทางไลน์ กฟผ.ต้องสร้างศรัทธา Trust ให้เกิดในสังคมอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึง Mindset ของคนที่ทำอย่างต่อเนื่อง



โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อติดตามข่าวโครงการ

http://www.gotoknow.org/posts/605873

ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์. ประจำวันที่ 3-18 พฤษภาคม 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Chira Academy



ความเห็น (28)

คมกฤช เหลืองอ่อน หัวหน้าโครงการบริหารสัญญาระหว่างก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว (หก-บล.)
IP: xxx.158.167.132
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน

- มีการบูรณาการทุกภาคส่วนจัดทำเป็นทีมบ้านตาขุนซึ่งประกอบด้วยอำเภอบ้านตาขุน เทศบาล โรงเรียนบ้านตาขุนพิทยา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลเชี่ยวหลาน มีการจัดกิจกรรมพบปะพูดคุยกันทุกเดือน ทำให้มีเวทีในการแลกเปลียนความคิดเห็น แก้ไขปัญหา

- ชุมชนรอบเขื่อนได้รับการเสริมอาชีพ จัดทำผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ พืชสมุนไพร ขมิ้น ยา ลูกประคบ

- การทำ CSR ของเขื่่อนมีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบของแต่กองซึ่งมีจำนวน 4 กอง จัดเจ้าหน้าที่ประจำแบบเกาะติด ซึ่งอยู่กันนานเป็นสิบปี

- มีการพัฒนาหลักสูตรการท่องเที่ยวชุมชน มีเอกสารประกอบหลักสูตร จัดทำเอกสารคู่มือการท่องเที่ยว มีการอบรมมัคคุเทศน์ภาษาอังกฤษเพื่อต้อนรับ AEC โดยได้รับงบประมาณจากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า มีการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ มีการควบคุมจำนวนเรือ ชนิดเรือ ร้านอาหาร แพที่พัก


นายพิพัทต์ คงสินทวีสุข
IP: xxx.158.166.148
เขียนเมื่อ 

เรียน อ.จีระ หงส์ลดารมณ์

วันที่ 26 เม.ย.59

Topic : โดย “กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนฯ ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยการสนับสนุนของ กฟผ.”

ซึ่งให้ความสำคัญกับชุมชนและสังคมโดยรอบ รับฟังการเสวนา

หัวข้อ บทบาทของ กฟผ. กับการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภา และเสียงสะท้อนจากชุมชนเพื่อการพัฒนา

โดย นายดิลก ธโนศวรรย์ ผู้อานวยการเขื่อนรัชชประภา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (อขช.)

นายวิจารณ์ จุณฑวิจิตร ปลัดอาวุโส อำเภอตาขุน

นายธีรศักดิ์ สอนมี นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านตาขุน

คุณกัญจนา สมชาติ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านตาขุนวิทยา

คุณมาลี ชูศรี ผอ.รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลเชี่ยวหลาน

จากการร่วมฟังการเสวนาระหว่างผู้บริหาร กฟผ.เขื่อนรัชชประภา หัวหน้าส่วนราชการและเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านตาขุน ทำให้ทราบว่ากฟผ.เขื่อนรัชชประภา มีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนรอบๆ เขื่อนได้เป็นอย่างดี เป็นที่ยอมรับของส่วนราชการและชุมชน โดยใช้ศักยภาพที่มี ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยว อ่างเก็บน้ำเขื่อนฯ ทรัพยากรมนุษย์ของ กฟผ. โดย อขช. ได้ย้อนอดีต ที่ท่านผู้ว่าการ กฟผ. นายวีระวัฒน์ ชลายน ได้ให้นโยบายในการช่วยเหลือชุมชน โดยการดูแลโรงเรียนรอบๆ เขื่อน ผู้บริหารเขื่อน จึงได้จัด color zone โดยมอบหมายให้แต่ละกองแต่ละแผนกลงไปดูแลรับผิดชอบแต่ละโรงเรียน ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีงบประมาณแต่จะใช้วิธีลงขัน จัดกิจกรรมการกุศลเพื่อหารายได้มาดำเนินการช่วยเหลือชุมชน (สมัยนั้น ไม่มีกฎ ระเบียบ ไม่มีอะไรมากำกับมากมาย เช่นปัจจุบัน และยังไม่รู้จักCSR ) แต่เขื่อน ตั้งอยู่ในป่ามีชุมชนอยู่โดยรอบ กฟผ.ไปทำงานอยู่ จึงมีแนวคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้ชุมชนมีชีวิตที่ดี มีความสุข และได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดโครงการต่างๆ มากมาย เช่น โครงการเปิดประตูสู่เขื่อน โครงการชีววิถี ค่ายเยาวชน และโครงการช่วยเหลือราชการ ตำบล อบต.อีกหลายโครงการ

ด้านการศึกษา อ.กัญจนาฯ ได้เล่าถึงความช่วยเหลือสนับสนุนของ กฟผ. ที่สำเร็จ ได้แก่ โครงการสนับสนุนการจัดทำหลักสูตรส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น ชีววิถีและพลังงาน การจัดทำหลักสูตรภาษาอังกฤษ ไกด์ท้องถิ่น การจัดทำสคลิปท่องเที่ยวโดยทำเป็นภาษาไทยและแปลเป็นภาษาอังกฤษ กฟผ.ยังสนับสนุนการจัดทำเอกสาร CD เป็นเครื่องมือช่วยเรียนช่วยสอน ซึ่งสามารถจะนำไปเรียนที่บ้านก็ได้ 2ปีที่ผ่านมา ได้จัดทำโปรเจ็ค อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ทำให้นักเรียนจำนวน3โรงเรียนตามเส้นทางน้ำไหล (แม่น้ำพุมดวง)ได้มีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์ฝรั่ง โครงการรัชชประภาสานฝัน Move World Together อาจารย์ มองว่า กฟผ.เป็นคลังความรู้ เป็นปราชญ์พลังงานไม่ใช่คลังงบประมาณที่คอยแต่จะขอ กฟผ.

จากทั้งหมดทั้งปวงที่ กฟผ.ได้สนับสนุน ทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ กล้าแสดงออกในทางที่ดี ได้มีโอกาสรับคณะและบุคคลสำคัญจากทั่วประเทศ มีเขื่อนรัชชประภา ก็เลอค่าแล้ว

ด้านการส่งเสริมสุขภาพชุมชน ท่าน มาลี ชูศรี ผอ.รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลเชี่ยวหลาน ได้พูดถึงเขื่อนว่าได้ให้การสนับสนุนการปลูกสมุนไพร เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ภูมปัญญาทำสมุนไพร ที่อยู่ได้ต้องมีภาคีเครือข่าย อสม. กลุ่มแม่บ้าน พัฒนากรอำเภอ นายอำเภอ ฯลฯ ช่วยให้กลุ่มผู้สูงอายุผลิต ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เป็นสินค้าขายดี ทำให้คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น มีอาชีพทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

นายก อบต.ตาขุน ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ชาวบ้านท้องถิ่นเป็นหนี้ชาวเขื่อน เพราะถ้าไม่มีเขื่อน อ.บ้านตาขุนจะไม่เจริญเท่านี้ และการท่องเที่ยวก็ไม่บูมเท่านี้แน่

ท่านปลัดอาวุโสอำเภอบ้านตาขุน นายวิจารณ์ฯ ได้กล่าวถึงการทำงานในอำเภอบ้านตาขุน ต้องทำงานเป็นทีมชื่อตาขุนทีม เรามีสภากาแฟพูดคุยกันประจำ อยู่กันอย่างสามัคคีกลมเกลียวต้องลงพื้นที่ไม่ใช่นั่งโต๊ะทำงานเพื่อให้เข้าถึงและรู้ปัญหาของประชาชน ทีมตาขุน ประกอบด้วย 4 ความร่วมมือ คือ เอกชน,ส่วนราชการ ,กฟผ. และนักวิชาการ

สิ่งที่ได้เรียนรู้ที่จะนำไปใช้กับ กฟผ.ขออ้างอิงทฤษฎี อาจารย์จีระฯ คือ 3 R

REALITY ต้องปะทะความจริง เขื่อนจะอยู่ร่วมกับชุมชน ชาวบ้าน ส่วนราชการ ได้อย่างมีความสุข คน กฟผ. ต้องทำความรู้จักกันกับชาวบ้าน อาจารย์ ส่วนราชการฯลฯ ต้องมีความจริงใจ ทำอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดเป็นภาคีเครือข่าย

RELEVANCE ต้องปะทะตรงประเด็น การช่วยเหลือชาวบ้านต้อง จริงใจเลือกเรื่องที่จะช่วยเหลือให้ตรงประเด็น ต้องความต้องการของชุมชน ไม่ใช่ไปยัดเยียดให้

RESULT ผลที่เกิดจากโครงการต่างๆ ที่สำเร็จ จะนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้าน สร้างศรัทธา (Trust) เกิดทัศนคติที่ดีต่อ กฟผ. และเกิดความเชื่อมั่น ความไว้เนื้อเชื่อใจ กฟผ.

ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน (ชุมชนเก่าแก่ใต้เขื่อนฯ)

- เยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนที่พัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

- บรรยายพิเศษ เรื่อง การจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

โดย คุณฤทธิรงค์ ฤทธิ์กุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาเทพพิทักษ์

การเยี่ยมชมการจัดการท่องเที่ยวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ทำให้ทราบถึงแนวคิดที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาพัฒนาให้เกิด VALUE ทำให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการสร้างกฎระเบียบในการที่จะธำรงรักษาทรัพยากรที่มีอยู่ให้คงไว้ การดูแลรักษาต้นไม้ผลดั้งเดิมของท้องถิ่นและปลูกเสริมด้วยไม้ผลให้หลากหลาย เช่น พันธุ์ทุเรียนท้องถิ่น ,มังคุด, เงาะฯ การดูแลต้นน้ำลำธารและพัฒนาอาชีพชุมชน การสาธิตการผลิตผลิตภัณฑ์ของชุมชน เช่น การผลิตไข่เค็ม ปลาส้ม ฯลฯ ก่อให้เกิดอาชีพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ฯ นำรายได้สู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 27 เม.ย.59

Topic : กิจกรรม CSR ณ ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

ชุมชนต้นแบบของการเรียนรู้ “บ้านคลองเรือ”

ศึกษาดูงานการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งและการบริหารจัดการพลังงานโดยชุมชนบ้านคลองเรือ

โดย นายมนัส คล้ายรุ่ง ผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านคลองเรือ

นายรุ่งโรจน์ ใหม่ซ้อน ประธานชมรมบ้านพักโฮมสเตย์ เหวโหลม ต้นน้ำพะโต๊ะ

การจัดการทรัพยากรน้ำของหมู่บ้านคลองเรือ เกี่ยวข้องทั้งการจัดการป่าไม้ซึ่งเป็นต้นกำเนิดน้ำ และการบริหารจัดการเพื่อให้น้ำมีคุณภาพดี มีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ และคนทุกคนในชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยเน้นการจัดการอย่างเป็นระบบโดยชุมชนเอง ซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชน และมีการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการวางแผนจัดการ

นอกจากนั้น หมู่บ้านคลองเรือยังได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชนอื่นๆ ทั้งที่อยู่บริเวณต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ชายฝั่งทะเล และเกาะแก่ง อันจะเป็นการเพิ่มพูนความรู้และขยายแนวทางการดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ทรัพยากรน้ำมีความยั่งยืนต่อไป

ชุมชนบ้านคลองเรือ ได้ร่วมกับ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน โดยร่วมกันศึกษาศักยภาพของพื้นที่ทางด้านทรัพยากรน้ำ และศักยภาพของชุมชนในการบริหารการจัดการทรัพยากร ทำให้ชุมชนมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำกำลังผลิต 100 กิโลวัตต์ ที่จะใช้พลังน้ำจากน้ำตกมาผลิตไฟฟ้าเพื่อให้ชุมชนใช้ รวมทั้งมีแนวทางในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ชุมชนจะเป็นเจ้าของ

แต่ปัจจุบันเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำมีปัญหา 2 เรื่อง คือ ชุดควบคุมและแบริ่งชำรุด น้ำน้อยเนื่องจากภัยแล้งจึงไม่สามารถผลิตพลังงานได้ และต้องการต่อสายส่งไฟฟ้าของ กฟภ. เชื่อมกับระบบสายไฟฟ้าของชุมชน

การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

โครงการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นโดยชุมชนคลองเรือร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จัดทำโครงการ "คนอยู่-ป่ายัง" ที่ต้องการให้ชุมชนและป่าอยู่รอดไปด้วยกัน เพื่อให้การอนุรักษ์ป่าเป็นไปอย่างยั่งยืน กิจกรรมท่องเที่ยวที่จัดขึ้นก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการที่ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่อนุรักษ์ไว้ มีรายได้ นำเศรษฐกิจพอเพียงอย่างพ่อแม่ปู่ย่าตายายมาเป็นแนวทาง ทำให้ชาวบ้านอยู่รอดได้ ไม่แย่งชิงทำมาหากิน และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตโดยให้มีผลกระทบต่อทรัพยากรน้อยที่สุด

นอกจากนั้น ชุมชนยังได้มีการขยายความคิดไปยังชุมชนอื่นๆ รวมทั้งเครือข่าย “จากภูผา สู่มหานที” และ “เครือข่ายลุ่มน้ำหลังสวน” ที่เป็นการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น การปลูกป่า มีการบริหารจัดการเพื่อการอนุรักษ์ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงชายฝั่ง และเกาะแก่ง โดยพื้นที่ต้นน้ำคือ บ้านคลองเรือ พื้นที่กลางน้ำคือ พะโต๊ะ และพื้นที่ปลายน้ำคือ อำเภอสวี และหาดทุ่งวัวแล่น ซึ่งการรวมกลุ่มและการขยายเครือข่ายนี้ จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด เสริมกำลังใจให้แก่กัน ส่งผลให้การอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศเกิดขึ้นในวงการ อันจะยิ่งเพิ่มความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้แก่ทรัพยากรของประเทศต่อไป

การจัดการทรัพยากรโดยชุมชนเอง และการเกิดองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง ชาวบ้านมีความสามัคคีกัน มีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ และความไม่เคยหยุดนิ่งในการหาวิธีการพัฒนาคุณภาพชีวิต จะทำให้การวางแผนและจัดการทรัพยากรชุมชนประสบความสำเร็จและเกิดขึ้นต่อเนื่องต่อไป อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำและป่าไม้ ของชุมชน ของลุ่มน้ำ และของประเทศชาติ

ชุมชนคลองเรือ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2553 ชุมชนต้นแบบของการเรียนรู้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนแห่งแรกของภาคใต้

ท่านประธานชมรมโฮมสเตย์ คุณรุ่งโรจน์ฯ หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ ได้กล่าวถึงการจัดการที่ดีให้คนสามารถอยู่กับป่าได้ ทำเพื่อรักษาฐานทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด สำหรับการจัดท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ โดยแบ่งผลประโยชน์จากกิจกรรมให้ผู้เกี่ยวข้อง เช่น แม่ครัว คนนำทาง เด็กนักเรียน ฯลฯ

ยุทธศาสตร์ วิถีชีวิต -เศรษฐกิจพอเพียง เกิดความสมดุลย์

-การดูแลต้นน้ำถึงปลายน้ำ

-กิจกรรม คนอยู่-ป่ายัง

กติกาชุมชน ห้ามขายที่ดินให้บุคคลภายนอกหมู่บ้าน

จากการมาเรียนรู้ชุมชนบ้านคลองเรือ ได้รับทราบถึงปัญหาเรื่องเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ชำรุดใช้การไม่ได้และผู้ใหญ่บ้านได้ร้องขอให้ กฟผ.ช่วยแก้ไขปัญหาให้ด้วย พวกเรา EADP 12 ได้มีการปรึกษาหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องใน กฟผ.เพื่อเร่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาดังกล่าวทันที

กฟผ. มีหน่วยงานต่างๆ มากมาย ต่างคนต่างทำ เวลามีปัญหาเกิดขึ้นมักจะสร้างปัญหาให้กับหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายๆเรื่อง หน่วยงานในท้องถิ่นไม่ได้ร่วมดำเนินการจึงไม่ทราบที่มาที่ไปจะติดต่อใคร เปรียบเสมือน Silo ต่างคนต่างทำหน้าที่ไม่มีการประสานงานกัน

วันที่ 28 เม.ย.59

Topic : “ผู้นำกับการสร้างเครือข่าย..การจัดการชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อความยั่งยืน”

โดย... ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

นายอำพล ธานีครุฑ (ผู้ใหญ่หรั่ง)

อาจารย์อำนาจ รักษาพล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร

บทเรียนที่ได้รับจาการเรียนรู้ชุมชนเกาะพิทักษ์ โดยได้ข้อเสนอแนะจาก ท่านนายอำเภอหลังสวน ท่านผู้ใหญ่หรั่ง และอาจารย์อำนาจฯ

การบริหารจัดการโดยชุมชน เพื่อชุมชนทุกคนต้องมีส่วนร่วม รักษาประโยชน์ของตัวเองและส่วนรวม ต้องมีผู้นำที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี ทุกคนต้องร่วมคิด ร่วมพูดคุย สรุปผล ทดลองผิดลองถูก เมื่อพบปัญหาก็หาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน การแบ่งผลประโยชน์ให้เกิดความเท่าเทียมกัน อย่ายึดผู้นำเป็นหลัก ต้องยึดองค์กรเป็นหลัก

กฟผ.จะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ มักถูกต่อต้าน ขอเสนอแนะให้มีการพูดคุยทำความเข้าใจ เปิดใจพูดคุยต้องบอกความจริงทุกเรื่องให้หมด ต้องจริงใจ ต้องบอกให้รู้ทำแล้วดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร สิ่งที่ไม่ดีจะมีแนวทางป้องกันแก้ไขอย่างไร การใช้เงินจะสร้างปัญหา เพราะไม่สามารถให้ได้ครบทุกคน

NGO จะทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง การแก้ไข ก่อนที่จะทำโครงการอะไร กฟผ. ต้องเชิญตัวแทนที่ชาวบ้านไว้วางใจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านจะดีที่สุดเพราะใกล้ชิดกับลูกบ้าน ต้องพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านเพื่อที่จะได้นำสิ่งที่จะเกิดขึ้นไปบอกชาวบ้าน และต้องคลุกคลีกับชาวบ้าน เพื่อจะได้รู้จักกับชาวบ้าน การที่จะสร้างโรงไฟฟ้า กฟผ. ต้องทำอย่างต่อเนี่อง อย่าท้อแท้ กับคนที่ไม่เห็นด้วยเพียงจำนวนหนึ่ง แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่ให้การสนับสนุน กฟผ.

กฟผ.ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้ชาวบ้านศรัทธา ยอมรับ เมื่อเกิดศรัทธขึ้นแล้ว การที่จะทำอะไรก็จะได้รับความร่วมมือ ให้การสนับสนุน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ตามทฤษฎี 3 ต.และเครือข่ายยกกำลัง 2 ของท่าน อ.จีระฯ คือ ทำอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่องและต่อเนื่อง การมีภาคีเครือข่าย เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เพื่อจะช่วยสร้างความเข้าใจให้กับชุมชน ในภารกิจ กฟผ.

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดยังต้องดำเนินการในพื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าอยู่แล้วด้วย เพื่อให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุข ผลิตไฟฟ้า เพื่อความสุขของคนไทย

เสริมพงศ์ วิชิตเนตินัย
IP: xxx.158.167.150
เขียนเมื่อ 

บทเรียนจากชุมชน: สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการดูงาน 26-28 เมษายน 2559

วันแรก: 26 เมษายน 2559

“บทบาทของ กฟผ.กับการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชประภา” เป็นการสัมมนาที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านตาขุน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าของสถานที่คือ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านตาขุน กับปลัดอาวุโสอำเภอบ้านตาขุน โดยมี ผอ.เขื่อนรัชชประภา ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ และ รอง ผอ.พร้อมด้วยครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านตาขุน เข้าร่วมสัมมนา

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หน่วยงานต่างๆในพื้นที่ยังขาดงบประมาณในการพัฒนาพอสมควร เขื่อนรัชชประภาของ กฟผ.จึงเป็นหน่วยงานสำคัญที่หน่วยงานอื่นในท้องถิ่นมุ่งหวังจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ทั้งการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน การพัฒนาอาชีพ การส่งเสริมคุณภาพชีวิต คุณภาพการศึกษา ด้วยระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ทำให้เกิดความผูกพันระหว่างคนในเขื่อนกับคนรอบเขื่อน

ที่น่าประทับใจคือเด็กนักเรียนผู้หญิงชั้น ม.2 จากโรงเรียนบ้านตาขุน ตอบคำถามที่ว่าหากเปลี่ยนจากเขื่อนเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ชาวบ้านจะยังรักโรงไฟฟ้าหรือไม่ เธอตอบในทันที่โดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนว่า การจะยอมรับหรือไม่นั้นต้องดูว่าประโยชน์ที่ได้มานั้นคุ้มค่ากับผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือไม่ และต้องดูว่าเป็นประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ดูเฉพาะในพื้นที่อย่างเดียว เรื่องใดที่ก่อให้ผลกระทบก็ต้องมาช่วยกันหาทางแก้ไข ตอบแบบนี้เลยต้องปรบมือรัวๆดังๆ

ตอนท้ายของการสัมมนาอาจารย์จีระ ฝากประเด็นให้ไปคิดต่อว่า เขื่อนไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตพลังงานให้กับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งทุนมนุษย์ เพราะ กฟผ.มีคนที่มีความรู้จำนวนมาก จึงควรสร้างศูนย์เรียนรู้ในชุมชน เพื่อพัฒนาความรู้ให้คนในพื้นที่ด้วย จึงจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน

ช่วงบ่ายเป็นการเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนที่พัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีระบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน ที่ชุมชนบ้านเขาเทพพิทักษ์ ซึ่งให้การต้อนรับโดยคุณฤทธิรงค์ ฤทธิ์กุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาเทพพิทักษ์ ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำด้านท้ายเขื่อนที่อยู่ไม่ไกลจากเขื่อนรัชชประภาไม่มากนัก

ทรัพยากรสำคัญของที่นี่ก็คือลำน้ำคลองแสงที่ไหลผ่านหมู่บ้าน สวนผลไม้ที่มีอยู่ราว 200 ไร่ สะพานแขวนข้ามแม่น้ำยาวประมาณ 200 เมตรที่รถมอเตอร์ไซด์วิ่งข้ามได้ มี Home Stay อีก 4-5 หลัง และภูเขารูปหัวใจที่เป็น Land Mark สำคัญที่ใครๆมาก็ต้องถ่ายรูป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “คน” โดยเฉพาะคุณฤทธิรงค์ ประธานกลุ่ม กับผู้ใหญ่บ้านที่ให้ความร่วมมือกัน ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคมานานหลายปีจนมีการจัดการที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ถึงแม้จะจะยังต้องดิ้นรนอีกพอสมควร แต่ก็ต้องนับถือความมานะทุ่มเทของผู้นำกับสมาชิก ปัญหาที่พบตอนนี้คือการเข้ามาของระบบทุน ที่พยายามเข้ามาซื้อที่ดิน สร้างร้านค้า ซึ่งอาจมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จนคนในพื้นที่อาจต้องถดถอย ความหวังทั้งหมดจึงต้องฝากไว้ที่ผู้นำกับความเหนียวแน่นของเหล่าสมาชิก

กฟผ.ได้เรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่จะนำไปวิเคราะห์ปรับกลยุทธอย่างไร ที่จะให้เกิดความยั่งยืนกับชุมชน โดยไม่เสียของ ลองคิดถึงทฤษฎี 3 ต.ของอาจารย์จีระคือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง (อาจเพิ่ม “ต่อยอด”เข้าไปอีก 1 ต.น่าจะดี) เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างคุณค่าใหม่ และได้รับคุณค่าจากความหลากหลายเหล่านี้

ช่วงนี้ขอพักการเดินทางไว้เท่านี้ก่อน ช่วงต่อไปผมจะเล่าให้ฟังถึงการไปดูงานที่บ้านคลองเรือ และเกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 27 และ 28 เมษายน 2559

เสริมพงศ์ วิชิตเนตินัย
IP: xxx.158.167.150
เขียนเมื่อ 

วันที่สองของการดูงาน: 27 เมษายน 2559

ที่บ้านคลองเรือ ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร หลังการเดินทางด้วยรถปิ๊กอัพที่แบ่งเป็นกลุ่มๆละ 5 คน ใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมง บนเส้นทางที่ไม่โหดเท่าไรนัก ได้รับการต้อนรับด้วยอาหารมื้อเที่ยง ที่อร่อยและแปลกกว่าที่อื่นก็คงเป็นไข่หลาม ที่คล้ายๆไข่ตุ๋นแต่เอาไข่ไก่ราว 10 ฟองลงไปตีในกระบอกไม้ไผ่ผ่าซีกยาวราวๆหนึ่งศอก แล้วเอาไปเผาในกองถ่าน มีกลิ่นหอมจากไม้ไผ่และควันไฟ รสชาติก็คล้ายกับไข่ตุ๋นแต่ก็อร่อยดี นอกนั้นก็มีน้ำพริกกะปิ แกงเหลืองสับปะรด ผักเหลียงต้มกะทิ ผักเหลียงผัดไข่ กินกับข้าวสวยห่อใบตองนึ่ง อิ่มจนจุกไปตามๆกัน

จุดประสงค์ที่มาที่นี่ก็เพื่อดูการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง และการบริหารจัดการพลังงานชุมชน ที่บอกว่ามีการบริหารจัดการพลังงานก็เนื่องจากที่นี่อยู่นอกเขตการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่มีแหล่งพลังงานเป็นของตัวเองคือมีแหล่งน้ำบนยอดเขาซึ่งเมื่อ 4-5 ปีก่อน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ มอ.และ กฟผ. ได้มาออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 100 กิโลวัตต์ พร้อมเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าไปให้บ้านแต่ละหลัง และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารจัดการ ปัจจุบันพบปัญหาไม่สามารถเดินเครื่องปั่นไฟได้ เนื่องจากน้ำแล้งและอุปกรณ์บางรายการชำรุดเสียหาย ต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้ชุมชนได้ใช้ไฟฟ้าโดยเร็ว มิฉะนั้นอาจลุกลามกลายเป็นปัญหาสร้างความแตกแยกของชุมชนได้

การเสวนาในช่วงบ่ายมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วยผู้ใหญ่มนัส คุณรุ่งโรจน์ ประธานชมรมบ้านพักโฮมสเตย์เหวโหม ต้นน้ำพะโต๊ะ คุณจินตนา อาจารย์จีระ และ อาจารย์พิชญ์ภูรี ประเด็นที่น่าสนใจที่ถอดความออกมาได้มีดังนี้

การพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง มีปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่

  • ผู้นำชุมชน ต้องเข้มแข็งเป็นที่ยอมรับ
  • สมาชิกที่ให้ความร่วมมือ มองเห็นประโยชน์ของส่วนรวมที่ยั่งยืนเป็นหลัก
  • นักวิชาการ คอยสนับสนุนความรู้ ให้คำแนะนำ ช่วยประสานงานฝ่ายต่างๆ
  • ภาคีเครือข่ายจากภายในและนอกชุมชน ได้แก่ หน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำ เครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จะช่วยให้มีการประสานงาน ช่วยเหลือ แลกเปลี่ยน สนับสนุน ร่วมแก้ไขปัญหา

ข้อคิดที่น่าสนใจ

  • การดูแลป่าต้นน้ำต้องดูแลคนก่อน แล้วคนจะช่วยดูแลป่าเอง จึงจะประสบความสำเร็จ ตามแนวคิด “คนอยู่ ป่ายัง”
  • ชาวบ้านต้องมีอาชีพ มีรายได้ จึงจะมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • นักท่องเที่ยวต้องคัดกรองอย่างมีคุณภาพ จึงจะยั่งยืน และช่วยดูแลรักษาป่า
  • ต้องมีความต่อเนื่อง

การนำไปปรับใช้ใน กฟผ.

  • กฟผ.ไม่สามารถทำ CSR.ให้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง
  • ต้องแสวงหาความร่วมมือจากเครือข่ายช่วยกันทำงาน ได้แก่ นักวิชาการ องค์กรเอกชน กลุ่มอาชีพต่างๆในท้องถิ่น หน่วยราชการ
  • กฟผ.ต้องเข้าถึงผู้นำชุมชน ชาวบ้าน มีการให้ข้อมูลสื่อสารตรงไปตรงมา
  • ไม่ยึดเอาแต่ประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • กฟผ.ต้องสร้างความศรัทธาในสังคม ในชุมชน อย่างต่อเนื่องทั้งในวงแคบและวงกว้าง เพื่อให้ส่งเสริมผลักดันกัน

ช่วงหน้าเหลือเวลาดูงานอีก 1 วัน จะพาไปขึ้นเกาะพิทักษ์ที่ทะเลชุมพรครับ

เสริมพงศ์ วิชิตเนตินัย
IP: xxx.158.167.150
เขียนเมื่อ 

วันที่สามของการดูงาน: 28 เมษายน 2559 หมู่บ้านเกาะพิทักษ์ ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

จุดเด่นของที่นี่คือเป็นชุมชนที่อยู่บนเกาะ ที่ต้องลุยน้ำขึ้นเรือและนั่งเรืออีกราวๆสิบห้านาที เรือแต่ละลำนั่งได้ 10 คน ลักษณะเรือก็คล้ายกับเรือหางยาวทั่วไป คือหัวเรือแหลมๆและมีเครื่องติดที่ท้ายเรือ แต่ขนาดใหญ่กว่าเรือหางยาวที่เห็นตามแม่น้ำ เกาะพิทักษ์เป็นเกาะขนาดเล็กที่ไม่ไกลจากฝั่งมากนัก จึงมีการปักเสาพาดสายไฟฟ้าของ กฟภ.ขึ้นมาใช้บนเกาะได้ การมองเห็นเสาไฟฟ้าที่ข้ามจากฝั่งไปยังเกาะเป็นสิ่งเดียวที่ผมเห็นว่า ทำให้เสียทัศนวิสัยไปมาก หากสามารถวางเคเบิลใต้น้ำแทนการปักเสาได้ ก็จะน่าดูกว่านี้มาก

หมู่บ้านที่อยู่บนเกาะก็มารวมกันอยู่ทางฝั่งตะวันตกเพียงด้านเดียว ผู้ใหญ่หรั่งเล่าให้ฟังว่า อีกฝั่งหนึ่งของเกาะเป็นด้านที่รับลมไม่เหมาะสำหรับการสร้างบ้านพักอาศัย บ้านแต่ละหลังยื่นออกไปในทะเลด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็อิงอยู่บนชายฝั่งของเกาะที่มีลักกษณะเป็นภูเขาอยู่ด้านหลัง ส่วนที่ยืนไปในทะเลก็ต้องยกพื้นสูงจากท้องน้ำมาก ให้สูงกว่าระดับน้ำทะเล ดังนั้น หากช่วงไหนที่น้ำลง ก็จะเห็นเสาบ้านโผล่พ้นน้ำสูงราว 5-6 เมตร

ผู้ใหญ่หรั่ง ตอนรับเราด้วยอาหารมื้อเที่ยง มีผักเหลียงผัดไข่ แกงเหลืองสับปะรด ใบเหลียงต้มกะทิ ปลาหมึกแดดเดียวทอด น้ำพริกกะปิ มีน้ำส้มจี๊ดเป็นจุดเด่นอีกอย่างที่คอยต้อนรับแขกผู้มาเยือน เที่ยงนี้ก็เลยอิ่มจนจุกเหมือนเมื่อวาน รับบรรยากาศทะเลกันไปแบบเต็มๆ

การเสวนาในช่วงบ่ายได้เรียนรู้อะไรมากมาย ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยท่านายอำเภอหลังสวน ผู้ใหญ่หรั่ง อาจารย์อำนาจ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร อาจารย์จีระ และอาจารย์พิชญ์ภูรี ขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจดังนี้


แนวคิดเรื่องการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง

  • การพัฒนาต้องเกิดจากวิถีดั้งเดิมของชุมชน
  • การดำเนินงานต้องทำภายใต้แนวคิดโดยชุมชน
  • ชุมชนต้องมีโครงสร้างที่เข้มแข็ง มีผู้นำ มีสมาชิกที่ยอมรับกติกา มีแนวคิดที่ได้จากความรู้ของนักวิชาการหรือองค์กรภายนอก มีภาคีเครือข่ายที่คอยช่วยเหลือกัน
  • การสร้างชุมชนต้องสร้างอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ จึงจะเป็นชุมชนที่ยั่งยืน

ข้อคิดที่น่าสนใจ

  • เราไม่สามารถเอารูปแบบจากที่หนึ่งไปทำอีกที่หนึ่งแล้วประสบความสำเร็จได้ แต่สามารถเอาแนวทางไปประยุกต์ได้
  • อย่าใช้เงินทำงาน เพราะไม่สามารถให้เงินได้ครบทุกคน และไม่ต่อเนื่อง
  • การให้ข้อมูลกับชุมชนต้องบอกทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่าบอกครึ่งเดียว จะทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย

การนำไปปรับใช้ใน กฟผ.

  • กฟผ.ต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชน แล้วจึงค่อยๆร่วมกันพัฒนา ภายใต้วิถีชีวิตและแนวคิดของชุมชน
  • ไม่ใช้เงินทำงาน
  • ทำอย่างต่อเนื่อง

ก่อนจบทริปนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์จีระ ที่พาเรามาดูบทเรียนจากความจริง ขอบคุณทีมงานวิทยากร และผู้ประสานงานทุกท่าน ขอบคุณผู้นำชุมชนทุกแห่งที่ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น และอาหารพื้นบ้านที่อร่อยประทับใจ สิ่งที่ได้รับนั้นเป็นเรื่องจริงที่ตรงประเด็น สามารถนำไปปรับใช้ได้เป็นอย่างดี กฟผ.ยังต้องทำงานกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง และต้องสร้างเครือข่ายตลอดเวลา ไม่ว่าจะในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ พื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม หรือพื้นที่อื่นๆ ซึ่งต้องทำอย่าง 3 ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง ตามแนวทางของท่านอาจารย์จีระ

สุดท้าย ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ EADP.12 ทุกท่านที่ร่วมเดินทางครั้งนี้ ด้วยความเอื้ออาทร ช่วยเหลือดูแลกันตลอดเส้นทาง ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ช่วยสานสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และจะกลายเป็น Network ที่เข้มแข็งต่อไป

​เทวัจฉรา อภัยภูมินารถ
IP: xxx.158.167.153
เขียนเมื่อ 

การศึกษา CSR ในชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และกระบี่

เมื่อวันที่ 26- 28 เมษายน 2559

นับว่าเป็นประโยชน์และเป็นโอกาสที่ดีที่ อจ. จิระ ได้บรรจุ course นี้ไว้ในการอบรมด้วย ทำให้ได้เรียนรู้สภาพชุมชน แนวทางการดำเนินชีวิต การพัฒนาชุมชน การอยู่ร่วมกันตามวิถีชุมชน ในบริเวณพื้นที่โครงการของ กฟผ.

เมื่อพิจารณาแล้วชาวบ้านในชุมชนมีการดำเนินชีวิตที่สามารถโยงเข้ากับทฤษฎี 2 R ของ

อจ.จิระ ดังนี้ R1 : Reality เนื่องจากชาวบ้านจะอพยพมาจากที่ต่างๆ และมารวมตัวกันเป็นชุมชนใหม่ จึงมีการสร้างเครือข่ายชุมชน การให้ความรู้ซึ่งกันและกัน หาแหล่งที่จะเป็นทรัพยากรร่วมกัน ที่สำคัญมีผู้นำชุมชนที่เป็นผู้ประสาน กำหนดแนวทางวิถีชีวิตภายในชุมชน กำหนดสิ่งที่เป็นเป้าหมายในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน

R2 : Result ชุมชนช่วยกันพัฒนา ทำให้สิ่งที่กำหนดเป็นเป้าหมายเกิดขึ้นได้จริงในชุมชน มีเครือข่ายที่สามารถสานประโยชน์ภายในชุมชน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ จัดตั้งเป็นกลุ่มต่างๆ รับผิดชอบร่วมกัน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อการพัฒนาชุมชน

ตัวอย่าง โครงการพัฒนาชุมชนที่ชาวบ้านได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย

1) โครงการชุมชนคนอยู่ป่ายัง

2) โครงการจากภูผา สู่มหานที

โดยเน้นที่การรักษาป่า ทรัพยากรน้ำ เน้นให้มีการท่องเที่ยวแบบ Home stay เข้ามาเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้นไปพร้อมกับการอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำ และลำธาร การเกื้อกูลซื่งกันและกัน การมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ทำให้แต่ละชุมชนสามารถอยู่ได้ตามวิถีชีวิตที่พอเพียง ชุมชนมีความยั่งยืน

ภาครัฐ ได้แก่ จังหวัด และอำเภอ เป็นกำลังสนับสนุนอีกทางที่ทำให้ชุมชนก้าวเดิน และพัฒนาต่อไปในทิศทางที่ดีขึ้น ได้แก่ 1) เข้าร่วมในการดูแลกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ที่ กฟผ. ได้มอบให้แก่ชุมชน มีการจัดตั้งศูนย์เศรษฐกิจพิเศษเพื่อดูแล 2) เข้าร่วมการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน จัดเป็นภาคีเครือข่าย 3) การเข้าร่วมวางแผนพัฒนาชุมชนร่วมกัน จัดเป็นภาคีเครือข่ายภาครัฐและชุมชน

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ และสามารถนำมาประยุกต์ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ได้แก่

1) การสร้างความไว้วางใจในชุมชนให้ได้ (Trust) ต้องเสนอข้อมูลให้ครบถ้วน สมบูรณ์

ทั้งข้อดีและข้อด้อยในการพัฒนาโครงการ

2) มีการเข้าถึงชุมชนอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีการพัฒนาโครงการในช่วงดังกล่าว เพื่อสร้างความเป็นพวกเดียวกัน จะก่อให้เกิดความร่วมมือมากขึ้น

3) รู้เขา รู้เรา ต้องเข้าถึงผู้นำชุมชนที่เป็นแกนนำความคิด ประสาน หารือ แลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างสม่ำเสมอ

4) การสร้างภาคีเครือข่าย (Net Work) เป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นช่องทางที่ทำให้เข้าถึงชุมชน รับทราบปัญหาในชุมชน ได้เป็นอย่างดี เพื่อนำมาร่วมกันแก้ปัญหา

5) การสร้างความเป็นพี่่เป็นน้อง จะทำให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาต่อไป

6) การสร้างแรงผลักดัน (Impress) ในชุมชน ด้วยการเข้าร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกับชุมชน เพื่อความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ

7) การเข้ากำจัดปัญหาอุปสรรคชุมชนร่วมกัน จะช่วยให้เกิดความเชื่อถือ ไว้วางใจ

8) การพัฒนาโครงการจะต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เป็นทรัพยากรมนุษย์เป็นหลักสำคัญ เน้นการพัฒนาเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ประเทศชาติ ซึ่งในส่วนนี้ กฟผ. ได้คำนึงถึง และใช้เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาโครงการมาโดยตลอด

นิสาลักษณ์ มุ่งพาลชล
IP: xxx.68.6.74
เขียนเมื่อ 

ช่วงที่ 4 : วันที่ 26 - 28 เมษายน 2559

คงต้องกล่าวก่อนว่ารู้สึกเสียดายและเสียโอกาสที่ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมในช่วงนี้ เนื่องจากติดภารกิจงานประจำ แต่จากประมวลภาพที่ทุกท่านส่งมาใน line กลุ่ม ก็รับรู้ได้ว่ามีทั้งความสนุกและสาระเรียกได้ว่าครบรส ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทุกคนคงจดจำและประทับใจไม่รู้ลืม

การได้ไปรับรู้และสัมผัสกับวิถึชีวิตของชุมชน เปรียบเหมือนวิธีขายตรงที่เข้าไปถึงผู้ใช้ว่าต้องการอะไร มีปัญหาอะไร ทำให้เลือกสินค้าไปนำเสนอได้ตรงประเด็นของกลุ่มเป้าหมาย หรือเรียกว่าเป็นวิธีใช้ใจซื้อใจ ผูกใจเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เรียกว่า "เราคือครอบครัวเดียวกัน"

ถ้า กฟผ. ตีโจทย์แตก สามารถใช้ใจประสานใจ เข้าถึงชุมชนแบบรู้ลึกรู้จริงกับสภาพของแต่ละชุมชน ก็คงเกิดเป็นครอบครัว กฟผ. ทั่วทั้งประเทศได้อย่างยั่งยืน

สรุปสาระการเรียนรู้หลักสูตร EADP รุ่น 12 ช่วง 4 วันที่ 26-28 พ.ค. 59

โดย ฉัตรชัย มาวงศ์ , ช.อค-หส.(บน)

ผู้นำทศวรรษใหม่ : จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพร

-ตื่นเต้นที่จะได้เดินทางร่วมกับคณะเหมือนกัน เร่งเคลียร์งานอย่างไว ทำยังงัยก็ยังเยอะเหมือนเดิน เลยต้องหอบเอาเอกสารบางส่วนยัดใส่กระเป๋าไปด้วยเอาไว้ทำระหว่างเดินทาง ผู้นำยุคใหม่ต้องทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา จริงมั้ยครับ กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า คณะนัดพร้อมกันที่สนามบินดอนเมืองแต่เช้าเลย เดินทางด้วยสายการบินไทยแอร์เอเซีย ถึงสนามบินสุราษฎร์ ออกเดินทางต่อด้วยรถบัส ไปเขื่อนรัชชประภา ทันที ชุมชนแรกที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยคือ ชุมชนบ้านตาขุน ได้รับการสนับสนุนจากเขื่อนรัชชประภาในการพัฒนาด้านต่างๆ จนเป็นชุมชนที่เข้มแข็งแห่งหนึ่ง ในพื้นที่มีการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างดี จากนั้นเดินทางเข้าที่พัก ที่เขื่อนรัชชประภา และช่วงเย็นมีการเลี้ยงสังสรรค์กันตามสมควร

-เช้าวันรุ่งขึ้นเดินทางไปชุมชนบ้านคลองเรือ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เป็นชุมชนที่สร้างความเข้มแข็งโดยการบริหารจัดการพลังงานภายในชุมชนด้วยตัวเอง เนื่องจากก่อหน้านี้มีการพัฒนานำน้ำตกมาใช้ผลิตไฟฟ้าให้ชุมชน และมีการขยายกิจกรรมการใช้ไฟฟ้าออกไป เช่น โฮมสเตย์ โรงผลิตน้ำ โรงผลิตน้ำแข็ง เป็นต้น วันหนึ่งน้ำตกมีปริมาณน้ำน้อยลงอย่างมาก มาสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างเดิม เป็นอุปสรรคกับกิจกรรมอื่นๆ ของชุมชนทั้งหมด ดังนั้นหากจะต้องเดินหน้าต่อ ผู้นำควรต้องเปลี่ยนแนวคิดจากใช้พลังงานชุมชน เพื่อชุมชน และมี Network น้อย มาเป็น การจัดหาพลังงานที่มั่นคง เพื่อพัฒนาชุมชน และสร้าง Network ให้มากขึ้น สร้างผู้นำรุ่นใหม่มาสานต่องานให้ต่อเนื่อง เสร็จภารกิจแล้วใช้เวลาเดินทางอย่างยาวนาน กว่าจะไดรับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก หมดแรงเลยล่ะ

-วันสุดท้ายหลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็รีบเดินทางไปเกาะพิทักษ์ ชุมชนนี้คณะต้องนั่งเรือสัก 10 นาทีข้ามไปที่เกาะ มีผู้ใหญ่หรั่ง และชุมชนให้การต้อนรับ พอไปถึงรับเครื่องดื่มเย็นๆมาจิบ รสชาดจิ๊ดมาก มันคือน้ำส้มจิ๊ด ของขึ้นชื่อของที่นี่ หลังจากนั้นขอลุยอาหารกลางวันกันเลยครับ หิวๆๆ พออิ่มก็เริ่มสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทราบว่าชุมชนที่นี่เข้มแข็งได้ทุกวันนี้เนื่องจาก ผู้นำดี นักวิชาการเก่ง ชุมชนร่วมมือ เป็นความประทับใจอีกที่หนึ่ง และแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับ แวะซื้อของฝากนิดหน่อย กว่าจะบินถึงดอนเมืองก็ดึกมาก เหนื่อที่สุด แต่ก็ได้ความรู้ใหม่ๆนำมาปรับใช้ไดจริง ขอบคุณทีงานทุกท่านที่พาเราไป

นายพรเทพ เรืองรัศมี
IP: xxx.158.165.166
เขียนเมื่อ 

สรุปสาระการเรียนรู้หลักสูตร EADP รุ่น 12 ช่วง 4 การเดินทางมาภาคใต้ของ EADP12 เพื่อศึกษาดูงานชุมชนเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี และชุมชนต่างๆ ของ จ.ชุมพร ระหว่าง 26-28 เมษายน 2559 นั้น นับว่าเป็นการเดินทางรถยนต์ที่นานพอสมควรในการเข้าถึงแต่ละชุมชน แต่ก็เมื่อได้เข้ามาสัมผัสถึงการดำเนินการของแต่ละชุมชนแล้วก็รู้สึกถึงความสามารถ ความพยายามของผู้นำแต่ละชุมชน ที่จะพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้าพึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืนและมีการสร้างเครือข่ายที่กว้างขวางพึ่งพาอาศัยกันได้ ทำให้การเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีรายละเอียดที่จะขอมานำเสนอ ดังนี้


หัวข้อที่

รายละเอียด

สาระและสิ่งที่ได้เรียนรู้

1

วันที่ 26 เม.ย.59 พบกับผู้นำองค์กร ส่วนราชการของ อ.บ้านตาขุน และดูงานชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี

  • การพบผู้นำของ อ.บ้านตาขุนนั้น ทำให้ทราบถึงความรู้สึกของคนในสาขาต่างๆ ที่มีต่อ กฟผ.เขื่อนรัชชประภาประกอบไปด้วยปลัดอำเภอ นายกเทศมนตรี ผอ.โรงพยาบาล อาจารย์ชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านตาขุนวิทยา ที่มีต่อการดำเนินงานของเขื่อนรัชชประภา ซึ่งส่วนใหญ่ประทับใจการดำเนินการของ กฟผ. โดยเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.บ้านตาขุน เป็นเมืองแห่งความรู้ของนักเรียน ทัศนคติคนรุ่นใหม่จะมองภาพในเชิงบวกกับเขื่อน เขื่อนมีน้ำใจกับชุมชน เช่น สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาสอนหนังสือ สนับสนุนเครื่องจักรในการดำเนินงานของอำเภอ กรณีที่ขาดงบประมาณ เป็นต้น ดังนั้นถือได้ว่าการทำ CSR ของเขื่อนซึ่งเห็นความสำคัญของ ภาคีเครือข่าย (Net working) นั้นได้ผลดี ชุมชนมีความประทับใจ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี 3 R ของ อ.จิระฯ คือ ตัวแรก Reality คือความจริงเนื่องเขื่อนต้องอยู่ตรงนี้อยู่แล้วและต้องอยู่กับชุมชนจึงต้องพึ่งพาอาศัยกัน ส่วนตัวที่ 2Relevant ตรงประเด็น คือเข้าถึงชุมชนที่ขาดความรู้และมีความจริงใจต่อกัน และตัวที่ 3 Resultจะเห็นได้ว่ามีการสร้างกิจกรรมร่วมกันในหลายโครงการ ซึ่งในภาพรวมชุมชน อ.บ้านตาขุนนั้นมีทัศนคติที่ดีกับ กฟผ.
  • การเยี่ยมชมชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภา ซึ่งมีการพัฒนาชุมชนโดยสร้างกลุ่มเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยมีจุดเด่นภูเขารูปหัวใจ และมีการจัดเทศกาลทานผลไม้ในสวนด้วยราคาเหมาจ่าย นอกจากนี้ยังมีการทำ Homestay การนำเที่ยวและพักค้างแรมบนภูเขาด้วย ซึ่งมีผลให้ชุมชนพึ่งพาตนเอง ทุกคนมีงานทำและมีรายได้ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาทำประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มถือเป็นชุมชนตัวอย่างที่ดีอีกชุมชนหนึ่ง

2

วันที่ 27 เม.ย.59 พบกับผู้นำชุมชนบ้านคลองเรือ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

ชุมชนนี้เดินทางไปค่อนข้างไกลนับ 10 กิโลจากถนนใหญ่ ถนนส่วนใหญ่ยังเป็นลูกรัง ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมากและยังไม่มีกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าไปใช้ในหมู่บ้านเนื่องจากห่างไกลชุมชน ชุมชนมีเอกลักษณ์ในเรื่องอาหารคือกานำไม้ไผ่เป็นภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่ม เช่น กาแฟโบราณ ไข่เจียวเป็นต้น ทำให้รสชาติดีขึ้นกว่าเดิมมาก กฟผ. ได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนบ้านคลองเรือ ตั้งแต่ปี 2551 โดยใช้กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมเริ่มต้นจากการศึกษาศักยภาพของชุมชนในด้านสังคม และทรัพยากรธรรมชาติ พร้อม ๆ กับนำผู้นำชุมชนศึกษาดูงานด้านการผลิตไฟฟ้า ชุมชนบ้านคลองเรือ มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพทางทรัพยากรน้ำ ดังนั้น กฟผ. จึงให้การสนับสนุน การติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ระบบส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าไปยังหมู่บ้านพร้อมสนับสนุนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเครื่องจักรอุปกรณ์และให้คำแนะนำร่วมกับชุมชนระหว่างการก่อสร้างทุกขั้นตอน แต่ขณะนี้มีปัญหาน้ำน้อยประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสียทำให้ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านได้ขอให้มีการขยายเขตระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าภูมิภาคเข้ามาแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ ตอนนี้ชุมชนก็เดือดร้อนเนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ และมีผลกระทบต่อการเข้ามาของนักท่องเที่ยวและรายได้ของชุมชน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านต้องการักษาอาชีพและรายได้ของชาวบ้านไว้เกรงว่า ชาวบ้านอาจไปรุกป่าเพื่อหารายได้อีก ซึ่งทางกลุ่ม EADP12 จึงจะไปตรวจสอบและติดตามหาทางให้ความช่วยเหลือชุมชนต่อไป จึงเห็นด้วยกับ อ.จิระฯ ในการทำ CSR ว่าเพื่อให้ได้ผลที่แท้จริงต้องใช้ทฤษฎี 3 ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่องและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิด Net working อย่างแท้จริง

3

วันที่ 28 เม.ย.59 พบกับผู้นำชุมชนบ้านเกาะพิทักษ์หมู่ 14 ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร

เป็นชุมชนต้นแบบที่มีเอกลักษณ์ของต้นเองมีผู้ใหญ่หรั่ง ผู้ใหญ่บ้านเกาะพิทักษ์, อาจารย์อำนาจ รักษาพล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร นำชมและบรรยายวิถีชีวิตชาวบ้านรอบๆ เกาะ ซึ่งเกาะพิทักษ์เป็นหมู่บ้านตัวอย่างหนึ่งที่พึ่งพิงตนเองโดยอาศัยจุดเด่นและทรัพยากรที่มีอยู่เป็นจุดขายในเรื่องการท่องเที่ยวและทำโฮมสเตย์ เลือกรับนักท่องเที่ยวที่สุภาพและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีกฎ ระเบียบ เฉพาะหมู่บ้าน มีการเก็บรายได้จากร้านค้าและจากกิจกรรมต่างๆ มาไว้เป็นกองกลางเพื่อพัฒนาเกาะและรักษาสภาวะแวดล้อมให้คงอยู่ในความเป็นเกาะไว้เพื่อลูกหลานในอนาคต ชุมชนจะต้องมีรายได้หลักจากการทำประมงไม่ใช่จากการท่องเที่ยว นับว่าเป็นหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่เข้มแข็งและมีการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอีกหมู่บ้านหนึ่ง ทั้งนี้ผู้ใหญ่หรั่ง ให้ความเห็นในเรื่องการเข้าถึงชุมชนว่า ควรต้องสร้างความสัมพันธ์และบอกจุดประสงค์ในการเข้ามาอย่างแท้จริงโดยไม่ปิดบัง อันดับแรกให้มาคุยกับผู้นำก่อนและให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ต้องมีใจและนึกถึงความรู้สึก ความต้องการของชุมชนเป็นหลักหรือตามทฤษฎีคือ ต้องมี Empathy นั่นเอง

อิทธิชัย ดิศวนนท์ ผูเ้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล-ปฏิบัติการ
IP: xxx.158.167.150
เขียนเมื่อ 

ดูงาน CSR.ชุมชน วันที่ 26-28 เมษายน 2559

ถือว่าเป็นโชคที่ดีที่มีโอกาสเรียนรู้ ความคิดเห็นของชุมชนต่างๆ ทั้งที่อยุ่รอบเขื่อน รัชชประภาและที่จังหวัดชุมพรโอกาสที่พนักงานที่ไม่ได้อยุ่ในพื้นที่ได้เรียนรู้ความต้องการของชาวบ้าน

พนักงาน(รวมถึงข้าราชการด้วยมั้ง)มักมองว่า

  1. แค่จ่ายเงินชดเชย และสิ่งปลูกสร้าง(ที่คิดว่าดีกว่าเดิม)ทดแทนสิ่งที่หายไป
  2. ชาวบ้านขอไม่มีสิ้นสุด
  3. บ้างก็ว่า NGO. ยุยง

ความเห็นชาวบ้านว่า

  1. กฟผ. เอาบางสิ่งบางอย่างเขาไป สิ่งที่จ่ายให้ไม่คุ้มหรอก
  2. ขอให้ช่วยบ้างอิดออดอยู่เรื่อย
  3. กฟผ. ทำเสร็จหายหน้าไปเลย

ได้เรียนรุ้ว่า

  1. ชาวบ้านต้องทำมาหากิน และเลี้ยงชีพได้อย่างพอเหมาะพอควร อย่าใช้มาตรฐานเป็นเงิน ต้องสร้างรายได้และแหล่วทำมาหากิน ให้สอดคล้องกับพื้นที่
  2. ต้องทำต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง
  3. แต่ละชุมชนมีภูมิปัญญา กฟผ. ต้องเรียนรู้ให้มากขึ้น
  4. กฟผ. ต้องเข้าพื้นที่ทั้งก่อนและหลัง และศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง อยู่กินกับเขา(สำคัญว่า กฟผ. จะหาบุคลากรทำงานอย่างนี้จากไหน)
  5. สื่อความเข้าใจ ต้องทำให้เชาวบ้านเชื่อมั่น ข้อเสียมีอะไร กฟผ. จะทำอย่างไร และเขาจะทำมาหากินหรืออยู่กันอย่างไร
  6. สร้าง Brand กฟผ. ต้องไม่มี SILO. ทั้งภายใน ภายนอก
  7. สร้าง Brand กฟผ. ต้องสร้างความศรัทธา “ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง”

(นายอิทธิชัย ดิศวนนท์)

ผู้ช่วยผู้อำนวนการฝ่ายทรัพยากรบุคคล-ปฏิบัติการ

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กฟผ.

อมร แก่นสารี
IP: xxx.158.167.166
เขียนเมื่อ 

ช่วงวันที่ 26-28 เมษายน 2559

หัวข้อ ศึกษาดูงาน

กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน

โดยการสนับสนุนของ กฟผ.

ผู้ร่วมเสวนา

ปลัดอาวุโสวิจารณ์ จุณฑวิจิตร

อขช.ดิลก ธโนศวรรย์

อาจารย์กาญจนา สมชาติ

รองผู้อำนวยการพิมศรัณย์ นาคพังกาญนา

ผอ.โรงพยาบาลชุมชนมาลี ชูศรี

นายกฯ ธีรศักดิ์ สอนมี

การนำเสนอภาพออกมาจะชื่นชม กฟผ. และเขื่อนรัชชประภา ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของชุมชนเป็นอย่างดี ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าองค์ประกอบเวทีเสวนา ควรประกอบด้วยกลุ่มที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งสนับสนุนหรือเห็นต่าง การร้องขอการสนับสนุนห้องเรียนและอุปกรณ์การเรียนด้านภาษาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ผู้ที่อยู่หน้างานคือเขื่อนรัชชประภาต้องมีการบ้านให้คิดอย่างหนักว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะว่ามีการพูดผ่านเวทีมาแล้วเสมือนว่ารับปากว่าจะให้ไว้แล้ว ก็ต้องเกิดการคาดหวัง แต่ก็ได้เห็นเทคนิคประสบการณ์การชี้แจงของ อขช.ที่นุ่มนวลแต่ชัดเจนในเรื่องที่หน่วยงานภายนอกก็ยังสับสนในเรื่องการทำเขื่อนชลอน้ำว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมชลประทาน ถึงแม้ กฟผ.อยากจะทำก็ไม่มีอำนาจที่จะทำ การสนับสนับชุมชนหรือหน่วยงานข้างเคียงเป็นการบริหารจัดการที่ต้องใช้ทั้งศาตร์และศิลป์ ต้องการรักษาระยะให้เหมาะสม ใกล้เกินไปทุกอย่างก็ขอมาที่เขื่อนหมดเพราะถือว่ามีทรัพยากรมาก ห่างเกินไปก็บอกว่าเขื่อนไม่สนใจชุมชน

สรุป ควรต้องมีการศึกษากฏระเบียบให้ดีว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ เพราะระเบียบ สตง.ค่อนข้างจะเข้มงวด ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้จะรีบชี้แจงทันที ทำอย่างไร จึงจะให้ชุมชนนึกถึง กฟผ. ด้วยความจริงใจ ด้วยความเป็นเพื่อน ไม่ใช่นึกถึงเพราะเอาของไปให้ วัฒนธรรมท้องถิ่นก็สำคัญต้องศึกษาอย่าไปทำตัวแปลกแยกจากชุมชนโดยเฉพาะคนใต้ถ้าได้ใจแล้วอย่างอื่นไม่ใช่เรื่องยาก

ข้อคิดจากหมอมาลี ทำในสิ่งที่เรามีความชำนาญ หรือเป็นวิชาชีพของเรา หมอมาลีเป็นบุคลากรที่อยู่ในวงการสาธารณะสุขหรือการรักษาพยาบาล สิ่งที่ชาวบ้านศรัทธา คือสามารถทำให้เขาหายจากเจ็บป่วย สิ่งที่ชาวบ้านเชื่อหมอหรือบุคลากรในวงการสาธารณสุข เพราะเชื่อว่าบุคคลในวงการนี้มีความรู้ความสามารถในการรักษาพยาบาล ถ้ารักษาจนมีความเชี่ยวชาญยิ่งจะได้รับความเชื่อถือและ ยกย่อง

ทำอย่างไรถึงจะให้ชาวบ้านเชื่อมั่น คน กฟผ.ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองมีความรู้ความเชี่ยวชาญ แต่ต้องเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ชุมชนจับต้องได้เช่น งานที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม ความรู้เรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน การประหยัดพลังงาน ฯลฯต้องทำให้ชุมชนเชื่อมั่นเราให้ได้

ช่วงบ่าย มีการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมการท่องเที่ยวของชุมชน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้าน ตาขุน คุณฤทธิรงค์ ฤทธิ์กุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านเขาเทพพิทักษ์ ได้พานำชมวิธีบริหารจัดการการท่องเที่ยวของชุมชน เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะประเด็นปัญหาหรือ Highlight จะอยู่ที่ช่วงหลัง แต่มีผู้เข้ารับฟังไม่ถึงครึ่ง เพราะการผิดพลาดในการนำทาง ซึ่งประธานกลุ่มได้พูดถึงประเด็นปัญหาหรือสิ่งที่ชุมชนอยากจะพูดเพื่อสื่อสารไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง พูดถึง กฟผ. ด้วย ซึ่งเราควรนำมาใช้ในการทบทวนแผนหรือวิธีการที่จะร่วมกับชุมชนแบบเปิดใจ รับทราบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการและเป็นการฝึกให้ผู้บริหารเข้าใจและไม่ควรทำตัวแปลกแยกจากชุมชน เข้าใจวิถีชีวิตของชุมขน

การไปดูงานที่หมู่บ้านคลองเรือ

เป็นโครงการที่ กฟผ. ได้รับรางวัล โดยโครงการริเริ่มมาจากความต้องการของชุมชนและ กฟผ. สนับสนุน เริ่มต้นด้วยดี แต่ไม่มีการติดตาม ช่วงที่ไปดูงานเดินเครื่องไม่ได้ โดยได้รับการบอกกล่าวจากผู้ใหญ่บ้านว่าน้ำไม่มี เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสีย

  • มีการนำเสนอที่มาที่ไปของหมู่บ้าน โดยผู้ใหญ่มนัสฯ และเรียกร้อง 2 ข้อ
  • คุณรุ่งโรจน์ ใหม่ซ้อน เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลป่าต้นน้ำ (เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็น NGO) สามารถเข้าใจชาวบ้านเป็นอย่างดี โดยใช้กลยุทธ์ให้ชาวบ้านมาเป็นส่วนหนึ่งของงานพิทักษ์ป่า และต้องช่วยเหลือชาวบ้านให้ยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นที่ชาวบ้าน ต้องการอะไร ไม่มีอะไร
  • ขอเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับ กฟภ.
  • ขอให้ กฟผ. ไปช่วยตรวจสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • ชาวบ้านไม่มีข้าว ตั้งกลุ่มข้าวสาร
  • ชาวบ้านไม่มีโรงเรียน ตั้งโรงเรียน
  • ฯลฯ

ให้ชาวบ้านทำในสิ่งที่เกื้อกูลต่อป่า และเป็นอาชีพของชาวบ้านด้วย เช่น การล่องแพไม้ไผ่ ชาวบ้านเป็นผู้นำทางดูนก การนำทางเที่ยวน้ำตก การนำทางเดินเที่ยวป่า ซึ่งการประกอบอาชีพของชาวบ้านจะเป็นการลาดตระเวน สำรวจป่า โดยอัตโนมัติ จนลืมไปว่ากิจกรรมที่ทำคือการรักษาป่า

สิ่งที่ได้จากการดูงานที่ต้องมาปรับใช้ใน กฟผ.

  • การประสานงานในหน่วยงาน กฟผ. มีความซับซ้อนมาก ทำให้การตอบสนองความต้องการของชาวบ้านที่มีปัญหาได้ล่าช้ามาก
  • การทำมวลชนหรือ CSR ชาวบ้านต้องได้รับประโยชน์ หรือเป็นความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง และมีการทำร่วมกันระหว่าง กฟผ. กับชุมชน
สุรพล มานิกพันธุ์
IP: xxx.158.167.139
เขียนเมื่อ 

ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ : ผู้นำและการสร้างความเป็นเลิศ(2วัน)

กิจกรรม CSR เยี่ยมชุมชนเข้มแข็ง(1วัน)

วันที่ 26-28 เมษายน 2559

จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพร

วันแรก 26 เมษายน เข้าฟังกิจกรรมเสวนา ห้องประชุม ตำบลบ้านตาขุน ในหัวข้อ บทบาทของ กฟผ.กับการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภาและเสียงสะท้อนจากชุมชนเพื่อการพัฒนา จากการเสวนาจะเห็นได้ว่าชุมชนและ กฟผ.มีความเข้าใจบริบทของแต่ละฝ่ายได้อย่างเข้าใจและมีการทราบถึงการใช้กองทุนฯและมีการพูดถึงความสำเร็จของโครงการต่างๆที่ทำให้ ชุมชนได้ประโยชน์ รวมทั้งเห็นถึงความเข้มแข็งของฝ่ายข้าราชการที่มีความเข้าใจและห่วงใยประชาชนโดยแท้จริงมีการลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนและคัดเลือกโครงการอย่างเป็นธรรม รวมทั้งร่วมพัฒนาพื้นที่สร้างอาชีพให้ชุมชน และขยายความร่วมมือไปสู่ตำบลและอำเภอข้างเคียง

การเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนที่พัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีการสร้างอาชีพ จัดการพื้นที่และสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่เขารูปหัวใจ โดยมีการจัดการของผู้นำชุมชน การจัดระเบียบ การแบ่งปันผลประโยชน์ มีการทำบ้านโฮมสเตร์ ซึ่งจะเกิดได้ด้วยความเสียสละของผู้นำและความร่วมมือของชุมชน

วันที่ 27 เมษายน ศึกษาดูงานการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งและการบริหารจัดการพลังงานโดยชุมชนบ้านคลองเรือ เป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลกินรีทองคำ เป็นแหล่งท่องเที่ยว กลุ่มรักษาป่า ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน มีการจัดหาพลังงานไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำตกที่ ใช้กังหันน้ำจากโครงการวิจัย กฟผ.ซึ่งเป็นชุมชนพึ่งตนเอง ที่มีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนใช้จุดขายธรรมชาติและวิถีชุมชนมีการบริหารจัดการแบบเครือข่ายมีการจัดการการท่องเที่ยวแบบพึ่งพากันกับพื้นที่ใกล้เคียงและมีโครงการร่วมกันกับพื้นราบในการจัดการแหล่งท่องเที่ยว

วันที่ 28 เมษายน ศึกษาดูงาน ผูนำกับการสร้างเครือข่ายการจัดการชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งเพื่อความยั่งยืน หมู่บ้านเกาะพิทักษ์ จะเห็นได้ว่าชุมชนอยู่เป็นกลุ่มก้อนและมีระเบียบวินัยในการใช้พื้นที่ซึ่งโดยปกติจะเป็นพื้นที่ห้าม แต่ด้วยความเข้มแข็งของผู้นำ ซึ่งเป็นข้อดีที่ชุมชนจะอยู่ได้ต่อไปในอนาคต การหยุดการเติบโตจะทำให้ปริมาณขยะไม่มากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจและสอบถามชุมชนมีความกังวลในอนาคตความยั่งยืนจะไม่ถาวร เนื่องจากปัจจุบันอยู่ได้ด้วยผู้นำ ไม่แน่ผู้นำต่อๆไปจะยังสามารถทำได้เหมือนเดิม และขยะก็มีแนวโน้มที่จะคุมไม่ได้ เป็นเรื่องที่ยังคงท้าทายกับผู้นำชุมชนต่อไป

chaiyot hanamorn
IP: xxx.49.14.80
เขียนเมื่อ 

หลักสูตร EADP (EGAT Assistant Director Development Program)

การอบรมช่วงที่ 4 : ระหว่าง วันที่ 26-28 เมษายน 2559 , การศึกษาดูงานเชิงประจักษ์ ดังนี้

-วันที่ 26 เม.ย. 59 ศึกษาดูงาน การพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภา จ.สุราฎร์ธานี

-วันที่ 27 เม.ย. 59 ศึกษาดูงาน ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.บางทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

-วันที่ 28 เม.ย. 59 ศึกษาดูงาน ชุมชนเกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร

สรุปประเด็นที่โดนใจ :

-ประเด็นภาวะผู้นำและความเข้มแข็งของชุมชน ที่ร่วมกันดูแลปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมบ้านเกิดตนเอง และสามารถพัฒนาให้มีการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับชุมชน อยู่อย่างมีความสุข Happiness at work

-ประเด็นเครือข่าย ยกตัวอย่างเด่นชัด เครือข่ายตั้งแต่ภูเขา ป่า แม่น้ำลำธาร จนถึงทะเล ล้วนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงใยกันอย่างกลมเกลียวต่อเนื่อง รวมทั้งการประสานงานกับภาคราชการส่งเสริมกันในระดับอำเภอระดับจังหวัด

-ประเด็น กระบวนการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์ด้วยกัน อย่างยั่งยืน

การนำไปใช้ประโยชน์ :

-รับรู้ข้อมูลจริงจากปากคำของผู้นำชุมชน จากปราชญ์ชาวบ้าน พี่น้องประชาชนในพื้นที่ สะท้อนมาจากความจริงใจ เราต้อง นำมาวิเคราะห์และทบทวน เพื่อปรับปรุงแก้ไขการทำงานด้านชุมชนสัมพันธ์ของ กฟผ.

-ความจริงใจ การกระทำอย่างต่อเนื่อง และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เป็นหัวใจสำคัญที่ต้องนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเป็นเพื่อ ความไว้วางใจ และการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน

-ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน/ end.

นางศรีนวล สุขสด
IP: xxx.158.167.150
เขียนเมื่อ 

ข้อคิดที่ได้รับจากการอบรมฯ

- สิ่งที่ต้องทำควบคู่กับการสร้างเขื่อนคือ การพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เติบโตไปด้วยกัน

- กิจกรรมต่าง ๆ ในการทำ CSR ร่วมกับชุมชนรอบเขื่อน เกิดจากแนวคิดที่ต้องการให้ชุมชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี และผลแห่งความสุขนั้น ก็จะกลับมาสู่เขื่อนและ กฟผ.

- งบประมาณในการจัดทำ CSR มาจากการผลงานการผลิตไฟฟ้า เป็นการเกื้อกูลระหว่างเขื่อนกับชุมชนรอบเขื่อน โดยชุมชนจะแจ้งความต้องการว่าอยากพัฒนาสิ่งใดในชุมชนบ้าง เขื่อนจะสนับสนุนงบประมาณ และเข้าร่วมทำหรือนำให้ชุมชนเป็นไปในแบบที่ชุมชนต้องการ เป็นลักษณะการทำงานแบบ Win – Win คือ ชุมชนได้ประโยชน์จากเขื่อน เขื่อนก็ได้ประโยชน์จากชุมชน

- มีการพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ ด้านการท่องเที่ยว ถือเป็นการพัฒนาชุมชนในก้าวไกลมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากเจ้าหน้าที่เขื่อน เพื่อเตรียมพร้อมรับ AEC

กมลรัตน์ กุหลาบแก้ว
IP: xxx.158.167.140
เขียนเมื่อ 

สรุปการเรียนรู้ระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2559 จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพร

จาการไปศึกษาดูงานที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพร ทำให้ทราบว่าโครงการดูแลชุมชนรอบเขื่อนเกิดขึ้นสมัย ผวก.วีระวัฒน์ สรุปว่า กฟผ. ต้องมีความจริงใจและต่อเนื่อง กฟผ.จึงอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุข

ได้รับทราบการทำงานของชุมชน มีการสร้างเครือข่าย คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีโครงการ จากภูผาสู่มหานที ชาวบ้านจะช่วยกันรักษาป่า เริ่มจากต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทำให้ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ ทรัพยากรธรรมชาติยังคงอยู่ ไม่ถูกทำลาย เนื่องจากชุมชนเข้มแข็ง

นอกจากนี้ยังมีโครงการคนอยู่ป่ายัง โดยมีแนวคิดว่า ทำเพื่ออยู่ เพื่อใช้ เพื่อกิน และ ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่จนตาย ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่ดี ชาวบ้านต้องอยู่ในสภาพนั้นจนตาย

กฟผ. ต้องใช้ประโยชน์จากตรงนี้ เข้าร่วมกับชุมชน สร้างเครือข่าย กฟผ. กับชุมชน เพื่อสร้างการยอมรับของ กฟผ. จากชุมชน โดยสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องพลังงาน การต่อต้านจะลดลง

วัลลภ เมฆพฤกษาวงศ์
IP: xxx.158.165.137
เขียนเมื่อ 

สรุปการเรียนรู้หลักสูตร EADP รุ่น 12 ช่วงที่ 4 ระหว่างวันที่ 26-28 เมษายน 59

กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนผ่านการดูงานสุราษฎร์และชุมพร

  • ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมากในการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุข ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา ได้สร้างความสัมพันธ์ ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐบ้านตาขุนและชุมชนบ้านเขาเทพพิทักษ์ ต้องขอขอบคุณในความเสียสละ ไม่แบ่งแยก เอื้ออาทรกับภาคชุมชนสังคมเป็นอย่างดี สิ่งดีดีได้เกิดขึ้นกับครู เด็กนักเรียน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล นายกเทศมนตรี ปลัดอำเภอ ทุกท่านชื่นชมความมีน้ำจิตน้ำใจกล่าวถึงเขื่อนและผู้ปฏิบัติงานในแง่มุมที่ดีมากมาย ขอให้รักษาความดีเอาไว้ ชุมชนเก่าแก่พื้นที่ท้ายเขื่อนก็มีความเข้มแข็งสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยว รักษาต้นทุเรียนอายุกว่าร้อยปีเอาไว้ มีการเล่าเรื่องประกอบ ภูเขารูปหัวใจ เรือโบราณสร้างจุดขายต่อผู้มาเยี่ยมเยือนชุมชน สิ่งนี้จะสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้
  • ชุมชนบ้านคลองเรือ สร้างความยั่งยืนของชุมชนด้วยอาชีพการเกษตรและท่องเที่ยว พร้อมกับการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำ จากภูผาสู่มหานที (ทะเล) กฟผ. สร้างการมีส่วนร่วมด้วยการนำจุดเด่นในวิชาชีพด้วยการสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ มอบไว้ให้กับชุมชน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ เมื่อชุมชนมีรายได้สามารถดำรงชีวิตได้ดี ก็จะไม่ไปบุกรุกผืนป่าเพิ่มเติม ต้นน้ำก็จะฟื้นคืนกลับมาอยู่ในสภาพที่ดี กฟผ. มีความชื่นชมกับต้นแบบการพัฒนาชุมชนเช่นนี้ ชาวบ้านมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนเป็นอย่างมาก สามารถต่อยอดไปในพื้นที่อื่นๆ อีกต่อไปได้
  • ชุมชนเกาะพิทักษ์ มีการดูแลรักษาพื้นที่ให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีสะอาดไม่เสื่อมโทรมลงไป จำกัดปริมาณผู้มาท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นการรักษาธรรมชาติให้เป็นประโยชน์กับการท่องเที่ยว ทั้งยังมีการร่วมมือกับนักวิชาการแม่โจ้วิทยาเขตชุมพร ทำแผนที่ทรัพยากรการท่องเที่ยวสัตว์น้ำทะเลเพื่อเพิ่มจุดเด่นให้กับชุมชนอนุรักษ์สถานที่ท่องเที่ยวให้เอื้อประโยชน์ไปในระยะยาวด้วย จะเห็นได้ว่า กฟผ. สามารถนำรูปแบบไปพัฒนากับงาน CSR ที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันและที่จะทำต่อไปในภายภาคหน้าได้
ปกรณ์ ภู่หนู
IP: xxx.158.166.148
เขียนเมื่อ 

การลงพื้นที่ดูงานช่วงวันที่ 27-28 เมษายน 2559

ทั้งในพื้นที่บ้านตาขุนซึ่งเป็นพื้นที่รอบเขื่อนรัชประภา พื้นที่คลองเรือ อ.พระโต๊ะ และเกาะพิทักษ์

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ จากการได้เห็น ได้ฟัง จากผู้ใหญ่บ้าน ครู พยายบาล หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งได้สัมภาษณ์ป้านุ๊ย ท่านโรจน์ ทั้ง 3 แห่งหลักๆ ที่ได้ดูงาน พบว่า

1. ชุมชนและหัวหน้าส่วนราชการ มองว่า กฟผ. ควรเปิดเผยข้อมูลให้มากกว่าที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมา กฟผ. มักให้ข้อมูลในส่วนที่เป็นบวก ข้อมูลเชิงลบไม่ได้เปิดเผย เห็นว่าควรเปิดเผยออกไปและบอกถึงแนวทางการป้องกันแก้ไข ให้สังคม ชุมชนได้มีส่วนร่วมรับรู้และตัดสินใจ

2. กฟผ. ต้องทำงานกับชุมชนด้วยใจ ใกล้ชิดกับชุมชน เป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง ครอบครัวเดียวกัน สามารถลงไปคลุกคลีกับชาวบ้านได้ (ต้องติดดินได้) ..... ถูกตำหนิว่า ... ไปนอนโรงแรมหรูทำไม... ควรนอนโฮมสตย์

3. การทำงานด้าน CSR ของ กฟผ. ต้องมีความต่อเนื่อง

4. กฟผ. ควรใช้ความรู้ความสามารถพิเศษที่มี ไปให้ความช่วยเหลือชุมชน เช่นรู้เรื่องไฟฟ้า ก็ให้ความช่วยเหลือด้านนี้เป็นหลัก เหมือนเช่นที่คลองเรือ

5. กฟผ. ควรให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการ ตั้งแต่แรก อย่ามองว่าชาวบ้านคนภายนอกไม่มีความรู้จะทำให้โครงการล่าช้า เพราะชาวบ้านอาจช่วยตัดสินใจหรือให้คำปรึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนั้นๆได้

6. กฟผ.มักเข้าไปหาชุมชน เมื่อมีเป้าหมายของโครงการแน่นอนแล้ว หรือปักหมุดแล้ว ควรมีการสร้างเครือข่ายในทุกๆที่ เพราะอนาคต กฟผ.อาจต้องการทำโครงการที่ใดๆก็ได้ เป็นการสร้างเครือข่ายไว้ล่วงหน้า

และจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้กลุ่มของผม คือกลุ่ม1 ได้ดำเนินการโครงงานเชิงนวัตกรรม ในเรื่องนี้ "การสร้างเครือข่าย กฟผ. ผ่านปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชน "


นาย ชัยวัฒน์ บุญเรืองขาว
IP: xxx.158.165.154
เขียนเมื่อ 

โดยนาย ชัยวัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้

เรียน ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์

วันที่ 26 เมษ 2559 หัวข้อ CSR ชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนเขื่อนรัชชประภา ต.บ้านเชี่ยวหลาน อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฏรธานี

ความรู้ที่ได้รับจากการฟังความคิดเห็นของชุมชน,หัวหน้าหน่วยงานราชการ เช่น รอง ผอ รร.บ้านตาขุนวิทยา,ผอ.สถานีอนามัยบ้านเชี่ยวหลาน,ปลัดอำเภอบ้านตาขุน,ผอ เขื่อนรัชชประภา อาจารย์และนักเรียน รร บ้านตาขุนวิทยา เป็นความรู้สึกที่ดีเต็มไปด้วยความรักความผูกพันระหว่างชุมชนกับเขื่อนเชี่ยวหลานจนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันร่วมกันสร้างความร่วมมือโครงการด้านต่างๆจนเกิดความสำเร็จกลายเป็นความยั่งยืนอย่างแท้จริงโดยเฉพาะความคิดเห็นของเด็กนักเรียนเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ว่าเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์แม้อาจมีผลกระทบบ้างแต่ก็ก็สามารถแก้ไขได้ขอให้ดูประโยชน์โดยรวมดีกว่า ทั้งหมดนี้ กฟผ สามารถนำไปใช้ปรับปรุงการปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นของ กฟผ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จเช่นกัน

วันที่ 27 เมษ 59 ดูงานบ้านคลองเรือ ม.9 ต.บางทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

พื้นที่นี้เคยได้รับรางวัลดีเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนชาวบ้านประกอบอาชีทำเกษตรกรโดยต้องรักษาป่าต้นน้ำให้คงอยู่ด้วย ได้รับรางวัลกินรีทองคำ ได้รับการสนับสนุนจาก กฟผ ด้านต่างๆรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำตกที่หลังติดตั้งและรับมอบแล้วได้ดำเนินการผลิตไฟฟ้าใช้เองมาโดยตลอดแต่ปัจจุบันเกิดความเสียหายใช้การไม่ได้ต้องการสนับสนุนจาก กฟผ ซึ่งมีการร้องขอให้เขื่อนรัชชประภาเข้าสนับสนุน

วันที่ 28 เมษ 2559 ดูงานชุมชนเกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร

ชุมชนเกาะพิทักษ์ประสบความสำเร็จเป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวที่รักษาสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะการควบคุมปริมาณขยะ มีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง สร้างความร่วมมือให้เกิดในชุมชนชาวบ้านต้องจ่ายค่าส่วนกลางเพื่อใช้ในการบริหารหมู่บ้านให้สะอาด ควบคุมคุณภาพของนักท่องเที่ยวโดยรับนักท่องเที่ยวที่ดีรักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ส่งเสริมอาชีพประมงไว้ในชุมชน ในด้าน CSR ผู้ที่จะเข้ามาในหมู่บ้านต้องบอกวัตถุประสงค์ที่แท้จริงเพื่อให้เกิดความไว้วางใจและความร่วมมือ

ผู้ใหญ่หรั่งและนายอำเภอได้แนะนำ กฟผ ในการเข้าหาชุมชนต้องมีความจริงใจทำความเข้าใจด้วยข้อมูลที่เป็นจริงต้องติดดินเพื่อใหเกิดความไว้วางใจและความร่วมมือในที่สุด


จิรพรรณ. อัศวศิลป์
IP: xxx.158.166.132
เขียนเมื่อ 

ปรับ

สรุปช่วงที่ 4

วันที่ 26 เมษายน 2559 ศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนฯ

ช่วงเช้า- ชุมชนบ้านตาขุน สุราษฎ์ธานี

สิ่งที่ได้เรียนรู้ – ได้รับฟังการเสวนาจากผู้นำชุมชน ผู้นำทางความคิดในชุมชน ร่วมอภิปรายกับ ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา และ ดร.จีระ อจ.พิชญ์ภูรี ทำให้ได้รับทราบกิจกรรมต่างๆ ที่ กฟผ. ให้การสนับสนุนตามแนวคิดของชุมชน เขื่อนรัชชประภาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนรอบๆเขือน ให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุข รับทราบการเสนอโครงการพัฒนาเยาวชนเพื่อความยั่งยืนโครงการภาษาอังกฤษตามแนวเส้นทางแม่น้ำผลิตไฟฟ้า “แม่น้ำพุมดวง” และโครงการรัชชประภาสานฝันแบ่งปันเรียนรู้ Move World Together ของโรงเรียนบ้านตาขุน ผู้ร่วมเสวนาถ่ายทอดเล่าถึงความรู้สึกว่า เขื่อนรัชชประภาถือเป็นสิ่งที่เลอค่าของชุมชน เนื่องจากแต่เดิมที่นี่เป็นชุมชนที่ยากจน ขาดความรู้ กฟผ. เข้ามาดูแลจนเกิดความคุ้นเคยและผูกพันกัน การใช้เงินจากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบเขื่อน ทำให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ นายกเทศมนตรี ยังได้เสนอการทำฝายใต้เขื่อน ว่าน่าจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น

สิ่งที่จะปรับใช้กับการทำงาน –สามารถนำกรณีศึกษาของเขื่อนรัชชประภาที่สร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยกับชุมชนโดยรอบ ไปใช้เป็นแนวทางกับที่อื่นๆ ของ กฟผ. ให้ได้รับความรู้สึกที่ดีเช่นที่นี่ ซึ่งแนวทางของเขื่อนฯ มีกิจกรรมตั้งแต่เริ่มต้นที่จะดูแลชุมชนโดยรอบตั้งแต่โรงเรียน สถานพยาบาล แม้ระยะแรกไม่มีงบประมาณทางเขื่อนก็พยายามจัดหากันเอง โดยมีแนวคิดคือ ทำให้ชุมชนมีความสุข เราก็มีความสุขด้วย ได้เห็นนักเรียนที่โรงเรียนบ้านตาขุนมาร่วมกิจกรรมเสวนาครั้งนี้ด้วย น้องๆ ดูมีความสุขและมีความผูกพันกับวิถีของเขื่อน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเมื่อ กฟผ. มองชุมชนเหมือนครอบครัวเดียวกันและดูแลด้วยใจกับชุมชน สิ่งที่จะได้รับกลับมาก็คือ ใจของคนในชุมชน และความเชื่อมั่นที่มีต่อ กฟผ. ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์เกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน ประชาชนรู้สึกว่ามี กฟผ. แล้ว ได้รับสิ่งที่ดีๆ ดังที่นายกเทศมนตรีบ้านตาขุน บอกในการเสวนาว่า“ชาวท้องถิ่นรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเขื่อนรัชชประภา”

ช่วงบ่าย

เดินทางไปดูการท่องเที่ยวหมู่บ้านที่เป็นชุมชนใต้เขื่อนฯ ได้เยี่ยมชมการท่องเที่ยววิสาหกิจชุมชน บ้านเขาเทพพิทักษ์ ซึ่งยังมีความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ ผลไม้ แหล่งท่องเที่ยว การรวมตัวของชุมชน การจัดโฮมสเตย์ มีสะพานแขวนข้ามคลองแสม ถือเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญมี"คุณฤทธิรงค์" เป็นผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืนในแนวอนุรักษ์ ซึ่งการบรรยายของผู้นำชุมชน เห็นได้ชัดเจนว่าการที่ชุมชนจะรวมตัวกันได้ผล และพัฒนาชุมชนของตนในแนวทางอนุรักษ์ ต้องอาศัยผู้นำที่แข็งแกร่งและมีความมุ่งมั่นมีใจเกินร้อยในการนำ เพราะจะมีอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องของทุน ทั้งเรื่องของกระแสสังคมโลก ทำให้มองเห็นถึงการยืนหยัดและการมีใจที่มั่นคงเด็ดเดี่ยวของผู้นำ รวมถึงความเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีอยู่ในตัวของผู้นำชุมชน รู้สึกชื่นชมและประทับใจมากยิ่งขึ้น เมื่อได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด

วันที่ 27 เมษายน 2559 กิจกรรม CSR ชุมชนบ้านคลองเรือ

สิ่งที่ได้เรียนรู้ - ได้มาดูชุมชนบ้านคลองเรือ ที่ กฟผ. สนับสนุนเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ เห็นการบริหารจัดการภายในชุมชนของผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติป่าต้นน้ำคลองเรือและสร้างชุมชนเข้มแข็ง เป็นเครือข่ายโครงการจากภูผาสู่มหานที โดยชุมชนนี้เป็นชุมชนตั้งต้นในส่วนของภูผา ผู้นำชุมชนจะกำหนดกฎกติกาในชุมชน เช่น การห้ามขายที่ดินเพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกต่อ การดูแลป่าในลักษณะคนอยู่-ป่ายัง รวมทั้งมีการทำฝายในคลอง นำน้ำมาปั่นไฟ การคิดสร้างสรรค์ทำถ้วยกาแฟจากกระบอกไม้ไผ่ ทำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์จนชุมชนได้รางวัล”กินรีทองคำ” เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงตั้งแต่ป่าคลองเรือที่พะโต๊ะ ไปถึงปลายน้ำ- มหานที ที่เกาะพิทักษ์ จ.ชุมพร

สิ่งที่จะปรับใช้กับการทำงาน - ได้แรงบันดาลใจจากความมุ่งมั่นของผู้นำชุมชน ที่ทุ่มเทตัวทำงานเพื่อท้องถิ่น โดยในการทำงานจริงพบอุปสรรคมากมาย ทั้งในด้านของงบประมาณในท้องถิ่นและการสร้างแรงจูงใจในชุมชนให้ไปในเส้นทางเดียวกัน จึงเกิดความรู้สึกชื่นชมและเพิ่มความตั้งใจที่จะช่วยเหลือในสิ่งที่สามารถจะทำได้กับงานด้านพัฒนาชุมชน ทั้งที่เกี่ยวพันและไม่เกี่ยวพันกับ กฟผ. เพราะสุดท้ายแล้วผลที่ได้ก็จะเป็นผลกับประเทศ ในการเยี่ยมชุมชน ผู้ใหญ่บ้านได้ฝากปัญหาเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าที่ กฟผ.ได้สนับสนุนไว้ ขณะนี้เครื่องเสียไม่สามารถใช้งานได้ โดยผู้ใหญ่บ้านได้นำปัญหามาหารือขอความช่วยเหลือด้วยท่าทีเกรงใจมากๆ ว่าได้พยายามที่จะแก้ไขกันเองแล้วแต่แก้ไขไม่ได้ (เป็นมุมที่ทำให้ภาพของคนที่อยู่ในชนบท ที่มาติดต่อกับคนที่ปฏิบัติงานอยู่ในภาคราชการ) โดยประธานรุ่น และคณะที่มีผู้บริหารอยู่ในพื้นที่ภาคใต้รับที่จะประสานช่วยแก้ไขปัญหาให้โดยเร็วต่อไป จึงมองว่าสิ่งที่เป็นส่วนเล็กๆนี้ เพียงการได้เข้ามาพบปะแล้วรับฟังปัญหาช่วยในส่วนที่ทำได้ ก็มีผลเพิ่มความรู้สึกด้านความสัมพันธ์ ได้ความรู้สึกที่ดีต่อคน กฟผ.และหน่วยงาน กฟผ.

ข้อคิด-เป็นการสะท้อนว่า กฟผ.ยังไม่มีความต่อเนื่องเพียงพอ เมื่อทำโครงการคลองเรือเสร็จแล้ว แม้แต่ตัวผู้นำชุมชนเองก็ยังไม่ทราบว่า จะติดต่อ/จะสื่อสารมาได้ที่ไหน/หน่วยใด


วันที่ 28 เมษายน 2559 เกาะพิทักษ์ ชุมพร

สิ่งที่ได้เรียนรู้ ได้มีการนั่งเรือไปที่เกาะพิทักษ์ แม้แดดจะเริ่มแรงแต่เพลิดเพลินและสนุกสนาน เมื่อถึงเกาะ ตัวผู้ใหญ่บ้าน(ผู้ใหญ่หรั่ง) ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญของชุมชนมาต้อนรับ อาหารมื้อเที่ยงเป็นอาหารพื้นเมืองที่อร่อยมาก และมีน้ำส้มจี๊ดผลิตภัณฑ์ชุมชนจากคุณจินตนาฯ วิทยากรท้องถิ่น ซึ่งหาทานยากและอร่อยมากๆ ได้รับทราบแนวคิดของผู้นำชุมชนว่า กฟผ. ต้องคลุกคลีกับชาวบ้านเพื่อสร้างความคุ้นเคยอย่างต่อเนื่อง แม้มีผู้ไม่เห็นด้วยกับงาน กฟผ. แต่เป็นเพียงบางส่วน กฟผ. จึงต้องสร้างความรู้สึกที่ดีและต้องทำอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ กฟผ.ต้องติดดินเพื่อไม่เป็นความรู้สึกแปลกแยกกับชาวบ้าน ช่วงบ่ายได้พบนายอำเภอฯ ที่ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยด้วย

สิ่งที่จะปรับใช้กับการทำงาน – ได้เห็นลักษณะผู้นำชุมชนที่ได้รับการยอมรับทั้งในชุมชนเองและทั้งจากผู้ที่ได้พบปะพูดคุยด้วย ได้ซึมซับรับแนวคิดการพยายามสร้างในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ มาปรับใช้

เห็นวิธีคิดของผู้นำชุมชน การรับมือกับปัญหา การมีวิสัยทัศน์ ความกล้า การมีจิตสำนึกที่ดีเป็นพื้นฐานการทำงาน ได้เห็นชีวิตชาวบ้านที่ยังขาดแคลนและควรเสริมสนับสนุน ในเรื่องพื้นฐานคุณภาพชีวิต กระตุ้นให้การมาครั้งนี้ได้เพิ่มมุมมองการทำประโยชน์ต่อผู้อื่นให้เพิ่มขึ้นอีก และได้ข้อคิดประสบการณ์การนำไปปรับใช้กับตนเองให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงาน

อำนวย แสงวิโรจนพัฒน์
IP: xxx.158.166.165
เขียนเมื่อ 

กิจกรรม CSR : เยี่ยมชุมชนเข้มแข็ง

ศึกษาดูงาน “กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนฯ ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน

หัวข้อ บทบาทของ กฟผ.กับการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชชประภาและเสียงสะท้อนจากชุมชนเพื่อการพัฒนา

ได้รับทราบว่า เขื่อนรัชชประภา มีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนรอบๆ เขื่อนได้เป็นอย่างดี เป็นที่ยอมรับของส่วนราชการและชุมชน โดยใช้ศักยภาพที่มี ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยว อ่างเก็บน้ำเขื่อนฯ ทรัพยากรมนุษย์ของ กฟผ

กิจกรรม CSR ณ ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

โรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนบ้านคลองเรือ ตั้งอยู่ที่ชุมชนบ้านคลองเรือ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เกิดขึ้นจากโครงการการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2552-2554 โดยความร่วมมือระหว่าง กฟผ. โดยฝ่ายสื่อสารองค์การ (อสอ.) และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อค้นหาศักยภาพชุมชนด้านพลังงาน นำไปสู่การจัดตั้งแหล่งเรียนรู้โรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนบ้านคลองเรือ ซึ่งใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาคีความร่วมมือ การหนุนเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในการพึ่งพาตนเองได้ และหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยชาวบ้านคลองเรือดำเนินการก่อสร้าง เดินเครื่องจ่ายไฟฟ้า และบริหารจัดการบำรุงรักษาด้วยตัวของชาวบ้านเอง โดยการก่อสร้างได้แล้วเสร็จในปี 2554 และจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 จากการเข้าศึกษาดูงานได้ทราบจากผู้ใหญ่บ้านว่าในช่วงหน้าแล้งจะไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ และปัจจุบันตัวควบคุมของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชำรุดใช้การไม่ได้ จึงได้มีการร่วมกันแก้ปัญหาโดยคณะผู้บริหารได้ประสานงานขอความช่วยเหลือให้หน่วยงานโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภาเข้าให้ความช่วยเหลือต่อไป บทเรียนที่ได้รับทราบคือการช่วยเหลือชุมชนจำเป็นต้องมีความต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง และต้องพัฒนาคนในชุมชนให้สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง

สมคิด ประดิษฐ์เสรี
IP: xxx.158.167.150
เขียนเมื่อ 

สรุปความเห็นจากการลงพื้นที่ภาคใต้

26 เ.ม.ย.59 การพบปะแลกเปลี่ยน ความคิดกับผู้นำชุมชน รอบเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฏร์ธานี ช่วยให้เราซึ่งเป็นคนรุ่นหลังที่ไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับพื้นที่นั้นโดยตรงในช่วงก่อสร้างและปรับปรุงได้รับทราบเรื่องราวผ่านการถ่ายทอดจากความรู้สึก ซึ่งสัมผัสได้จากสีหน้าและแววตาของแต่ละท่าน แม้ในบางเวลาจะรู้สึกไม่เป็นมิตรบ้างก็ตาม ผมเข้าใจดีในสถานการณ์ที่ต้องผจญในขณะนั้น อาจมีบางเรื่องที่ไม่สามารถคลี่คลายได้ดั่งใจได้ แต่โดยรวมแล้วการทำงานของชาว กฟผ กับชุมชน โดยรอบยังมีความเกื้อหนุนซึ่งกันและกันตลอดมา ผมกลับรู้สึกว่า การที่ชุมชนมีการรวมตัวเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง แทนที่จะนั่งรอความช่วยเหลือจากผู้อื่น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคนและพื้นที่ ไปสู่ความรุ่งเรืองในอนาคต ผมชื่นชมวิธีคิด ที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด

27 เม.ย.59 การพบผู้นำชุมชนคลองเรือ ได้สัมผัสถึงการช่วยเหลือตัวเองอย่างแท้จริง ไม่มีงบประมาณแผ่นดินสนับสนุน แม้แต่ระบบไฟฟ้าจะยังไปไม่ถึงก็ตาม อาหารที่นี่อร่อยมาก ชุมชนทุกคนร่วมมือกันเป็นอย่างดี พื้นที่นี้เดิมเป็นพื้นที่สีชมพู มีผู้มีความเห็นแย้งมากมาย แต่ปัจจุบัน สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ ต้องขอยกเครดิตให้กับผู้นำชุมชนด้วย การสร้างความร่วมมือภายในของชุมชนค่อนข้างดี มีระบบการจัดการและบริหารทรัพยากรในพื้นที่อย่างคุ้มค่าจริงๆ ผมได้เรียนรู้แนวคิดและวิธีการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆมากมาย จนสามารถนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนที่นี่

28 เม.ย.59 ออกเดินทางทางเรือเยี่ยมชมทิวทัศน์พื้นที่โดยรอบเกาะพิทักษ์ ได้พบกับผู้ใหญ่หรั่งและทีมงานมากมาย แม้เกาะนี้จะยังไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนเกาะอื่นๆก็ตาม แต่ที่สัมผัสได้คือน้ำใจของผู้คนในชุมชน มีการแบ่งปัน ทั้งผลไม้ อาหาร รู้สึกซาบซึ้งจริงๆ ต้องยอมรับว่าผู้ใหญ่มีอิทธิพลต่อการบริหารงานของชุมชนค่อนข้างมาก แต่กลับรู้สึกถึงความเป็นกันเอง การบริหารก็ไม่ได้ใช้ศาสตร์ที่ซับซ้อนอะไรเลย เป็นการบริหารด้วยใจล้วนๆ ต้องมีความรักและความผูกพัน มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล มีการบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เป็นแบบอย่างการบริหารท้องถิ่นอย่างแท้จริง ในอนาคตคาดว่าเกาะพิทักษ์จะต้องเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์สมบูรณ์แบบแน่นอน

ธวัชชัย สำราญวานิช
IP: xxx.68.6.74
เขียนเมื่อ 

ในโอกาสที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมหลักสูตร การพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) EADP รุ่นที่ 12 นี้ พบว่า มีสิ่งต่างๆ ที่ได้เรียนรู้มากมายในหลักสูตรนี้ครับ สิ่งที่ผมอยากแสดงเสริมความคิดจากที่ Blog นี้สรุปไว้ได้เป็นอย่างดีแล้ว สรุปได้ดังนี้ครับ

การเรียนการสอนจากท่านอาจารย์ และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ที่ได้บรรยายพร้อมเอกสารและหนังสือต่างๆ ทำให้เกิดการเติมองค์ความรู้ ทฤษฎี แนวคิดและและประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ ตรึกตรอง เพื่อนำส่วนต่างๆ ไปใช้ประยุกต์ในการพัฒนาตนเอง ผู้คนรอบตัวเองและหน่วยงานต่อไป เพื่อให้ทันไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง (Change) ซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่เป็นพลวัต ดังนั้นการที่จะต้องก้าวนำและก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทั้งนี้การพัฒนาตนเอง สามารถทำได้ผ่านการแสวงหาความรู้้ใหม่ๆได้ตลอดเวลาด้วยวิธีการต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องฝึกทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ใคร่ขอขอบคุณท่าน ศ.ดร. จีระ อาจารย์และวิทยากรทุกท่าน รวมทั้งทีมงาน Chira Academy และผู้ปฏิบัติงานประสานงาน กฟผ. ทุกคน และหน่วยงาน กฟผ. ที่ได้ให้โอกาสผู้เข้ารับการอบรม EADP รุ่นที่ 12 ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้เรื่องราวดีๆ ก่อให้เกิดเป็นต้นทุนทางความคิดที่จะนำไปใช้ให้เกิดผลต่อไปครับ

ประสิทธิ์ จ่างพันธุ์
IP: xxx.68.6.74
เขียนเมื่อ 

ต้องสนับสนุนงาน CSR ให้มีการ Networking มีความจริงใจและต่อเนื่อง Silo ต้องข้ามเขื่อนด้วย ควรรวมพลังเพื่อเอาชนะอุปสรรค การประสบความสำเร็จต้องกระจายความรู้ การศึกษาต้องเป็นองค์กรอิสระ การไฟฟ้าหรือเขื่อนเป็นคลังความรู้ เป็นเรื่องของทรัพยากรมนุษย์การที่ กฟผ. มีแหล่งท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเน้นเรื่องการบริหารจัดการ พัฒนาผู้นำ พัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เราต้องเน้น 2 เรื่อง Growth และ Sustainability ต้องเน้นเรื่องมาตรฐานการท่องเทียวที่จาก Local ไปสู่ Global. โลกในอนาคตเกิดจาก Informal มากกว่า formality เรามีความรู้เกิดขึ้น ในอนาคตเกิดจากศรัทธา แต่ที่มาเพราะเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน เป็นการหาความรู้ไปด้วยอยากให้ชุมชนมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และให้มีการส่งข่าวถึงกัน สำหรับกฟผ. คนต้องมีความเข้าใจและช่วยเหลือองค์กร ให้เครือข่ายเชื่อมโยงกันทางไลน์ กฟผ.ต้องสร้างศรัทธา Trust ให้เกิดในสังคมอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึง Mindset ของคนที่ทำอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้ ชุมชนรับรู้เข้าใจ ยอมรับ สนับสนุน และปกป้อง กฟผ. เพื่ออยู่ร่วมกับชุมชน และ สังคมไทยต่อไป

วิศิษฎ์ ปฐมเจริญโรจน์
IP: xxx.68.6.74
เขียนเมื่อ 

เรียน อ.จีระ หงส์ลดารมณ์

วันที่ 26 เม.ย.59

Topic : โดย “กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนฯ ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยการสนับสนุนของ กฟผ.”

ซึ่งให้ความสำคัญกับชุมชนและสังคมโดยรอบ รับฟังการเสวนา

เขื่อนรัชชประภา ใช้ศักยภาพที่มี เช่นอ่างเก็บน้ำพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นส่วนสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนรอบๆ เขื่อนได้เป็นอย่างดี มีโครงการเกิดขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาชุมชน เช่น โครงการชีววิถี ค่ายเยาวชน โครงการสนับสนุนการจัดทำหลักสูตรส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น กฟผ.ยังสนับสนุนการจัดทำสคลิปท่องเที่ยวโดยทำเป็นภาษาไทยและแปลเป็นภาษาอังกฤษ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

นอกจาก กฟผ. จะสนับสนุนการเรียนรู้แล้วยังส่งเสริมสุขภาพชุมชน โดยสนับสนุนการปลูกสมุนไพร เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ภูมปัญญาทำสมุนไพร ซึ่งปัจจับันเป็นสินค้าขายดี ทำให้คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น มีอาชีพทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

สิ่งที่ได้เรียนรู้ที่จะนำไปใช้กับ กฟผ.ขออ้างอิงทฤษฎี อาจารย์จีระฯ คือ 3 R

REALITY ต้องปะทะความจริง เขื่อนจะอยู่ร่วมกับชุมชน ชาวบ้าน ส่วนราชการ ได้อย่างมีความสุข คน กฟผ. ต้องทำความรู้จักกันกับชาวบ้าน อาจารย์ ส่วนราชการฯลฯ ต้องมีความจริงใจ ทำอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดเป็นภาคีเครือข่าย

RELEVANCE ต้องปะทะตรงประเด็น การช่วยเหลือชาวบ้านต้อง จริงใจเลือกเรื่องที่จะช่วยเหลือให้ตรงประเด็น ต้องความต้องการของชุมชน ไม่ใช่ไปยัดเยียดให้

RESULT ผลที่เกิดจากโครงการต่างๆ ที่สำเร็จ จะนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้าน สร้างศรัทธา (Trust) เกิดทัศนคติที่ดีต่อ กฟผ. และเกิดความเชื่อมั่น ความไว้เนื้อเชื่อใจ กฟผ.

วันที่ 27 เม.ย.59

Topic : กิจกรรม CSR ณ ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ชุมชนบ้านคลองเรือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกันศึกษาศักยภาพของพื้นที่ทางด้านทรัพยากรน้ำ และศักยภาพของชุมชนในการบริหารการจัดการทรัพยากร ทำให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 100 kW. โดยบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ชุมชนจะเป็นเจ้าของ ปัจจุบันเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำมีปัญหา คือ ชุดควบคุมและแบริ่งชำรุด และต้องการต่อเชื่อมกับสายส่งไฟฟ้าของ กฟภ. เพื่อให้ชาวบ้านมีไฟใช้ตลอดปีในช่วงที่เขื่อนไม่มีน้ำเดินเครื่องผลิตไฟ

การจัดการทรัพยากรโดยชุมชนเอง และการเกิดองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง ชาวบ้านมีความสามัคคีกัน มีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ และความไม่เคยหยุดนิ่งในการหาวิธีการพัฒนาคุณภาพชีวิต จะทำให้การวางแผนและจัดการทรัพยากรชุมชนประสบความสำเร็จและเกิดขึ้นต่อเนื่องต่อไป อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำและป่าไม้ ของชุมชน ของลุ่มน้ำ และของประเทศชาติ

ชุมชนคลองเรือ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2553 ชุมชนต้นแบบของการเรียนรู้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนแห่งแรกของภาคใต้

จากปัญหาเรื่องเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ชำรุดใช้การไม่ได้ชาวบ้านได้ขอให้ กฟผ.ช่วยแก้ไขปัญหา กฟผ. ได้มีการปรึกษาหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องใน กฟผ.เพื่อเร่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาดังกล่าวทันที

กฟผ. มีหน่วยงานต่างๆ มากมาย ต่างคนต่างทำ เวลามีปัญหาเกิดขึ้นมักจะสร้างปัญหาให้กับหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายๆเรื่อง หน่วยงานในท้องถิ่นไม่ได้ร่วมดำเนินการจึงไม่ทราบที่มาที่ไปจะติดต่อใคร เปรียบเสมือน Silo ต่างคนต่างทำหน้าที่ไม่มีการประสานงานกัน

วันที่ 28 เม.ย.59

Topic : “ผู้นำกับการสร้างเครือข่าย..การจัดการชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อความยั่งยืน”

การบริหารจัดการโดยชุมชน เพื่อชุมชนทุกคนต้องมีส่วนร่วม รักษาประโยชน์ของตัวเองและส่วนรวม ทุกคนต้องร่วมคิด เมื่อพบปัญหาก็หาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน การแบ่งผลประโยชน์ อย่ายึดผู้นำเป็นหลัก ต้องยึดองค์กรเป็นหลัก กฟผ.จะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ มักถูกต่อต้าน ขอเสนอแนะให้มีการพูดคุยทำความเข้าใจ เปิดใจพูดคุยต้องบอกความจริงทุกเรื่องให้หมด ต้องจริงใจ ต้องบอกให้รู้ทำแล้วดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร สิ่งที่ไม่ดีจะมีแนวทางป้องกันแก้ไขอย่างไร การใช้เงินจะสร้างปัญหา เพราะไม่สามารถให้ได้ครบทุกคน

กฟผ.ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้ชาวบ้านศรัทธา ยอมรับ เมื่อเกิดศรัทธขึ้นแล้ว การที่จะทำอะไรก็จะได้รับความร่วมมือ ให้การสนับสนุน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ธีรศักดิ์ รุ่งแสงจันทร์
IP: xxx.68.6.123
เขียนเมื่อ 

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ช่วงที่ 4

กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนรัชประภา ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน

  • เขื่อนรัชประภา นอกจากจะทำการผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้แล้ว ทางเขื่อนยังมีการสนับสนุนชุมชนในด้านต่างๆ เช่นการศึกษา สุขภาพ การท่องเที่ยว โดยใช้งบประมาณที่จัดหากันเอง เมื่อชุมชนได้รับน้ำใจจาก กฟผ. ก็มีความรู้สึกว่า กฟผ. เป็นมิตร เป็นครอบครัวเดียวกัน ชุมชนได้รู้จัก กฟผ. มากขึ้น หาก กฟผ. สามารถทำแบบนี้กับชุมชนอื่นๆ ก็จะได้ใจชาวบ้านขยายวงกว้างขึ้น การดำเนินงานของ กฟผ. ก็จะราบรื่น แต่ถ้าคน กฟผ. ไม่ลงไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ก็ยิ่งทำให้มีระยะห่างกันมากขึ้น ซึ่งชาวบ้านก็จะคิดว่า กฟผ. มาเพียงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว
  • การท่องเที่ยวโดยชุมชุน ได้มองเห็นความเข้มแข็งของชุมชนในการสร้างเครือข่าย เพื่อทำงานร่วมกัน มีการทำโฮมสเตย์ การขายสินค้าทางการเกษตร โดยชุมชนเครือข่ายก็สามารถมีส่วนร่วในการนำสินค้าในชุมชนตัวเองมาวางขาย

การศึกษาดูงานที่ชุมชนบ้านคลองเรือ

  • ได้เห็นเครือข่ายชุมชนที่ร่วมมือกัน ได้รู้ปัญหาในเรื่องของระบบไฟฟ้าที่ กฟผ. เคยไปติดตั้งให้ ซึ่ง กฟผ. จะดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อ กฟผ. เป็นผู้ให้แล้วก็ควรมีการติดตาม อย่างต่อเนื่อง ไม่ควรทอดทิ้งโดยถือว่าให้แล้วให้เลย เพราะชาวบ้านเองก็ไม่ได้มีความรู้เฉพาะทางในการดูแลรักษาระบบผลิตไฟฟ้า

การศึกษาดูงานที่เกาะพิทักษ์

  • ได้เห็นถึงความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน ที่ต่อสู้เพื่อชุมชน ให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ และการมีเครือข่ายก็ยิ่งทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ชนินทร์ สาลีฉันท์
IP: xxx.68.6.74
เขียนเมื่อ 

ช่วงที่ 4

มีความประทับใจ ที่

1. ชุมชนบ้านคลองเรือ

เพราะเป็นชุมชนตัวอย่างที่ผู้นำเข็มแข็ง ช่าวบ้านช่วยเหลือตนเอง โดยที่ กฟผ. เข้าไปช่วยเป็นที่ปรึกษา ในด้านงานโยธา เครื่องกล และไฟฟ้า ในการ สร้างฝ่ายกักเก็บน้ำ วางท่อส่งน้ำ ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า ติดตั้งเสาไฟฟ้า ระบบไฟฟ้ารอบหมู่บ้าน โดยงบประมาณของ กฟผ. ชาวบ้านออกแรง จนสามารถมีโรงผลิตไฟฟ้าเป็นของตนเอง ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ทั้งหมู่บ้าน เป็นตัวอย่างที่ดีในการให้แบบยั่งยืน ปัจจุบันเป็นสถานที่เรียนรู้ของชุมชนต่างๆ อันเป็นการช่วยทำ CSR ให้ กฟผ.ได้อย่างดียิ่ง เนื่องจากพื้นที่ชุมชนบ้านคลองเรือ ไม่ได้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการสร้าง โรงไฟฟ้าของ กฟผ. แต่กฟผ. ก็เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน

2.ชุมชนเกาะพิทักษ์

ผู้ใหญ่หรั่ง ได้พูด เรื่องการทำ CSR ให้ประสบผล คือ

-การเจรจากับชุมชน ต้องให้คนที่มีอำนาจ และสามารถตัดสินใจได้เข้าพื้นที่เจรจา

-การจะประชุม รับฟังความคิดเห็นต่างๆ ควรพูดความจริงกับผู้นำชุมชนก่อน ว่า ชุมชนจะได้อะไร และเสียอะไรบ้าง

-จะให้อะไรกับชุมชน ควรให้แบบยังยืน เช่น อาชีพ

-ต้องทำงานแบบต่อเนื่อง เมื่อเจอข้อปัญหาอย่าทิ้ง ควรทำแบบต่อเนื่อง


พงษ์ชัย โชติสกุลสุข
IP: xxx.158.166.148
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษา xxx ติดใจอยู่อย่างเดียวทำไหมต้องขอเงินจาก กฟผ. ในเมื่อสามารถยืนยัดอยู่ได้แล้ว ทำให้คิดไปว่า กฟผ.ทำมาถูกทางหรือไม่ หรือมาทางประชานิยม
บางคลองเรือยิ่งแล้วใหญ่ กฟผ.เป็นพระเอกหรือเหยื่อ ทำไมเข้าหาอาจารย์ ไม่เข้าหา กฟผ. มีเหตุผลอะไร กฟผ.ไม่ได้ให้ความรู้หรือมีการประสานงานภายในไม่ดี
Collaboration ศูนย์เสียไป เรื่องอื่นๆก็เป็นวิชาการไปหมด ไม่ลองดูมิติสังคม และภูมิรัฐศาสตร์บ้างจะเห็นภาพอีกแบบ

นายวันชัย คณาสิทธิบุญ ช.อปท.
IP: xxx.68.6.74
เขียนเมื่อ 

นายวันชัย คณาสิทธิบุญ ช.อปท. (EADP 12)

สรุปผลการอบรม ช่วงที่ 4 26-28 เมษายน 2559

ข้อคิดเห็นจากการเรียนรู้

วันแรก: 26 เมษายน 2559

ศึกษาดูงาน “กรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนฯ ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน .....

  • ชุมชนพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนผ่านการพักอาศัยแบบ Home Stay และพัฒนาสินค้าเกษตรของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว
  • ชุมชนมีภาพพจน์ต่อ EGAT ที่ดีในฐานะ Partner สนับสนุนแล่งท่องเที่ยว
  • ชุมชนต้องการการสนับสนุนจาก EGAT หรือธุรกิจเพิ่มเติม ในด้านการการซื้อสินค้าเกษตรและนักท่องเที่ยวมายังชุมชน

วันที่สองของการดูงาน: 27 เมษายน 2559

กิจกรรม CSR ณ ชุมชนบ้านคลองเรือ หมู่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร.....

  • EGAT ร่วมกับชุมชนติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 100 กิโลวัตต์ พร้อมเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าไปให้บ้านแต่ละหลัง และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารจัดการ ปัจจุบันพบปัญหาไม่สามารถเดินเครื่องปั่นไฟได้ เนื่องจากน้ำแล้งและอุปกรณ์บางรายการชำรุดเสียหาย ต้องการการสนับสนุนการแก้ปัญหาจาก EGAT โดยเขื่อนรัชประภารับดำเนินการ
  • การ บริหารจัดการชุมชนที่เข้มแข็ง ทั้งการบริหารจัดการพลังงาน การจัดการที่ดิน การพัฒนาด้านเกษตร เอื้ออำนวยให้ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

วันที่สามของการดูงาน: 28 เมษายน 2559

กิจกรรม ดูงาน ท่องเที่ยวเชิงอนรักษ์ หมู่บ้านเกาะพิทักษ์

  • ชุมชนพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผ่านการพักอาศัยแบบ Home Stay และเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน
  • ผู้ นำชุมชนเป็นนักอนุรักษ์กลุ่ม NGO อย่างไรก็ตามไม่ได้ต่อต้าน EGAT หรือการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ขอเพียงการมีส่วนร่วมของชุมชน และการพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างถี่ถ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์/ผลกระทบของชุมชนอย่างเป็นธรรม