การลงพื้นที่ดูงานช่วงวันที่ 27-28 เมษายน 2559
ทั้งในพื้นที่บ้านตาขุนซึ่งเป็นพื้นที่รอบเขื่อนรัชประภา พื้นที่คลองเรือ อ.พระโต๊ะ และเกาะพิทักษ์
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ จากการได้เห็น ได้ฟัง จากผู้ใหญ่บ้าน ครู พยายบาล หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งได้สัมภาษณ์ป้านุ๊ย ท่านโรจน์ ทั้ง 3 แห่งหลักๆ ที่ได้ดูงาน พบว่า
1. ชุมชนและหัวหน้าส่วนราชการ มองว่า กฟผ. ควรเปิดเผยข้อมูลให้มากกว่าที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมา กฟผ. มักให้ข้อมูลในส่วนที่เป็นบวก ข้อมูลเชิงลบไม่ได้เปิดเผย เห็นว่าควรเปิดเผยออกไปและบอกถึงแนวทางการป้องกันแก้ไข ให้สังคม ชุมชนได้มีส่วนร่วมรับรู้และตัดสินใจ
2. กฟผ. ต้องทำงานกับชุมชนด้วยใจ ใกล้ชิดกับชุมชน เป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง ครอบครัวเดียวกัน สามารถลงไปคลุกคลีกับชาวบ้านได้ (ต้องติดดินได้) ..... ถูกตำหนิว่า ... ไปนอนโรงแรมหรูทำไม... ควรนอนโฮมสตย์
3. การทำงานด้าน CSR ของ กฟผ. ต้องมีความต่อเนื่อง
4. กฟผ. ควรใช้ความรู้ความสามารถพิเศษที่มี ไปให้ความช่วยเหลือชุมชน เช่นรู้เรื่องไฟฟ้า ก็ให้ความช่วยเหลือด้านนี้เป็นหลัก เหมือนเช่นที่คลองเรือ
5. กฟผ. ควรให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการ ตั้งแต่แรก อย่ามองว่าชาวบ้านคนภายนอกไม่มีความรู้จะทำให้โครงการล่าช้า เพราะชาวบ้านอาจช่วยตัดสินใจหรือให้คำปรึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนั้นๆได้
6. กฟผ.มักเข้าไปหาชุมชน เมื่อมีเป้าหมายของโครงการแน่นอนแล้ว หรือปักหมุดแล้ว ควรมีการสร้างเครือข่ายในทุกๆที่ เพราะอนาคต กฟผ.อาจต้องการทำโครงการที่ใดๆก็ได้ เป็นการสร้างเครือข่ายไว้ล่วงหน้า
และจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้กลุ่มของผม คือกลุ่ม1 ได้ดำเนินการโครงงานเชิงนวัตกรรม ในเรื่องนี้ "การสร้างเครือข่าย กฟผ. ผ่านปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชน "