การศึกษา CSR ในชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และกระบี่

เมื่อวันที่ 26- 28 เมษายน 2559

นับว่าเป็นประโยชน์และเป็นโอกาสที่ดีที่ อจ. จิระ ได้บรรจุ course นี้ไว้ในการอบรมด้วย ทำให้ได้เรียนรู้สภาพชุมชน แนวทางการดำเนินชีวิต การพัฒนาชุมชน การอยู่ร่วมกันตามวิถีชุมชน ในบริเวณพื้นที่โครงการของ กฟผ.

เมื่อพิจารณาแล้วชาวบ้านในชุมชนมีการดำเนินชีวิตที่สามารถโยงเข้ากับทฤษฎี 2 R ของ

อจ.จิระ ดังนี้ R1 : Reality เนื่องจากชาวบ้านจะอพยพมาจากที่ต่างๆ และมารวมตัวกันเป็นชุมชนใหม่ จึงมีการสร้างเครือข่ายชุมชน การให้ความรู้ซึ่งกันและกัน หาแหล่งที่จะเป็นทรัพยากรร่วมกัน ที่สำคัญมีผู้นำชุมชนที่เป็นผู้ประสาน กำหนดแนวทางวิถีชีวิตภายในชุมชน กำหนดสิ่งที่เป็นเป้าหมายในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน

R2 : Result ชุมชนช่วยกันพัฒนา ทำให้สิ่งที่กำหนดเป็นเป้าหมายเกิดขึ้นได้จริงในชุมชน มีเครือข่ายที่สามารถสานประโยชน์ภายในชุมชน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ จัดตั้งเป็นกลุ่มต่างๆ รับผิดชอบร่วมกัน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อการพัฒนาชุมชน

ตัวอย่าง โครงการพัฒนาชุมชนที่ชาวบ้านได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย

1) โครงการชุมชนคนอยู่ป่ายัง

2) โครงการจากภูผา สู่มหานที

โดยเน้นที่การรักษาป่า ทรัพยากรน้ำ เน้นให้มีการท่องเที่ยวแบบ Home stay เข้ามาเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้นไปพร้อมกับการอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำ และลำธาร การเกื้อกูลซื่งกันและกัน การมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ทำให้แต่ละชุมชนสามารถอยู่ได้ตามวิถีชีวิตที่พอเพียง ชุมชนมีความยั่งยืน

ภาครัฐ ได้แก่ จังหวัด และอำเภอ เป็นกำลังสนับสนุนอีกทางที่ทำให้ชุมชนก้าวเดิน และพัฒนาต่อไปในทิศทางที่ดีขึ้น ได้แก่ 1) เข้าร่วมในการดูแลกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ที่ กฟผ. ได้มอบให้แก่ชุมชน มีการจัดตั้งศูนย์เศรษฐกิจพิเศษเพื่อดูแล 2) เข้าร่วมการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน จัดเป็นภาคีเครือข่าย 3) การเข้าร่วมวางแผนพัฒนาชุมชนร่วมกัน จัดเป็นภาคีเครือข่ายภาครัฐและชุมชน

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ และสามารถนำมาประยุกต์ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ได้แก่

1) การสร้างความไว้วางใจในชุมชนให้ได้ (Trust) ต้องเสนอข้อมูลให้ครบถ้วน สมบูรณ์

ทั้งข้อดีและข้อด้อยในการพัฒนาโครงการ

2) มีการเข้าถึงชุมชนอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีการพัฒนาโครงการในช่วงดังกล่าว เพื่อสร้างความเป็นพวกเดียวกัน จะก่อให้เกิดความร่วมมือมากขึ้น

3) รู้เขา รู้เรา ต้องเข้าถึงผู้นำชุมชนที่เป็นแกนนำความคิด ประสาน หารือ แลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างสม่ำเสมอ

4) การสร้างภาคีเครือข่าย (Net Work) เป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นช่องทางที่ทำให้เข้าถึงชุมชน รับทราบปัญหาในชุมชน ได้เป็นอย่างดี เพื่อนำมาร่วมกันแก้ปัญหา

5) การสร้างความเป็นพี่่เป็นน้อง จะทำให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาต่อไป

6) การสร้างแรงผลักดัน (Impress) ในชุมชน ด้วยการเข้าร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกับชุมชน เพื่อความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ

7) การเข้ากำจัดปัญหาอุปสรรคชุมชนร่วมกัน จะช่วยให้เกิดความเชื่อถือ ไว้วางใจ

8) การพัฒนาโครงการจะต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เป็นทรัพยากรมนุษย์เป็นหลักสำคัญ เน้นการพัฒนาเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ประเทศชาติ ซึ่งในส่วนนี้ กฟผ. ได้คำนึงถึง และใช้เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาโครงการมาโดยตลอด