จากบันทึกที่แล้ว...เทา~งามสัมพันธ์ ครั้งที่ 19 : ก่อนการเดินทาง (ปฐมนิเทศ)
นอกจากข้อสอบปรนัยแล้ว ยังมีประเด็นคำถามอีก 2 คำถาม คือการให้นิสิตแต่ละคนเขียนสะท้อนความคิด
- นิยามความหมายของโครงการเทา-งามสัมพันธ์
- ความเกี่ยวโยงระหว่างโครงการเทา-งามสัมพันธ์ กับหมุดหมายการบ่มเพาะนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ว่าด้วยเรื่องปรัชญาและเอกลักษณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนอัตลักษณ์และค่านิยมของนิสิต
จริงๆ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมายนัก ผมแค่อยากประเมิน “ความรู้ความเข้าใจ” ของนิสิตที่มีต่อโครงการฯ เสมือนการกระตุ้นให้นิสิตได้ “เรียนรู้ตัวเอง” (รู้ตัวตนโครงการ) และฝึก “ทักษะการคิด”เชื่อมโยงการเรียนรู้โครงการฯ ไปสู่เป้าประสงค์ของการบ่มเพาะความเป็นนิสิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัย กับสังคม หรือกระทั่งสังคมโลก
ใช่ครับ-ผมคิดเช่นนั้นจริงๆ คิดเพราะต้องการที่จะประเมินองค์ความรู้และทักษะของนิสิต เป็นการประเมินเพื่อให้นิสิตได้รู้ตัวเอง โดยอาศัยกระบวนการของการทำแบบทดสอบ (แบบสอบถาม/ข้อสอบ) ซึ่งน่าจะดีกว่าการบรรยาย-พร่ำพูด หรือบอกกับนิสิตไปตรงๆ ว่า ...
- เทา-งามสัมพันธ์ คืออะไร
- และเทา-งามสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับกลยุทธการพัฒนานิสิตอย่างไร
แน่นอนครับ- นี่คือการถามทักเพื่อให้นิสิตได้แสดงความคิดออกมาแบบ “ไม่มีผิด ไม่มีถูก" (เสียทั้งหมด) จากนั้นผมจึงค่อยๆ หยิบจับมาประมวลและขมวดเป็นบทสรุป พร้อมๆ กับการขยายความ หรือ เติมเต็มให้กับนิสิต
และนี่คือส่วนหนึ่งอันเป็นความคิดของนิสิตที่มีต่อประเด็นคำถามที่ผมถามทักไป
มีความหมายใดในโครงการเทา-งามสัมพันธ์ ครั้งที่ 19
- คือ การพัฒนาชีวิต
- คือ จิตอาสาพัฒนาชุมชน
- คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมจิตอาสา
- คือ กระบวนการร่วมคิด ร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์
- คือ การเชื่อมความสัมพันธ์ของสถาบันเครือข่าย 5 สถาบัน
- คือ การเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของแต่ละสถาบัน
- คือการค้นหาองค์ความรู้ใหม่ในการจัดกิจกรรมนิสิตและการดำเนินชีวิต
- คือ นิสิตกับการนำความรู้ไปพัฒนาชุมชน
- คือ การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตกับชุมชน
- คือ การบ่มเพาะทัศนคตินิสิตในเรื่องการช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งของชุมชน
- คือ กระบวนการบ่มเพาะจิตอาสาแก่นิสิต
- คือ กระบวนการพัฒนาทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมจิตอาสา
- คือ การสร้างเครือข่ายเพื่อร่วมบริการสังคม
ความเกี่ยวโยงระหว่างโครงการเทา-งามสัมพันธ์ กับกลยุทธการพัฒนานิสิต มมส
- เป็น การสร้างโอกาสให้นิสิตได้บริการสังคม / บริการวิชาการแก่สังคม
- เป็น การบ่มเพาะนิสิตให้มีจิตอาสา และช่วยเหลือชุมชนและสังคม
- เป็น ระบบการทำงานในเชิงการพัฒนาชุมชน
- เป็น การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตกับชุมชน
- เป็น การส่งเสริมให้นิสิตได้มีทักษะในการคิดเรื่องการทำงานเพื่อสังคม
- เป็น การแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อสังคม
นอกจากนั้นทีมงานในกลุ่มงานกิจกรรม ยังได้สะท้อนผลของการประเมินความคาดหวังของนิสิต (BAR) ให้ได้รับรู้ร่วมกัน เช่น
- เพื่อแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม
- เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์/กระบวนการทำกิจกรรมเพื่อสังคม
- เพื่อสานสัมพันธ์/สร้างสัมพันธภาพระหว่างนิสิตกับบุคลากรในเครือเทา-งาม
- เพื่อพัฒนาตนเองผ่านการทำกิจกรรม
- เพื่อฝึกการทำงานอย่างเป็นทีม
- เพื่อสร้างแรงจูงใจเรื่องการศึกษาต่อให้แก่นักเรียน
- เพื่อต่อยอดโครงการเทา-งาม ครั้งที่ 20
แน่นอนครับ- ทุกคำตอบ หรือทุกข้อคิดเห็นของนิสิต ผมยืนยันว่าไม่มีผิดไม่ถูกเสียทั้งหมด ทุกอย่างคือการเรียนรู้ ทุกอย่างคือกระบวนการบ่มเพาะความเป็นนักเรียนรู้แก่นิสิต
ใช่ครับ เป็นการบ่มเพาะผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เน้นการลงมือทำจริงร่วมกันอย่างเป็นทีม
หากเป็นเช่นนั้นจริง หลังกิจกรรมต่างๆ ได้ยุติลงแล้วนั่นแหละ ถึงจะเห็นผลลัพธ์การเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิยามความหมาย –ความสัมพันธ์ของกิจกรรมกับหมุดหมาย/กลยุทธการพัฒนานิสิต รวมถึงผลลัพธ์ที่ว่าด้วยการบรรลุความคาดหวังก่อนการเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งในระดับบุคคลและทีม
ซึ่งทั้งปวงนั้น คนที่จะให้คำตอบในเรื่องเหล่านี้ เป็นใครอื่นไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะยังไงๆ นิสิตเองนั่นแหละคือคนที่จะต้องให้คำตอบกับตัวเอง หรือกระทั่งการให้คำตอบต่อระบบที่สร้างและหนุนเสริมให้พวกเขาได้มีโอกาสไปเรียนรู้ผ่านเวทีดังกล่าว !
มิใช่ทำแล้วก็ตอบโจทย์การเรียนรู้ไม่ได้ หรือทำแล้วก็เหมือนไม่ทำ ตอกย้ำว่า "ทำแล้วไม่เกิดการเรียนรู้" อย่างน่าเจ็บใจ
หมายเหตุ
- จัดกิจกรรมเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 ณ อาคารพัฒนานิสิต
- ภาพ : อติรุจ อัคมูล รุ่งโรจน์ แฉล้มไธสงค์ สุริยะ สอนสุระ พนัส ปรีวาสนา








มาเป็นกำลังใจให้คนทำงานจ้าา
-สวัสดีครับอาจารย์
-ตามมาร่วมเรียนรู้ครับ
-"บ่มเพาะ ความคิด"
-เป็นกำลังใจให้ครับ..
-เช้านี้ชมรายการทาง thai pbs
-ได้แนวคิดจากอาจารย์ มมส..
-ขอบคุณครับ