สมัยเป็นเด็ก เรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (ปี ๒๕๐๑ - ๒๕๐๓) เห็นหนังสือฉลองครบรอบ การศึกษา ๒๕ ปี ของ นพ. อนันต์ เอกแสงศรี (อาเขยผู้ล่วงลับ) รู้สึกว่าท่านอาวุโสมาก และคิดว่าเรียนจบมา ๒๕ ปี นานมาก แต่วันที่ ๒๖ - ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ผมไปสังสรรค์ครบรอบจบแพทยศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ ๗๑ ของศิริราช ครบ ๕๐ ปี ที่กนกรัตน์ รีสอร์ท สมุทรสงครามไม่รู้สึกว่าพวกเราอาวุโสถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ตอนนั้นอาหมออนันต์ อายุประมาณเกือบๆ ๕๐ ตอนนี้พวกเราอายุเจ็ดสิบกว่า บางคนเกือบแปดสิบแล้ว

รุ่น ๗๑ มีเพื่อนจบพร้อมกันร้อยกว่าคน จำได้ว่าตอนข้ามฟากมาพร้อมกัน ๑๒๐ คน โดยมีรุ่นพี่ตกซ้ำชั้นอยู่สองสามคนจำไม่ได้แล้วว่าเป็นใครบ้าง แล้วก็มีตกหล่น และตกมาจากรุ่นก่อนอีก จนจบ พ.บ. เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๐๙ ร้อยกว่าคน คลับคล้ายคลับคลาว่า ๑๐๙ คน

คราวนี้มาสังสรรค์กันราวๆ ๓๐ คน มีคนไปสวรรค์ก่อนแล้วหลายคน และเวลานี้บางคนก็ป่วย มีคนป่วยนั่งรถเข็นมาร่วม ๑ คน คือกนกวรรณ กนกเวชยันต์ ที่ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน

บรรยากาศสังสรรค์คราวนี้ต่างจากที่ผมเคยเล่าเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ที่นี่คราวนั้นกระเซ้าเย้าแหย่กันมาก คราวนี้เน้นร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน โดยมีบางคนร้องไพเราะระดับนักร้องอาชีพทีเดียว คนไปชุมนุมแบ่งได้เป็นสามพวกในเรื่องนี้ คือพวกชอบร้องและร้องเก่ง จะร้องเดี่ยวหรือร้องคู่ พวกนี้มีน้อย พวกที่มากที่สุดคือร้องไม่เก่ง แต่ชอบร้องเอาสนุก พวกนี้ต้องร้องหมู่ ผมอยู่ในพวกที่สาม คือร้องไม่เป็น แต่ชอบฟัง และชอบนั่งดูเพื่อนๆ สนุกสนานกัน

เช้ามืดวันที่ ๒๗ ผมออกไปนั่งตากอากาศที่ระเบียงหน้าห้องหมายเลข ๔๒ อากาศกำลังสบาย มีเสียงธรรมชาติให้ซึมซับ สักครูก็มีเพื่อนเดินผ่านมา ได้ความว่ามาปลุกเพื่อนอีกคนหนึ่ง แต่หาห้องไม่พบ

พอฟ้าสางผมก็ออกไปวิ่ง จะออกไปทางปากซอย ที่สุนัขมากเหลือเกิน ไม่อยากฝ่าดงเขึ้ยวสุนัข ผมจึงวิ่งกลับแวะไปดู ศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก อ. เมือง สมุทรสงคราม ที่อยู่ใกล้ๆ ดูจะมีสิ่งก่อสร้างใหญ่โต แต่ไม่เห็นร่องรอยกิจกรรม

กลับมาที่ กนกรัตน์รีสอร์ท เพื่อนๆ มากินอาหารเช้ากันแล้ว ผมเข้าร่วมสมทบ โดยนั่งที่โต๊ะตรงชาน ยื่นเข้าไปในคลองผีหลอก อากาศเย็นสบาย และลมพัดให้ความสดชื่นมาก เพื่อนที่มาจากอเมริกา คือบุญเรือง เล่าเรื่องการที่หมอในอเมริกาถูกทำให้เป็นสินค้า (commodity) โดยบริษัทจ้างงานให้ค่าตอบแทนหมอที่เพิ่งจบ กับหมอที่มีประสบการณ์ ๓๐ ปีเท่ากัน ผมถามว่ารายได้ประมาณเท่าไร ได้คำตอบว่า แสนเหรียญต่อปี ในขณะที่ผู้บริหารบริษัทให้บริการสุขภาพได้เงินเดือนเดือนละ ๑.๕ แสนเหรียญ เขาเล่าการเปลี่ยนแปลง ไปในทางเสื่อมของระบบสุขภาพอเมริกัน ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบตลาดและผลกำไรของ บริษัทยา, ทนายความ, บริษัทให้บริการสุขภาพ, และบริษัทประกันสุขภาพ

สายหน่อย พระนั่งเรือมาบิณฑบาตตามที่ทางรีสอร์ทนิมนต์ไว้ มีพระองค์เดียว มากลับคนพาย คนใส่บาตรมากมาย พระให้พรแล้วนั่งเรือกลับ เราก็ถ่ายรูปหมู่โดยใช้วิวคลองเป็นฉากหลัง

มีคนเอาหนังสือไปแจกเพื่อนๆ ๓ คน คนแรกคือ ไพโรจน์ สินลารัตน์ แจกหนังสือ มรณาวิชาสุดท้าย โดย ว. วชิรเมธี. วันชัย วัฒนศัพท์ แจกหนังสือหลายเล่ม ให้หยิบเอาเอง ผมหยิบมา ๒ เล่ม คือ ผู้นำ นำการเปลี่ยนแปลง Leadershift for the Change in the Change และคู่มือคืนความสุขให้ชีวิตคู่ : ๑๒ วิธีสู่ความสำเร็จทั้งสองเล่มแปลโดยวันชัยเองและผม แจกหนังสือ ความงดงามแห่งความเป็นมนุษย์ โดยพุทธทาสภิกขุ

เพื่อนในรุ่นที่มาร่วมสังสรรค์ ที่ศึกษาเรื่องธรรมะเป็นพิเศษคือบุญเรือง ผมจึงให้หนังสือเล่มเล็ก แสงส่องใจ โดยสมเด็จพระญาณสังวร อีก ๑ เล่มเป็นพิเศษ

ความยากลำบากของผม อยู่ที่การตอบคำถามของเพื่อน ว่า “ตอนนี้วิจารณ์ทำอะไร” คำตอบคือ ไม่ได้ทำงานหมอ เป็นกรรมการหรือประธานมูลนิธิอยู่ราวๆ สิบแห่ง และทำงานรับใช้คนอื่นในฐานะ กรรมการโน่นนี่ ไม่มีงานของตัวเอง

อีกคนมาแปลก ถามว่าจะเชิญไปบรรยายที่กระบี่จะพูดเรื่องอะไร ผมตอบว่า พูดเรื่องหมอไม่ได้ ที่พอพูดได้คือเรื่องการศึกษา เพื่อนคนนี้คืออดีต สว. กระบี่ วีรพงศ์ สกลกิติวัฒน์ ที่เวลานี้มีรีสอร์ทหรูที่กระบี่ เมื่อพูดเรื่องการศึกษาของกระบี่ จึงพูดถึงคุณชวน ภูเก้าล้วน และสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่



บรรยากาศคืนวันที่ ๒๖


วงร้องเพลง


วงถ่ายรูป


วงคุย


ถ่ายรูปหมู่เช้าวันที่ ๒๗


คลองผีหลอกยามเช้า



ภายในกนกรัตน์รีสอร์ท


วิจารณ์ พานิช

๒๗ ก.พ. ๕๙