หนาวที่สุดในรอบ ๒๒ ปีที่มาอยู่เชียงใหม่



ผมเลือกมาใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๓๗
โดยจุดเริ่มต้น คือ การเรียนปริญญาโท
แต่นัยยะแฝง คือ การชอบสัมผัสอากาศหนาว
เพราะจังหวัดทางภาคกลางไม่ค่อยได้มีโอกาสนั้น

การสัมผัสอากาศได้ง่ายที่สุด คือ การเดินทาง
การเดินทางขึ้นสู่ที่สูงที่คนเหนือเรียกว่า "ยอดดอย"

ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวคราใด
ผมจะต้องจัดเวลาเพื่อเดินทางไปยอดดอยเสมอ

ส่วนอากาศในพื้นราบในทุก ๆ ปีของฤดูหนาวที่ผ่านมา
อยู่ราว ๆ ๑๒ - ๑๓ องศาเซลเซียส
ไม่มีฝนตก ไม่มีสายลมหนาว ๆ แรงมาปะทะ


แต่แล้ว นับตั้งแต่วันอังคารที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙
ความกดอากาศสูงจากจีนเริ่มลงมาปะทะอากาศร้อนที่มีอยู่แล้ว
ทำให้อากาศแปรปรวนอย่างหนัก เมฆมากขึ้น ฝนเริ่มตก
ถึงแม้ฝนจะตกไม่หนัก แต่อากาศหนาวเย็นจากจีน
ก็เดินทางเข้ามาถึง

ความหนาวเย็นที่ไม่เคยพบมาก่อนในพื้นราบเริ่มปรากฎ
ตอนเช้าอุณหภูมิราว ๑๒ องศาเซลเซียส
แต่พอสายถึงเที่ยง อุณหภูมิกลับลดลง
พร้อมสายฝนและลมหนาวที่แรงขึ้น

เสื้อกันหนาวถึงเลือกมาเพื่อให้ความอบอุ่นหลายตัว
ตัวในสุดเลือกใช้เสื้อที่นุ่ม ๆ ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง
ชั้นต่อไป เลือกนุ่ม ๆ แต่หนาหน่อย
ส่วนตัวนอกสุด คือ เสื้อกันหนาวที่กันฝนด้วยไปในตัว
ไอ้โม่ง หรือ ฮู้ดของเสื้อถูกนำมาใช้
แต่ยังไม่พอ หากมีถุงมือด้วยจะเหมาะมาก
เพราะมือ เท้าเย็นไปหมดยามหน้าหนาวนี้



กระแสข่าวจากโลก Social เกี่ยวกับความหนาวในประเทศไทย
เดินทางมาเป็นระลอก มีข่าวลือว่าจะเกิดหิมะตกครั้งแรกในประเทศไทย
แต่นักวิชาการได้ออกมาปฏิเสธว่า เป็นเพียงแค่น้ำค้างแข็งเท่านั้น
อันด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่ตอนเหนือของลาวกับเวียดนามได้เกิดหิมะแล้ว

บ้านเพื่อนที่เชียงราย มีลูกเห็บตกเต็มบ้าน
พร้อมรูปถ่ายอันเป็นหลักฐานจากที่บ้านมา


รายงานอุณหภูมิจากที่ต่าง ๆ ที่เป็นพื้นราบ พบว่า อุณหภูมิต่ำกว่าที่เคยเป็น
เช่น แม่สาย ๓ องศาฯ หรือ เชียงราย เหลือ ๗ องศาฯ
เชียงใหม่หน้าบ้านผมก็ประมาณ ๑๑ - ๑๒ องศาเซลเซียส

แม่บอกว่า ที่กรุงเทพฯ เหลือ ๑๗ องศาฯ
หนาวที่สุดในรอบไม่รู้กี่ปี


รายงานข่าวจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ก็ยิ่งตอกย้ำอากาศที่แปรปรวน หิมะตกหนาเป็นเมตร
อุณหภูมิติดลบ ๓๐ - ๔๐ องศาฯ มีคนตาย
บางประเทศ ความหนาวเป็นสถิติในรอบ ๕๐ ปี

นี่ก็ ๒๒ ปี สำหรับการมาอาศัยอยู่เชียงใหม่แล้ว
วันอังคารที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙ นี่แหละ
คือจุดเริ่มที่หนาวที่สุดในรอบ ๒๒ ปี บนพื้นราบ



ข้อสังเกตที่เห็นคนในเมืองเชียงใหม่ ก็คือ
การทำงานที่แสนทรมานในวันที่หนาวเย็น
ร้านค้าปิดกันเร็วขึ้น ผู้คนใส่เสื้อกันหนาวกันแบบจัดเต็ม
หมวก ถุงมือ ถูกนำมาใช้ทันที
ค่ำ ๆ จะไม่ค่อยเห็นผู้คนออกมาเดินจับจ่ายซื้อของ
รถบนถนนก็ว่างขึ้น

ผมต้องใส่กางเกงขายาวนอนแทนกางเกงขาสั้น
น้ำในถังน้ำอย่างกับน้ำแข็ง ทำให้จำความรู้สึก
ที่เคยอาบน้ำบนดอยอินทนนท์ได้
น้ำแข็งเหมือนกันเลย ;)...

หนาวด้วย ลมพัดด้วย
มันคือ อากาศบนยอดดอยชัด ๆ
แต่วันนี้กลับเกิดขึ้นในเมืองอย่างเชียงใหม่

น่าทึ่ง น่าจดจำ และน่าบันทึกเอาไว้

บุญรักษา สุขภาพทุกท่านครับ ;)...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าหลังต้นไม้



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

หนาวลม..ท่านว่า..ให้ห่มผ้า.....น่าจะจริงนะเจ้าคะ...

เขียนเมื่อ 

หนาวเนื้อ ต้องห่มเนื้อถึงหายหนาว นะ่ครับอาจารย์

เขียนเมื่อ 

รักษาสุขภาพให้อบอุ่นไว้นะจ๊ะ

เช้าวันนี้ที่เมืองสามอ่าว ก็ยังเย็น ๆ อยู่

คาดว่าบ่าย ๆ คงต้องถอดเสื้อกันหนาวทิ้ง

เหมือนเมื่อวานนี้อีก


เขียนเมื่อ 

อากาศหนาวกว่าทุกปีนะครับ

ปีนี้อากาศเย็นมาก

เหมาะแก่การปลูกผัก อยากเห็นครูเป็นเลิศปลูกผักครับ

หนาวกายไม่เป็นไร

ห้ามหนาวใจ 555

เขียนเมื่อ 

ห่มครับ คุณ ยายธี 555

เขียนเมื่อ 

จริงด้วยครับ ท่าน พ.แจ่มจำรัส 555

เขียนเมื่อ 

ถอดหรือยังครับ คุณมะเดื่อ 555

เขียนเมื่อ 

หนาวใจมาอันดับหนึ่งครับ อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง 555