บ่ายโมงเศษ ๆ คณะของคุณมะเดื่อก็เดินทางมาถึง
บ้านของครูน้อย ครูน้อยให้การต้อนรับขับสู้พวกเรา
ด้วยความดีใจ เมื่อเห้นคนบ้านไกลมาถึงบ้าน
ลงมือปรุงเมนูอีสานใต้ ต้อนรับพวกเราทันที
ครูต้อยกับพี่นา ร่วมด้วยช่วยเป็นลูกมือ ส่วนครูมะเดื่อ.....
นั่งเอาใจช่วยคอย.....หม่ำ.....อย่างเดียว ๕๕๕๕
เตรียม " ตำหมักหุ่ง" ขนานแท้ของอีสานเหนือ ฝีมือพี่ ๆ น้อง ๆ
ของครูน้อยจ้ะ
ตำไทย ...เลิศรส
ลาบหมู.......สุดยอด.....
แต่...จานนี้สิ...ของแท้ ! หมักหุ่งปูปลาร้า ตามคำขอของคุณมะเดื่อละ !
แซ่บหลาย....แซ่บหลาย !
พร้อมแล้ว....ลุยโลด.......!
อิ่มหนำกันแล้ว ครูน้อยจึงพาพวกเราไปพักที่บ้านชายนา เพื่อ
อาบน้ำอาบท่า พักผ่อนก่อนที่จะกลับมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม
ในเวลา ๑๘.๓๐ น. ซึ่งต่างจากแถว ๆ บ้านของคุณมะเดื่อที่
วัดทั่วไปจะมีการสวดพระอภิธรรมในเวลาสองทุ่มเป็นส่วนใหญ่
คุณมะเดื่อชอบใจบ้านแถว ๆ นี้มาก เพราะแทบทุกบ้านจะมี
" สวนครัว " และ "สวนเกษตร" ไว้ข้าง ๆ บ้าน ปลูกผัก
ปลูกผลไม้เอากิน เอาไว้ใช้ พืชผัก ผลไม้ งอกงามดีแท้
เจ้าของสวนบอกว่า ไม่ได้ใส่ปุ๋ยอะไรด้วย แสดงว่าดินดี
ครูน้อยบอกว่า ที่นี่ทุกบ้านจะปลูกพืชผักเอาไว้กินเอง น้อยคนนัก
ที่จะต้องซื้อผักกิน ถ้าใครคิดจะปลูกผักขาย ก็คงขายยากสักหน่อย
ทำให้คุณมะเดื่อนึกถึง ชาวบ้านแถว ๆ จ.น่าน ที่คุณมะเดื่อ
เคยไป แทบทุกบ้านก็มีผักพื้นบ้านปลูกไว้กินทั้งนั้น
ผิดกับแถว ๆ บ้านคุณมะเดื่อ....แม้แต่ใบกะเพรา ข่า ตะไคร้
ก็ต้องไปหาเอาที่ตลาด....แต่คิดไปอีกที ... ก็เป็นการ
ส่งเสริมการกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรนะเนี่ยะ อิ อิ
บ่ายสี่โมงเศษ ๆ พวกเราก็กลับมารวมตัวกันที่บ้านงาน
ได้พบกับพี่ ป้า น้า ลุง ชาวบ้านละลอง ที่เป็นเครือญาติ
กัน มารถตู้กัน มาถึงใกล้เคียงกับคุณมะเดื่อ แต่จะกลับ
หลังพิธีฌาปนกิจแล้ว ส่วนคุณมะเดื่อจะเดินทางกลับ
คืนนี้หลังจากพระสวดจบจ้ะ
อากาศที่ก่อนหน้านี้ค่อนข้างร้อน แต่พอห้าโมงเย็นกว่า ๆ
ท้องฟ้ากลับมืดครึ้ม จู่ ๆ ฝนก็กระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา
พร้อม ๆ กับความหนาวยะเยือกตามมา... ก่อนหน้านี้ ไม่มีใคร
นึกถึงเสื้อกันหนาว...เพราะครูน้อยบอกว่า ที่นี่ร้อนมาก
แต่ ณ ปัจจุบัน มันทั้งฝน ทั้งหนาวววว
ได้เวลาพระสวด จึงค่อยซาเม็ด เหลือไว้แต่ความหนาวววว
หลังพระสวดอภิธรรมจบ ก็เป็น "งานเลี้ยงมื้อเย็น" เจ้าภาพ
ช่วยกันยกสำรับกับข้าวออกมาเลี้ยงทุกคนในงาน ซึ่งเป็น
ประเพณีนิยมของหมู่บ้าน ที่แปลกตา ไม่เหมือนแถว ๆ
บ้านคุณมะเดื่อ ที่เจ้าภาพจะแจกเครื่องดื่ม หรือของว่าง
หรืออย่างมากก็จะเป็น ข้าวต้ม หรือเกี๊ยวน้ำ แต่ที่นี่
เลี้ยงกันเป็นโต๊ะ ไปเลย
ประมาณสามทุ่ม คณะของคุณมะเดื่อก้ลาเจ้าภาพเดินทางกลับ
ท่ามกลางความหนาว และสายฝนที่เริ่มโปรยปรายอีกครั้ง
ครูน้อยและพี่ ๆ น้อง ๆ ของครูน้อย นำเสบียงกรังมาให้
เพื่อเอามากินระหว่างทาง ทั้งข้าวเหนียว ไก่ทอด
และ...ปลาทอดชิ้นโต ๆ (สำหรับคุณมะเดื่อ เพราะรู้ว่า
คุณมะเดื่อ..ไม่ถูกกับ...ไก่....อิ อิ )
ราว ๆ ตีหนึ่งเศษ ๆ พวกเราเดินทางมาถึงแถว ๆ อ.สีคิ้ว
จึงแวะหารีสอร์ทเพื่อพักทั้งรถ และคน ฝนและอากาศหนาว
ยังตามมาติด ๆ และดูเหมือนจะหนักกว่าช่วงเย็นอีกด้วย
ด้วยความอ่อนเพลีย จึงตื่นราว ๆ เจ็ดโมงเช้าเศษ ๆ ฝนยังคง
กระหน่ำจั่ก ๆ เหมือนเดิม หนาวยะเยือกมากขึ้น พวกเราจึง
ออกเดินทางต่อไป บางช่วงเจอฝนหนักจนมองไม่เห็น
ถนนข้างหน้าเลยทีเดียว
ฝนตกตลอดเส้นทาง จนถึงบ้าน ในประมาณเวลา ๔ โมงเย็น
ก่อนเข้าบ้าน ไปส่งพี่นา กับครูต้อย ฝนก็กระหน่ำอย่างไม่
ลืมหูลืมตา
หลังจากเข้าบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสืิ้อผ้าแล้ว คุณมะเดื่อกับพ่อบ้าน
ก็เดินทางต่อไปยัง โรงพยาบาลประจวบ ฯ เพราะพ่อของคุณมะเดื่อ
อยู่ที่โรงพยาบาลเตรียมรอลอกตา ในวันที่ ๒๕ มกรานี้ จ้ะ
ทั้งฝนตก และอากาศหนาวตามติดคุณมะเดื่อมาจากหนองบัวลำภู
ไม่ยอมหนีจนถึงวันนี้.....เมืองสามอ่าว สิบกว่าองศา ..ปรากฏการณ์
มหัศจรรย์ที่นานนักแล้วไม่เคยเจออากาศหนาว ๆ แบบนี้ ! นึกว่า
ปีนี้จะไม่เจออากาศหนาวแล้วนะเนี่ยะ เพราะร้อนตลอดเลย
เป็นอันว่า...เสร็จสิ้นการเดินทางในครั้งนี้จ้าาา
-สวัสดีครับ
-ขอร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวครูน้อยด้วยนะครับ..
-การเดินทางยามนี้..เจอฝน..ดูแลสุขภาพด้วยนะครับครู..
หวัดดีจ้ะคุณเพชร
ก็เป็นเรื่องน่าเศร้า
สำหรับคนเป็นลูกนะจ๊ะ เดือนเดียวเสียทั้งพ่อ
และแม่ ขอบคุณแทนครูน้อยนะจ๊ะ
ขอแสดงความเสียใจกับครูน้อยด้วยครับ
ปีนี้หนาวจริงๆครับ
หวัดดีน้องขจิต
เป็นเรื่องเศร้า ส่งท้ายปีเก่า
และรับปีใหม่เลยจ้ะ คงยากจะทำใจนะ