ระบบสภามหาวิทยาลัยแบบถ่วงดุล ๓ ฝ่าย ดีจริงหรือ


ในการประชุมคณะกรรมการบริหารของสถาบันคลังสมองของชาติเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘ มีการให้ความเห็นเรื่องระบบธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย ที่ในปัจจุบันกำหนดให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยคน ๓ ฝ่ายเป็นหลัก คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากบุคคลภายนอก กรรมการที่เลือกตั้งจากผู้บริหาร และกรรมการที่เลือกตั้งจากคณาจารย์ ผู้รู้บอกว่า เป็นกระแสในปี ๒๕๔๐ ที่เน้นความเป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทน

ผ่านมาเกือบ ๒๐ ปี พบว่าระบบดังกล่าวมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน จุดแข็งคือ บุคลากรภายในรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์มีเสียง (participatory governance) จุดอ่อนเกิดขึ้นเมื่อประชาคมในมหาวิทยาลัยเน้นเลือกคนไปปกป้องผลประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม ไม่ได้เน้นเลือกคนที่มีความสามารถและวุฒิภาวะไปทำหน้าที่ดูแลให้มหาวิทยาลัยทำประโยชน์แก่สังคมภาพรวม อย่างแท้จริง เกิดการเล่นการเมืองเพื่อแสวงประโยชน์โดยอาศัยมติของสภามหาวิทยาลัย แทนที่จะมีมติเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองในระยะยาว

มีคนอธิบายว่า ในระบบการศึกษาระดับพื้นฐาน มีจุดอ่อนรุนแรง ก่อผลร้ายต่อบ้านเมืองรุนแรง กว่ามาก โดยมีอดีตครูได้รับเลือกไปเป็นผู้แทนราษฎร หรือครูนักเล่นการเมือง หาทางไปเป็นกรรมการ ของหน่วยงานใหญ่ระดับชาติ มีการผลักดันระบบให้เอื้อประโยชน์ต่อครูและผู้บริหารการศึกษาเป็นเป้าหมาย หลัก ละเลย หรือไม่เอาใจใส่ผลร้ายต่อคุณภาพการศึกษาในภาพรวม จึงเกิดวิกฤตเรื้อรังด้านคุณภาพการศึกษาไทยอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

มีการแนะนำว่า ควรแสวงหาความร่วมมือจากโครงการ Thailand–EU DPSF (1, 2) เพื่อประเมินระบบธรรมาภิบาลอุดมศึกษาไทย ว่ามีข้อดีข้อเสีย จุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร เปรียบเทียบกับระบบอื่นๆ ที่มีใช้ในโลกแล้ว เราควรปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลอุดมศึกษาของไทยอย่างไรบ้าง

ผมจะมีความสุขมาก หากมีการดำเนินการเรื่องใหญ่ที่จะมีผลกระทบเชิงระบบเช่นนี้อย่างจริงจัง ผมมีความเชื่อว่า หากจะให้ประเทศไทยหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ระบบอุดมศึกษาต้องปรับตัวในระดับกระบวนทัศน์ใหม่ มีระบบธรรมาภิบาล และระบบบริหารใหม่

ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ มีการสัมมนาทางวิชาการ Thailand-EU Policy Dialogue Support Facility (DPSF) Conference “ธรรมาภิบาลและการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย” โดยมีผู้เชี่ยวชาญของ EU มาเป็นวิทยากร ๕ คน มีเนื้อหาของการสัมมนา ๕ ด้านคือ (๑) ด้านการกำกับดูแลและบริหารจัดการที่ดี (๒) ด้านวัฒนธรรมคุณภาพ (๓) การพัฒนาการเรียนการสอน (๔) University Engagement และ (๕) การจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย


วิจารณ์ พานิช

๑๕ ธ.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (2)

prasak09
IP: xxx.172.139.213
เขียนเมื่อ 

จากประสบการณ์โดยตรง องค์ประกอบแบบนี้ไม่มีทางที่จะทำให้มหาวิทยาลัยก้าวหน้าเลย

หากเรามีอธิการบดีที่ไม่ซื่อ เพราะว่าแทนที่สภามหาวิทยาลัยจะควบคุมอธิการบดีและผู้บริหาร

กลายเป็นอธิการบดีกับพวก คุมสภามหาวิทยาลัย

เขียนเมื่อ 

สูง-ต่ำ ดำ-เตี้ย ครูไม่สน
จะเลือกคน ผู้เอื้อ ผลประโยชน์
คือมะเร็ง การศึกษา มหาโหด
เกิดเป็นโทษ แพร่พิษร้าย ทำลายไทย