การว้าก, เพศสภาพ, และปัญหาในการศึกษาไทย ตอนจบ

ประเทศไทยต้องการการศึกษาทางเพศ มิใช่การว้ากที่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง

วิดีโอที่ส่งมาเมื่อเร็วๆนี้ปรากฏทางออนไลน์ ตอนนี้ถูกเผยแพร่ออกโดยผู้คนประมาณ 6 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย Suan Sunandha Rajabhat ระหว่างการร่วมพิธีกรรมว้าก พวกเขากำลังแสดงการร่วมเพศที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่ (clothed faux-copulation) เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นักวิจารณ์ชาวไทยในสื่อออนไลน์จะมองสิ่งนี้ โดยออกเป็น 2 ทางระหว่างวิดีโอที่มีความสนุกที่ไม่โหดร้าย หรือ ไม่มีการทารุณกรรมทางเพศ กับ การข่มขู่ทางเพศ มหาวิทยาลัยจะตรวจสอบเรื่องนี้ และจะเอาโทษนักศึกษาที่เป็นคนสั่งการ

ตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ Bangkok Post นักศึกษาที่นำวิดีโอนี้มาเผยแพร่กล่าวว่าผู้หญิงที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอเป็นทอมบอย (transgender males) ดูราวกับว่าจะลดโทษลงไปได้ ในโพสต์ยังพบนักศึกษาคนหนึ่งที่มองวิดีโอนี้ว่าเป็นหนังโป๊ สำนักพิมพ์ The Nation ได้ตีพิมพ์เรื่องราวเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับความต้องการที่จะหยุดเรื่องนี้ ที่เป็นเรื่องแปลก และประเพณีที่ป่าเถื่อน มีคนจำนวนไม่มากที่กล่าวว่าทำไมระบบโซตัสจึงเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ตั้งแต่ทีแรก และทำไมระบบโซตัสจึงเป็นค่านิยมพื้นฐานในวัฒนธรรมประเพณีนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้น่าสนใจที่ใครก็ตามจะมองว่านี่เป็นสไตล์การข่มขืนหมู่ เพื่อที่จะเกี่ยวข้องกับการศึกษาทางเพศ นักศึกษาหลายคนในคลิปวิดีโอนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีทุกข์ทนอันใด และมีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของความโชคร้ายเหล่านี้ ประเภทพฤติกรรมที่อีโรติกเกี่ยวกับเด็กนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน, ในมหาวิทยาลัย, และแม้กระทั่งในที่ทำงาน ในงานปาร์ตี้สุดท้ายของปี-ฉันเคยไปที่นั่น ในขณะที่อาจมีความรู้สึกว่ากำลังข่มขู่คุกคามทางเพศต่อใครบางคน และในบางกรณีอาจมีหยุดมือความเป็นชายของใครหลายคน แต่จะไร้จริยธรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความรู้สึกในกรณีนั้นด้วย คงเป็นยากที่จะเรียกว่าความป่าเถื่อน หากผู้ใหญ่ในที่นั้นให้การยอมรับ แต่เมื่อการกระทำทางเพศที่ถูกบังคับระหว่างเพื่อน, ถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดงสลับฉากเท่านั้น, ก็อาจแสดงความรู้สึกที่ไม่น่าอภิรมย์แก่บุคคลบางคนได้- ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การเห็นภาพสาวน้อยในมือของชายหนุ่มที่กำลังยุ่มย่ามเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นก็แสดงให้เห็นว่าระดับของวุฒิภาวะเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศเป็นอย่างไร กล่าวอีกแง่หนึ่งก็คือ การที่นักศึกษามีความสัมพันธ์ทางเพศอย่างไร การศึกษาในเรื่องทางเพศในประเทศไทยโดยปกติแล้วจะไม่ค่อยมีใครให้ความคิดเห็น ในขณะที่การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทางเพศจะเป็นเรื่องที่ต้องห้ามในในสถานการณ์ทางสังคมหรือเป็นทางการ มีรายงานว่าไทยได้ระดับที่ 2 ในเรื่องการท้องก่อนแต่งในประเทศ ASEAN ระดับที่ 1 คือประเทศลาว โสเภณีในเมืองไทยกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง เยาวชนชายเสียตัวให้กับโสเภณีจากข่าวจากหลายแหล่ง ในขณะเดียวกันกับความเชื่อที่ถูกถืออย่างกว้างขวางว่าหญิงไทยที่ดี ต้องทนทุกข์ทรมาน ภายใต้ความเชื่อที่ว่าพวกเขาต้องไม่ท้องก่อนแต่ง เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเยาวชนทั้งหลายต้องมีการร่วมเพศมากกว่า 1 ครั้ง แต่จะไม่มีการพูดเรื่องดังกล่าวมากมายนัก แน่นอนว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่โรงเรียน, หอพัก, หรือแม้แต่กระทั่งพ่อแม่จะอภิปรายกันในเรื่องเหล่านี้ ความขัดแย้งอยู่ตรงที่มีการร่วมเพศ แต่ไม่เปิดโอกาสให้กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างเสรี นั่นย่อมจะก่อให้เกิดสังคมที่ปราศจากการติดต่อสื่อสารในเรื่องที่สำคัญ แต่ถูกทำให้เป็นเหมือนเรื่องเล็กๆที่ไร้ความสำคัญนั้น

การที่จะบอกว่าเหตุใดการศึกษาไทยจึงไม่รับรู้ในความเข้าใจ และการยอมรับความปรารถนาทางเพศที่เป็นธรรมชาติของวัยรุ่นก็คือ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือการสอบ O-NET ในปี 2012 ในกลุ่มสาระสุขศึกษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจะถูกถามว่า “ถ้าเธอมีความต้องการเพศแล้ว เธอจะทำอะไร” ตัวเลือกมีดังนี้ 1. ชวนเพื่อนๆเล่นฟุตบอล 2. คุยกับครอบครัว 3. พยายามนอนหลับ 4. ไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศ 5. ชวนเพื่อนมาดูภาพยนตร์

สมควรที่จะกล่าวในที่นี้ว่าการสอบ O-NET มีความสำคัญ เพราะคะแนนที่ได้สามารถทำให้นักเรียนเลือกมหาวิทยาลัยได้ ตามข้อมูลขององค์กรที่ทำการทดสอบ (the National Institute of Educational Testing Services (NIETS)) ได้ให้ข้อเฉลยไว้ก็คือข้อที่ 1 : เล่นฟุตบอล เพราะว่าฟุตบอลแทบจะไม่เคยถูกเล่นโดยนักเรียนหญิงในเมืองไทย สิ่งนี้อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าความรู้สึกทางเพศในหมู่ผู้หญิงอายุประมาณ 17-18 ปี ไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมที่อยู่บนสวรรค์ว่าหญิงควรจะไม่มีอารมณ์ทางเพศจนเวลาที่ผู้หญิงพร้อมที่จะแต่งงานและมีลูกเพื่อขยายเผ่าพันธุ์ แต่สำหรับชายไทย ผู้ที่มีองคชาติและมีอารมณ์ความรู้สึกทางเพศ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะสม หากไม่มีการร่วมรัก การอ่านข้อสอบอาจทำให้มีนักเรียนบางคนเกิดความรู้สึกทางเพศ (horny) โดยนัยยะนี้ทั้งนักเรียนหญิงและชายต่างรู้ว่าการเล่นฟุตบอลไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

จะมีสารอะไรที่ข้อสอบชุดนี้ส่งไปให้เยาวชน? พวกเขาควรจะคิดว่าความต้องการทางธรรมชาติ ที่หมกมุ่นแต่ในเรื่องความต้องการทางเพศเป็นเรื่องผิด ไม่เป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ต้องถูกคัดง้างหรือยับยั้ง หรือจะถ่ายเทไปที่กองกลางตัวตั้งรับ? ข้อสอบชุดนี้ผลักเรื่องทางเพศไปอยู่เบื้องหลัง แต่เรื่องทางเพศจำนวนมากเห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน มันอาจก่อให้เกิดความไม่มีวุฒิภาวะทางเพศที่เราสามารถเห็นได้ในคลิปวิดีโอ แทนที่จะโกรธเคืองกับแรงขับทางเพศกับคนแปลกหน้าในห้องที่เต็มไปด้วยผู้คน ต่างถูกเย้ยหยันด้วยปีแก่ๆที่ดูกวนตีน แต่จะเป็นการดีกว่าที่จะอยู่ในความสัมพันธ์แบบสุขภาพที่ต้องหันหน้าเข้าหากันถกเถียงกันด้วยเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น และอะไรจะเกิดขึ้น หากขาดสภาวะทางเพศที่ไม่พร้อม

แต่การศึกษาในประเทศไทย บางส่วนมีการว้าก จะมีการเรียนรู้น้อย และความคิดที่เปิดกว้างที่มีเป็นจำนวนน้อยในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ที่แหลมคม เพียงแต่กระทำตามประเพณีที่กำหนดมาให้นั่นก็พอแล้ว ถ้าว่ากันตามประเพณีแล้ว เยาวชนไทยจะไม่มีการร่วมเพศ ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขากำลังกระทำอยู่ก็ตาม ในเมืองไทยเว็ปโป๊จะถูกแบน และหนังสือจะถูกทำให้กลายเป็นพิกเซล แต่การไปเที่ยวผู้หญิงคือพิธีกรรมเปลี่ยนสภาวะ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเยาวชนไทยหลายคนจึงท้าทายกับสถานะต่างๆมากขึ้น ระบบการศึกษาไทยจะต้องก้าวให้ทันกับประเทศไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้ หากว่าไม่ ระบบการศึกษาไทยจะถูกทำให้แปลกแยก หรือกลายมาเป็นเครื่องเล่นของนักเรียนของตัว

แปลและเรียบเรียงจาก

James Austin Farrell. Hazing, sexuality and the problem with education in Thailand

http://asiancorrespondent.com/135539/hazing-sexuality-and-the-problem-with-education-in-thailand/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

...กว่าจะเกิดเป็นคนนั้นยาก...เกิดแล้วทำตัวให้เป็นคนยากกว่า นะคะอาจารย์ต้น

เขียนเมื่อ 

เรื่องเพศ ต้องเริ่มสอนที่บ้านด้วยนะคะ พ่อแม่ควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ นะคะ .... ไม่งั้นเด็กๆ จะคิดผิด ทำผิด แล้วปัญหาจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ .... แต่ต้องสอนนะคะ

เขียนเมื่อ 

ต้องสอนตั้งแต่อยู่ที่บ้านเลย

ให้ป้องกันตัวเองเป็น

เคารพสตรีด้วยในกรณีเป็นผู้ชาย