"ปลาข่อน นอนตาย"

----------------------

ทุ่งท้องนา หน้าหนาว ข้าวอร่าม

สวยงดงาม ธรรมชาติ ดั่งวาดแต้ม

ไม้เขียวเข้ม เต็มนา ดั่งป่าแซม

ดอกหญ้าแย้ม แซมยอด กอดก่ายกัน


มองพินิจ ติดดิน สินธุ์เริ่มงวด

ปลาดิ้นพรวด อวดอาตม์ เหยียดยัดหยัน

แหวกดินโคลน โนนตม จมสายธาร

รอประหาร บนลานหล่ม จมโคลนตาย


ต้นข้าวเปลื่อย เปือยกอ รอวันเกี่ยว

รวงข้าวเลี้ยว เกี่ยวก้อย ร้อยเป็นสาย

บ้างจมดิน สินธุ์โคลน ทั้งต้นตาย

บ้างยืนได้ ใบเขียว รอเคียวคม


เห็นร่องรอย หอยไต่ ย้ายถิ่นฐาน

เห็นร่องผ่าน ลานนา ป่าข้าวล้ม

รอยกบเขียด เบียดบด กดรอยตม

งูเลื้อยโลม ก้มเลีย เตี้ยตามดิน


แมลงวัน ดั้นด้น เพื่อค้นหา

หมู่ปูปลา มัจฉาตาย หงายท้องสิ้น

สืบเสาะหา ปลาตาย ไปตามดิน

ที่ส่งกลิ่น เที่ยวบินไป หยอดไข่ขาง


มองเบื้องบน ต้นข้าว รวงน้าวโน้ม

พวงโก่งก้ม นบนอบ ตอบข้างล่าง

แด่แผ่นดิน สินธุ์น้ำ ที่ค้ำนาง(โภสพ)

ให้เกิดร่าง รวงข้าว เป็นเหล่ากอ


เห็นแมงปอ ล้อลม ผสมคลื่น

เหมือนดั่งตื่น คลื่นลม ชมลู่ล้อ

โบกโบยบิน ยินดี สีละออ

บ้างหยุดเกาะ บนกอข้าว เฝ้าเมียงมอง


เงี่ยหูฟัง ข้างหน้า ที่นาเถียง (กระท่อม)

ได้ยินเสียง จิ้งหรึด หวีดกรีดร้อง

แมลงน้อย ก็พลอยส่ง ตรงลำคลอง

เสียงดังก้อง ทั่วท้องทุ่ง ปรุงทุ่งนา


เหมือนดนตรี ปี่กลอง ฆ้องฉาบกรับ

เสียงสลับ รับกัน สนั่นป่า

ที่หลบซ่อน ร่อนเสียง สำเนียงมา

ตามกกหญ้า นาหนอง ท้องทุ่งไทย


ได้ยินเสียง นกเอี้ยงนา เรียกหาคู่

เหมือนมันขู่ ตู่ไปมา ข้ายิ่งใหญ่

มีอีกคู่ อยู่บนยอด พรอดกันไป

ร้องกันใหญ่ ใครจะแน่ แกหรือคน


นกแจนแวน แว้นเสียง เหวี่ยงหวีดๆ

เกาะสนิท พิศปลายไผ่ ไซ้เรียวขน

ร้องแวดๆ แผดเสียง มองเมียงคน

โผมาต้น โพนข่อย คอยระวัง


เดินผ่านคู คันนา เวลาเช้า

น้ำหมอกราว ขาวสง่า ตามหญ้าข้าง

ใยแมงมุม รุมหัว พันพัวจัง

ไม่ระวัง ต้องนั่งสาว คราวเดินนา


น้ำหมอกหยด เหมือนผดผิว เป็นริ้วตุ่ม

หญ้าเปียกชุ่ม เป็นตุ่มเกาะ มาเหยาะขา

ยามเหยียบย่าง ทางเท้า ข้าวในนา

ลมพัดพา คราอ่อนๆ คลอนไสว


พอสายหน่อย เห็นรอยแสง แต่งขอบฟ้า

แสงสุริยา ปะทะข้าว ตอนเช้าสาย

เป็นสีทอง กองบนดิน สินทรัพย์ไทย

แหวกแมกไม้ คล้ายสีรุ้ง จรุงนา


เห็นมุมแอ่ง ที่แห้งน้ำ ทำสลด

เพราะปลาหมอ ปลาหลด หมดสิ้นท่า

ปลาตัวน้อย จะพลอยสิ้น ชีวินปลา

น้ำหมดท่า ชีวาเจ้า เน่าจมโคลน


น่าสงสาร กาลเวลา มาถึงแล้ว

เป็นลู่แนว ให้ได้คิด สะกิดผล

เกิดมาตาย ชายหญิง จริงทุกคน

เหมือนปลาจน น้ำหมด สลดเอย


----------------๑๒-๑๑-๕๘------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จับความคิด



ความเห็น (7)

(น่าสงสาร กาลเวลา มาถึงแล้ว

เป็นลู่แนว ให้ได้คิด สะกิดผล

เกิดมาตาย ชายหญิง จริงทุกคน

เหมือนปลาจน น้ำหมด สลดเอย)......

น่าสงสาร"ลูกคลัก"ในปลักหนอง

จะต้องตาย ก็ดิ้นรน ไม่อยู่เฉย

ด้วยหวังว่าเทวดา อำนวยฝน ได้เสบย

ดีกว่าอยู่เฉยๆ รอความตาย ไร้ความหวัง......



เขียนเมื่อ 

" น้ำมา ปลากินมด น้ำลด มดกินปลา"

คงพอไปได้กับภาพนี้นะจ๊ะท่านอาจารย์ ส.

เขียนเมื่อ 

Man in climate change is not that different from those fish -- we know what can happen and we wait for the day to come.

-สวัสดีครับ

-บทกลอนสะท้อนวิถี..

-ยังจำได้เมื่อครั้นยังเป็นเด็ก..มักไปจับปลาข่อน..เป็นประจำ

-เดี๋ยวนี้ไม่มี"ปลาข่อน"เพราะปัจจัยหลายอย่าง

-ยังดีที่พอมีวิถีชีิวิตดีๆ ไว้ให้สืบทอดครับ..

เขียนเมื่อ 

ปลาข่อน

นี้ปลาช่อนนะครับ

เคยเจอปลาช่อนซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นหนองด้วยครับ

ตอนน้ำแห้ง

เขียนเมื่อ 

โอ้ย...คิดฮอดบรรยากาศ ปลาข่อน นอนนา เด้

รู้ว่ามันคือสัจธรรม แต่ก็ยังรู้สึกสงสารนะคะ