แด่เหรียญรางวัล1

อันที่จริงผมวิ่งมาสามเดือนไม่ได้กะว่าจะเอารางวี่รางวัลอะไรกับเข้าหรอครับ แต่การมาวิ่งของผมถ้าใครอ่านตั้งแต่แรกจะเห็นว่า ผมวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือวิ่งเพื่อไปกับแฟนแต่ตอนนี้ผมไม่มีแฟนแล้วผมก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาออกกำลังกายด้วยการวิ่งต่อไป

คนส่วนใหญ่ที่มาวิ่งต่างคิดเรื่องออกกำลังกาย วิ่งเพื่อชีวิตใหม่ ผมเมื่อวิ่งและซ้อมหลายวันเข้าจนเข้าเดือนกันยายน ประมาณวันที่11 กันยายน 2558 ผมได้มีโอกาสเจอคุณหมอท่านหนึ่งจากการทำงานของผมเอง ผมได้สัมภาษณ์ท่าน และเปรยคำถามเรื่องว่าผมได้ออกวิ่ง ท่านบอกว่าต้องค่อยๆวิ่ง ไม่ต้องแข่งกับใคร และบอเคล็ดลับบางอย่างที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเพราะผมเท้าใหม่มาก ทั้งเรื่องวิ่งแล้วเลือดออกที่หัวนม (ต้องบอกอย่างนี้นะครับ)เพราะเมื่อวิ่งแล้วเสื้อกีฬาที่มีคุณสมบัติ แห้งไว เนื้อผ้าเบาบาง เส้นใยนั้นมันกระด้างครับ วิ่งแล้วเสียสีกับผิวหนังทำให้เกิดแผลเลยครับ วิ่งไปก็เหงื่อออก ทำให้แสบ เป็นอีกอุปสรรค ในการวิ่งของผมตอนซ้อมผมถึงกับถอดใจหยุดวิ่งเลยครับ คุณหมอท่านบอกกับผมว่า คุณต้องใช้วาสลีน ทาก่อนวิ่ง แล้วก็ต้องวอร์ม ก่อน รองเท้าก็ต้องเลือกให้ดี มัดเชือกให้แน่น ไม่งั้นคุณจะเจ็บเท้านะ อาจจะต้องทาวาสลีนที่นิ้วเท้าด้วย นี่เป็นเพียงบางเคล็ดลับที่ท่านได้บอกเล่าให้ผมได้รู้

อีกอย่างหนึ่งท่านวิ่งเมื่อตอนอายุ 39 ปีเท่ากับผมตอนนี้เลยครับ แหม หนุ่มฟ้อ ฮ่าๆ เอาหละครับผมลากออกมาไกลจากเหรียญแรกของผมไปมากหลายเมตรอยู่ครับ

หลังจากเจอท่านคราวนั้น ผมถามท่านอีกเรื่องเกี่ยวกับการวิ่งเพื่อผู้สูงอายุ น่าจะมีคนจัดบ้างนะ ท่านก็ตอบว่ามี ไปวิ่งสิ วันที่11 กันยายน 58 ที่สวนหลวง ร.9 ผมก็หาข้อมูลต่อแล้วสมัครเลยครับ

เช้าวันที่11 กันยายน 2558 เวลา04.00น. ผมตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวเดินทางเนื่องจากบ้านผมอยู่ไกลจากสวนหลวง ร.9 ใช้เวลาเดินทางเกือบชั่วโมง ไปถึงประมาณตีห้าครึ่ง เกือบลงทะเบียนไม่ทันครับ ฟ้ายังครึ้มๆเพราะฝนยังไม่หมดครับ เวลานั้นผมคิดว่ามาวิ่งการกุศล สนุกๆ พอมาเห็นบรรยากาศคนเยอะก็ทำอะไรไม่ถูกครับ ก่อนอื่นหาจุดลงทะเบียนก่อน แล้วจึงติดเบอเสื้อ ได้เสื้อสีม่วง (เสื้อโปโลอย่างหนา มีตราสมเด็จพระเทพฯ) ผมก็นำมาใส่ แล้วติดเบอร์เสื้อวิ่ง พอติดยังไม่ทันดูความเรียบร้อยดี เขาก็เตรียมประกาศปล่อยตัว ผู้ที่เข้าแข่งขันวิ่ง10กิโลเมตรให้มายังจุดปล่อยตัวครับ ผมหน้าเหรอหรามากครับ เดินไปงง แค่ไม่ถึงห้านาทีเข้าก็ปล่อยตัวออกวิ่งเสียงแตรลมดังขึ้น ก้าวแรกของการวิ่งสิบกิโลเมตร สนามแรก คนข้างหน้าเยอะมาก มากันเป็นทีม เป็นคู่ เป็นเดียวมีหมด ทุกคนดูเอาจริงเอาจังมากสีหน้ามุ่งมั่น ออกวิ่งไปได้สักห้านาทีผมอยู่แถวท้ายๆครับวิ่งแบบไม่รีบ เพราะตั้งใจว่าอยากชมสวนหลวงร9ยามเช้าไปด้วย ต้อนหกโมงเช้ายังครึ้มๆอยู่ครับ

ความงามยังไม่ปรากฏ เพราะความมืดยังบดบัง

สักครึ่งชั่วโมงครับ ผมเริ่มได้เห็นความงามของดอกไม้ ใบไม้ การจัดสวนของสวนหลวง ร9 วิ่งไปเพลินตาไปสบายมากเลยครับ ผมคิดว่าการมาวิ่งนั้นการตั้งเป้าหมายไว้ที่การวิ่งก็ดี แต่เมื่อรู้ว่าเราวิ่งไม่ทันเขาแล้วเปลี่ยนเป้าเอาใจเราเองดีกว่าครับ วิ่งชมสวนไปครับ แต่พอวิ่งไปเรื่อยๆ เอ้ทำไมมันไกลจังสิบกิโลที่ซ้อมกับที่วิ่งจริงมันช่างห่างกันไกลจัง สามกิโลหรือสี่กิโลมีจุดให้น้ำหนึ่งแห่ง นักวิ่งทุกคนชะลอหยิบแก้วน้ำเย็น ดื่ม ผมก็ด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมพบก็คือ แก้วพลาสติดที่เกลื่อนพื้นเลยครับ นั้นแสดงให้เห็นว่ามีผู้ผ่านตรงนี้มาเพียบเลยครับ แล้วก็เขาทิ้งกันอย่างนี้เพราะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บดูแล เออก็มันดีนะ เหมือนในหนังครับกินเสร็จสะบัดข้อมือคว้างลงพื้น น้ำกระจายครับ

และแล้วในที่สุดผมก็วิ่งเข้าเส้นชัยจนได้ครับ รู้ว่าเหงื่อท่วมตัว ไหลเปียกเสื้อกางเกง ถุงเท้าไปหมดครับ ครั้งแรกไม่ได้ดูเลยครับว่าเวลาเท่าไร รู้เพียงแต่ว่าวิ่งได้ เราวิ่งได้เราทำได้เท่านั้นครับ เหรียญแรกที่ได้รับก็เก็บใส่กระเป๋าครับ เป็นเหรียญที่มีรูปสมเด็จย่าฯ ครับ

ผมเก็บเหรียญนี้ไว้เป็นความประทับใจและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งครับ

หวังว่าทุกท่านคงจะเริ่มมีเส้นทางในใจแล้วใช่ไหมครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัยเก๋า



ความเห็น (0)