ชุมชนคนดีฟื้นพลเมืองดี

ขอบพระคุณคุณหมอสมรัก คุณแม่กุ อ.ไตรภพ และคณะทำงานเครือข่ายจิตอาสาทุกท่านจากชุมชนบ้านสายใยก้อนแก้ว สมาคมสายใยครอบครัว สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนอ.คลองเขี่ือนและใกล้เคียง ปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำธรรมชาติทุกท่าน

ผมขออนุญาตถอดบทเรียนที่มีคุณค่าสร้างสรรค์สุขภาวะ ณ ชุมชนคนดีฟื้นพลเมืองดี บ้านสายใยก้อนแก้วริเริ่มโดยสมาคมสายใยครอบครัว คลิกชื่นชมประวัติได้ที่นี่

ขอบพระคุณคุณหมอสมรักและทีมงานที่ได้เชิญชวนให้ผมได้เรียนรู้และถอดบทเรียนในบันทึกนี้ และขอบพระคุณอาจารย์ไตรภพ โคตรรวงษา อาจารย์สาขาวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รองผู้อำนวยการสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ที่ช่วยเป็นกระบวนกรในวงเสวนาในครั้งนี้ คลิกอ่านแรงบันดาลใจขออาจารย์ไตรภพได้ที่นี่ อาจารย์ได้ใช้โคกหนองนาโมเดลเพื่อฟื้นคืนสุขภาวะทางจิตวิญญาณของมนุษย์ด้วยการปรับสิ่งแวดล้อมด้วยกสิกรรมธรรมชาติและการอยู่ร่วมด้วยช่วยกันภายในวัฒนธรรมชุมชนได้ครบถ้วนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คลิกอ่านเพิ่มที่นี่

ผมจึงขออ้างอิงกรอบแนวคิดกิจกรรมบำบัดตามมาตรฐานสากลคือ Person-Environment-Occupation-Performance (PEOP) Model (ภาพข้างล่าง) เพื่อใช้ในการถอดบทเรียนตามโจทย์คือ "คนดีทุกท่านรู้สึก เรียนรู้ และคิดอย่างไร ในการพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมฟื้นคืนสุขภาวะ ณ บ้านสายใยก้อนแก้วให้ยั้งยื่น"

ก็พบหลักฐานเชิงประจักษ์ดังนี้

  • เกิดการเปลี่ยนแปลงทักษะภายในคนดีทั้งที่มีและไม่มีประสบการณ์เอาชนะโรคจิตเวช โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะการรับรู้ฝึกฝนตนเองให้มีหน้าที่ตามคำแนะนำของผู้นำทางจิตวิญญาณคือ "หลวงพี่อาร์ท...พระนักพัฒนาผู้เสียสละทุ่มเทช่วยเหลือปรับปรุงระบบนิเวศ (พระทำและพระธรรม) เพื่อเกิดความสุขที่อิสระ ปลอดภัย และไม่มีการบังคับเหมือนสถานพยาบาล ทำให้เกิดการฝึกทักษะการดูแลตนเองร่วมกับการทำกสิกรรมธรรมชาติในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาและมีความเชื่อว่า เห็นการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกบ้านสายใยก้อนแก้วที่ดีขึ้น...หายไหม พระไม่รู้ แต่เห็นผู้ป่วยอยู่กับตัวเอง มีจิตจดจ่อกับธรรมชาติ มีหน้าที่ (กสิ) และลงมือทำ (กรรม) ได้...อยากให้นักวิชาการมาประเมินผล" ซึ่งในทัศนะของพยาบาลจิตเวชก็เห็นความสำคัญในการเยียวยาสุขภาพจิตตามหลักการของการจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเกิดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตตามความต้องการของผู้มีประสบการณ์สุขภาพจิต โดยมีผู้ดูแลแบบพี่เลี้ยงคือ Milieu Therapy กับ Recovery Therapeutic Community คลิกดาวน์โหลดเอกสารที่นี่

  • กิจกรรมในงานนี้เกิดการร่วมแรงร่วมใจจากชุมชนคนดีมากมาย (ตามรูปภาพ) เกิดสหศาสตร์และสหวิชาชีพแห่งการฟื้นคืนสุขภาวะแห่งการเรียนรู้ร่วมสร้างพลเมืองดีให้กับสังคมไทยได้ชัดเจน ตามหลักการเบื้องต้นของ Recovery Model และ Knowledge Translation คลิกดาวน์โหลดเอกสารที่นี่ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างปราชญ์ชาวบ้านผ่านกิจกรรมเพิ่มทักษะการประกอบกสิกรรมแล้วนำผลผลิตตามธรรมชาติมาเพิ่มทักษะการดูแลตนเองโดยเฉพาะการปรุงอาหาร การดูแลสุขอนามัย และการมีที่พักเสื้อผ้าและเพื่อนร่วมอาศัยที่ปรับตัวดำรงชีวิตอย่างกัลยาณมิตร แต่ข้อสังเกตของผมคือ ระบบการฟื้นคืนสุขภาวะควรได้รับการประเมินทักษะชีวิตโดยเฉพาะความพร้อมในการหาเลี้ยงชีพทั้งในชุมชนที่ปลอดภัยและที่เพิ่มความท้าทายในการแก้ปัญหาสถานการณ์ชีวิตในระยะยาว และการร่วมออกแบบโปรแกรมการพัฒนาทักษะชีวิตให้รอบด้าน ได้แก่ ทักษะการรู้คิด ทักษะการสื่อสาร ทักษะการเข้าสังคม ทักษะการบูรณาการการรู้คิด-การสื่อสาร-การเข้าสังคมมาพัฒนาวิถีการดำเนินชีวิตที่พอเหมาะระหว่างการทำงาน การนอนหลับพักผ่อน การทำกิจกรรมยามว่าง (การออกกำลังกายใจ) และการเป็นพลเมืองดี

  • เมื่อสัมภาษณ์คุณแม่กุผู้มีประสบการณ์การฟื้นคนดีกว่า 3,000 รายตั้งแต่พ.ศ. 2548 ด้วย"กระบวนการสร้างความเข้าใจ ความอดทน และความเมตตาในการพัฒนาทักษะชีวิตที่เน้นความมีวินัยรับผิดชอบ ความยอมรับในโรคและการทานยา ความมุ่งมั่นเกิดแรงจูงใจและคุณค่าในการทำงานศิลปะตามมาด้วยการสร้างรายได้จากงานศิลปะที่มีคุณภาพ" ซึ่งต้องมีการออกแบบกระบวนการฟื้นคืนสุขภาวะคนดีแบบรายบุคคล เช่น การปรับความยอมรับในโรคและผลกระทบของโรคต่อศักยภาพของแต่ละบุคคลใน 1 อาทิตย์ ต่อด้วยการฝึกทักษะการทำงานศิลปะ (การสื่อสารการรู้คิดจากภายในตัวตน) ร่วมกับการฝึกทักษะเข้าสังคมอีก 2 อาทิตย์ คาดหวังให้ได้ระดับศักยภาพ 80% ถึงจะนำมาฝึกทักษะชีวิตในชุมชน ในความเห็นของอ.ไตรภพตรงกับผมคือ การสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์เชิงวิจับพัฒนาเปรียบเทียบโปรแกรมต่างๆในช่วงเวลาที่มีประสิทธิผลในแต่ละรายกรณีศึกษา แล้วนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเชิงแนวปฏิบัติที่ดีกับบุคลากรการฟื้นฟูสุขภาพจิตในสถานพยาบาลกับในบ้านสายใยก้อนแก้ว จนถึงระดับนโยบายทางสังคมไทยผ่านการผลักดันจากเครือข่ายมาตรฐานสากลที่ได้ศึกษา Recovery Model Application และควรมีการพัฒนานักศึกษาทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น จิตแพทย์ กิจกรรมบำบัด พยาบาล ครู นักพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและชุมชน ฯลฯ ร่วมกับผู้นำปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนก้อนแก้ว

สิ่งที่ตอบโจทย์ว่า "บ้านสายใยก้อนแก้ว ต้องพัฒนาต่อไป" ได้แก่

  • การประชาสัมพันธ์ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างชุมชนกับสมาชิกบ้านสายใยก้อนแก้วที่ต่อเนื่องและเพิ่มการช่วยเหลือกันเป็นรูปธรรมสร้างสรรค์มากขึ้น เช่น เพิ่มความสัมพันธ์และผลิตผลทางการเกษตรระหว่างอาสาสมัครจิตอาสาทุกรูปแบบ ผู้นำชุมชน ผู้นำธรรมชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน รพ.สต. โรงเรียน อบต. วัด และบ้านสายใยฯ เป็นต้น
  • การทำงานเชิงรุกในการให้ความรู้สุขภาพจิตศึกษา การให้คำปรึกษาการฟื้นคืนสุขภาวะ การตรวจประเมินและออกแบบโปรแกรมกิจกรรมบำบัด การฝึกอาชีพเสริมตามความถนัดและความต้องการของกลุ่มคนในชุมชน ฯลฯ
  • การเพิ่มเครือข่ายประชาสัมคมและการนำแนวคิดตัวอย่างบทเรียนของ "ชุมชนคนดีฟื้นคืนพลเมืองดี" ที่บูรณาการโคกหนองนาโมเดลของสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กับการฟื้นคืนคนดีของสมาคมสายใยครอบครัว ไปต่อยอดพื้นที่การเรียนรู้ที่ต่างๆ ได้พร้อมกัน โดยผมจะช่วยในเชิงวิชาการประยุกต์กิจกรรมบำบัดจิตสังคมและการออกแบบโปรแกรมฟื้นคืนสุขภาวะให้เต็มความสุขความสามารถ
  • ในทัศนะของคุณหมอสมรัก จิตแพทย์ กำลังตั้งคำถามต่อว่า "ทำอย่างไรจะกระตุ้นจิตวิญญาณของสมาชิกบ้านสายใยก้อนแก้วให้มีสุขภาวะอยู่ตลอดเวลา ด้านอ.ไตรภพ ก็เสริมว่า น่าจะมีทีมบุคลากรทางการแพทย์เชี่ยวชาญสุขภาพจิตมาให้บริการเชิงรุก (ออกหน่วยประจำ) และมีการตั้งวงเสวนาร่วมวิชาการ ปฏิบัติการ และนโยบาย โดยมีจุดเชื่อมคือ คุณธรรมในการสร้างพลเมืองดีสู่สังคม แม้จะเป็นบทเรียนเล็กๆ แต่น่าจะริเริ่มผลักดันเป็นชุมชนนักปฏิบัติที่ขยายผลไปยังชุมชนหรือพื้นที่การเรียนรู้อื่นๆ ต่อไปได้เลย ในอนาคตมุ่งเป็นงานสัมมนาระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรมได้ด้วยเครือข่ายที่หลากหลายมาช่วยกันขับเคลื่อนพลังสังคม เกิดการยอมรับในการประสานเครือข่ายการเรียนรู้ระดับชาติและนานาชาติได้อย่างมั่นใจ
  • ประเมินความพร้อมในปัจจุบัน สังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research, PAR) สรุปการมีส่วนร่วมของประชาสัมคมเชิงพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของชุมชนได้ 80% (อีก 20% รอการประเมินผลความถี่/ความต่อเนื่องในการจัดกิจกรรม) และสรุปความมั่นใจในสมรรถนะของสมาชิกที่กำลังพัฒนาทักษะชีวิต ณ บ้านสายใยก้อนแก้วได้ 50% (อีก 50% รอการประเมินศักยภาพทักษะชีวิตของแต่ละรายบุคคลตามกระบวนการทางการแพทย์ เช่น กิจกรรมบำบัด ฯลฯ)
  • หัวข้อที่ควรประเมินศักยภาพของพลเมืองดีเพื่อการออกแบบกิจกรรมรายบุคคลให้ชัดเจน เมื่อมองตามกรอบแนวคิดกิจกรรมบำบัดตามมาตรฐานสากลคือ Person-Environment-Occupation-Performance (PEOP) Model (ภาพข้างบน) ได้แก่ ทักษะการรู้คิดด้วยการวิเคราะห์ระบบการทำงานของสมอง (ระบบจิตประสาทสรีรวิทยา) ก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมชุมชนคนดีฟื้นพลเมืองดี ทักษะการสื่อสารสุขภาวะจิตวิญญาณภายในตัวเองร่วมกับทักษะการสื่อสารเข้าร่วมสังคมในหลายระดับตั้งแต่ภายในบ้านสายใยก้อนแก้ว รอบๆบ้านด้วยกิจกรรมกสิกรรมธรรมชาติ (คิดเองทำเอง) และรอบๆบ้านไปช่วยเหลือและมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนก้อนแก้วได้ด้วยความสามารถและความสุข ขณะที่การปรับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ (การช่วยเหลือของชุมชน ระบบเศรษฐกิจสังคม คุณค่าวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมกายภาพกับธรรมชาติ) เพื่อสัมพันธ์กับการเพิ่มสุขภาวะทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม และทำการประเมินคุณภาพชีวิตกับความอยู่ดีมีสุขในแต่ละรายบุคคล ส่วนกระบวนการออกแบบและฝึกจิตอาสากิจกรรมบำบัดคงต้องคิดทบทวนตามหลักสากลเรียก Occupational Adaptation Model of Practice มากขึ้น คลิกอ่านที่นี่

นอกจากนี้ผมจะขอบันทึกวรรคทองหรือคำคมของแต่ละท่านที่เป็นจิตอาสาในวันนี้ ซึ่งกำลังสร้างแรงจูงใจด้วยจิตสำนึกสุขภาพ หรือ Health Conscious ที่ชวนตระหนักรู้ช่วยเหลือกัลยาณมิตร หรือ Health Awareness ด้วยการเรียนรู้ความรู้เชิงทักษะใหม่ๆ หรือ Health Knowledge Skill เช่น

  • "ควายเผือก แม่ธรรมลูกทาน ณ มหาลัยคอกควาย กำลังพัฒนาจิตหรือธรรมชาติของมนุษย์...เรากำลังน้อมนำศาสตร์พระราชามาแก้ไข ถือเป็นทางรอดของสังคมด้วยการรวมตัวทั้งพระ ตำรวจ ทหาร สื่อ ครู อาจารย์ หมอ และสหศาสตร์วิชาชีพ"
  • "ทำน้ำยาอเนกประสงค์ ทำแล้วมีน้ำยา สอนด้วยจิตอาสา ผลผลิตธรรมชาติ เรียนรู้กับนักปราชญ์ เดินตามผู้ใหญ่ ที่นี่เค้ามีอะไรที่เราพอจะช่วยเสริมได้ ช่วยตามกำลังความสามารถ ใช้ชีวิตพอเพียง เพราะข้าวยากหมากแพง ในน้ำไม่มีปลา ในนาไม่มีข้าว สังคมแตกแยก สังคมขาดอาหาร-พลังงาน-การศึกษาคุณภาพ-การรักษาโรคองค์รวม"
  • "หมอฝันแต่ไม่คิดว่าจะเห็นทุกภาคส่วนแบ่งปันได้แบบนี้ จากปัญหาวนเข้าออกรพ. อยากให้ความรู้ความเข้าใจแก่ครอบครัวของผู้ป่วยให้เอาชนะโรคจิตเวช สมาคมสายใยครอบครัวได้ต่อสู้จนผู้ป่วยได้สิทธิ์ประกันสังคม และอ.ฤดีก็ช่วยบริจาคที่ดิน มีแม่กุช่วยริเริ่มบ้านสายใยครอบครัวจนฝันเป็นจริง...บ้านนี้เป็นของทุกคน...กังวลและคิดต่อว่า จะทำให้ผู้ป่วยที่นิ่ง อิสระ บางคนมั่นใจคิดบวก บางคนไม่อยากกลับบ้าน บางคนไร้บ้าน แล้วจะสื่อสารกับบุคลากรในรพ.ได้อย่างไร จริตคนต่างกัน แต่บ้านนี้ก็จำเป็นต้องมีทุนทรัพย์ มีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำกันต่อไป..."
  • "หัวใจจิตอาสามาก่อน ทรัพย์มาทีหลัง แต่ก็จำเป็น วันเปิดบ้านนี้ตรงกับวันปิยะมหาราช ซึ่งพระองค์ท่านทรงเปิดรพ.จิตเวชแห่งแรก และบ้านหลังนี้ได้น้อมนำศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ"
  • "จากสื่อที่ทำให้สังคมเข้าใจว้าเป็นบ้านบุคคลอันตรายวิกลจริต...วันนี้เราช่วยกันเกิดจิตสำนึกรู้สร้างศูนย์การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนปกติกับคนป่วย...ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตลุ่มๆดอนๆเป็นชีวิตที่พึ่งพาตนเองในระบบนิเวศสุขภาวะ จิตจดจ่อกับทุ่งนา กินยาทุกวัน ไม่สูบบุหรี่ ไม่บังคับ ตื่นเช้าขึ้น มีหน้าที่ รดน้ำ ถอนหญ้า มีเพื่อนช่วยเหลือ อยากประกอบอาชีพ มีคนสอน สอนด้วยใจ เปิดโอกาสเข้าสังคมที่มีพื้นที่ปลอดภัย สร้างความเข้มแข็ง สบายใจ สามัคคี และรู้ถึงการยอมรับในชุมชน อยากเกี่ยวข้าวไวๆ อยากได้น้ำประปา อยากมีรายได้ จะได้ไม่ต้องมีคนสงเคราะห์ อยากได้ต้นไม้เยอะๆให้ร่มเย็น"
  • "พื้นที่นี้ขยายผลต่อไปในหลายๆชุมชน เกิดสายใยแมงมุน เติมเต็มสุขภาวะทางจิตวิญญาณและสังคมจิตอาสา สร้างสังคมใหม่ให้เขาและเพิ่มอิสระแห่งการฟื้นคืนคนดีด้วยวิถีชีวิตที่มีสุขภาวะ คนแตกต่างกันเริ่มพัฒนารูปแบบเชิงรุกให้คลี่คลายช่วยเหลือกัน คนที่เคยป่วยและเป็นคนดี ยังมีทักษะเมตตาที่ดีกว่าคนที่ไม่เคยป่วยหรือกำลังป่วยด้านจิตวิญญาณ ทำอย่างไรที่ทีมงานจะทำให้บ้านนี้เป็นที่ยอมรับในชุมชนมากขึ้นตลอดไป บุคลากรทางการแพทย์คงต้องมีทักษะที่หลากหลายในการเข้ามาทำงานจิตอาสาที่บ้านหลังนี้"
  • "ฉันเป็นแม่ครูมา 34 ปี สอนลูกหลานหลายรุ่น ไม่ใช่คนพื่นที่ แต่กำลังสร้างความเข้าใจว่า ผู้ป่วยในบ้านนี้คือคนที่พูดรู้เรื่องจะมาอยู่กับชุมชน คนที่มาอยู่ย่อมสามารถยืมของใช้ในรร.ที่เป็นผลบุญของการบริจาค ถ้าเราคนชุมชนเข้าใจเขา เราก็จะเป็นคนดีช่วยทำให้เขาเป็นคนดีมากขึ้นเรื่อยๆ"
  • "เขามิใช่คนบ้า เค้าเป็นผู้ป่วยที่เราคนดีต้องให้โอกาสเค้า ใครที่มีญาติป่วยก็จะรู้ว่าต้องใจเย็นและช่วยด้วยรัก ใจฟื้นใจ ใครที่ไม่มีญาติจะได้เข้าใจ ณ เริ่มแรก บ้านสายใยฯ ทำได้ดีเก่งแล้ว"
  • "เป็นเพื่อนที่ชวนกันมา หัวใจรักชาติและมีประสบการณ์ซึมเศร้า อยากทำบุญ อยากอยู่กับธรรมชาติ เรารักในหลวงและอยากใช้ความสามารถของตัวเองช่วยสอนผู้ป่วย"
  • รัชนีผู้ชนะโรคซึมเศร้า แม้ว่าจะรู้จักเพื่อน แต่เมื่อทำกิจกรรมศิลปะธรรมชาติ (ร้อยเรียงต้นหญ้าดอกไม้ให้สื่อสารเป็นวงจรชีวิตเรา) ทำให้รู้จักเพื่อนๆในมุมที่เกิดการทบทวนตัวเองและผู้อื่นลึกซึ้งมากขึ้น อยากนำไปสอนต่อทำให้รอบๆตัวได้สุขภาวะโดยธรรมชาติ"
  • "กิจกรรมสร้างสุข สุขจากภายใน เกิดสมาธิ สบาย และสร้างสรรค์ความรู้สึกที่ดี ทำให้เราค้นพบความสุขของตนเองและผู้อื่นผ่านธรรมชาติอันงดงาม"

บทสรุปสุนทรียสนทนาในวันนี้คือ "บ้านสายใยก้อนแก้วคือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ริเริ่มชุมชนกับกิจกรรมที่คนดีฟื้นพลเมืองดี" - ในทางวิชาการสากลเรากำลังจะเรียกว่า "Activities Therapy การบำบัดหรือพัฒนาทักษะชีวิตด้วยการทำกิจกรรมตามธรรมชาติโดยไม่ต้องมีบุคลากรทางการแพทย์มาคอยประเมินและกระตุ้นการเรียนรู้มากนัก"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

มาแวะ เยี่ยม น้องชาย สหายร่วม G2K

ขอบพระคุณมากครับท่านอาจารย์ JJ ผู้เป็นทั้งต้นแบบ KM และพี่ชายที่ผมเคารพรักและนับถือมากครับผม

ขอบพระคุณคุณ Noktalay คุณ GD และท่านวอญา

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมากๆ

กำลังทำเรื่องเกษตรอยู่

แล้วพบกันครับ

https://www.gotoknow.org/posts/596679

https://www.gotoknow.org/posts/596651

เขียนเมื่อ 

ผมได้รับความรู้มากมายจากบันทึกนี้ ขอบคุณอาจารย์มากนะครับ

-สวัสดีครับ

-ตามมาอ่านบันทึกนี้ครับ

-เรื่องการเกษตรนี่ชื่นชอบนักแล..อิๆ

-มีข้าวเม่าใหม่หอม ๆ มาฝากคนรักสุขภาพทุกคนครับ

-ขอบคุณครับ

ขอบพระคุณมากครับพี่ขจิต คุณทิมดาบ คุณเพชรน้ำหนึ่ง พี่โอ๋ และอ.ต้น