๓. เรียนรู้งาน..กับภารโรง

ผมคิดว่า ๒ ปีที่เหลืออยู่ของชีวิตลูกจ้างประจำของพี่แบน..น่าจะทำให้พี่แบนมีความสุขกับงานนักการภารโรงมากขึ้น สังเกตจากสีหน้าท่าทางที่สดชื่นขยันขันแข็งอย่างสม่ำเสมอ ผมชอบดูพี่แบนตัดแต่งต้นไม้ โดยเฉพาะต้นเฟื่องฟ้า..ดูเป็นพุ่มเรียบเนียนเสมอกัน

ผมตัดสินใจเลือกที่จะย้ายมาอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยเหตุผล ๒ – ๓ ประการ อาทิ สระน้ำของโรงเรียน ต้นไม้ที่ร่มรื่น และนักการภารโรงที่ขยันขันแข็ง เป็นมือวางอันดับหนึ่งของอำเภอและสำนักงานการประถมศึกษา...ในสมัยนั้น..

แต่ก็มีเสียงเตือนให้ผมรู้ตัวอยู่เหมือนกันว่า..พี่แบน..ภารโรงของโรงเรียน อีก ๒ ปีก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว ถือว่าไม่นานเลย ผมคิดว่าจะเป็นไรไป ในเมื่อ ๒ ปี ผมก็ยังพอมีเวลาเรียนรู้งานต่างๆจากภารโรง

พี่แบน..ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวหรอก ว่าผมสังเกตการทำงานของพี่แบนทุกวัน เริ่มตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เมื่อเปิดประตูหน้าต่างแล้ว พี่แบนจะเก็บกวาดห้องธุรการและห้องพักครูก่อน จากนั้นจึงไปช่วยนักเรียนเก็บกวาดถนนและทำความสะอาดห้องส้วมนักเรียน

พี่แบนบอกว่า..ก่อนผมย้ายมา ต้องทำความสะอาดห้องอนุบาลด้วย เพราะเป็นห้องที่สกปรกที่สุด ผมแปลกใจมาก แปลกใจจนต้องถาม..เพราะห้องอนุบาล น่าจะเป็นห้องที่สะอาดที่สุด..

“เกิดอะไรขึ้น ในห้องอนุบาลหรือครับ” ผมถาม

“พอข้าวของโรงเรียนหาย กรรมการโรงเรียน ผู้ใหญ่บ้านกับประธานชุมชน จะให้ผมนอนโรงเรียนทุกคืน แต่ผมนอนไม่ได้หรอกครับ” พี่แบนพูดแล้วถอนใจ คงอยากจะระบายความอัดอั้นตันใจ

“ทำไมล่ะครับ”

“พวกบ้านผมสุขภาพไม่ค่อยดี เช้ามืดผมต้องตื่นช่วยเขาขูดมะพร้าวทุกวัน แล้วเอาไปส่งให้แม่ค้าในตลาด ถ้าผมนอนโรงเรียนก็จะไม่สะดวก เดินทางไปกลับผมก็คงไม่ไหว ถ้าให้ผมนอน ผมลาออกดีกว่าครับ”

“แล้วกรรมการโรงเรียนว่าอย่างไรล่ะครับ”

“เขาก็ประชุมกันตกลงให้มีการ ผลัดเปลี่ยนเวรยามมานอนโรงเรียน คืนละ ๓ – ๔ คนทุกคืน ให้ผมคอยดูแลกาแฟ กระติกน้ำร้อน หมอน มุ้ง และพัดลม ผมก็เลยให้นอนที่ห้องอนุบาล ครับ..”

“แล้วเป็นไงครับ เรียบร้อยดีไหม” ผมรีบถาม เพราะอยากรู้ในจุดนี้เหลือเกิน

“สิ้นเปลืองกาแฟเท่าไหร่ผมไม่ว่า แต่พวกมันเมาเละกันทุกคืน บางคืนก็ทะเลาะกันตีกัน เล่นไพ่กันบ้าง ขี้บุหรี่เต็มไปหมด ผมรำคาญจนเหลืออด..”

“แล้วทำไมตอนนี้ ไม่เห็นมีใครมานอนกันเลยสักคน”

“ผมบอกเมียผู้ใหญ่ ที่เป็นประธานกรรมการว่า ผอ.จะย้ายมา ให้ยกเลิกการนอนเวรยามกันไปก่อน รอให้ผอ.ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไป”

ผมยิ้มให้พี่แบน เพื่อให้แกสบายใจ ก็คงไม่ต้องคะยั้นคะยอหรือขอร้องให้พี่แบนนอนเวรยามกลางคืนที่โรงเรียน เพราะเหตุผลส่วนตัวก็ชัดเจนและฟังขึ้น...

“แล้วพี่แบนคิดว่าผมควรจะทำอย่างไร เพื่อความปลอดภัยของโรงเรียน” ผมขอความคิดเห็นจากพี่แบน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ

“ผมว่าเราหาใครสักคนมานอนโรงเรียนเป็นประจำทุกคืน แล้วให้เงินเขาเป็นเดือน เดี๋ยวผมจะช่วยโรงเรียนจ่ายด้วย” พี่แบนเสนอความคิดเห็น ผมรีบเห็นด้วยในทันที เพราะมองว่าเรื่องนี้ รีรอไม่ได้อีกแล้ว

“พี่แบน..ช่วยผมหาคนนะครับ เอาที่มีอายุหน่อย ไว้ใจได้ ไม่กินเหล้าเมายา ให้เขาเดือนละสองพัน เดี๋ยวผมจ่ายเอง พี่แบนไม่ต้องห่วงนะครับ”

ผ่านไปได้ ๒ วัน..พี่กร่าง กรับทอง ด้วยวัย ๕๙ ปี ก็ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ประจำโรงเรียนตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยพักนอนที่โรงเรียนตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น - ๐๗.๐๐ น. เปิดประตูหน้าต่างตอนเช้า แล้วจึงค่อยกลับบ้าน ทำหน้าที่มาจนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้มีค่าตอบแทนจากผม ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือนแล้ว

ผมคิดว่า ๒ ปีที่เหลืออยู่ของชีวิตลูกจ้างประจำของพี่แบน..น่าจะทำให้พี่แบนมีความสุขกับงานนักการภารโรงมากขึ้น สังเกตจากสีหน้าท่าทางที่สดชื่นขยันขันแข็งอย่างสม่ำเสมอ ผมชอบดูพี่แบนตัดแต่งต้นไม้ โดยเฉพาะต้นเฟื่องฟ้า..ดูเป็นพุ่มเรียบเนียนเสมอกัน และพบว่าพี่แบนจะตัดแต่งเดือนละ ๒ ครั้ง

พี่แบน..จริงๆแล้วเป็นผู้ใหญ่ใจดี รู้หน้าที่มีความรับผิดชอบ มีความรู้ความสามารถในด้านงานปูนและช่างไม้ ฐานะครอบครัวก็ดีด้วย มีบ้านหลังใหญ่ ไม่มีหนี้สิน เป็นคนชอบพูดชอบคุยอารมณ์ดี จึงดูไม่แก่ ทั้งที่อายุก็ ปาเข้าไป ๕๘ ปีแล้ว

“พี่แบนครับ..ก่อนที่พี่แบนจะเกษียณ สร้างผลงานไว้เป็นที่ระลึกสักอย่างสิครับ” ผมพูดเปิดประเด็นกับพี่แบนอย่างเป็นทางการ

“ผอ.จะให้ผมทำอะไรครับ”

“ผมมีโครงการทำแปลงผักปลอดสารพิษที่เป็นระบบได้มาตรฐาน ผมอยากให้พี่ช่วยติดต่อรถไถ ปรับหน้าดินบนโคกริมสระน้ำให้เรียบร้อยสวยงาม แล้วใช้อิฐบล็อกทำแปลงผัก ๕ แปลง น่ะครับ”

วันรุ่งขึ้น พี่แบนก็เริ่มงานทันที ผ่านไปเพียง ๒ สัปดาห์ งานก็แล้วเสร็จ ได้แปลงผักที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น แต่แล้ว..ภาพที่มองดูว่าไม่ดีเลยก็เกิดขึ้นใกล้ๆกัน คือ....

เมื่อยกแปลงผักบนโคกสูงมองเห็นได้เด่นชัด แต่กลับทำให้ศาลตายายหลังเก่า ที่ทำด้วยไม้อยู่ใกล้ลวดหนาม ชิดฝั่งถนน มองดูต่ำกว่าแปลงผักมาก จึงดูไม่สมควรอย่างยิ่ง

จากนั้นมาไม่นาน ผมจึงดำเนินการยกศาลตายายขึ้นใหม่ ให้มั่นคง สง่างาม อยู่ในที่สูงและหมาะสม ครูและนักเรียนได้เคารพบูชาได้สะดวกยิ่งขึ้น

ครับ..ตั้งแต่ขึ้นศาลตายาย ก็ไม่เคยมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น โรงเรียนมีแต่ความเจริญก้าวหน้า ครู นักเรียน ประสบแต่ความสำเร็จเรื่อยมา...เรื่องนี้..ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ นะครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ด้วยรักและศรัทธา พัฒนางาน..ชีวิต เส้นทางผลสัมฤทธิ์ บันทึกไว้..ให้รื่นรมย์



ความเห็น (0)