เพื่อเด็กเยาวชนน่าน (๑)

ขอเขียนจากความทรงจำไว้มาแบ่งปัน และเขียนเพื่อทบทวนเหตุการณ์ว่าพวกเราได้ทำอะไรเพื่อเด็กน่าน จำได้เป็นช่วงต้นเดือน ธันวาคม ๒๕๔๙ ที่ห้องหัวหน้าสำนักงานจังหวัดน่าน มีพี่อดิศร ขณะนั้นท่านมีตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดน่าน และพี่สุเมษ ขณะนั้นท่านมีตำแหน่งเป็นพัฒนาสังคมฯ ตำแหน่งนี่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดิมเป็นประชาสังเคราะห์ เป็นพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อีกหน่อยจะเปลี่ยนไปเป็นอะไรสุดแท้แต่ทราบว่า ปัจจุบันเป็น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ประมาณนี้ผิดถูกอย่างไรก่อนนำไปอ้างอิงขอให้ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนเสียก่อนเป็นว่า ในห้องมีคน ๓ คนนั่งอยู่ด้วยกันโอกาสจังหวะเหมาะ ๆที่จะได้สนทนากันให้เป็นเรื่องราวใครจะไปคาดคิดว่าจากที่พบพูดคุยจนเห็นแนวทางวันนั้นจะมีการขับเคลื่อนงานส่งเสริมเพื่อเด็กน่าน

โดยความค้างคาใจของผมเองที่เคยการถ่ายทอดโทรทัศน์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภาค ๕ ที่จังหวัดลำปางเป็นเจ้าภาพผมรักกีฬาโดยนิสัยชอบดูกีฬาเล่นกีฬา ในวันนั้นเปิดดูการถ่ายทอดกีฬาเรือพายน่าสนใจครับแต่กลับไม่มีตัวแทนเรือพายจากจังหวัดน่านเข้าร่วมการแข่งขันจึงเกิดคำถามในใจตนเองว่าจังหวัดน่านมีคำขวัญว่า “แข่งเรือลือเลื่องเมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง “ประโยคแรกนอกเหนือจากแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่านที่ยิ่งใหญ่เห็นเด็กเยาวน่านพายเรือกันแต่ไหน แต่ไรแล้ว เหตุใดไม่มีการส่งเด็กน่านเยาวชนไปแข่งเรือกีฬา

ผมเองมีพื้นฐานเล่นกีฬาวอลเลย์บอลให้โรงเรียนปรินส์รอยฯ เชียงใหม่เป็นนักกีฬาตัวแทนโรงเรียนและเขต ๕ เชียงใหม่ รวมไปถึงเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ( ในช่วง พ.ศ.๒๕๒๑-๒๕๒๓ ) พอที่จะเข้าใจพัฒนาการกีฬาเคยมามีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนกีฬาดังกล่าวที่จังหวัดน่านอยู่ระยะหนึ่งโดยได้ประสานงานสมาคมวอลเลย์บอลฯ แห่งประเทศ ผ่านพี่ติ๋ม เรืออากาศโทชาญฤทธิ์ วงศ์ประเสริญได้กรุณามาสนับสนุน ช่วงนั้น จังหวัดน่านน่านมีนายประวิทย์ สีห์โสภณ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้นายวิพัฒน์ คงมาลัย รองผู้ว่าฯ น่าน อดีตกรรมการฝ่ายการเงิน สมาคมวอลเลย์บอลฯ แห่งประเทศร่วมสนับสนุนมี ผอ.อุทัย ขัตติยศ ผอ.ลัดดา พร้อมมูล ผอ.สมเดช อภิชยกุล ทั้ง ๓ ผู้อำนวยการร่วมจัดวอลเลย์บอลยุวชนแป๊ปซี่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือที่ จ.น่าน ครั้งแรก และครั้งต่อมาได้รับโอกาสจากส่วนกลางให้จัดวอลเลย์บอลชิงแชมป์ประเทศไทยจัดนัดสำคัญ ๆ อีกหลายนัด รวมทั้งส่งโค้ชจีน ๒ ท่านมาอยู่สอนครูพลศึกษาจังหวัดเป็นเวลานับเดือน แต่ที่สุดของที่สุดไปไม่ถึงไหนถือเป็นบทเรียนเพราะผมไม่ได้เป็นครูหรือผู้บริหารสถานศึกษา มีวิชาชีพกฎหมายที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองและครอบครัวส่วนที่จะต้องรับผิดชอบสังคมด้านการกีฬาเห็นว่าราชการมีหน่วยงานและงบประมาณที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว ได้วางมือไปนานหลายปี

สืบเนื่องจากที่มีข้อค้างคาใจกระทั่งได้พบกับพี่สุเมษวันนั้น ต่อหน้าพี่อดิศรได้สอบถามว่าพี่สุเมษผมสังเกตพี่มานานแล้วนะเหตุใดพี่ถึงรักเรือแข่งอะไรนักหนาพี่สุเมษใช้เวลาเล่าพอสมควรท่านเล่าทำให้เห็นภาพว่า ครอบครัวท่านมีบ้านอยู่ติดลำน้ำน่านถ้าท่านจะเดินทางไป อ.ภูเพียงเพื่อนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ผ่านสำนักงานป่าไม้ หรือ สำนักงาน ทสจ.น่านในปัจจุบันสะพานที่พาดผ่านจะลงกลางบ้านพี่สุเมษพอดีคือ ครอบครัวท่านโดยคุณพ่อเสียสละให้ทางราชการได้มีสะพานโดยบริจาคที่ดินให้แก่ทางราชการมีค่ารื้อถอนเล็กน้อย ( ส่วนนี้ผมไปสัมภาษณ์คุณแม่พี่สุเมษ ชื่อ คุณย่าวัฒนี สายสูง หรือฉายาเรือแข่งเรียกว่า ย่าสั่งลุย ไว้เป็นหลักฐาน ) สรุปว่าครอบครัวพี่สุเมษมีบ้านติดแม่น้ำ ฝีพายเรือแข่งบ้านแสงดาวจะมาพักที่บ้านท่าน บรรยากาศสิ่งแวดล้อมมีส่วนทำให้ครอบครัวผูกพันเรือแข่งต่อเนื่องยาวนานได้ถามต่ออีกว่า พี่ครับเห็นเย็นๆ และในช่วงเวลาวันหยุดผมเห็นเด็กเยาวชนเอาเรือมาพายกัน เด็กเหล่านี้ทราบหรือไม่เป็นใครพี่สุเมษเล่าว่าเป็นหลาน เป็นลูก เป็นเพื่อนพ้องพวกลูกหลานเลยถามต่ออีกว่าพวกเราจะร่วมมือส่งเสริมเด็กเยาวชนเหล่านี้ร่วมกันดีไหมพี่สุเมษ บอกว่า โน้ตเคยพูดกับพี่เหมือนกันว่าลุงเมษเรือถึงเส้นชัยเด็กน่านไปไหน พี่สุเมษบอกว่า ปกติประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่านจัดกันมานาน บ้าน ศรัทธา นำเด็กเยาวชนมาพาเรือเมื่อหมดเทศกาลสำคัญเด็กเยาวชนเหล่านี้ไม่มีกิจกรรมต่อเนื่องโน้ตหลานลุงเมษต้องการขอให้ลุงช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเยาวชนน่านมีกิจกรรมออกกำลังกายแข่งขันทั้งปีและอยากขอให้ลุงเมษช่วยส่งเสริมให้เด็กเยาวชนน่านใช้โอกาสในการเป็นนักกีฬาเรือพายไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โควตานักกีฬารวมไปถึงประกอบอาชีพที่มั่นคงจากการพายเรือ( บันทึก ๑๑ กันยายน ๒๕๕๘ ระหว่าง๐๙.๓๐ -๑๐.๐๐ น. )


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รู้จักน่านและชาวน่าน



ความเห็น (0)