หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน : เรื่องเล่าจากนิสิต (ตลาดอาหารปลอดภัยฯ)

การเข้าร่วมโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนในครั้งนี้ยังช่วยให้ผมได้เรียนรู้จากชุมชนในหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่นการได้เรียนรู้อย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เริ่มตั้งแต่เทคนิคการเพาะกล้า เทคนิคการขึ้นร่องดิน การผสมปุ๋ยโดยวัสดุธรรมชาติ วิธีการปลูก วิธีการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว ซึ่งจะมีปราชญ์ชาวบ้านคอยให้ความรู้และพาให้นิสิตและชาวบ้านในแต่ละครัวเรือนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติร่วมกัน

จากการเข้าร่วมโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน ณ บ้านบ่อแกบ่อทอง มาตั้งแต่การบุกเบิกโครงการและมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในปี 2557 และ 2558 ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน โดยอาจารย์และนิสิตนำเอาศาสตร์การบริหารการจัดการองค์กรลงไปถ่ายทอดให้กับชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเกิดการรวมกลุ่มที่แน่นหนาและพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดสารพิษมากขึ้น รวมถึงการสามารถจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในชื่อ โรงเรียนชีววิถีอีสานได้สำเร็จ จึงนับเป็นความภาคภูมิใจที่ช่วยทำให้ชุมชนได้เกิดการรวมกลุ่มกันและมีความรู้ความเข้าใจในหลักของการบริหารงานและบริหารคน



เช่นเดียวกับปีนี้ (2558) ชุมชนได้ขยายผลสร้างพื้นที่สีเขียว หรือฐานการผลิตผักปลอดสารพิษขึ้นอีกใน บริเวณพื้นที่สาธารณะในชื่อ “ลานกกบก” ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ ปัจจุบัน 1 ใน 4 ของพื้นที่จะใช้เป็นแปลงปลูกผักของส่วนกลาง ซึ่งนิสิตและนักเรียน (เด็ก-เยาวชน) ได้เข้าไปร่วมปลูกพืชผักร่วมกับชาวบ้าน เช่น มะละกอ ตะไคร้ มะเขือ พริก ซึ่งเป็นพืชผักที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน และเมื่อปลูกเสร็จแล้ว “ผู้ใหญ่อำนวยโชค” และลูกบ้านจะทำหน้าที่ไปรดน้ำดู แสดงถึงความเข้มแข็งของผู้นำและความร่วมใจของชุมชน ต่อเมื่อถึงเวลาต้องเก็บเกี่ยว ผลผลิตต่างๆ ก็จะถูกนำกลับสู่สู่วิถีการบริโภคในครัวเรือนและออกสู่ “ตลาดอาหารปลอดภัยสานสายใยครอบครัว” อันเป็นเป้าหมายสำคัญของโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน



จุดเด่นของตลาดอาหารปลอดภัยสานสายใยครอบครัว คือตลาดที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของอาจารย์ นิสิตและชาวบ้านบ่อแกบ่อทอง เป็นตลาดที่ขยายผลเชิงแนวคิดจากโรงเรียนชีววิถีอีสาน เพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษในชุมชนที่ชาวบ้านปลูกอยู่ปลูกกินในครัวเรือนแล้วนำมาจำหน่ายเป็นรายได้เสริม และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นพืชผักที่เก็บเกี่ยวมาจากลานกกบก ซึ่งตลาดดังกล่าวกลายเป็นที่พบปะของคนในชุมชน ใครมีข้าวปลาอาหารพืชผักปลอดสารก็เอามาวางขายในราคาถูก เป็นตลาดใกล้บ้านสะดวกสบายและเป็นกันเอง ผู้เฒ่าผู้แก่อยากขายของก็ได้ขาย เป็นตลาดใกล้บ้าน ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถออกไปซื้อไกลๆ ให้เสียเวลา



ในส่วนของการเรียนรู้นั้น การเข้าร่วมโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนในครั้งนี้ยังช่วยให้ผมได้เรียนรู้จากชุมชนในหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่นการได้เรียนรู้อย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เริ่มตั้งแต่เทคนิคการเพาะกล้า เทคนิคการขึ้นร่องดิน การผสมปุ๋ยโดยวัสดุธรรมชาติ วิธีการปลูก วิธีการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว ซึ่งจะมีปราชญ์ชาวบ้านคอยให้ความรู้และพาให้นิสิตและชาวบ้านในแต่ละครัวเรือนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติร่วมกัน และเป็นที่น่ายินดีว่าส่วนใหญ่แล้วเมล็ดพันธุ์ หรือกล้าพันธุ์ต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีอยู่ในชุมชน ไม่ค่อยได้จัดซื้อมาจากภายนอกเลยช่วยลดต้นทุนการผลิตไปในตัว



วรพงษ์ ทองพุทธ


และที่ประทับใจมากๆ เลยก็คือ การได้รู้สึกว่าบ้านก่อแกบ่อทองเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง มี พ่อฮักแม่ฮัก ที่อบอุ่น ไม่ว่านิสิต (ลูกจาก มมส ) จะเป็นใครมาจากไหน พ่อฮักแม่ฮักทุกหลังคาเรือนจะดูแลเราเสมือนลูกในไส้ เอาใจใส่เราและคอยให้ข้อมูลและความรู้แก่เราในทุกๆ เรื่อง ซึ่งในปัจจุบันนี้ทั้งลูกฮักและพ่อฮักแม่ฮักก็ยังติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง มีการไปมาหาสู่กันอยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สื่อให้เห็นถึงความสำเร็จและความสุขของการเรียนรู้จากโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนที่ผมสัมผัสได้ และจะไม่มีวันลืมเลือน




นายวรพงษ์ ทองพุทธ
ปี 3 นิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงการ"โรงเรียนชีววิถีอีสานเพื่อตลาดอาหารปลอดภัย สานสายใยครอบครัว"
บ้านบ่อแกบ่อทอง ต.เลิงแฝก อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 


ตลาดปลอดภัย...เป็นเรื่องดี ๆ ที่น่าสนใจมาก ๆ จ้ะ

น่าส่งเสริมให้เป็นคลาดที่มีอยู่ทั่วทุกพื้นที่ทั่วไปนะจ๊ะ

มีภาพจากหัวหินมาฝากจ้ะ


เขียนเมื่อ 

จำได้ว่าตอนไปครั้งก่อน

อาจารย์ท่านหนึ่งจากวิทยาลัยการปกครองเล่าให้ฟัง

ชอบใจมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบจังค่ะอาจารย์