Vancouver เมืองในฝันที่ไม่เคยกล้าฝันว่าจะได้ไปเยือน ตอนที่๒ "ออกเดินทาง"

ต่อจากบันทึกนี้ Vancouver เมืองในฝันที่ไม่เคยกล้าฝันว่าจะได้ไปเยือน ตอนที่๑ "ปฐมบท จุดเริ่มต้น"..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/593132

หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อย รวมทั้งการซ้อมนำเสนอทุกๆวันก่อนนอน หลายท่านแนะนำให้ซ้อมพูดหน้ากระจก หลายท่านแนะนำให้ถ่ายคลิปไว้ด้วยตอนซ้อม ซ้อมพูดให้น้องคอมเม้น ฯลฯ ทำทุกอย่างที่ทุกท่านแนะนำเลยค่ะ จนถึงวันเดินทาง ยังพกสคริปติดกระเป๋าสะพายไว้ไม่ห่างเลยค่ะ ตื่นเต้นด้วย เครียดด้วย แหะๆ

ในที่สุดวันเดินทางก็มาถึงแล้ว หนึ่งต้องบินจากอุดรไปลงสุวรรณภูมิ เลือกใช้บริการสายการบิน Bangkok Airway คือชอบมาก อาหารอร่อยมาก อิอิ

โชคดีมากเพราะได้ตั๋วราคาโปรโมชั่น ^^

สายการบิน ChinaEastern Airline ใช้ระยะเวลาในการเดินทางเกิน 20 ชั่วโมง เวลาเปลี่ยนเครื่องที่เซี่ยงไฮ้ เรารอแค่ 2 ชั่วโมง

เหตุการณ์ไม่คาดฝันมักเกิดขึ้นได้เสมอๆ ระยะเวลารอคอยเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมงที่ตอนแรกเหมือนเป็นสิ่งดี แต่เมื่อเกิดการ Delay ตอนขามาจากสุวรรณภูมิ ทำให้อะไรก็ดูรีบเร่ง เราต้องวิ่ง วิ่ง วิ่ง (คือประมาณคนบ้าจี้เลยค่ะ จนท.ที่สแกนกระเป๋า พอสแกนเสร็จ เค้ารีบวิ่ง เราก็คิดว่าเกิดอะไรขึ้น กลัวเค้าจะปิดประตู กลัวว่าเราจะไปต่อเครื่องไม่ทัน เพราะในมือถือยังไม่ปรับเวลา ยังไม่ต่อ wifi เห็นจนท.เค้าวิ่ง เราสองคนก็วิ่งตามไปด้วยพอถึงตรงประชาสัมพันธ์ จนท.ที่วิ่งเค้าเลี้ยวออกไปตรงทางออก เราเลยหยุด ดูนาฬิกาที่ประชาสัมพันธ์ อ๋อ เที่ยงคืนกว่าๆ จนท.สองคนนั้นเค้าคงรีบกลับบ้าน เหอๆๆ เราจะไปวิ่งตามเค้าทำไมเนี่ย) เมื่อดูเวลาแล้ว เรายังพอมีเวลาเพื่อเดินหา Gate19 เมื่อเดินมาถึง สังเกตุที่จอว่าทำไมไม่มี flight ของเรา กลายเป็น flight ที่จะบินไปสิงคโปร์ เราสองคนมองหน้ากัน และดูเวลาอีกครั้ง นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ flight แวนคูเวอร์จะมารอต่อจากสิงคโปร์ เราจึงรีบเดินกลับไปจุดเริ่มต้น ตรงประชาสัมพันธ์อีกครั้ง (บอกเลยว่าจนท.ที่สนามบินเซี่ยงไฮ้ ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ เค้าชอบคิดว่าเราเป็นคนจีน พูดแต่ภาษาจีนตลอดๆ เราจึงต้องต่อสู้ด้วยตัวเองโดยการเดินมาดูที่หน้าจอ พบว่า มีการย้าย GATE จริงๆด้วย Flight ของเราย้ายจาก 19 เป็น 18 ซึ่งอยู่กันคนละทิศเลย งานนี้เดินเร็วๆรัวๆเลย มาทันเวลาพอดี)

แอร์จีนสวยมาก น่ารักด้วยค่ะ ขออะไรก็หามาให้ทู้กอย่าง อิอิ

นั่งทำมิวสิค รอเวลาเครื่องออก อิอิ

... ง่วงซะแล้ว พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อนะคะ ...

...ต่อเลยนะคะ...

บะหมีซีฟู้ด (เป็นซีฟู้ดที่มีกุ้งอย่างเดียว อิอิ)

สายการบิน ChinaEastern Airline เมนูแต่ละมื้อจะมีให้เลือกมื้อละ 2 อย่างค่ะ บินไปแวนคูเวอร์เราได้ทาน 2 มื้อ อร่อยดีนะคะ

ชิมบะหมี่ไปมื้อนึงแล้ว มื้อนี้เลยขอเป็นข้าวค่ะ

นั่งๆ นอนๆ หลับไปหลายตื่น ดูหนังจนเกือบครบทุกเรื่องที่เค้ามีให้ดู ในที่สุดก็ใกล้ถึงแล้วค่ะ จนท.มาแจกผ้าเย็น อาหารและกาแฟ

พร้อมทั้งเปิดคลิปออกกำลังกายยามเช้าด้วยค่ะ น่ารักดี อันนี้ช้อบ...ชอบ

ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายเสร็จแล้ว ลองเปิดหน้าต่าง ก็พบว่าน่าจะใกล้ถึงแล้วเนอะ เพราะเราสามารถมองเห็นภูเขาข้างล่างได้แล้ว

แต่ที่หน้าต่าง มีเกร็ดน้ำแข็งเกาะอยู่แบบนี้ หนึ่งกับสามก็ตกใจนิดหน่อย เพราะเราตรวจสอบสภาพอากาศก่อนมาว่าที่แวนคูเวอร์เป็นช่วงฤดูร้อนนี่นา อุณหภูมิประมาณ 20 กว่าๆ คือว่าเราไม่ได้เตรียมเสื้อหนาวเวอร์ๆมานี่สิสำคัญค่ะ อิอิ ถ้าหนาวมากนี่คงลำบากเลยเชียว แต่อาจเป็นเพราะเราบินผ่านยอดเขามั้งคะ เพราะเมื่อถึงสนามบิน กับตันบอกอุณภูมิท้องถิ่นก็ 24 องศา โล่งอกเลย ^^

ถึงสนามบินแวนคูเวอร์โดยสวัสดิภาพ เวลาทุ่มกว่าๆค่ะ ผ่านตม.เรียบร้อย แต่แปลกใจตรงที่ ตม.แวนคูเวอรืไม่ได้กังวลเรื่อง MERS แต่กังวลเรื่องโรค Ebola เพราะซักถามแต่เรื่องเคยไปเที่ยวแอฟริกามารึเปล่า ฯลฯ แต่บอกเลยว่า ประทับใจจนท.ที่สนามบินแวนคูเวอร์มากๆ น่ารักทุกๆคนจริงๆค่ะ

ก่อนไปหนึ่งพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางต่างๆในแวนคูเวอร์ตอนแรกคิดว่าทางโรงแรมจะมีบริการรถรับส่งจากสนามบิน แต่สอบถามไปแล้วเค้าบอกว่าไม่มีค่ะ ต้องขอบคุณ คุณสุกี้ ใน pantip อีกท่าน สำหรับคำแนะนำเรื่องสถานที่ที่น่าจะไปเมื่อมาถึงแวนคูเวอร์ สถานที่ไหน ถนนเส้นไหนที่ผู้หญิงไม่ควรไป การใช้บริการรถ bus ,sky train หรือ taxi ในแวนคูเวอร์ ขอบคุณมากๆค่ะ

เนื่องจากกระเป๋าหนึ่งและสามใบใหญ่ทั้งคู่ เราเลยเลือกโดยสารรถ Taxi ค่ะ ค่าโดยสารปกติจะคิดตามมิเตอร์ แต่จากสนามบินเค้าคิดเป็นเหมาจ่าย (จากสนามบินแวนคูเวอร์ ถึง Westin Bayshore Hotel เค้าคิดราคา 37ดอลล่าแคนาดา คุณสุกี้แนะนำว่า ตามธรรมเนียมเค้าจะต้องทิปให้ taxi จากสนามบินอีกประมาณ 10%ของค่ารถค่ะ เลยกลายเป็น 40ดอล) และคนขับ taxi ที่นี่ คุณสุกี้บอกว่าเป็นชาวอินเดียวเกือบ 100% ไม่ต้องแปลกใจ (อันนี้ทั้งขาไปและกลับถึงสนามบินคอนเฟิร์มว่าเป็นชาวอินเดียจริงๆค่ะ แต่ยังคงสงสัยอยู่เล็กๆเหมือนกันว่า ทำไม? หรือเป็นอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะชาวอินเดีย ?) หนึ่งสอบถามพี่Taxiว่าใช้เวลาจากสนามบินไปโรงแรมประมาณเท่าไหร่ เค้าตอบว่าประมาณ 35 นาที แถมด้วยประโยคท้ายว่า คุณรีบรึเปล่า ผมสามารถเร่งให้ถึงเร็วกว่านี้ได้นะ อิอิ หนึ่งกะสามมองหน้ากันแล้วรีบบอกว่าไม่รีบค่ะ ขอบคุณมากๆๆ ความเร็วระดับนี้กำลังดีแล้วค่ะ อิอิ

ในที่สุดเราก็มาถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพ อิอิ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Suwinya's TRIP



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

สู้ๆครับ

มีสามไปเป็นเพื่อนด้วยดีจังเลย

ขอบคุณค่ะอ.ขจิต ใช่ค่ะ ดีหน่อยที่มีสามไปเป็นเพื่อนด้ว

เขียนเมื่อ 

รออ่านอีกนะครับ

ช่วยเล่ารายละเอียดการนำเสนอด้วย

ถ้าให้น้องสามถ่าย video ไว้ด้วยจะเยี่ยมมากๆ