...ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเขาพาไปชิมทุเรียนอร่อยที่รัฐยะโฮห์ว่าเขาจะอร่อยหรือมาชิมทุเรียนแต่ไม่ได้กลิ่นทุเรียน เขาตอบว่า...อร่อยสิ เพราะความสามารถในการ "จินตนาการ" ไม่ได้เสียไปตามการ "ดมกลิ่น" นี่


ฉันอยู่ในโลกที่ไร้กลิ่น

อืม...ความจริง "กลิ่น" ก็มีอยู่

แต่...ฉันไม่ได้กลิ่น...☺

................................


ครั้งนี้ถือว่าเป็นหวัดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบปี 2558 ของฉัน

คิดๆ ไปก็ให้ภูมิใจยังไงไม่รู้...

ก็แต่ก่อนนี้ฉันเป็นหวัดปีละไม่น้อยกว่า 5 ครั้งเชียวนะ

เคยทำสถิติเป็นหวัด 13 ครั้งใน 1 ปีด้วย ... ฮาๆๆๆ


คิดถึงเพื่อนชาวจีนมาเลย์ Mr.John Tan

เมื่อครั้งไปเยี่ยมเยือนเขาและครอบครัวที่ Meleka, 23-26 June,2015

เขาประสบอุบัติเหตุได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ทำให้เสียความสามารถในการได้กลิ่นไป

ครั้งนั้นก็คิดตามแต่จินตนาการไม่ออก

ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเขาพาไปชิมทุเรียนอร่อยที่รัฐยะโฮห์ว่าเขาจะอร่อยหรือมาชิมทุเรียนแต่ไม่ได้กลิ่นทุเรียน

เขาตอบว่า...อร่อยสิ

พราะความสามารถในการ "จินตนาการ" ไม่ได้เสียไปตามการ "ดมกลิ่น" นี่


ข้อดีใดๆ ก็มีข้อเสียแฝงอยู่

ปกติฉันเป็นคนที่ไวต่อกลิ่นทุกชนิด เรียกว่าประสาทสัมผัสทางจมูกดีเป็นพิเศษ

จมูกที่ไวนี่แหละ ทำให้แพ้กลิ่นต่างๆ ง่ายด้วย

กลิ่นน้ำหอมที่ว่าหอมๆ เพื่อนๆ ซื้อหามาฝากจากเมืองนอก

บางกลิ่นก็พอได้ แต่บางกลิ่น...แค่เปิดกล่องก็เวียนหัวแล้ว

คนอื่นไม่ได้กลิ่นอะไร ฉันก็ฟุดฟิดได้กลิ่นอยู่คนเดียว...ฯลฯ



ส่วนข้อเสียก็มีข้อดีอยู่ด้วย

การเป็นหวัดครั้งนี้ แพทย์และเพื่อนๆ เห็นพ้องว่าฉันควรหยุดพัก

ไม่เช่นนั้นอาจแพร่เชื้อหวัดให้คนอื่นๆ

ทำให้นอกจากได้หยุดนั่งเล่นนอนเล่นอยู่บ้าน ในขณะที่เพื่อนๆ กำลังหัวฟูกับงานแล้ว

ยังได้เรียนรู้...การอยู่ในโลกที่ไม่มีกลิ่นด้วย

กาแฟหอมๆ ที่เคยติด ก็ไม่อยากดื่มเพราะกาแฟหรือน้ำอุ่นก็ไม่ต่างกันเลย...

อาหารที่กิน ก็กินๆ ไปอย่างนั้น เพราะไม่ค่อยอร่อยหรือไม่อร่อย

เลยได้ความรู้เพิ่มขึ้นว่า "กลิ่น" เป็นส่วนสำคัญในการทำให้อาหารอร่อยหรือไม่ด้วย


ว่าแล้วก็จะส่งข่าวไปให้ Mr.John Tan เสียหน่อย...

ว่าฉันรู้แล้วล่ะว่าการอยู่ในโลกที่ไม่มีกลิ่นน่ะมันเป็นอย่างไร

แล้วตอนนี้ฉันกำลังฟื้นฟูความสามารถในการ "จินตนาการ" แทน การ "ดมกลิ่น"อยู่ด้วยนะ...☺

ขอบคุณนะที่เป็น "หวัด" ☺