สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog
ภารกิจสำคัญของผมอีกภารกิจหนึ่งนับจากวันนี้ คือ การได้รับเกียรติจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มอบให้ผมเป็นครูใหญ่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3สำหรับบุคลากรของคณะแพทย์ฯ และหน่วยงานเครือข่ายของคณะแพทย์ จำนวน 55 คน ต่อเนื่องจากรุ่นที่ 1 และ 2 ซึ่งได้พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่สำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ ในอนาคตไปแล้วจำนวน 100 คน เมื่อปีที่ผ่านมา
ผมขอขอบคุณท่านคณบดี รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มอ. พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์ ศ.นพ.สงวนสิน รัตนเลิศ ท่านรองคณบดีทั้ง 2 ท่านซึ่งให้เกียรติผมและทีมงานเสมอ และขอชื่นชมที่ท่านเป็นผู้นำที่มีปรัชญาและความเชื่อเรื่องทุนมนุษย์ว่าเป็นทุนที่สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนความเป็นเลิศขององค์กร ซึ่งเป็นความเชื่อและศรัทธาที่ทำให้ผมมุ่งมั่นทำงานในเรื่องทุนมนุษย์ หรือ ทรัพยากรมนุษย์ มากว่า 35 ปี
โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3 จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรต่อเนื่องระยะยาว รวม 20 วัน โดยในช่วงที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2558
ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ
สรุปเนื้อหาการบรรยาย
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2558
นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ (1)
เรื่อง No Ordinary Disruption: The Four Global Forces Breaking All the Trends.
ไฟล์นำเสนอกลุ่ม 1
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ถ้าไปโยงเทรนด์เทคโนกับคณะแพทย์ก็จะดี
มีความชัดเจนด้านเทรนด์เทคโน มันกระทบคณะแพทย์ทุกด้าน
เทรนด์คณะแพทย์อยู่ที่ฐานข้อมูล อาจจะมีตำแหน่ง Data Scientist
เทรนด์มาแล้วเป็นคลื่นใหญ่ ต้องฉกฉวยโอกาสนำมาปฏิบัติ
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
นำเสนอดีมาก
ควรประยุกต์การพิมพ์ผลิตภัณฑ์ 3 มิติ เช่น สแกนสมองก่อนผ่าตัด
กลุ่มที่อยากทำเรื่องประกันสุขภาพ หนังสือเรื่องนี้กล่าวถึงบริการพื้นฐานฟรี และพรีเมี่ยม
ควรนำความรู้เราไปผสมเป็นความรู้ใหม่
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ครั้งที่สอง ควรเน้นการประยุกต์กับคณะ ว่ามีอุปสรรคอย่างไร อาจจะเป็นวิจัยในอนาคต
ไฟล์นำเสนอกลุ่ม 2
https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/103/510/original_psugroup2book6815.pdf?1438879015
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
รุ่น 1 และ 2 สนใจเรื่องนี้มาก
กลุ่มนี้วิจารณ์ผลต่อคณะแพทย์
ที่ญี่ปุ่นถือว่า อายุ 65-75 old young
ถ้าสะสมปัญญามาฝึกคนก็ได้ประโยชน์
Value Diversity เกิดจากคนต่างรุ่น คณะแพทย์ต้องมี teamwork ทั้งภายในและภายนอก อาจจะมีความหลากหลายชาติ วัฒนธรรม
ต้องเน้น 3V ในวิจัย
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
ขอให้ใส่หัวข้อภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้เรียนรู้ร่วมกัน
ไฟล์นำเสนอกลุ่ม 4
https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/103/509/original_group4textbook1psu3.pdf?1438878450
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เรื่องธรรมาภิบาล ทำอย่างโปร่งใส มอ.มีเรื่องนี้อยู่แล้ว
ต้องเก็บคนดีๆไว้ หาโอกาสใหม่ๆด้วย
ผู้นำต้องกล้าเปลี่ยนโลกทัศน์
ตอนนี้เยอรมนีเป็นผู้นำดูแลกรีซ
เยอรมนีลงทุนด้านอาชีวศึกษา
ไฟล์นำเสนอกลุ่ม 5
https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/103/508/original_G5thenext3billion.pdf?1438877614
อาจารย์วรวุฒิ โตมอญ
กลุ่ม 4 มีหลายประเด็น แต่ที่สำคัญคือการบริหารจัดการ
ควรนำข้อมูลมาทำเป็นฐานข้อมูลดำเนินการในอนาคต
กลุ่ม 3 มีการนำเสนอจุดแข็งและจุดอ่อน
ควรนำข้อมูลไปวางแผนคิดกลยุทธ์
กลุ่ม 2 เกี่ยวกับโครงสร้างประชากร มอ.จะทำสาธารณสุขเพื่อผู้สูงอายุอย่างไรบ้าง
กลุ่ม 1 สไลด์สุดท้าย ให้ผู้นำรับผิดชอบ ควรจะเป็นทุกคนมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในการคิด
ควรมีการวิจัยและพัฒนาสิ่งที่ยังไม่อยู่ในงานประจำ
วิชาที่ 11
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ”
โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
ตั้งแต่มี AEC การศึกษาไทยล้าหลังลง ถ้าระดับมัธยมจะเป็นอันดับ 8 ของอาเซียน ปัญหาคือการปฏิรูปการศึกษา
การปฏิรูปไม่ใช่ใครก็ทำได้ ต้องมีระบบคิดก่อนกาลเวลา ประเทศต้องการคนมีระบบคิด
1.ต้องค้นพบตัวเองให้เจอ
การศึกษาที่ดีต้องสอนวิธีการหาความรู้ชั่วชีวิต ทุกวันคือความรู้ การสร้างความรู้ต้องรักความรู้และเริ่มจากการรู้จักตนเอง
2.การพูดทำให้ประเทศเจริญ เรียนจากเรื่องหนึ่งมาปรับใช้อีกเรื่อง นักคิดเชิงกลยุทธ์สร้างความรู้ตลอดเวลา
3.การรับความรู้ทำให้คนฉลาดหรือโง่ก็ได้ ถ้าระบบคิดไม่ดี ก็จะเป็นโรคสำลักความรู้ คือรู้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่ทำเป็นต้องรู้ ซึ่งเป็นความผิดของระบบการศึกษา
บางทีตำราก็สอนผิด เช่น
S= Strength
W=Weakness
O=Opportunity
T=Threat
ต้องคิดว่าตนเองโง่ สงสัย แล้วคิด หาความรู้ คำว่า Threat ไม่ได้แปลว่า อุปสรรค แต่คือการคุกคาม
Product เจ๊ง ไม่ใช่อุปสรรค แต่เกิดจากภัยคุกคาม
เดินชนกำแพงถือเป็นอุปสรรค ถ้ายืนแล้วกำแพงถล่มใส่ถือว่าเป็นภัยคุกคาม
4.การบริหารข้อมูลและความรู้
บางทีข้อมูลข่าวสารถูก แต่มีการบิดเบือน เช่น การนำเสนอผ่านสื่อตกอยู่ใต้อิทธิพลผู้สนับสนุนรายการ
บางทีข้อมูลถูกแต่วิเคราะห์ผิด
บางทีข้อมูลถูก วิเคราะห์ถูกในปัจจุบัน แต่วิเคราะห์ผิดในอนาคต เช่นธนาคารแห่งประเทศไทยวิเคราะห์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนคงที่สามารถใช้ได้ 20 ปี ประเทศไทยเสียหาย
คนที่รู้จริงจับประเด็นหลัก 5% ชนะคนจับประเด็นย่อย 95% ได้ ซึ่งนำมาใช้กับการประชุมได้ ทำให้ประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำมาใช้เป็นกลยุทธ์ธุรกิจได้ เช่น มาตรฐานการรักษาที่มาจากความร่วมมือกันภายในโรงพยาบาล ถือเป็นกลยุทธ์ในการเป็นโรงพยาบาลระดับบน
การสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถือเป็น Organic Thinker
System Thinking ต้องมองเป็นองค์รวม
ระบบคิดเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด
ประเทศไทยทำแผนยุทธศาสตร์ไม่ค่อยดี มักเป็นแค่การทำตามเป้า KPIs
ในการบริหารจัดการทุกเรื่อง มี 2 เป้าหมาย ถ้าเป้าหมายองค์กรไม่ตรงเป้าหมายของลูกค้าก็จะอยู่ไม่รอด
การเข้าใจลูกค้าเป็นเรื่องยากเพราะสันดานเปลี่ยนบ่อย
กลยุทธ์ มีความสำคัญกว่า KPIs เช่น ธนาคารหนึ่งทำตาม KPIs ที่ให้บริการลูกค้าไม่เกิน 15 นาที อีกธนาคารหนึ่งเพิ่มกลยุทธ์สร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้า เปิดช่วงเย็น เสาร์ อาทิตย์ และไปเปิดตามห้าง ลูกค้าชอบ
คนฉลาดสามารถเห็นอนาคตได้และเข้าใจความต้องการลูกค้าในอนาคต ก็คือความสามารถในการวิเคราะห์อนาคตและการเปลี่ยนแปลง ต้องรู้เขารู้เราด้วย
คนที่รู้จักตัวเอง จะใช้สมองวิเคราะห์แล้วเลือกสวรรค์ เช่น คนหนึ่งคิดว่าเย็นวันศุกร์ วันเสาร์คือสวรรค์แต่เริ่มเครียดวันอาทิตย์เย็น และเครียดมากในวันจันทร์ แต่อีกคนมีความสุขทั้งศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ แสดงให้เห็นว่า คนฉลาดรู้จักตนเองถือว่าวันหยุดคือวันส่วนตัว และทำงานที่ตนเองเองรักและมีอนาคตจึงมีความสุข
บางคนไม่จบปริญญา แต่เป็น Organic Thinker ใช้สมองตั้งคำถามว่า ทำไม ทำให้เห็นอนาคต เห็นความเหมือนกันภายใต้ความแตกต่าง จำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมากที่สุด และเน้นการมองจากมุมลูกค้า และสามารถเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบันและอนาคต ทำให้เป็น Visionary Thinker
การเป็น Strategic Thinker สำคัญ คือต้องมีระบบคิด
วิชาที่ 12
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย.. ผลกระทบ การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทยศาสตร์ มอ.”
โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เวลามองประเด็นหลักต้องมองเป็นองค์รวม เป็นระบบเชื่อมโยง
ทฤษฎีเกม มาจากคำนวณบวกหมากรุก
1.คนฉลาดต้องหลีกเลี่ยงเกมศูนย์ซึ่งมีผู้ชนะและผู้แพ้ เล่นได้ถ้ามั่นใจว่าชนะ เล่นได้เมื่อหลังพิงฝา
2.คนฉลาดต้องเล่น Win-win แต่ฉลาดกว่าต้องเน้นให้ได้มากกว่า
3.คนฉลาดต้องหลีกเลี่ยง Negative Sum Game เพราะมีแต่สูญเสีย
ทฤษฎีสัมพัทธ์ บอกว่า ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีเงื่อนไข
Chicken Game คนปอดแหกหลบก่อน กรณีกรีซ ถ้าออกจากอียู ก็กระทบหลายด้าน หรือรีพลับบลิกันคัดค้านนโยบายโอบามา ประชาชนเดือดร้อน ไม่ว่าคัดค้านหรือไม่ โอบามาได้ประโยชน์
Group Thinking ฉลาดกว่า Individual Thinking
สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ มีปัญหาเขาพระวิหาร พอเปลี่ยนรัฐบาลเป็นยิ่งลักษณ์ ก็ไม่มีปัญหาเขาพระวิหาร เพราะเป็นพันธมิตรกับฮุนเซน
การที่สหรัฐและรัสเซียสะสมปรมาณูทำให้ไม่มีการรบกัน เพราะรู้ว่ารบกันก็จะตายทั้งคู่
เมื่อหมื่นปีที่แล้ว สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนคือค้นพบเครื่องมือเกษตร
200 ปีที่แล้วพบเครื่องมืออุตสาหกรรม
30 ปีที่ผ่านมาทั้งโลกและไทยเปลี่ยนแปลงมาก คนสนใจแต่ไอโฟน มีไอซิสเกิดขึ้น มีน้ำท่วมใหญ่ มีอาหารฟิวชั่น อาหรับสปริง กปปส. ทุกอย่างนี้เป็นเรื่องเดียวกันหมดคือไอที จุดกำเนิดยุคใหม่
ไอทีเป็นการผสมผสานระหว่างคอมพิวเตอร์และเทเลคอม
สมัยก่อนเก็บข้อมูลต้องใช้พื้นที่ทั้งหมด แต่ปัจจุบันทุกอย่างเก็บไว้ในไอโฟน แสดงว่า คอมพิวเตอร์สร้างมิติความจุ
ต่อมาคอมพิวเตอร์สร้างมิติความเร็ว สิ่งที่ทำให้ได้เปรียบคือภาษา ไม่ต้องรอฉบับแปล
คอมพิวเตอร์สามารถเรียกข้อมูลออกมา เป็นมัลติมีเดีย
เทเลคอมสร้างความกว้างมีอินทราเน็ต
Extranet บริหารองค์กรเครือข่าย เป็นแบบ Supply Chain เน้น Just in Time
เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงการเรียนและการแพทย์
โลกเปลี่ยนเร็วมากจึงต้องการคนพันธุ์ใหม่
ปี 1989 คอมมิวนิสต์ล่มสลาย หมายถึง เปลี่ยนจากเผด็จการทหารเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก หรือหมายถึงประเทศคอมมิวนิสต์แตกเป็นประเทศย่อยๆ เป็นประเทศเกิดใหม่ทั้งโอกาสและภัยคุกคาม
ตอนนี้มีคอมมิวนิสต์เต็มรูป 2 ประเทศคือคิวบา กับเกาหลีเหนือ จีนเป็นลูกผสมเพราะการเมืองเป็นคอมมิวนิสต์แต่เศรษฐกิจเป็นสังคมนิยม
โลกเปลี่ยน แต่ไทยยังเน้นการผลิตที่ใช้แรงงานราคาถูกจึงมีปัญหาต้มยำกุ้งในปี 1997
เกิดโลกาภิวัตน์ โลกขยายตัวในเรื่องระบบเลือกตั้งเพราะคอมมิวนิสต์ล่มสลาย
เปลี่ยนจากยุคทหารเป็นใหญ่ กลายเป็นนักธุรกิจมาเป็นใหญ่ ตรงกับยุคพลเอกชาติชาย เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า
โลกาภิวัตน์แผ่ไปทุกจุด อาหรับปสริงมาจากไอที ทุกคนเห็นเรื่องนี้กันหมด
การตลาดกลายเป็นเรื่องเดียวกับการเมือง
โลกาภิวัตน์ทางการเมืองเกิดการขยายตัวเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องค้ามนุษย์ มีการจัดตั้งหลักสูตรความเท่าเทียมกันของมนุษย์
โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนขึ้นกับต่างประเทศ ต้องมีการบริหารความเสี่ยง
มีต่างชาติเข้ามามาก ก็มีอาหารต่างชาติมากขึ้น
เวลาที่ฝรั่งเข้ามาอยู่นานแต่งงานกับคนไทยก็กินอาหารไทย คนไทยก็เริ่มกินอาหารฝรั่ง เกิดอาหารฟิวชั่นฟู้ดที่เป็นลูกผสมระหว่างอาหารฝรั่งรสชาติไทย เช่น สปาเก็ตตี้ผัดโหระพาใส่ปลาเค็ม
โลกาภิวัตน์นำไปสู่การเปิดเสรีคือแก้ไขกฎหมายให้ต่างชาติมาลงทุนได้
การแข่งขันทำให้เกิดปลาใหญ่กินปลาเล็ก
เพื่อให้อยู่รอดปลาเล็กหรือประเทศเล็กต้องรวมตัวกันแบบอียูจึงเกิดเป็น AEC
ปัญหาคือรัฐบาลไทยในยุคที่ผ่านไม่ได้มองอนาคต ไม่คิดว่าเมื่อเปิดเสรีอาเซียนจะมีสินค้าจากประเทศอื่นๆในอาเซียนที่ต้นทุนต่ำกว่ามาแข่งขัน จึงควรเปลี่ยนไปผลิตสินค้าระดับกลาง แต่ไทยก็ยังผลิตสินค้าระดับล่างเหมือนเดิมจึงเจ๊ง
มีความร่วมมือ GMS มี Corridor เส้นทางเชื่อมโยง รัฐบาลชุดนี้มีโครงการรถไฟความเร็วสูง นอกจากนี้เส้นทางเชื่อมโยงทำให้พื้นที่ในบริเวณนั้นมีราคาสูงขึ้น การค้าชายแดนขยายตัวพันเปอร์เซ็นต์ เกิดการขยายตัวเป็นเศรษฐกิจพิเศษ ในอนาคตคาดว่าจะมีการกำหนดเขตเศรษฐกิจแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก
อีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นเขตการค้าเสรี ASEAN+6 จะเปิดเสรีมากกว่าด้านสินค้า
อีก 15 ปีข้างหน้าไทยจะเป็นเขตการค้าเสรี APEC
ทำให้เกิดหลักสูตรต่างๆเช่น อาเซียน เอเปก ภาษาสเปน
โลกาภิวัตน์นำไปสู่การต่อต้านโลกาภิวัตน์ เช่นกลุ่มประเทศมุสลิม เพราะเคยมีประวัติศาสตร์คริสต์รบกับอิสลาม
โลกาภิวัตน์แพร่หลายโดยประเทศตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศคริสต์จึงเกิดการต่อต้านเช่น เหตุการณ์ 11 กันยายน ลามต่อมาเป็น ISIS
โลกาภิวัตน์ทำให้เกิดทุนนิยมสามานย์สร้างปัญหาทุกแห่ง ก็เกิดการขยายตัวของสิทธิมนุษยชน
โลกมีความขัดแย้งกันระหว่างความทันสมัยกับโบราณเพราะคนก็ยังชอบทั้งสองอย่าง ทำให้เกิดสินค้าฟิวชั่น หมอมาเรียนเศรษฐศาสตร์ข้ามศาสตร์ เพราะโลกข้ามมิติ
เมื่อโลกมีประเทศเกิดใหม่ที่ขยายตัวมาก ทำให้อุตสาหกรรมขยายตัวจึงปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์มากขึ้น ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายมาก น้ำท่วม ที่ดินทำกินน้อยลง ทำให้บุกรุกพื้นที่ป่า ทำให้มีโรคจากสัตว์มากขึ้น ทำให้คนตายมากขึ้นเนื่องจากโรคติดต่อ
ความเกี่ยวข้องกับคณะแพทย์
จะมีคู่แข่งมากขึ้นเพราะสิงคโปร์ มาเลเซียจะมา take over กิจการโรงพยาบาล
แต่โรงพยาบาลไทยก็จะขยายตัวไปต่างประเทศมากขึ้น
โรงพยาบาลต้องปรับตัวให้เป็นมากกว่าโรงพยาบาล เช่น ปรับปรุงให้สวยเหมือนโรงแรม มีร้านอาหาร มีดนตรี มีโปรแกรม Preventive เชิงป้องกันโรค
โรงพยาบาลก็อาจขยายเป็นมหาวิทยาลัยด้วย คนเดินทางมามาก ทำให้เกิดการบริโภคมาก
ต้องมีการเตรียมพร้อมด้านภาษาเพราะจะมีชาวต่างชาติเข้ามามาก
หมอและพยาบาลต้องเรียนรู้ไอที
มีโรคใหม่ๆมามาก มีการขยายตัวของโรคระบาด
หมอก็ต้องรู้กฎหมาย
ประเทศไทยจะมีประชากรสูงวัยมากขึ้น แต่มีรายได้น้อยลงเพราะการลดกำแพงภาษี จะต้องปรับฐานภาษีอื่นๆ
ทุกประเทศในโลก ฝ่ายค้านกำลังขยายตัว
ประเทศที่ฉลาดก็จะรู้ตัวเอง ไม่ต้องรอให้คนไล่ออกจากตำแหน่ง แต่ลาออกเอง
สิ่งสำคัญคือผลประโยชน์ส่วนตัวสอดคล้องกับผลประโยชน์ส่วนรวม นี่ถือเป็นจริยธรรม
หัวใจการบริหารจัดการคือคุณภาพการศึกษา
คำถาม
ขอให้วิเคราะห์อนาคต
ตอบ
จะมีคู่แข่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ทำให้ต้องปรับปรุงและรักษาคุณภาพ ต้องขยายการบริหารจัดการ
ติดตามผลงานความคืบหน้าของงานออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 1
(ยืนยันหัวข้อโครงการที่จะศึกษาฯ และวิธีการเก็บข้อมูลเชิงการวิจัยเพื่อหาความจำเป็นและหลักการและเหตุผลในการดำเนินโครงการ)
โดย อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
กลุ่ม 2 นำเสนอโครงการ Check-up Center
วัตถุประสงค์คือเพื่อให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีแก่ผู้รับบริการโดยเฉพาะ
กลุ่มเป้าหมาย
- บุคคลในวันทำงานในจังหวัดสงขลา
- บุคลากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
รูปแบบการให้บริการ
- Walk in..Check up
- Mobile..Check up
- โปรแกรมการตรวจสุขภาพ
- กลุ่มผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
จุดคุ้มทุนคืออะไร
มีปัจจัยแทรกคือ ลดราคาค่าตรวจให้บุคลากรคณะแพทย์มาตรวจ บางรายก็ไม่มา มีปัจจัยใดในการตัดสินใจให้มาตรวจสุขภาพ
ถ้ามองว่าเป็นสวัสดิการ มันจะดึงดูดบุคลากร
อาจจะต้องทำการศึกษาเปรียบเทียบกับของที่อื่นว่ามันดีหรือไม่
มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ว่าเงินเป็นปัญหาที่แท้จริง
ตอนนี้ตั้งเป้าหารายได้แต่กระทบคนนอกและบุคลากร
ควรทำการสำรวจโดยสุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับปัจจัย อาจกำหนดเกณฑ์แล้วให้ผู้ตอบเลือกหรือให้คะแนนเพื่อเรียงลำดับความสำคัญ
การใช้ราคาถูกเป็นปัจจัยดึงดูดอาจจะไม่สามารถยืนยันความสำเร็จได้
ในขั้นต่อไปควรระบุว่าเป็นนวัตกรรมอย่างไร
มีตัวชี้วัดอะไรว่าคณะแพทย์จำเป็นจะต้องหาเงินเพิ่ม
อาจจะนำความคิดอาจารย์สมชายมาใช้เช่น One-stop service
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
โครงการนี้เป็นการเพิ่มรายได้ ควรเพิ่มสิ่งใหม่เช่น Premium Check-up Center ถ้าไม่ต้องให้กว้างมาก ต้องเน้นไปกลุ่มที่พร้อมจะจ่ายเงิน เช่นนักกีฬา ผู้สูงอายุเพราะยังมีรายได้ เพื่อทำให้การทำงานง่ายขึ้น
ถ้ามีการติดตามให้คำแนะนำ ดูแลต่อเนื่องก็น่าสนใจ
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
อาจจะต้องเลือกกลุ่มลูกค้า Walk-in ว่ามาเพราะอะไร
ควรเน้นใช้บริการเป็นตัวนำ
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
อาจเน้นจุดเด่น เช่น หมอเก่ง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นด้านที่มีคนไข้มากอยู่แล้ว
ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวาณิช
โครงการเชิงนวัตกรรม ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า นวัตกรรมคือทำใหม่หมดเลย หรือต่อยอดจากของเดิม
ต้องค้นหาสาเหตุ คิดแล้วจะต้องเป็นนวัตกรรมด้วย
ควรใช้กลยุทธ์อาจารย์สมชายและวิธีอาจารย์จีระ มาค้นหาปัญหาให้ชัดเจน
การทำงานวิจัยต้องตั้งสมมติฐาน หาเหตุผล ทำแล้วได้อะไร ถ้าทำไม่ได้แล้วจะเกิดอะไร
ควรได้ดูกรณีศึกษาในอดีต อาจจะไปดูบทสรุปผู้บริหารแล้วคัดเลือกมาอ้างอิง
ต้องถามผู้บริหารว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาหรือไม่ ถือเป็น pre-test
ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ เช่น ทำ Qualitative ออกสัมภาษณ์เก็บข้อมูล ถ้าทำ Quantitative ก็ดูว่ามีวิจัยจำนวนเท่าไรที่สนับสนุนการศึกษา
ต้องเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ของโครงการวิจัยที่ทำอยู่
กลุ่ม 5 นำเสนอโครงการ Mobile Screening Services (MSS)
หลักการและเหตุผลในการดำเนินโครงการ
- ประชาชนขาดโอกาสในการรับบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น
- เน้นการรักษา มากกว่า การตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น
- มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ จำเป็นต้องยืนได้ด้วยตนเอง
วิธีการเก็บข้อมูลเชิงการวิจัย
- Review literature
- แบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย ตั้งที่ OPD ว่าสนใจแค่ไหน
- สอบถามผู้นำชุมชน
มีการตรวจเลือด ปัสสาวะ เอ็กซเรย์ปอด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เมื่อพบปัญหา ก็ให้ผู้ป่วยกลับไปที่โรงพยาบาลได้อีก
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
วัตถุประสงค์ทำเพื่ออะไร
กลุ่ม 5
เพื่อช่วยชาวบ้านที่ไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้ คล้าย Delivery และแก้ปัญหาที่จอดรถเมื่อมาโรงพยาบาล
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
อาจหากลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยบางโรค
ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร
กลุ่ม 5
ค่าใช้จ่ายแพงกว่า
เป็นการเจาะกลุ่มประชาชนที่สนใจ
อาจจะหามูลนิธิมาสนับสนุน
จะต้องสุ่มตัวอย่างกลุ่มเป้าหมายก่อนออกตรวจ
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
นวัตกรรมคือคิดใหม่ ทำใหม่ หรือนำของเดิมมาต่อยอดเพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจหรือสังคมได้
สามารถแบ่งเป็นสำหรับตรวจผู้มีกำลังที่จะจ่าย กับช่วยเหลือทางสังคมแก่คนที่มาโรงพยาบาลไม่ได้
นวัตกรรมอาจจะไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องเงินเสมอไป
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
โครงการนี้อาจสอดคล้องกับกลุ่ม 1
อาจจะไม่มุ่งเน้นการหารายได้เท่าไร
อาจจะต้องมีการทำสำรวจเบื้องต้นว่าลูกค้าเห็นว่าดีหรือไม่
ควรจะต้องมีการประกันคุณภาพด้วย
ควรจะเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
อาจจะหาพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล หมอไปออกตรวจ และมีบริการครบวงจรพร้อม
แนวคิดดีมาก แต่ยังไม่ออกเป็นเชิงนวัตกรรม
เป็นการให้บริการและหารายได้ให้โรงพยาบาลด้วย
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
อาจจะไปเน้นแนว CSR เน้นบริการสังคม จะชัดเจนกว่า
ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวาณิช
จากการแลกเปลี่ยนความเห็น เกิดการกระเด้งแบบดร.จีระ
ควรเริ่มจากกลุ่มพรีเมี่ยมก่อน ตอบโจทย์นวัตกรรมก่อน แล้วนำแบรนด์ไปทำเป็นบริการสังคม
กลุ่ม 1 นำเสนอโครงการมอ: ประกันชีวิต
ความเป็นมา
เนื่องจากคนทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งอนิจจังคือความไม่เที่ยง เราไม่รู้ว่าเราจะป่วยเมื่อใด ตายเมื่อใด คนเราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีความกลัวอยู่อย่างหนึ่ง คือ กลัวตาย
ความกลัวตายมี 2 อย่าง คือ
1.กลัวว่าจะต้องตายเร็วเกิน
2.ตายช้าเกินไปตัวเองจะเดือดร้อนเพราะเมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา หรือเจ็บป่วย
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นองค์กรให้การบริการทางการแพทย์ จึงเห็นว่าการที่คณะแพทยศาสตร์ จะสามารถดำเนินการและบริหารจัดการให้บริการทางด้านการรักษาได้อย่างสมบูรณ์และเป็นที่ไว้วางใจของผู้รับบริการ โดยมีรูปแบบของการประกันสุขภาพ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้รับบริการ
วิธีการ
1.รูปแบบขององค์กรเป็นองค์กรอิสระ บริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านประกันและการเงิน มีที่ปรึกษาจากภายนอก
2.กลุ่มเป้าหมายคือเด็กและประชาชนทั่วไป
3.พันธมิตรทางการบริการ
3.1 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ กรณีนอนโรงพยาบาล หอผู้ป่วยพิเศษ(ประกัน)
3.2 คลินิกต่างๆ แพทย์ประจำ มอ.
3.3 ศูนย์ตรวจ Lab ภายใต้การควบคุมจากแพทย์ มอ. ภายใต้การควบคุมคุณภาพจากโรงพยาบาล
สงขลานครินทร์
4.รูปแบบประกัน ประกอบด้วยประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
ชอบโครงการนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง
ประกันชีวิต ตายแล้วต้องจ่าย โรงพยาบาลสามารถจ่ายได้หรือไม่
ถ้าทำประกันชีวิต ต้องไปค้นข้อมูล ถามข้อมูลจากฝ่ายการเงินโรงพยาบาล
โครงการนี้มีนวัตกรรม แต่ทำยาก
แต่ถ้าทำ ก็จะเป็นประโยชน์มหาศาล
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
ทำไมคนไม่ทำประกัน
ประกันมีขายกันมาก ต้องศึกษาว่าทำไมคนเลือกที่จะทำหรือไม่ทำประกัน ต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน
ปัญหาคือต้องบริหารให้คุ้ม ทำอย่างไรให้คนไม่ป่วย
ต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านประกันมาช่วยสนับสนุนดำเนินงาน
ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวาณิช
เป็นแนวคิดที่ดี
งานวิจัยนี้แก้ปัญหาว่าถ้าเป็นองค์กรอิสระเพื่อแก้ปัญหาการหารายได้ใช่ไหม
ต้องดูวัตถุประสงค์หลักว่างานนี้สนับสนุนวัตถุประสงค์ดังกล่าวหรือไม่
ควรคิดต่อไป ค้นหาว่าปัญหาที่จะต้องแก้ไขมีอะไรบ้าง
ควรไปศึกษาเรื่องประกันก่อนทำโครงการนี้
ขอให้คิดต่อในลักษณะ Policy Thesis
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
อาจจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติม
ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวาณิช
ตามหลักแล้ว โครงการนี้มีกำไรอยู่แล้ว ร้อยคนจะมีไม่กี่คนที่ป่วย เขาต้องพยายามดูแลสุขภาพ
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
ควรไปศึกษาธุรกิจประกันชีวิต หรือทำร่วมกับโครงการคนไข้กลุ่มพรีเมี่ยม
กลุ่ม 3 นำเสนอโครงการ Sritrang Health Marketing and Service Complex
ปัญหาที่พบคือ ที่พักญาติคนไข้มีราคาแพง โรงพยาบาลมีปัญหาที่จอดรถ ขาดอุปกรณ์การแพทย์
การจัดโซนพื้นที่ในการบริหารจัดการ
1.เพื่อให้ผู้ป่วยใช้หมุนเวียนใน Complex และที่บ้าน
2.ลงทะเบียนผู้ป่วย และหน่วยคัดกรองอาการเจ็บป่วย
3.จัดสวัสดิการที่นอนที่พัก แยกห้องคนไข้ติดเชื้อ
4.รถรับส่ง และสาธารณูปโภคต่างๆ
5.มีบริการทางการพยาบาล อาหารทางสายยาง
6.หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 / 1700
7.พื้นที่จำหน่ายอาหาร
8.อุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาถูก หมุนเวียนให้ยืม
9.ด้านปลอดภัยของอาคาร วงจรปิด
10.บุคลากรดูแลอาคาร (เพิ่มรายได้)
11.เจ้าหน้าที่ รปภ. 24 ชั่วโมง (เพิ่มรายได้)
12.การเรียนการสอน การวิจัย
13.Upgrade => อาคารเย็นศิระ
กลุ่มเป้าหมาย
1.ผู้ป่วยและญาติที่มารับบริการ ที่มารับบริการ รพ.สงขลานครินทร์ และรพ.ใกล้เคียง
2. ผู้ที่ต้องการที่พักเพื่อรับบริการทางการแพทย์ เช่น มารอรับการตรวจ วินิจฉัยทางการแพทย์ มาเยี่ยมผู้ป่วย มาเฝ้าไข้
งบประมาณมาจากที่ดินที่เจ้าของอุทิศทำประโยชน์เพื่อการกุศล
งบก่อสร้างและครุภัณฑ์มาจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ คหบดีในภาคใต้ มูลนิธิ สมาคม สโมสร
มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
โครงการนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์คือเป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศระดับนานาชาติ เพื่อสังคมไทย และพันธกิจคือให้บริการด้านรักษาพยาบาลจนถึงระดับเหนือกว่าตติยภูมิ (Super-tertiary care) ด้วยจิตวิญญาณ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ภายใต้ปรัชญาชี้นำ “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” รวมถึงเป็นไปตามยุทธศาสตร์การสร้างคุณค่าให้สังคม (Create Social Value, CSV)
มีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามเพื่อนำไปเป็นข้อมูลสำหรับโครงการที่จอดรถ และที่พัก สำหรับผู้มารับบริการจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
บริหารจัดการงบประมาณอย่างไร แต่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี อาจไปสัมภาษณ์นักธุรกิจ อาจจะมีการบริจาคก็ได้
อาจจะนำเว็บไซต์มาเสริม
อาจจะไปร่วมกับโครงการอื่นๆที่มีแล้ว
ดร.สร้อยสุคนธ์
เป็นต้นแบบข้อเสนอโครงการวิจัย ขอให้กลุ่มอื่นไปปรับตาม
ความคิดเป็นนวัตกรรม
เป็นการที่ช่วยสังคมที่ดีมาก
เข้าพันธกิจโรงพยาบาลชัดเจน
โครงการไม่ยาก มูลนิธิ สมาคมต่างๆก็อยากช่วยอยู่แล้ว นี่เป็นปัญหาของโรงพยาบาลหลายแห่งอยู่แล้ว
สามารถเช่าสถานที่ในระยะยาวได้ อาจจะลดต้นทุนลงทุนได้
อาจจะยืมบางอย่างจากมูลนิธิ
พันธมิตรดี
ควรนำเงินลงทุนหลายโรงพยาบาลมาช่วย ควรเป็นเงินลงทุนร่วม แต่บริเวณต้องใกล้กัน
การ reuse อุปกรณ์ดีมาก ควรเปิดหน่วยรับบริจาคอุปกรณ์ สามารถช่วยสังคมได้ทันที
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
ค่อนข้างจะคิดรอบด้าน
ถ้าทำไม่ได้ ก็อยากให้งานวิจัยนี้ไปใช้อย่างอื่นได้ เช่นทำเป็นฐานข้อมูลไปต่อยอดโครงการอื่นๆ
ถ้าออกแบบสอบถาม อาจเปิดกว้างก็ได้ ไม่จำเป็นต้องถามตรง อาจจะเน้นการดูปัจจัยแวดล้อมอื่นๆด้วย
ควรจะเจาะจงกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน อาจจะมีการทำเป็นหลายระยะตอบโจทย์ลูกค้าในกลุ่มที่แตกต่างกันไปด้วย
ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวาณิช
บางทีเราสำรวจผ่าน Address Account ได้
ควรจะไปคิดโอกาสพิเศษถวายในหลวงด้วย จึงจะดี
กลุ่ม 4 นำเสนอโครงการ International Collaboration of Faculty of Medicine, Prince of Songkla University & University of Washington
ทางมหาวิทยาลัยมีความร่วมมือทั้งระดับคณะและมหาวิทยาลัยกับประเทศในเอเชียและอื่นๆ
เป็นการเปิดโลกทัศน์เรียนรู้ประสบการณ์ต่างประเทศเพื่อนำมาปรับใช้
เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้การรักษาโรค
อยากให้ประเทศอื่นพัฒนาไปสู่การทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
การทำโครงการนี้มีปัญหาอะไร
จุดแข็งของมหาวิทยาลัยนี้ที่จะตอบโจทย์มอ.มีอะไรบ้าง
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
ควรทำเป็นโครงการร่วมมือวิจัยแต่เลือกมหาวิทยาลัยนี้เป็น Pilot Project ก่อน
แนวคิดดีมาก
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
ควรจะค้นหาว่าทำไมต้องทำกับมหาวิทยาลัยนี้
ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวาณิช
ควรทำ SWOT ของทั้งสองมหาวิทยาลัย
มอ.ต้องนำเสนอของดีให้ University of Washington รับทราบด้วย
ผศ.กิตติ ชยางคกุล
ขอให้ปรับหัวข้อ หรือเก็บข้อมูลเพิ่มเติม นำมาประมวลในช่วงที่ 3
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2558
วิชาที่ 13
กิจกรรมรักษ์ใจ – รักษ์กาย (1)
โดย อาจารย์ณภัสวรรณจิลลานนท์และ อาจารย์กิตติภพ สังฆกิจ
มีรายละเอียดในลิ้งค์นี้
https://fbcdn-video-c-a.akamaihd.net/hvideo-ak-xtf...
https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/10...
ที่มา: https://www.facebook.com/ChiraHongladarom?fref=ts
ที่มา: https://www.facebook.com/warawanna?fref=nf&pnref=s...
อ้างถึงใน https://www.facebook.com/a.chiraacademy?fref=nf
https://www.facebook.com/ChiraHongladarom/videos/1...
วันที่ 7: วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2558
วิชาที่ 14
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ "ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทย
กับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทยศาสตร์ มอ."
โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
ผศ.ชเนฏฐวัลลภ ณ ขุมทอง
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ผศ.ชเนฏฐวัลลภ ณ ขุมทอง สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลาที่หมอรักษาคนไข้ คนทั่วไปเข้าใจว่า หมอต้องรักษาได้ทุกโรค ในความเป็นจริงแล้ว หมอไม่สามารถจะรักษาได้หมดทุกโรค หมอรักษาได้แค่ 20% ส่วนอีก 80% คือร่างกายและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่จัดการกับโรค แสดงถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
โรคก็เหมือนเศรษฐกิจ ทุกวัน โรคเปลี่ยน เชื้อโรคมีการกลายพันธุ์ และแพร่กระจายไปในทุกพื้นที่ เช่น ซาร์ส เมอร์ส
แสดงให้เห็นว่าระบบสุขภาพที่กำลังจะพัฒนาต่อไป หมอจะรับผิดชอบได้ไม่ง่ายนัก เพราะสิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
เวลาเตรียมการในอนาคต ต้องใช้ประสบการณ์และสิ่งอื่นๆอีกมากมาย เพราะมันไม่มีทางที่จะเป็นไปตามทฤษฎี
ดังนั้น ไม่ควรฝากความหวังไว้ที่ผู้เชี่ยวชาญ
แนวทางปฏิบัติในการรักษาไม่ได้หมายความว่า ใน 20% ที่รักษาได้ ไม่ใช่คนไข้ 100 คน สามารถรักษาได้ทุกคนหายทั้งหมด 100% ทั้งนี้เป็นเพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ตอบสนองต่อโรคไม่เหมือนกัน พันธุกรรมทางด้านเภสัชต่างกันมาก
เวลาไปหาหมอที่อังกฤษ ถือเป็นการปรึกษา ขอความรู้จากหมอ เสียค่าหมอ แต่ไม่ได้ยากลับมา พอนักศึกษาไทยไปเรียนที่อังกฤษ ไปหาหมอ แต่หมอไม่ได้ให้ยา จึงถามว่าต้องจ่ายเงินด้วยหรือ ในขณะที่นักศึกษาไทยในสหรัฐอเมริกาไปหาหมอ ได้ยามาด้วย จึงผูกพันว่าค่ารักษาต้องมียาด้วยถ้าเป็นโรคที่รักษาได้ จึงเป็นสาเหตุของการใช้ยา
ระบบสุขภาพมีหลายระบบ ต้องใช้ให้เหมาะสม มีจุดเด่นและจุดด้อยในการรักษาอย่างไร
ระบบสุขภาพอังกฤษมีปรัชญาว่า โรคบางโรครักษาไม่ได้ แต่ให้คำแนะนำในการแก้ไขพฤติกรรมของคนไข้
ระบบสุขภาพของไทยอยู่ในระบบเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ได้อยู่ในระบบสุขภาพเดิม เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถรักษาด้วยการแพทย์อย่างเดียว เมื่อระบบออกมา ก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม และต้องพยายามแก้ไขตลอดเวลา แม้ว่าจะมีการออกแบบหรือค้นคิดอย่างดีมากเท่าใดก็ตาม
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
10 Megatrends 2015 by John Naisbitt (แนวโน้มอนาคต)
- Aging Society เช่นสวีเดน คนวัยทำงาน 1 คนเสียภาษี เลี้ยงคนแก่ 7 คน แต่คนไทยไม่ยอม
- NCD (Non Communicable Disease) โรคที่มาจากพฤติกรรม คนไทยเป็นโรคหาเรื่องตาย
- NED (New Emergence Disease) โรคอุบัติใหม่ ยังไม่มียารักษา
- Climate Change ตอนนี้หาดใหญ่มี 3 ฤดูกาล ในวันเดียวกัน เมืองไทยก็มีทั้งน้ำท่วมและภัยแล้วมีผลกระทบต่อระบบสุขภาพ
- Digital Technology หมอรุ่นน้องที่จุฬา ต้องผ่าตัดผ่านวีดิโอ ทำให้ผ่าตัดได้มีคุณภาพ
- Virtual World คนแยกไม่ออกระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือน ตอนนี้ระบบสุขภาพอยู่ในมือคนไข้
- Borderless World โลกตะวันตกเน้น Economy of Scale ใครใหญ่ใครอยู่ ทุกประเทศรวมตัวกัน เช่น ASEAN, EU แต่คณะแพทย์มอ.ไม่จำเป็นต้องใหญ่สุด อาจจะเน้น Economy of Speed ปรับตัวเร็ว และ Economy of Scope
- Multiple-Answers
- Competition เทียบเคียงกับระดับโลก
- Diversity ความหลากหลาย
We+Manage+Organization= Stakeholders
1. We เราต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
2. Manage บริหารความเสี่ยง มอ.ควรบริหารพื้นที่ติดถนนแต่มีหญ้าคลุม คณะแพทยศาสตร์ มอ.ต้องบริหาร
3. Organization คือคณะแพทยศาสตร์ มอ.
คณะแพทยศาสตร์ มอ.ควรบริหารจัดการเพื่อลูกค้าในปัจจุบันซึ่งไม่ใช่แค่คนไข้เท่านั้น
We (เรา) ต้องมี Knowledge (K), Skill (S) และ Attitude (A)
ปัญหาคือ คนไทยขาดพื้นฐาน ไปเน้นทักษะ (แปลงความรู้พื้นฐานนำมาใช้) ก่อน แต่ขาดความหวัง จึงไปไม่ถึงความเป็นเลิศ
ทำ (Manage) ต้องมีPlan, Action และ Control (แลกเปลี่ยนเรียนรู้)
องค์กร (organization) เป็นองค์กร Adaptive
ล้อ 1 marketing
ล้อ 2 product
ล้อ 3 Finance ต้องมองเงินนอกงบด้วย
ล้อ 4 HR คน ต้องมีปิยวาจา ต้องทำงานเป็นทีม
ล้อ 5 back up system ประกอบด้วย Infrastructure และInformation
Stakeholder ได้แก่
1.General Audience คนทั่วไปที่จะเป็นลูกค้าในอนาคต ต้องให้ข้อมูลเข้าได้
2.Government รัฐบาล
3.Media สื่อมวลชน คนไทยเรียนจากหนังสือพิมพ์
4.NGO คือคนเก่งที่ไม่มีเส้น เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ต้องนำมาเป็นแนวร่วมมากขึ้น
5.Alternative Finance เงินนอกงบ ต้องคิดเรื่องนี้
6.Peer เพื่อน ต้องมีการเทียบเคียงกับโรงพยาบาลทุกแห่ง
7.Internal คนในองค์กร
ปัญหาคือ โรงพยาบาลเน้นด้าน Supply จึงกลายเป็นของดีที่ไม่มีใครต้องการ ควรจะดู Demand ด้วย
ช่วงคำถาม
กลุ่ม 1
ประทับใจอาจารย์มาก คณะแพทย์ต้องทำ 2 อย่างเพื่อเข้า AEC ไม่ใช่แค่ภาษา แต่ต้องปลดล็อกให้คนต่างชาติเข้ามารักษา เราคิดค่ารักษา 2 เท่า ควรเปิดเป็นโรงพยาบาล AEC แต่ยังขาดความพร้อม ควรโปรโมทการตลาด
ส่วนในเรื่องยา เวชภัณฑ์ ถ้ามองคุณภาพการรักษา cost เป็นการต่อรองเพื่อคุณภาพ
สาธารณสุขไม่ใช่แค่ธุรกิจ ต้องมีจรรยาบรรณมาเกี่ยว
ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ เราต้องทำให้คนนอกรู้จักมอ. การประชาสัมพันธ์ในระบบสาธารณสุขทำได้จริงไหม ผิดหรือไม่
กลุ่ม 2
- โดยเนื้อแท้นโยบาย 30 บาทดีหรือไม่ ผลปัจจุบันทำให้ระบบสาธารณสุขล้มเหลว ป้องกันได้ไหม
- สายเกินไปไหม จะหันไประบบการรักษาเชิงป้องกัน มีอุปสรรคอะไร
- Nutshell และ Paradox คืออะไร
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
Nutshell พูดเน้นเนื้อหาหลัก
Paradox มีทางเลือกที่ถูกเกิน 1 อย่าง
กลุ่ม 3
ตอนนี้สาธารณสุขดีขึ้นเรื่องเครือข่าย ทำให้มหาวิทยาลัยเราออกนอกระบบ เราต้องทำตามนโยบาย แต่โรคมะเร็งคนไขไม่มีสิทธิ์ในการเลือกการรักษา การที่เปิดเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ แต่ไม่มีทางเลือกให้คนไข้ในการรักษา ตอนนี้มีพม่ามารักษาตัวซึ่งก็ใช้ระบบ 30 บาท เราก็ต้องแบกรับด้วย เราควรเปิดโอกาสให้มีทางเลือกรักษาสำหรับคนไข้สิงคโปร์และยุโรป รวมทั้งคนไข้ที่มีกำลังจ่ายสูง แต่พวกนี้ก็มุ่งไปรักษาที่กรุงเทพ
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กองทุนหมู่บ้านมีดีและเสีย เก็บข้อดีไว้แล้วแก้ข้อเสีย แต่ไม่ควรจะยกเลิกทั้งระบบ มันดีตรงที่เป็นการกระจายความรู้
ที่คุณหมอพูดมีประโยชน์
ควรคิดทำวิจัยเชิงสหวิทยาการ
กลุ่ม 4
เห็นสอดคล้องกับกลุ่มต้นๆ แท้จริงแล้วระบบ 30 บาทประสบความสำเร็จจริงไหม โมเดลที่แท้จริงคืออะไร
ในมุมมองผู้ให้บริการ เห็นประชาชนต่างจังหวัดมาใช้สิทธิ์ 30 บาท แต่คนมีฐานะดีก็ยังมาใช้สิทธิ์ 30 บาท ทำอย่างไรให้เขามีทางเลือก เก็บ 30 บาทให้คนจน และคนมีฐานะดีเสียสละไปใช้การรักษาอื่น ทำอย่างไรคนต่างชาติที่มาทำงานในไทยจะมีสิทธิ์รักษา
กลุ่ม 5
พระราชบัญญัติกองทุนแห่งชาติ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมใช่ไหม
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
ระบบประกันสุขภาพในไทยมี 3 ระบบ
สำหรับราชการ มีต้นทุน 20,000 บาท ต่อหัวต่อคน
เอกชนใช้ประกันสังคม มีต้นทุน 9,000 บาท ต่อหัวต่อคน
อื่นๆที่ไม่มีหลักประกันใดๆ คิดเป็น 42% มีต้นทุน 1,700 บาท ต่อหัวต่อคน
เกิดผลในโรงพยาบาลที่ใช้ระบบ 30 บาท ทำให้มีคนไข้เพิ่มขึ้น ทำให้มีต้นทุนเพิ่มเป็น 2,700 บาท ต่อหัวต่อคน
จริงๆโรคต่างๆไม่ใช่อยู่ในความรับผิดชอบของหมอแต่มาจากพฤติกรรมคนไข้ที่ทำให้เกิดโรค เพราะฉะนั้นจะต้องมีการป้องกันโรคด้วย (Preventive Medicine Movement)
ข้อเสียของ 30 บาทคือจ่ายตามหัว แล้วมีการนำไปใช้ทางที่ผิด คนนั่งรถ 400 บาทเพื่อมาจ่ายค่ารักษา 30 บาท
ข้อ 1 ตอนนี้เราพบกันครึ่งทางเป็น Social Enterprise ผสมกับการทำธุรกิจและการทำบุญ
มอ.เป็น Social Enterprise ได้ แต่ต้องสร้างสมดุล
ข้อ 2 ทางที่เลือกท่านคิดว่าทำไม่ได้ ในความเป็นจริงมีทางเลือก ไม่มีคำตอบถูกข้อเดียว แต่ต้อง trade off อย่าตั้งโรงพยาบาลโดยมีหมอก่อน แต่ต้องดูว่ามีลูกค้าก่อน
โรงเรียนแพทย์ในไทยใช้ระบบพี่สอนน้อง (Guide on the side) จึงชนะเลิศ
ควรทำตัวเป็นกึ่ง NGOs คือกระตุ้นตัวเอง (self-motivate) ให้คิดและทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
ควรคิดว่า คณบดีในอนาคตควรมีคุณสมบัติอย่างไร จะได้ทำ Succession Plan
ผศ.ชเนฏฐวัลลภ ณ ขุมทอง
มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นแห่งเดียวในโลกที่มีโรงเรียนแพทย์ 2 โรงเรียนในที่เดียวกัน เป็นไปได้เพราะกลุ่มที่ตั้งรามาเพราะคิดว่าศิริราชไม่อนุญาตให้ทำ นี่เป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้
North Carolina มีโรงเรียนแพทย์ 2 แห่งในมหาวิทยาลัยเดียวกัน คือ โรงเรียนแพทย์ ดูแลระบบสุขภาพเอกชน และโรงเรียนแพทย์ดูแลระบบสุขภาพรัฐ
ในสังคมไม่ใช่มีคำตอบที่ถูกคำตอบเดียว
สังคมเปลี่ยนตลอดเวลา สังคมอเมริกามีรัฐธรรมนูญฉบับแรกฉบับเดียวแต่มีการแก้ไขหลายครั้ง
หลายคนมองว่า ประเทศไทยคอรัปชั่นอยู่ในสายเลือด แต่หลายคนมองว่า ประเทศไทยไม่ได้มีคอรัปชั่นอยู่ในสายเลือด
ตอนนี้ยุโรปมองไทยว่ามีความคิดสร้างสรรค์มากและมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว มาพร้อมกับความไม่มีวินัย
ระบบ 30 บาทดีไหม
เมื่อเปรียบเทียบระบบการเดินทาง ก็ไม่มีระบบไหนที่ดีที่สุด แต่ละระบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันไปตามเงื่อนไข
ระบบ 30 บาทก็เหมือนกัน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ระเบียบบริหารจัดการระบบ 30 บาทไม่ใช่ว่าดีที่สุด ควรวิจัยอีกว่าจะตั้งราคาอย่างไร price กับ value ต่างกัน
สามารถเปรียบเทียบกับออกซิเจนซึ่งมีราคา 0 บาท ปิดห้องแล้วดูดออกซิเจนออก คนก็ต้องจ่ายโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อให้ได้ออกซิเจนออกมา
กลไกราคาคุมระบบสุขภาพแม้ไม่พอใจก็ตาม
ระบบทุนนิยมเสรีเน้นราคา สินค้าเดียวกันราคาแตกต่างกันตามพื้นที่ จึงหาราคาเหมาะสมได้ยากมาก
ระบบสุขภาพไทย หมอ ทำงานบนพื้นฐานราคาทั้งนั้น จะต้องหาราคาให้ได้
ระบบคอมมิวนิสต์จัดสรรทรัพยากรแย่ แต่กระจายทรัพยากรดี
ระบบสุขภาพไม่มีระบบไหนที่ดีที่สุด
ระบบ 30 บาท ดีสำหรับชาวบ้าน แต่ไม่ดีสำหรับผู้บริหารและผู้เสียภาษี
การป้องกันไม่ให้คนรวยมาใช้สิทธิ์ 30 บาททำได้ยากเพราะนิสัยคนไทยมีเล่ห์เหลี่ยม
ระบบประกันสังคมมาจากภาษี 1 ใน 3
ระบบสุขภาพ จึงเป็นคนร่วมจ่ายด้วย
ควรเลิกระบบสุขภาพราชการ ไม่ดีต่อประเทศ
ระบบที่ดีต่อประเทศก็คือคนร่วมจ่ายด้วย
เราจำเป็นต้องใช้แรงงานอพยพ อาจจะต้องคุยในระดับอาเซียนเรื่องระบบสุขภาพของคนกลุ่มนี้
ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ ควรให้ข้อมูลครบถ้วนถูกต้องตามความเป็นจริง แล้วจะทำให้การแพทย์ไม่กลายเป็นเชิงพาณิชย์
ประวัติศาสตร์ระบบการแพทย์มี 3 ส่วนคือ
1.Technical
2.ระบบสังคม วัฒนธรรม มอ.อยู่ในพื้นที่ได้เปรียบทำให้ต้องใช้ภาษาบาฮาซา แต่ก็ต้องเข้าใจภาษาแรงงานอพยพด้วย
3.ระบบการเมือง เป็นเรื่องผลประโยชน์ ก็ต้องดูแลคนเสียงข้างน้อยด้วย แม้ว่าจะแพ้ แต่ก็ต้องรับฟังด้วย
ไม่มีระบบไหนที่เหมาะกับสังคมเรามากที่สุด ขณะนี้แรงงานอพยพเริ่มขยายตัว การเมืองเริ่มเปลี่ยน มีผลต่อระบบสุขภาพ
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
นี่ถือเป็น Chain of Thought
ทั้งสองท่านเป็นคนที่ทำโครงการรุ่น 1 และ 2
ถ้ากลับไปคิดให้ดีจะเกิดประโยชน์
วิชาที่ 15
Panel Discussion & Workshop
หัวข้อ “จากประสบการณ์..สู่แนวทางการสร้างภาวะผู้นำและธรรมาภิบาลในองค์กร”
โดย ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณ
กรรมการ ป.ป.ช.
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เราไม่ทราบอนาคต บางคนในที่นี่อาจจะเติบโตไปมีตำแหน่งสูงๆ
คุณหญิงทิพาวดีก็ไม่เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน
สิ่งสำคัญคือทำวันนี้ให้ดีที่สุดตลอดเวลา
ภาวะผู้นำเป็นทั้งพรแสวงและพรสวรรค์
แก่นของผู้นำ คือ ผู้นำคือผู้ตัดสินใจและต้องมีผู้ตาม ผู้นำต้องชี้เส้นทาง
ในราชการมีผู้นำในตำแหน่ง แต่ขาดภาวะผู้นำ นี่ถือเป็นจุดอ่อน เราจำเป็นต้องรักษาระบบอาวุโสไว้
หลายองค์กรระบุในกฎว่า ตำแหน่งต้องแต่งตั้งตามระบบอาวุโส ระบบอาวุโสดีในระดับหนึ่ง ผู้อาวุโสสูงไม่ได้มีภาวะผู้นำที่ดีที่สุดเสมอไป
ควรฝึกฝนการเป็นผู้นำ ถ้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย ต้องทำงานอย่างสมศักดิ์ศรี ต้องมีความสามารถในการตัดสินใจ
ต้องอาศัยบรรยากาศในองค์กรสร้างภาวะผู้นำ
พอ.จินดา ณ สงขลา อดีตเลขาธิการก.พ. เจ้านายคุณหญิงทิพาวดีสร้างบรรยากาศสร้างภาวะผู้นำ ส่งเสริมให้ลูกน้องเสนอความคิดมาคนละอย่างในการประชุม แล้วค่อยๆขัดเกลาความคิดแต่ละคน
ผู้นำต้องมองเห็นการณ์ไกลให้คนในองค์กรได้เติบโตในองค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ
คุณหญิงทิพาวดีวิเคราะห์ว่าความคิดมีความแตกต่างระหว่างเพศ ในการได้รับโอกาสเสนอความคิด
การตัดสินใจของผู้นำ ต้องมีดุลยพินิจ มีการไตร่ตรอง วิเคราะห์ข้อมูล
การฝึกภาวะผู้นำ เป็นการฝึกวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจ
การเป็นผู้นำ ต้องเป็นคนดีก่อนเป็นอันดับแรก เพราะจะตัดสินใจที่ถูกต้องในแต่ละสถานการณ์ ผู้นำจะเลือกไม่ตัดสินใจไม่ได้ แต่รอจังหวะในการตัดสินใจ
สังคมปัจจุบันและอนาคตกลายเป็น Global Village เช่นแต่งกายเป็นสากล ในอนาคตก็ใช้ภาษาเดียวกัน เช่นภาษาอังกฤษ จึงต้องเข้าใจบริบทโลกทั้งหมด
ในการสร้างผู้นำ ต้องเข้าใจบริบททางสังคมที่อยู่
การบ่มเพาะผู้นำ
ผู้นำต้องเรียนรู้ คุณหญิงทิพาวดียึดถือพ่อแม่เป็นหลัก และเรียนกับครู เมื่อมาเรียนมัธยมศึกษา เคารพนับถืออาจารย์ใหญ่เก่งมากคือ อาจารย์กรองทอง สุรัสวดี เป็นผู้ให้แรงบันดาลใจผ่านการพูดหน้าเสาธงทุกเช้า ตอนที่สอบเข้าสตรีวิทย์ มีการเลือกหัวหน้าห้อง 1 สัปดาห์หลังจากเปิดเทอมได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้อง ครูขอให้คิดว่าทำอย่างไรให้ทำให้ห้องเรียนสะอาด จึงไปทำดาวมอบเป็นรางวัลจูงใจให้เพื่อนแข่งขันกันทำความสะอาด
การอบรมการเป็นผู้นำเรียนรู้โดยอ้อมจากโรงเรียน
การเติบโตเป็นผู้นำที่ดี ต้องมี Role Model จึงได้ยึดตามพ่อแม่ พ่อเป็นคนดี
ต่อมาก็มีครูเป็น Role Model
ต่อมามีเจ้านาย คือ พอ.จินดา ณ สงขลา เป็น Role Model
ในหลวงก็เป็น Role Model ของประชาชน ตอนที่ท่านไปเยี่ยมหลวงปู่แหวนแล้วกราบ ในหลวงนับถือศาสนาพุทธอย่างสูงสุด
ถ้าค่อยๆคิดไตร่ตรองแล้วคิดเดินตามผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ก็จะไม่หลงทาง
ผู้นำทั้งหลายมักทวนกระแส ต้องไตร่ตรองก่อน คุณหญิงทิพาวดีไม่ทำตามกระแสแต่ทำงานตามกฎระเบียบและกฎหมาย
สมรรถนะผู้นำ ได้แก่
มีคุณธรรม
มีความคิด มองเห็นรายละเอียดในระยะเวลาอันรวดเร็ว เช่น พอ.จินดา ก็มี speed-reading skill ผู้นำไว้ใจลูกน้องได้แต่ต้องเลือก
มีเป้าหมาย
มีหลักการ บางเรื่องลูกน้องเก่งกว่าผู้นำ ต้องนับถือลูกน้อง ชมเชยลูกน้อง ต้องพร้อมเป็นลูกน้องของลูกน้อง ผู้บังคับบัญชาสอนไว้ว่าอย่ากลัวลูกน้องเก่ง ต้องสนับสนุนเขา ถ้าเป็นลูกน้องของลูกน้อง ควรภูมิใจกับลูกน้องที่สนับสนุนให้เขาเป็นเจ้านายได้
มีความมุ่งมั่น ทำงานให้สำเร็จ
อดทนกับสิ่งต่างๆ เช่น ความช้า ความไม่เห็นด้วย อุปสรรค
ความกล้าหาญ จะทำให้กล้าทำสิ่งใหม่ คุณหญิงทิพาวดีสวนวิญญาณนักรบเพื่อเรียนรู้การเป็นผู้บุกเบิกนักสู้ ทำให้เห็นการต่อสู้ของคุณหญิงทิพาวดีเล็กน้อยมาก ควรทำสิ่งใหม่ๆที่ผู้บังคับบัญชายังทำไม่ทัน ต่อยอดจากแนวทางที่เจ้านายเคยทำไว้
มโนธรรมอยู่สูงจุด คุณหญิงทิพาวดีได้หารือกับอาจารย์จุรี สิ่งที่ทำให้ไม่โกงก็พบว่า มโนธรรมเหนี่ยวรั้งให้ไม่โกง ก็คือความใฝ่ดี ติดและทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นความไม่ถูกต้องจึงไม่อยู่ในสมอง และโยงถึงความนึกคิด คือผู้นำต้องมีความฝัน คุณหญิงทิพาวดีก็เคยเถียงเจ้านายคืออดีตเลขาธิการก.พ.ท่านหนึ่ง ซึ่งท่านยุติว่า ให้รอทำตอนที่เป็นเลขาธิการก.พ. แต่เมื่อทำแล้วไม่สำเร็จ ข้อเสนอแนะนั้นมาจากสหรัฐอเมริกาให้ก.พ.ทำตามคือการยกเลิกระบบคณะกรรมการเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
จากการหารือกับท่านวิชา ทราบว่าบางเรื่องก็ฝังรากไปแล้ว
แต่สิ่งที่ได้ทำคือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ท่านปลัดท่านหนึ่งบอกว่าจะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ต้องลดบำนาญ
เมื่ออยู่ตำแหน่งใด ก็ต้องทำสิ่งใหม่ แต่ต้องทำร่วมกับผู้อื่น
การเป็นผู้นำต้องเตรียมตัว ในระบบราชการ วางทายาทไม่ได้ ทุกคนมีโอกาสเสมอภาคในการขึ้นสู่ตำแหน่งสูง
เมื่อคุณหญิงทิพาวดีเป็นผู้อำนวยการกองวิชาการทำตัวเป็นตัวอย่างมาทำงาน 7 โมงเช้า เซ็นแฟ้ม 2 รอบ 7-8 โมงเช้า และ 4-5 โมงเย็น แสดงให้เห็นว่าต้องทำงานให้เสร็จรายวัน มี Morning Talk กับลูกค้า 8-9 โมง มีเป้าหมายการทำงานชัดเจน มีผลงาน
ถ้าไม่มีเส้นสาย คุณหญิงทิพาวดีไม่ได้เรียนจบในเมืองไทยจึงไม่มีรุ่น และก็ต้องสู้ด้วยผลงาน
ผู้นำต้องทำตัวให้เป็นที่รู้จักทั้งภายนอกและภายในองค์กร ต้องขยัน รู้จริงในผลงานที่ทำ ต้องอ่านหนังสือเวียนเอง ไม่เชื่อใครง่าย
ควรมีโอกาสในการเข้ารับการฝึกอบรม และศึกษาดูงาน
เมื่อเป็นผู้นำระดับกลาง ต้องสร้างผลงาน พัฒนาความรู้ และมีความฝัน
เมื่อเป็นผู้นำระดับรองขององค์กร ต้องช่วยให้ผู้นำระดับสูงบรรลุความฝัน
เมื่อเป็นผู้นำระดับสูงขององค์กร ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เป็นตำนานขององค์กร
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
คุณหญิงทิพาวดีพูดจากประสบการณ์จริง
ถ้าต้องการได้รับการยอมรับ ต้องทำตัวให้มีคุณค่า ทำงานร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น มหาวิทยาลัยปัตตานี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
เป็นประโยชน์มาก
ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.
ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณไม่ค่อยดำเนินตามองค์กรในการเปลี่ยนแปลงองค์กร เพราะเป็นศาล
การมีวัฒนธรรมเข้มแข็ง ศาลเป็นผู้วางกฎ แม้กฎหมายก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
องค์การแบบนี้ไม่ได้สร้างได้ง่ายๆ
ผู้นำศาลฎีกาได้มาจากการประชุมใหญ่
ศาลเป็นองค์กรที่สร้างสังคมและมนุษย์ ศาลไม่เปลี่ยนแปลงเพราะเมื่อวางกฎแล้วมีผลบังคับใช้ทุกคนจึงกระทบกับสังคมโดยรวม
ภาวะผู้นำเกิดได้กับทุกคนที่ทำงานในองค์กร ถ้ารอเป็นผู้นำที่มีตำแหน่ง ก็ไม่สามารถเสนอความคิดและทำงานได้
กระบวนการเตรียมตัวเป็นผู้นำ หมายความว่าต้องเตรียมพร้อมตลอดเพื่อเป็นผู้นำ
ถ้าองค์กรไหนที่มีคนทำงานที่มีภาวะผู้นำ องค์กรนั้นเจริญรุ่งเรือง
โอเรียนเต็ลมีแม่บ้านสุดยอด ภาวะผู้นำสูงมาก เรียนรู้ว่าต้องปูที่นอนให้ได้ดีที่สุด และรู้ใจลูกค้า เช่น ทราบว่า สุลต่านองค์ไหนชอบดอกไม้อะไร แม่บ้านที่นี่ได้ทิปสูงมาก และแม่บ้านก็สามารถแนะนำได้หมด
คนต้อนรับก็รู้ใจลูกค้าทุกระดับ ตรงกับคำสอนในหลวง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”
คณะแพทย์อยู่ในสายวิชาชีพที่ต้องบริการประชาชน ตรงกับจริยธรรมเรื่องภาระหน้าที่
เรื่องภาระหน้าที่ใช้เวลาสอนเป็นปีในกรีกโบราณ
เมื่อมีภาระหน้าที่แล้ว ก็ต้องมีภาวะสร้างสรรค์คือความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ขาด เช่น เป็นแม่บ้านไม่ใช่แค่ปูที่นอน ต้องรู้จักนิสัยใจคอแขก และนำมาประมวลเป็นบริการที่สุดยอด
อริสโตเติ้ลวางจริยธรรมเรื่องภาระหน้าที่ซึ่งก่อกำเนิดการเป็นมืออาชีพ นำไปสู่การฝังในจิตวิญญาณที่ได้รับการฝึกอบรม
ภาระหน้าที่ที่ว่าด้วยคุณค่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า การศึกษาให้สมบูรณ์ต้องมีปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวช คือเรียนรู้แล้วปฏิบัติแล้วนำเป็นความรู้ปฏิบัติเป็นวงจร
คนเรามักมองว่าเราทำงานอะไร แต่ไม่ได้มองว่าก่อให้เกิดคุณค่าต่อสังคมอย่างไร
ในความเป็นจริง ภาระหน้าที่ที่มีคุณค่าต่อสังคมที่ต้องได้คนที่สุดยอดมาทำ ก็ต้องทำให้ดีที่สุดและเป็นเลิศ
วิชาชีพที่ต้องมีและขาดไม่ได้คือ ครู จะกดครูให้ต่ำลงไม่ได้ เพราะครูสร้างคนที่อยู่ในสังคม ต้องยกสถานะของครู ต้องหาบุคลากรที่เป็นเลิศมาเป็นครู แต่ในไทยเสื่อมทราม เพราะเอาคนไม่มีที่ไปมาเป็นครู
ประเทศเพื่อนบ้านให้คนที่ดีที่สุดเป็นครูทั้งนั้น
ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณได้พบแต่ครูชั้นยอดมาสอน ซึ่งเป็นคนที่เสียสละ
วิชาชีพแพทย์เป็นอีกวิชาชีพที่คนไม่ดีเรียนไม่ได้ มิฉะนั้นจะได้แพทย์ที่เห็นแก่เงิน ที่ไม่ยอมรักษาคนจน
จิตวิญญาณของแพทย์คือผู้รักษาเยียวยาชีวิต
ถ้าได้เงินไม่เพียงพอ แพทย์ก็จะรักษาคนแบบขอไปที
กฎหมายก็ได้คนที่มีทุนทางจริยธรรมที่ดีมากมาทำงานเพราะต้องมาตัดสินความถูกผิด
แต่สังคมในปัจจุบันนี้ขาดแคลนคุณธรรมและความเสียสละ
สิ่งสำคัญคือ ทัศนคติต้องถูกต้องเสียก่อน อย่าคิดว่าโกงไม่เป็นไร
การสร้างหน่วยงานและคนให้มีคุณค่าต้องผนวกกับความกล้าหาญด้วย
อริสโตเติ้ลบอกว่าต้องกล้าในภาระหน้าที่และวิชาชีพตน
กล้าในภาระหน้าที่คือให้ข้อเสนอแนะในหลักวิชาชีพที่ตนมีอยู่ แล้วผู้บังคับบัญชาเป็นพิจารณาเพื่อประยุกต์ใช้
ถ้ารู้ใจเจ้านาย เจ้านายรักมากเพราะทำตามใจว่าต้องการให้หน่วยงานใดชนะการประกวดราคา แต่เป็นองค์กรที่ติดคุกมากที่สุด
ในหลวงสอนว่า ข้าราชการต้องเห็นภาระหน้าที่และคุณค่าของภาระหน้าที่ว่ามีความสำคัญ
ต้องมีภาวะผู้นำตั้งแต่เป็นระดับปฏิบัติการ เขาต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง แล้วจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้
ในหลวงตรัสกับผู้พิพากษาว่า ผู้พิพากษาเป็นผู้มีความรู้กฎหมาย อย่าเพิกเฉยต่อประชาชนที่ไม่รู้กฎหมาย จึงมีโครงการเผยแพร่กฎหมายไปสู่ชนบท
ธรรมาภิบาลคือช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในภารกิจของรัฐ
ประโยชน์สุขของประชาชนเป็นกฎหมายสูงสุดตั้งแต่สมัยโรมัน ในหลวงนำมาเป็นพระปฐมบรมราชโองการ
องค์ประกอบพื้นฐานของธรรมาภิบาลมี 5 ข้อ
1. ความรับผิดชอบตามหน้าที่
2. ความโปร่งใส
3. การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น
4. การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
5. มีกฎหมายและระบบยุติธรรมที่เข้มแข็ง
แต่ละวิชาชีพต้องผนึกกำลังกันแก้ปัญหาบ้านเมือง
ควรอ่านหนังสือ The Wing of Fire ประธานาธิบดี Kalam (ซึ่งเป็นประธานาธิบดีมุสลิมที่ปกครองคนฮินดู) บอกว่าทุกคนมีไฟในตัวแต่ไม่มีปีก ถ้ามีคนต่อปีกให้ก็สามารถบินสูงระดับสูงได้
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเขียนหนังสือว่า ในการพัฒนาทุนมนุษย์ คนจีนต้องมีคุณธรรม จริยธรรมก่อนแล้วก็เป็นมืออาชีพ
นอกจากคุณธรรม จริยธรรม ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำงานคณะแพทย์ จะมีการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมอย่างไร
ต้องรักษาคุณธรรม จริยธรรม พร้อมทั้งหารายได้จากการรักษากลุ่มพรีเมี่ยมให้สมดุลกัน
ช่วงคำถาม
- เรื่องคุณภาพครู ประเทศไทยน่าจะเห็นข้อด้อยเรื่องนี้มาระยะหนึ่ง สมัยก่อนมีโครงการครุทายาทรับคนเก่งไปฝึกให้เป็นครู ระบบที่หล่อหลอมครูสำคัญ มันฝังรากลึกมาก จะแก้ปัญหาอย่างไร
ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณ
ถ้าครูดีและทุ่มเทให้ลูกศิษย์สามารถเปลี่ยนคนเลวเป็นคนดีได้
ในสหรัฐมีตัวอย่างมาก ครูไปอยู่แล้วกระตุ้นลูกศิษย์ในชุมชนแออัดเรียนหนังสือจบปริญญาเอก เป็นหมอ
การปลูกฝังครู ครูต้องดีที่สุดต้องเริ่มตั้งแต่ครูอนุบาล เพราะตอนนั้นเด็กยังไม่รู้เรื่อง
ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญครูอนุบาลมาก ช่วยให้เด็กเข้าใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปัญหาคือเด็กที่เรียนจบมาทำงานครูเน้นเรื่องเงินเดือนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้รักเด็ก
ต้องมีการปฏิรูปการเมืองควบคู่กันไปด้วย ต้องคัดสรรบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้นำชุมชน
2. มอ.กำหนดอัตลักษณ์คุณธรรม จริยธรรม นักศึกษาเสพสื่อมาก ไม่ได้เรียนรู้จากต้นแบบคือพ่อแม่ อยากให้ครูเป็นต้นแบบ ความหลากหลายเป็นภัยร้ายทำให้นักศึกษายังไม่เห็นอัตลักษณ์นี้
คุณหญิงทิพาวดี
มอ. มีพระราชบิดา สมเด็จย่า และในหลวงเป็นต้นแบบ
ตอนที่อยู่กระทรวงวัฒนธรรม ก็ไปที่พิพิธภัณฑ์แม่ฟ้าหลวง มีพระราชดำรัสสมเด็จย่า พอกลับมาที่กระทรวง ตั้งคณะทำงานประมวลพระราชดำรัสสมเด็จย่าทำเป็นหนังสือเล่มเล็กแจกข้าราชการและประชาชน
คนที่สมัครเข้าทำงานกระทรวงมีหลากหลาย เวลาเข้ามีแล้วมีการอบรม
มอ.อาจมีต้นแบบ แล้วใช้เวลา 6 เดือน อบรมสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่ ถ้าขาดความอดทน ก็จะลาออกไปเอง
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การปลูกฝังทุนทางจริยธรรมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เดิมมีพ่อแม่เป็นต้นแบบ เมื่อมีความเจริญ เด็กต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพจึงมีวัฒนธรรมเน้นศูนย์การค้ากับหอพัก แล้วถูกครอบงำโดยสื่อ ไม่เหมือนจีนที่มีการควบคุม Google การปลูกฝัง ต้องกลับไปสู่ด้านศาสนา
มอ.ควรดูแลนักศึกษาให้ดีตั้งแต่ปีหนึ่ง ปลูกฝังค่านิยมมอ.ให้มาก
ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณ
อยากให้เชื่อมโยงกับชุมชน โดยให้นักศึกษาลงไปในชุมชนบ้าง เหมือนที่คณะนิติศาสตร์เปิดคลินิกกฎหมายให้กับชุมชน นักศึกษาจะได้รู้จักชุมชนและมีความเสียสละ จะทำให้เด็กๆอยากจะเรียนแพทย์
ที่สหรัฐมีวิชาพัฒนาชุมชน ให้นักศึกษาลงพื้นที่ทำกิจกรรม เช่นสอนความรู้ให้เด็กๆในชุมชน
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
อาจารย์แต่ละคนของมอ.ย้ำ Equality และ Integrity ว่าอย่างไร
จากการเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ช่วงนั้นมีพายุหิมะ มีประกาศจากวิทยุว่ามีหลายมหาวิทยาลัยปิด แต่คุณหญิงเดินฝ่าพายุไปเรียน อาจารย์มหาวิทยาลัยบอกว่า เพื่อประโยชน์ของนักเรียนต่างชาติ ฮาร์วาร์ดไม่เคยปิด นี่คือค่านิยมที่ได้ซึมซับมา
3. แพทย์ถ้าบอกคนไข้ว่าเป็นยารักษาจิตเวช คนไข้ไม่กิน แต่บอกว่าเป็นยาความดัน คนไข้กิน
การทำงานกับคนต้องใช้ระเบียบ กฎหมาย หรือจริยธรรมมากกว่ากัน
ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณ
การตัดสินใจของแพทย์ละเอียดอ่อนมาก
การตรวจรักษาของแพทย์มันก้าวข้ามพ้นกฎหมาย เรื่อง การุณยฆาต เมื่อไรจะปล่อยให้คนไข้ตาย หมอไม่กล้าปล่อย แต่คนไข้อยากตาย
ในเรื่องจริยธรรม ห้ามโกหก แม้จะเกิดผลดีก็ตาม
กระบวนการบอกคนไข้ อาจจะต้องมีนักจิตวิทยาวิเคราะห์ก่อนบอกความจริงกับคนไข้ เช่นบอกผ่านญาติแล้วให้ญาติไปบอกเอง
เรื่องทางจิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ส่งผลกระทบต่อกฎหมายอย่างมาก
ในแง่กฎหมาย ใช้หลักนิติธรรม ซึ่งอยู่เหนือกฎหมาย บอกว่า ผู้ปกครองต้องไม่สั่งการตามอำเภอใจ แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ ต้องให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน บังคับใช้กฎหมายกับคนทุกระดับ
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
บางทีหมอก็ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด ต้องความจริงและมีวิธีการพูด หมอไทยยังขาดทักษะด้านนี้
แต่การตัดสินใจเลือกการรักษาอยู่ที่ญาติคนไข้
4.จากการปฏิบัติงานเป็นแพทย์ พบผู้ป่วยและญาติหลากหลาย ถ้าญาติคำตอบ หมอก็ต้องไปสื่อสารกับญาติคนสำคัญของคนไข้ ให้ตัดสินใจ แต่การโกหกเพื่อให้รักษาก็ไม่น่าจะผิด
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันนี้คุณหญิงพูดถึงผู้นำ มีประโยชน์มาก
ผู้นำไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่ง ซึ่งมีความสำคัญมาก
คนไม่มีตำแหน่งควรทำตามท่านวิชาบอกคือทำให้ดีที่สุด สร้างมูลค่าเพิ่ม กระเด้งให้เกิดผลเพราะจริยธรรมคือพื้นฐานที่ต้องมี
ตอนหลังการแลกเปลี่ยนเป็นการนำเสนอความเป็นจริงด้านจริยธรรมและการให้บริการทางการแพทย์
ถ้าหมอมีความฉลาดในการคุยกับญาติที่มีอิทธิพล ก็จะง่ายกว่าคุยกับทุกคน
หลักสูตรหนึ่งที่จะมีในอนาคตคือการสื่อสาร ซึ่งมีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Crucial Conversation ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างนายกับลูกน้อง ไม่ใช่หมอกับคนไข้ แต่ควรจะนำแนวทางนี้ไปใช้
ในรุ่น 1 และรุ่น 2 ยังไม่กระเด้งไปเรื่องการสื่อสารระหว่างหมอกับคนไข้และญาติ
ในรุ่น 3 ถ้าได้เรียนเรื่องการสื่อสารของแพทย์และพยาบาลกับคนไข้และญาติ ควรจะมี workshop ฝึกฝนเรื่องนี้
5. จากการอ่านแผ่นพับค่านิยม ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีค่านิยมที่ถูกต้อง คุณหญิงทิพาวดีก็ได้กล่าวถึงทฤษฎี 8H อยากจะขอให้อธิบายเพิ่มเติม
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
8H เป็นองค์รวมของผู้นำที่จะต้องดูแลเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
- เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ
- ความคิด
- หัวใจ
- รากเหง้า
- ครอบครัว
- Harmony คือความปรองดองสอดคล้อง ควรจะมีกับทุกเหตุการณ์ การทำงานให้สำเร็จต้องมีความราบรื่น ตัวอย่างเช่น ในที่ประชุมแห่งหนึ่ง ประธานทะเลาะกับกรรมการ เพราะกรรมการมีความคิดขัดแย้งกับประธาน ประธานเดินออกจากที่ประชุม รองประธานที่ประชุมก็มาทำหน้าที่แทนทำให้งานเดินต่อไปได้ และไม่กล่าวถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
คนที่จะเป็นผู้นำได้ จะต้องมีความกลมกลืน สร้างความราบรื่น จึงเป็นองค์ประกอบสุดท้ายที่ควบคุมทุกอย่าง
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
มนุษย์ต้องรู้ว่าตนเองมาจากที่ไหน แนวคิดนี้ดีที่คุณหญิงเน้นว่า คนต้องรู้รากเหง้าของตนเอง
คุณหญิงทิพาวดี
ในเรื่องรากเหง้า (Heritage) การทำงานที่ก.พ.ช่วยพัฒนาประสบการณ์ของคุณหญิงทิพาวดี ตอนที่เป็นผู้อำนวยการกองวิชาการ ต้องการรู้จักทุกคนในกองจึงได้ให้ลูกน้องกรอกแบบสอบถามข้อมูลส่วนตัว เพราะสังเกตเห็นว่าสังคมไทยมาเป็นกลุ่มก้อนเช่น สถาบันเดียวกัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์รสนิยมของลูกน้องว่ามีสายสัมพันธ์อยู่ที่ใดบ้าง เพื่อให้สามารถปฏิบัติต่อลูกน้องได้เหมาะสม นี่เป็นเคล็ดลับของการปกครองคน เมื่อไปต่างประเทศ ก็ได้สอนให้ลูกน้องภูมิใจในความเป็นไทย และต้องนำชุดไทยไปใส่ที่ต่างประเทศด้วยเพื่อแสดงออกถึงมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ควรมีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อสามารถถ่ายทอดได้ถูกต้อง
ถึงแม้ว่าคนจำเป็นจะต้องกลมกลืนไปกับกระแสโลก แต่หัวใจเป็นไทย
Heritage มีความกว้างและลึก และครอบคลุมมากกว่าคำว่าเราเป็นใคร
ดร.สร้อยสุคนธ์ นิยมวาณิช
ครูกับแพทย์เป็นอาชีพสำคัญของทั่วโลก ทุกวันนี้ที่เป็นโลกาภิวัตน์ ทำให้คนเห็นแก่เงินเป็นสำคัญ วิชาชีพครูและแพทย์จึงเบี่ยงเบนออกไป เป็นปัญหาที่น่ากลัวในอนาคต
เมื่อนำเรื่องนี้มาผนวกกับภาวะผู้นำ และจากคำถาม ทำให้สนใจเรื่องอัตลักษณ์และค่านิยม จากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นมา ผู้นำระดับสูงต้องพร้อมพิจารณาว่าองค์กรจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสถานการณ์ลุกลาม ผู้นำระดับสูงสุดต้องพิจารณาแก้ไขทันที เช่น กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าเกิดวิกฤติทางการเงิน ผู้นำต้องตัดสินใจทันทีเพื่อเชิญคนนอกเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ถ้าแก้ปัญหาเอง จะมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจ ในการแก้ปัญหา ต้องมาทบทวนอัตลักษณ์และค่านิยม ถ้ามีอัตลักษณ์แล้ว ก็ไม่ต้องเกรงกลัวผู้นำที่เป็นปัญหา ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เชิญคนนอกมาจัดประชุมให้ความรู้หลังจากทำวิจัยเก็บข้อมูลแล้ว มีการอบรมผู้นำทุกระดับเพื่อให้สอดคล้องกับค่านิยม เพราะอัตลักษณ์เป็นสิ่งที่สามารถกำหนดได้ แต่ค่านิยมเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำตามและยอมรับ ในการเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องมีการสร้างบุคคลต้นแบบขึ้นมา
อาจารย์วรวุฒิ โตมอญ
ทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งกิจกรรมสามารถนำมาเป็นอัตลักษณ์ได้ โดยต้องมีการสื่อสารให้เข้าใจในด้านจุดแข็ง ภารกิจต่อสังคมที่เกี่ยวข้องกับคณะแพทยศาสตร์ ควรมีการนำไปขยายผลในเชิงของพื้นที่ และประสานงานกับอาจารย์ ปัญหาที่สำคัญคือคนยังขาดการมีส่วร่วมในอัตลักษณ์ อันที่จริงแล้วอัตลักษณ์มีองค์ประกอบมากมาย ถ้ามีการสร้างการใช้ศักยภาพและองค์ประกอบต่างๆ มีการดึงกิจกรรมเพื่อไปทำ เช่น CSR ก็จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมได้ดี
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการ ก็ขอขอบคุณวิทยากรทุกท่าน
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่ออ่านข่าวโครงการ
http://www.naewna.com/politic/columnist/19987
ที่มา: คอลัมน์บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ. แนวหน้า. วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2558 หน้า 5
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อฟังข่าวโครงการ
http://mcot-web.mcot.net/fm965/site/streaming/id/5...
ที่มา: รายการวิทยุ Human Talk. ออกอากาศทาง FM 96.5 MHz. ในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558






แวะมาทักทายอาจารย์ก่อนเจอกันพรุ่งนี้ค่ะ
ฝากแวะไปให้กำลังใจด้วยนะคะ
http://share.psu.ac.th/blog/padkmsharing/38633
แสดงความคิดเห็นกรณีคุณยรรยง
จากกรณีนี้ ทำให้เราได้มองเห็นช่องโหว่ ในการแสวงหาผลประโยชน์โดยนักการเมืองโดยผ่านระบบราชการ ประเทศทุนนิยม ยึดหลักผลประโยชน์มากกว่าคุณธรรม ผู้นำไม่ใช่ฉลาด แค่ต้อวเฉลียว ทำงานบนเส้นทางแห่งความถูกต้อง
สวัสดีค่ะ
เรียนอ.จีระ ขอตอบการบ้านอ. ดังนี้นะคะ
สิ่งที่ยังวนเวียนอยู่ในความคิดตลอดเวลาคือ เรื่องของ mind set ค่ะ อ.ทำให้คิดได้ว่าต้นทุนมนุษย์มีมูลค่าและสามารถเพิ่มมูลค่าได้ด้วยการปรับเปลี่ยน mind set ใหม่ ลองคิดนอกกรอบแล้วย้อนกลับมาค่อมกรอบ สิ่งเหล่านี้โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ามีความสำคัญมากเพราฝึกให้เราเป็นคนคิดเป็น และมี idea ใหม่ๆสำหรับการพัฒนางาน พร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกที่
แต่สิ่งที่ยากคือการทำให้ non-HR ปรับเปลี่ยน mind set ได้ด้วย แต่ถือได้ว่าเป็นความท้าทางสำหรับผู้บริหารในการหาวิธีการต่อไป
เสร็จจากที่อาจารย์สอนได้มีโอกาสไปหาอ่านเพิ่มเติมบ้างจากหนังสือตัวอย่างที่อาจารย์นำมาโชว์ไว้ และ searching หาข้อมูลด้านอื่นบ้าง มีการ discuss กับผู้ร่วมงานบ้างในเรื่องงาน ถือได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองที่ดีค่ะ
สรุปประเด็นที่ได้รับจากการฟังบรรยายวันที่ 6-8-58 ค่ะ
วิชาที่ 11 การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
วันนี้ท่านอาจารย์สมชายได้สลับเอาเรื่อง ความคิด การจัดการความคิดมาเริ่มก่อนเพื่อฝึกในเรื่องกระบวนการคิดก่อนก้าวไปสู่เรื่องการปรับตัวกับAEC ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างยิ่งเพราะทุกคนได้ฝึกการคิดกันตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว
ประเด็นที่น่าสนใจมากคือ 5% ชนะ 95% ได้อย่างไร?
นั่นคือถ้า 5% มีประสิทธิภาพ มีคุณค่า ตัวอย่าง ในการประชุม ถ้าพูดเจาะเฉพาะประเด็นสำคัญ แค่ 5% ก็มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าพูดไปเรื่อยๆ ไม่ได้ประเด็นเลย ต่อให้มีถึง 95% ก็เป็นการประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพ
สุดท้าย คือ การตั้งเป้าหมาย ซึ่งมีทั้งเป้าหมายลูกค้าและเป้าหมายองค์กร การตั้งเป้าหมายขององค์กรควรจะตรงกับเป้าหมายของลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ให้ได้
วิชาที่ 12 หัวข้อ เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทยศาสตร์ มอ
มองประเด็นต่างๆ เป็นองค์รวม เป็นระบบเชื่อมโยงกัน ได้แก่
1. ไอที ทั้ง computer และ Telecom
2. ระบบของโลกที่เปลี่ยนไป
3. การมีประเทศเกิดใหม่
4. โลกาภิวัตน์
5. การรวมกลุ่มประเทศ
เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อองค์กร ก็จะต้องมีการปรับตัว และปรับกลยุทธ์ใหม่ ตัวอย่างการเข้าสู่ประชาชมอาเซียน AEC เราคงจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นแน่นอน
วันนี้ได้ความรู้เยอะครับ จากอาจารย์สมชายซึ่งมาถ่ายทอดความรู้ได้อย่างดีเยี่ยมจนอดเสียดายแทนคนที่ไม่ได้มาฟัง
หลายเรื่องหลายประเด็นที่ต้องยกมาเอ่ยถึง เช่น
การคิดวิเคราะห์ในเชิงระบบเป็นสิ่งที่ควรฝึกให้เคยชินและทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จ ทำเรื่องยากๆให้ง่ายจริงอย่างที่อาจารย์ได้ยกตัวอย่างครับ
การทำนายพฤติกรรมของคนหรือเหตุบ้านการเมืองที่มาถึงจุดเปลี่ยนหรือจุดที่ต้องตัดสินใจโดยใช้ทฤษฏี zero sum game. Negative sum game. Positive sum game ได้เรียนรู้แล้ว เป็นสิ่งที่ช่วยได้มากครับ เป็นการทำนายอย่างมีหลักการไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกหรือ verb to doa (เวอร์บทูเดา)เหมือนอย่างแต่ก่อน
ส่วนในเรื่องเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะมามีผลกระทบกับประเทศไทยและตัวเราที่อาจารย์เล่าให้ฟังนั้น อาจารย์ถ่ายทอดได้อย่างแจ่มแจ้งครับมีตัวอย่างชัดเจน
เสียดายอย่างครับคือในเรื่องเวลาที่มีน้อยเหลือเกินทำให้ขาดช่วงเวลาสำคัญไปคือการวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตที่จะมีผลกระทบมาถึงคณะแพทย์ ตลอดจนมาตราการปรับตัวเพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนแปลง
แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องขอบพระคุณอาจารย์อย่างมากแล้วครับ
6/8/58 หัวข้อ การคิดเชิงกลยุทธ์และการคิดวิเคราะห์ สิ่งที่ได้เรียนรู้ จะทำให้เรารู้จักวิธีการจัดการกับระบบความคิด และการวิเคราะห์ การจับประเด็นได้มากขึ้น โดยการนำทฤษฎี เกม ต่าง ๆ ที่ อาจารย์สมชาย ได้สอนในวันนี้เช่น Zero Sum Game , Positive Sum Game, Negative Sum Game, Decision Tree, Rival Strategy เป็นต้น
สรุปบทเรียน
15 ก.ค. 58
ชี้แจงวัตถุประสงค์การอบรมโดยผู้บริหารของคณะแพทย์ ผู้บริหารคณะฯ ให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์ใน
องค์กร อยากให้เป็นผู้นำอย่างสิงโต from good to great
วิชาที่ 1
ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญสำหรับการเรียนรู้ เน้นให้ผู้เรียนใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวาในการเรียน
โดยให้รู้จักฟัง (ฟังให้เข้าใจ) รู้จักคิด (คิดภาพใหญ่) และจับประเด็น นำไปใช้ นำไปปรับปรุงพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร นอกจากนี้เน้นให้เป็นคนรักการอ่าน ทำ KM
กระบวนการหญ้าแฝกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หญ้าแฝกสามารถทะลวงดินดานแข็งให้แตกออก
ได้ สามารถทำให้ดินย่อยมารวมกันได้ เปรียบกับองค์กรที่มีคนหลากหลาย
เปรียบต้นไม้ใหญ่กับบุคคลที่มีความแกร่งอาจจะเหี่ยวเฉา ไม้เลื้อยเปรียบกับความคิดที่เกิดขึ้นเร็วดับเร็ว
Mindset คือความเชื่อที่ฝังรากลึกในตัวคน
การนำไปใช้กับองค์กร ผู้นำกับ Mindset อยากให้เกิดอุปนิสัยใหม่ๆ หลังการเข้ารับการอบรม
วิชาที่ 2
กระบวนการหญ้าแฝกปลูก 2 ครั้ง คือ ทำงานควบคู่กับการหาความรู้ “หญ้าแฝกสามารถทะลวงดินดานแข็งให้แตกออกได้ สามารถทำให้ดินย่อยมารวมกันได้” เปรียบองค์กรที่มีคนหลากหลาย
ผู้นำกับ Mindset ตัวอย่าง Mindset ของมอ. คือ คำสอนของพระราชบิดา
ความเป็นผู้นำขึ้นอยู่กับความกล้าหาญ
วิชาที่ 3
การสร้าง Value ใน service มีมูลค่าสูงกว่า product
กระบวนการ Transformationของคนสำคัญมาก คิดบวก
ความสามารถของคนไม่ได้อยู่ที่สถาบัน
แนะนำหนังสือพ่อสอนลูกรวย
16 ก.ค.58
วิชาที่ 4
หัวข้อ “Managing Self Performance”
การสื่อสารกับตัวเองภายในเป็นเรื่องที่สำคัญ การพัฒนาจิตโดยการทำสมาธิสามารถทำได้ทุกคนไม่เกี่ยวกับศาสนา ทุกคนต้องการประสบการณ์ที่ดี เราจะต้องหาประสบการณ์ที่ดีก่อนจากคนใกล้ตัว
มนุษย์มี Cheer Leader ในตัวเอง แต่บางครั้งอาจจะถูกบดบัง
มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในตัวเองและ ปรารถนาจะได้รับการพัฒนา
คนเรามี 2 สิ่ง คือ เวลา เข็มทิศชีวิต จะต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างเพื่อเติมเต็มชีวิต เมื่อเราได้ทำในสิ่งชอบ พลังชีวิตของเราจะสูงขึ้น
การเป็น Coach ที่ดี
ความสำเร็จของคน ประกอบด้วย
ตัวอย่าง: คุณโจน จันได คนอีสานเข้ากรุงเทพฯ กลัวโลกภายนอก อาย ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง วิธีการเปลี่ยนความคิด เผชิญหน้ากับความกลัว ค้นพบตัวตนของตนเอง พร้อมเผชิญกับทุกสิ่ง ทำให้คิดได้ว่าทำสิ่งดีไม่ควรกลัว
วิชาที่ 5 บุคลิกการแต่งกาย
5 ห่วง เกี่ยวกับบุคลิกภาพ
มารยาทไทย
การไหว้ : ยกมือระดับอก ก้มศีรษะเล็กน้อย, การจับมือ ให้คนยื่นมือปล่อยก่อน (จับมือประมาณ 3 นาที)
การแนะนำบุคคลที่ 3 : ให้เกียรติใครเรียกชื่อคนนั้นก่อน
สรุป ได้รับความรู้ในเรื่องการเสริมบุคลิกการแต่งกายที่ก่อให้เกิดความประทับใจเมื่อแรกพบ เห็นแล้วรู้สึกดี อยากคุยด้วย แต่งกายให้ถูกกาละเทศะ มารยาทไทย การไหว้ การจับมือ การนั่งในห้องรับแขก การเดินนำ-เดินตาม การนั่งรถกับผู้ใหญ่ การรดน้ำสังข์ การรดน้ำวันสงกรานต์
วิชาที่ 6 คิดนอกกรอบ
ให้คิดกระโดดข้ามกรอบ โดยคำนึงถึงหลัก 4 ข้อ
และวิธีการนำเสนอมีหลัก 5 ขั้นตอน ในการเสนอไอเดียใหม่ ๆ
4. ขอให้ หัวหน้า “สอน” เพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียเพิ่ม (4) ตามที่หัวหน้า “สั่ง” & “สอน” - หัวหน้าจะให้ไปลองไม่
วิชาที่ 7 การบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหาร และ Public Finance
Gen M - Millennium อายุ 18-24 ปี เรียกเด็กแนวอยากรู้อยากเห็น อยากทำงานสบาย
Gen Y ไม่มี (คิดนอกกรอบ)
การลงทุน
- เปิดคลินิกหลายแห่ง-ลงทุนโดยตรง
- ทำงานในคลินิก เอาคลินิกไปลงทุนตลาดหลักทรัพย์- ลงทุนโดยอ้อม
- รพ.สร้างตึก - ลงทุนทางตรง
การลงทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ ความคุ้มค่า(ผลตอบแทน > การลงทุน), ความเสี่ยง (งบหมด ผู้รับเหมาหนี)
การปรับใช้กับตัวเอง หน่วยงาน คือ การทำงานเหมือนการลงทุนที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ ความคุ้มค่าของเงินหรือทรัพยากรที่ได้ลงทุนไป ซึ่งต้องได้ได้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
ตลอดเวลา
18 ส.ค.58
นำเสนองาน เริ่มจากกลุ่ม 5 การทำงานของ CEO/HR/Non-HR และ Stakeholders
ประเด็นโดนใจ
แม่นยำ ต่อยอด กระเด้ง
ผู้นำรุ่นเก่าพูดให้คนอื่นเชื่อและทำตาม คนรุ่นใหม่ยอมเชื่อและทำตามหรือไม่
ผู้นำยุคใหม่พูดให้คนอื่นคิด ทำสิ่งใหม่ๆ มีหน้าที่ empowerment กระตุ้น
Gen gap อาจจะเป็นตัวปัญหาในองค์กรไม่ใช่บุคคล
ได้อะไรจากการเรียนผ่านมา 3 วัน
การนำไปใช้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร สิ่งที่วิทยากรย้ำเสมอคือ “ฟัง” ฟังให้เข้าใจ จับประเด็นสำคัญ “ คิด” คิดภาพใหญ่ คิดนอกกรอบ “อ่าน” อ่านหาความรู้ใหม่ๆ สม่ำเสมอ “เขียน” บันทึกสิ่งสำคัญ “ปลูก” ปลูกปัญญา ความคิด และเก็บเกี่ยวนำไปปรับใช้กับตัวเองกับงานที่ทำงาน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแม่นยำ ต่อยอดและกระเด้ง
สุดท้ายที่สำคัญคือ จะนำไปถ่ายทอดให้กับเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้รับประสบการณ์ดีๆ นี้ต่อไป
วิชาที่ 11 การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
ประเด็นโดนใจคือ 5% ชนะ 95%
นักคิดกลยุทธ์ 5% ชนะ 95% เพราะคนเราไม่ได้ชอบทุกอย่างเหมือนกัน ให้จับประเด็นสิ่งที่ชอบ สิ่งที่สำคัญ
กฎของคนฉลาด
1. จับประเด็นหลัก 5%
2. มองให้เป็นระบบ เชื่อมโยงทั้งหมด คิดอย่างเป็นระบบ จัดหมวดหมู่ ข้อมูลและกลยุทธ์เป็นอันดับรอง
3. การบริหารจัดการทุกเรื่องต้องมี 2 เป้า คือ 1. เป้าหมายลูกค้า(สำคัญที่สุด) 2. เป้าหมายขององค์กร
ประยุกต์ใช้ในการทำงาน
ในการประชุม ถ้าพูดเฉพาะประเด็นสำคัญ แค่ 5% ก็มีประสิทธิภาพ แม้จะพูด 95% แต่หากเนื้อหาไม่สำคัญก็เป็นการประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพ
การกำหนดเป้าหมายในองค์กร ต้องกำหนด 2 เป้า คือ เป้าหมายของลูกค้าและเป้าหมายขององค์กร ให้คำนึงถึงเป้าหมายของลูกค้าเป็นหลักแล้วจึงมากำหนดเป้าหมายขององค์กร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
วิชาที่ 12 หัวข้อ เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทยศาสตร์ มอ.
มองสิ่งต่างๆ ให้เป็นระบบเชื่อมโยงกันทุกด้าน
1. ไอที ทั้ง computer และ Telecom
2. ระบบของโลกเปลี่ยนไป
3. ประเทศเกิดใหม่
4. โลกาภิวัตน์ (ไม่ใช้ "โลกาภิวัฒน์" เพราะความหมายเปลี่ยน)
5. การรวมกลุ่มประเทศ
ผลกระทบกับคณะฯและองค์กร
โลกาภิวัตน์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขยายตัวทุกด้าน ส่งผลกระทบต่อองค์กรทั่วโลกไม่ใช่เพียงแค่บางองค์กรเลเท่านั้น ทุกองค์กรจึงต้องมีการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ใหม่ พัฒนาสิ่งต่างๆ ให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยินดีรับใข้คะ พี่สร้อยสุคนธ์ นิยมวานิข
วันที่ 6 สิงหาคม 2558
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทเรียน
หัวข้อ “เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทยศาสตร์ มอ.”
ทำให้เข้าใจถึงยุคประชาคมอาเซียน AEC 2015 ว่าเป็นที่สนใจและมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจโลก เนื่องจาก AEC ไม่ได้เป็นแค่เพียงเรื่องการจัดทำข้อตกลงลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันซึ่งเสร็จสิ้นและมีผลบังคับใช้ไปแล้ว แต่ AEC ยังมีอีกหลายส่วนประกอบที่ต้องทำอีกมาก จำเป็นที่องค์กรอย่างคณะแพทยศาสตร์จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจ และเร่งดำเนินการให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนปรับนโยบายการแข่งขัน เพื่อให้ประสบความสำเร็จและสร้างประโยชน์
หัวข้อ “การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ”
1. ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการคิดของมนุษย์ ซึ่งส่งอิทธิพลต่อการกำหนดรูปแบบพฤติกรรมและ ผลการกระทำของบุคลากร
2. ได้เรียนรู้หลักการพื้นฐานการคิดวิเคราะห์เชิงระบบและเชิงกลยุทธ์ โครงสร้างและองค์ประกอบ
พื้นฐานของการคิด เทคนิคและเครื่องมือที่ช่วยในการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ซึ่งช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพและสัมฤทธิผลของกระบวนการคิดแบบต่าง
3. ได้ทักษะการคิดวิเคราะห์สามารถนำไปประยุกต์และถ่ายทอดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป
4. การประยุกต์การวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เช่น
การวิเคราะห์ข้อมูลการจัดทำรายงาน การนำเสนองาน การแก้ปัญหา การตัดสินใจ การวางแผน ฯลฯ
ที่สามารถวัดประเมินผลเชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานของบุคลากรและผลลัพธ์ทางธุรกิจขององค์กรได้
วันที่ 6 สิงหาคม 2558
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทเรียน
หัวข้อ “เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ
การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทยศาสตร์ มอ.”
ประชาคมอาเซียนได้จัดทำแผนการรวมเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง องค์กรจึงควรกำหนดแผนความร่วมมือเพื่อพัฒนาบุคคลากรให้สอดคล้องกับสังคม เพื่อให้อาเซียนมีสังคมที่มั่นคง ยึดมั่นคุณธรรม ยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และมุ่งเน้นการพัฒนา เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในอนาคต ตลอดจนสามารถรับมือกับวิทยาการสมัยใหม่ และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่จะเพิ่มมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หัวข้อ “การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและ
การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ”
ได้แนวคิดทฤษฎีเกมในการตัดสินใจควรเลือกใช้ให้ถูกโอกาส เนื่องจากเราไม่สามารถที่จะ play game ให้ win – win ได้ในทุกสถานการณ์ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าสถานการณ์นั้น ๆ เป็น Zero sum game หรือ Negative sum game เพื่อสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้ถูกต้อง เหมาะสม
7 ส.ค.58
วิชาที่ 13 กิจกรรมรักษ์ใจ-รักกาย(1)
โดย อาจารย์ณภัสวรรณ จิลลานนท์ และอาจารย์กิตติภพ สังฆกิจ
กิจกรรมเข้าจังหวะนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออกกำลังกายที่ได้ทั้งสุขภาพ สมรรถภาพทางกาย และใจ ฝึกสมองให้มีสมาธิ จากการที่ต้องจดจำท่าทาง จังหวะการเดินหรือเต้นรำ และเป็นการฝึกบุคลิกภาพให้มีความสง่างาม อันจะส่งผลให้เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงออกทางสังคม และทำให้มีเพื่อนเพิ่มขึ้น
การเรียนกิจกรรมเข้าจังหวะในวันนี้แม้ว่าเป็นสิ่งที่เคยมีความรู้สึกว่าไม่ชอบและเป็นผู้ที่ไม่มีทักษะด้านนี้เลย แต่อาจารย์ทั้ง 2 ท่าน และคู่เต้นทำให้ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเต้นรำ อยากฝึกฝน อยากเต้นรำให้เกิดความชำนาญ และคิดว่าภายหลังจากเรียนวันนี้แล้วจะหาโอกาสฝึกฝนเพิ่มเติมค่ะ
ได้ประโยชน์จากการเรียนกิจกรรมเข้าจังหวะในวันนี้มาก รู้สึกได้ว่าร่างกายได้ใช้พลังงานเหมือนการออกกำลังกาย ได้ผ่อนคลายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า จิตใจก็เบิกบาน ได้หัวเราะเมื่อทำผิดจังหวะหรือจำท่าทางไม่ได้ แม้ว่าอาจจะมีผลกระทบที่ตามมาคือ กล้ามเนื้อขาและเท้าที่อาจจะระบมในค่ำคืนนี้ค่ะ
สรุปบทเรียนวันที่ 6/8/2558
วิชาที่ 11 เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ
การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทยศาสตร์ มอ.”
การเปลี่ยนแปลงของโลกจากระบบการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วทำให้มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่ทำให้แค่ละประเทศต้องมารวมกลุ่มกันเพื่อผลประโยชน์ในด้านต่างๆ และทำให้มีผลกระทบกับประเทศในด้านต่างๆการเปิดการค้าเสรีในกลุ่ม AEC จะมีผลต่อคณะแพทย์มอ.ในเรื่องคู่แข่งของโรงพยาบาลหรือในเรื่องการสื่อสารกับชาวต่างประเทศถ้าเราไมเรียนรู้ด้านภาษา เพราะทางเลือกของผู้รับบริการที่มีมากขึ้นจึงควรให้บุคลากรมีการพัฒนาในเรื่องภาษาตางชาติให้มากขึ้น ในการสอนของอาจารย์ทำให้ได้รู้ว่าในอนาตดเราควรจะพัฒนาไปในทิศทางใด
วิชาที่12 การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
การคิดอย่างเป็นระบบ จากหลายๆทฤษฎี คือต้องมีการคิดแบบองค์รวม คิดให้รอบคอบรอบด้านคิดถึงผลดีผลเสีย และคิดถึงอนาคต ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทุกเวลา เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และฝึกฝน ควรมีการสอนระบบการคิดตั้งแต่เด็ก สิ่งสำคัญการคิดเพื่อให้เกิดผลที่พึงพอใจต้องยึดหลักความถูกต้องและคุณธรรมด้วย อย่าให้ความคิดผิดๆที่ได้ประโยชน์ต่อตนเองยึดเป็นความคิดที่ถูกต้องจนกลายเป็นเห็นผิดเป็นชอบ
.
กรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช
ทุกทีมีทั้งคนดีและคนไม่ดีแต่เราจะต้องยึดมั่นในอุดมการณ์ของเราตามรอยพระบิดา และเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและหน่วยงาน
วันที่ 6 (รศ.ดร.สมชาย)
อ.สอนให้รู้จักการคิดอย่างเป็นระบบ การรู้จักจัดระบบความรู้ หลักการจำ จับประเด็นหลักในสิ่งที่เรียน ที่อ่าน
กาาสร้างความรู้ต้องเริ่มจากการรู้จักตนเองก่อน
การทำงานให้สำเร็จต้องดูเป้าหมายของลูกค้าเป็นหลัก
อ.ยังได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลง (โลกาภิวัตน์)นำไปสู่การเปิดเสรี ทำให้เกิดภาวะแข่งขันสูง ปลาใหญ่กินปลาเล็ก หน่วยงานเล็กๆถ้าไม่จัดการองค์กรให้ดีก็จะถูกกลืน..โดยนาย ทุนหรือต่างชาติ..คณะแพทย์ต้องเตรียมรับมือให้ดี..
คำพูดโดนใจ...การสำลักความรู้ คือรู้เยอะ รู้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่จำเป็นต้องรู้....
วันที่ 7 รักษ์กาย รักษ์ใจ
วันนี้ทุกคนตั้งใจเรียนมากๆ อ.ทั้ง2ท่านมีความสามารถขั้นเทพ ลีลาพริ้วไหวดูแล้วเพลิดเพลิน จนคิดว่า 1วันน้อยไปสำหรับหัวข้อนี้...ได้เรียนรู้การเต้นรำจังหวะต่างๆหลายๆท่า ซึ่งหวังว่าสักวันคงได้ใช้จริงๆ..
สรุปเนื้อหาวันที่ 6 ส.ค. 58
- การศึกษาที่ดี จะต้องสอนการหาความรู้ ต้องรักครามรู้และสร้างความรู้ ด้วยการทำ SWOT นั่นคือรู้ จุดแข็ง จุดอ่อน รู้โอกาสและรู้จักแก้ปัญหาอุปสรรค
การเรียนรู้ต้องจับประเด็นหลักๆให้ได้ อย่าเรียนรู้ทั้งหมด การตั้งคำถาม ให้ตั้งคำถามทำไม ไม่ใช่อะไร
- การคิด จะต้องเชื่อมโยงกัน อดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยต้องมองทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว
จากการเรียนรู้ในวันนี้สามารถนำมาคิดวิเคราะห์ คณะแพทยศาสตร์ ในอนาคต เพื่อนำมาพัฒนา ได้อย่างถูกทิศทาง และอยู่รอด
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทเรียน
หัวข้อ “เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ
การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทยศาสตร์ มอ.”
ท่ามกลางการกระแสการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและในอนาคตทุกประเทศมีการรวมตัวกันเพื่อความอยู่รอด เราต้องเจอการแข่งขันสูง สินค้าและบริการจากภายนอกเข้ามา มีการเคลื่อนย้ายการลงทุนสูง มีการเปิดเสรีการค้าบริการ มีโรคใหม่ๆเข้ามา ร ซึ่งเราคงอยู่แบบเดิมไม่ได้ เราจะปรับตัวอย่างไ เราต้องคิดกลยุทธ์ที่จะทำให้เราอยู่รอดได้มองหาโอกาสใหม่ๆ หาแนวร่วม ดึงดูดการลงทุนและลูกค้าจากประเทศนอกอาเซียน เพื่อความอยู่รอดขององค์กร
วิชาที่12 การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ...
จากการเรียนวันนี้ เห็นความสำคัญของการคิดเป็นระบบ ระบบคิดสำคัญกว่าข้อมูลและความรู้ ท่ามกลางโลกที่มีการแข่งขันสูงเราต้องมีระบบคิดอย่างฉลาด ต้อง มองเห็นอนาคต วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงความต้องการของลูกค้า วิเคราะห์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว รู้เขารู้เรา swot ให้เป็น และสามารถบริหารข้อมูลและความรู้ได้ รู้จักการเชื่อมโยง
... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/593134
นำส่งการบ้านอ่าน Text ของกลุ่มทีี่ 4 ค่ะ