ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๖๐. ชีวิตที่ไหลไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย


ผมเขียนบันทึกเรื่อง ความซับซ้อนของระบบอาชีวศึกษา แล้วมีคนเข้ามาบอกให้อธิบายเป้าหมายที่ ๓ ของการเข้าเรียนอาชีวศึกษา ที่ผมใช้คำว่า “ไม่มีเป้าหมายใดๆ เข้าเรียนก็เพราะชีวิตไหลมาเรื่อยๆ”

ความหมายก็คือ เด็กเหล่านี้ไม่มีเป้าหมายในชีวิต เข้าเรียนตามเพื่อน หรือเพราะไม่รู้จะเรียนอะไร เห็นว่าเข้าเรียนอาชีวศึกษาไม่ยากก็เข้าเรียน เป็นชีวิตที่ไหลไปอย่างไร้จุดหมาย

ผมโทษการเลี้ยงดูในครอบครัว และระบบการศึกษาของประเทศ ที่ทำให้เยาวชนส่วนใหญ่ของเรามีลักษณะไร้เป้าหมาย ในชีวิตเช่นนี้ ในความเป็นจริงของชีวิต ตามหลัก Chickering’s Theory of Identity Developmentข้อ ๕ และ ๖ เยาวชนจะค่อยๆ พัฒนาความเป็นตัวตน และเป้าหมายในชีวิต หากการเลี้ยงดู และการศึกษาดำเนินอย่างถูกต้อง

หากเด็กได้รับการอบรมและการศึกษาที่ดี เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเด็กจะพัฒนาคุณสมบัติข้อ ๕ และ ๖ ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ดังตัวอย่างศิษย์ของ ครูเรฟ ในหนังสือ ครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ ที่น่าจะเดาได้ว่าศิษย์ชั้น ป. ๕ อายุ ๑๐ ขวบแทบทุกคน มีพัฒนาการด้านความเป็นตัวตน และเป้าหมายในชีวิตไปไกลแล้ว แม้จะอายุเพิ่ง ๑๐ ขวบ ดังตัวอย่างที่เด็กคนหนึ่งใฝ่ฝันจะเป็น ผู้กำกับการสร้างภาพยนตร์ และได้รับทุนไปเรียนที่วิทยาลัยผลิตนักสร้างภาพยนตร์ในนิวยอร์กสมใจ

วัยรุ่นไทย ไม่ใช่เฉพาะเด็กนักเรียนอาชีวะส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เข้าเรียนแบบไร้จุดหมายในชีวิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ส่วนหนึ่งก็เป็นเช่นนั้น

ตรงกันข้าม เยาวชนที่มีจุดหมายแรงกล้าในชีวิต ที่ฝรั่งเรียกว่ามี passion คือคลั่งใคล้ไหลหลงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะมีแรงบันดาลใจต่อการเรียนรู้ มีความมานะอดทนขยันฝึกฝนเรียนรู้ ชีวิตก็จะได้ดี


วิจารณ์ พานิช

๒๑ มิ.ย. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)