เป็นประจำทุกปีที่จะต้องออกเยี่ยมบ้านนักเรียนในความดูแลของครูที่ปรึกษาในปีนี้ได้เป็นครูที่ปรึกษา ชั้น ม. 4/7 ซึ่งเป็นนักเรียนที่เลือกเรียนสายทั่วไป แต่เน้นสายอาชีพทางงานช่างอุตสาหกรรม และงานคหกรรม ทั้งสองกลุ่มนี้แบ่ง ชายเรียนช่างฯ และหญิงเรียนคหกรรม ที่ชัดเจน ในตัวครูตูมเคยเป็นครูในระดับ ม. ต้น มาปีนี้ได้ดูแลนักเรียนที่โตเป็นวัยรุ่นเต็มตัว และมีความคิดเป็นของตนเองสูงมาก แต่ไม่มีปัญหาเพราะลูกฝาแฝดที่บ้านก็เรียน ม. 4 เช่นกัน วัยเดียวกัน สบายๆกับการใช้ภาษาดอกไม้ และการพลิกแพลงในการสอดแทรกในอารมณ์ของแต่ละคน ออกเยี่ยมบ้านครบถ้วนทั้ง 20 หลัง บางบ้านก็ไม่พบผู้ปกครองเพราะเวลานัดได้เลื่อนออกไป และบางทีก็เกิดติดงาน จึงไปพบเพียงนักเรียนหรือก็เจอผู้ปกครองที่ตลาด แวะทักทายถามใถ่ ในปีนี้ได้มีหมู่บ้านที่อยู่ไกลลึกเข้าไปจากถนนใหญ่มากกว่าปีก่อนๆ... จึงนัดให้นักเรียนนั่งรถไปด้วยหลังเลิกเรียนค่ะ

การพบปะกับผู้ปกครองสิ่งที่เจอคำถามเหมือนกันคือ ลูกอยู่โรงเรียนแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ... แฮะ..ถามกว้างมากค่ะ แต่เข้าใจทันทีว่าอยากถามถึงการเรียนความตั้งใจเรียน การเรียนมีการบ้านมีกิจกรรมให้ทำลูกๆได้ทำให้คุณครูหรือไม่.....ต่างๆ...เป็นต้น

ครูที่ปรึกษาจะตอบคำถามแทนครูผู้สอนในห้องทุกคนว่า...ครูสอนให้ความรู้เท่ากันค่ะ อยู่ที่นักเรียนเวลานั้นตั้งใจรับความรู้ไปมากน้อยเพียงใด..ไม่เข้าใจสอบถามครูหรือไม่ และครูขอเป็นเท้าขวาให้นักเรียน จึงขอให้ผู้ปกครองเป็นเท้าซ้ายให้ลูกอีกข้างจึงจะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ....บางบ้านก็ฐานะและความเป็นอยู่ที่ต้องเห็นใจกับผู้ปกครองเพราะครอบครัวไม่สมบูรณ์ขาดมีพ่อ ขาดแม่ มีแม่ ขาดพ่อ อาศัยอยู่กับยาย น้า อา ญาติห่างๆ ....จึงพอสรุปได้ว่า...นักเรียนห้องท้ายๆคือนักเรียนสายอาชีพที่ผลการเรียนไม่สูง เรียนไม่เก่ง ที่มาส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะฐานะยากจน ครอบครัวไม่อบอุ่น เดินทางลำบาก...จริงไหมคะ...