ก็ในที่สุดแล้ว ความต้องการของมนุษย์คือ "ความสุข" มิใช่หรือ?

ดีจัง!!! รู้สึกมีความสุข...


ชาวภูฏานเมื่ออธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาจะอธิษฐานให้ "ผู้อื่น" ไม่ใช่ "ตนเอง"


เมื่อแรกได้ฟังรู้สึกแปลกๆ เพราะเคยชินกับการอธิษฐานขอนี่นั่นให้ตัวเอง (แม้จะลดลงไปมากแล้วในช่วงหลัง)

ครั้งนั้น...กลับมาครุ่นคิดด้วยประสบการณ์ตัวเอง ตระหนักด้วยปัญญาแบบโลกๆ ก็ใช่สิ เราจะมีความสุขและได้นี่นั่นอยู่คนเดียวได้อย่างไร คนรอบๆ ตัวต้องสุขและได้ด้วย... เราจึงจะมีความสุขได้


วันนี้คิดขึ้นมาอีกว่า...

หากเราอธิษฐานให้คนอื่น คนอื่นก็อธิษฐานให้เรา ผลคือกระแสของความเมตตาปรารถนาดีเกิดไปทั่ว เมื่อเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน ความสุขก็ยิ่งแผ่กระจายออกไป ไม่คิดร้ายคิดเบียดเบียนกัน...

เรื่องอยากได้นี่โน่นนั่น...ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

ทำไมล่ะ?

ก็มนุษย์เราต่างวิ่งวุ่น ทำงานหาเงินหามรุ่งหามค่ำ

เรียนนี่เรียนนั่น ช่วยคนนี้คนนั้นทำอะไรต่างๆ

ทุ่มเทมุ่งมั่น อยากได้ อยากมี อยากเป็น...


ทางขึ้นเขาทักซัง (Tiger's nest) ภูฏาน


เพื่ออะไร?

หากเรายอมรับว่าเพราะมนุษย์ถูกผลักดันด้วยแรงขับตามธรรมชาติ

มีความต้องการพื้นฐานเป็นขั้นๆ...

ตามแนวคิดของลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow's hierarchy of needs)

เราทำหลายเรื่องราวก็เพื่อสนองความต้องการ (Needs) ตัวเอง

เพื่อให้ไม่รู้สึกว่างเปล่า แต่ได้เป็นอะไร เป็นใครสักคน (Someone Somebody)

ทั้งหมดก็เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย เป็นสุข

ไม่แปลกแยกจากคนอื่น/สังคมที่อยู่ ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อ...ความสุข...


ก็ในที่สุดแล้ว ความต้องการของมนุษย์คือ "ความสุข" มิใช่หรือ?

มนุษย์อย่างเราๆ จะต้องการอะไรมากไปมากว่า..."ความสุข" อีกล่ะ...

(เว้นไว้แต่ครูบาอาจารย์พระอรหันต์ผู้ทรงคุณหมดกิเลสแล้ว)

คิดแล้วก็อมยิ้มอิ่มใจ.. รู้สึกฉลาดขึ้นอีกหน่อยแล้ว นิดเดียวก็ยังดีน่า...

(✿◕‿◕)♪✿♪♡

อ้างอิง Maslow's hierarchy of needsจากhttps://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B9%8C