ความเอ๋ย เจ้าความสุข (2-163)

ก็ในที่สุดแล้ว ความต้องการของมนุษย์คือ "ความสุข" มิใช่หรือ?

ดีจัง!!! รู้สึกมีความสุข...


ชาวภูฏานเมื่ออธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาจะอธิษฐานให้ "ผู้อื่น" ไม่ใช่ "ตนเอง"


เมื่อแรกได้ฟังรู้สึกแปลกๆ เพราะเคยชินกับการอธิษฐานขอนี่นั่นให้ตัวเอง (แม้จะลดลงไปมากแล้วในช่วงหลัง)

ครั้งนั้น...กลับมาครุ่นคิดด้วยประสบการณ์ตัวเอง ตระหนักด้วยปัญญาแบบโลกๆ ก็ใช่สิ เราจะมีความสุขและได้นี่นั่นอยู่คนเดียวได้อย่างไร คนรอบๆ ตัวต้องสุขและได้ด้วย... เราจึงจะมีความสุขได้


วันนี้คิดขึ้นมาอีกว่า...

หากเราอธิษฐานให้คนอื่น คนอื่นก็อธิษฐานให้เรา ผลคือกระแสของความเมตตาปรารถนาดีเกิดไปทั่ว เมื่อเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน ความสุขก็ยิ่งแผ่กระจายออกไป ไม่คิดร้ายคิดเบียดเบียนกัน...

เรื่องอยากได้นี่โน่นนั่น...ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

ทำไมล่ะ?

ก็มนุษย์เราต่างวิ่งวุ่น ทำงานหาเงินหามรุ่งหามค่ำ

เรียนนี่เรียนนั่น ช่วยคนนี้คนนั้นทำอะไรต่างๆ

ทุ่มเทมุ่งมั่น อยากได้ อยากมี อยากเป็น...


ทางขึ้นเขาทักซัง (Tiger's nest) ภูฏาน


เพื่ออะไร?

หากเรายอมรับว่าเพราะมนุษย์ถูกผลักดันด้วยแรงขับตามธรรมชาติ

มีความต้องการพื้นฐานเป็นขั้นๆ...

ตามแนวคิดของลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow's hierarchy of needs)

เราทำหลายเรื่องราวก็เพื่อสนองความต้องการ (Needs) ตัวเอง

เพื่อให้ไม่รู้สึกว่างเปล่า แต่ได้เป็นอะไร เป็นใครสักคน (Someone Somebody)

ทั้งหมดก็เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย เป็นสุข

ไม่แปลกแยกจากคนอื่น/สังคมที่อยู่ ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อ...ความสุข...


ก็ในที่สุดแล้ว ความต้องการของมนุษย์คือ "ความสุข" มิใช่หรือ?

มนุษย์อย่างเราๆ จะต้องการอะไรมากไปมากว่า..."ความสุข" อีกล่ะ...

(เว้นไว้แต่ครูบาอาจารย์พระอรหันต์ผู้ทรงคุณหมดกิเลสแล้ว)

คิดแล้วก็อมยิ้มอิ่มใจ.. รู้สึกฉลาดขึ้นอีกหน่อยแล้ว นิดเดียวก็ยังดีน่า...

(✿◕‿◕)♪✿♪♡

อ้างอิง Maslow's hierarchy of needsจากhttps://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B9%8C

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาหารเพื่อจิตวิญญาณ



ความเห็น (16)

เขียนเมื่อ 

ส่งความสุข..มาให้เจ้าค่ะ..

ขอบคุณค่ะคุณยายธี

เห็นภาพก็มีความสุขแล้วค่ะ :)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคุณน้อง

พี่ลงเรื่องเคล็ดลับของความสุขตั้งแต่สองปีที่แล้ว ท่าน ว มาแสดงธรรมที่ชิคาโก พี่อัดเทปไว้ ท่านพูดถึงทฤษฎีมาสโลว์เสียด้วย ไม่ได้คุยกันเสียนาน ขอให้คุณน่องมีความสุขมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

เขียนไว้ในยูทูปครับ

ท่าน ว.วชิรเมธี บรรยายธรรมเรื่องเคล็ดลับของความสุข ณ วัดธัมมาราม ชิคาโก สหรัฐอเมริกา วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๖

สูตรความสุข

๑) อย่าเอาทุกข์มาทับถมตน ที่ไม่มีทุกข์

๒) แสวงหาความสุขที่ชอบธรรม

๓) มีความสุขที่ชอบธรรมก็ไม่หลงติด

๔) เพียรพัฒนาจิตให้ปราณีตยิ่งขึ้นๆไป

ความทุกข์มาโปรด ความสุขโปรยปราย

วิดีโอชุดนี้ ผมถ่ายเองที่ชิคาโก เมื่อปี ๒๕๕๖ ตอนท่านพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี มาแสดงธรรมที่นี้ มีคนเข้ามาดูแล้วเกือบเก้าหมื่นคน มีคนถามท่านว่า มีเงินแล้วไม่มีความสุข จะทำอย่างไร (คนต่างประเทศเป็นกันมากๆ) ท่านตอบว่า เอาเงินมาให้อาตมา แล้วเอาความสุขของอาตมาไป จากนั้นท่านบรรยายเป็นฉากๆ เป็นข้อๆ ผมก็สงสัยว่าท่านเตรียมตัวมาอย่างไร จึงได้บรรยายดีเยี่ยมเช่นนี้

จนกระทั่งผมกลับไปเมืองไทยปีนี้ ๒๕๕๗ ไปงานหนังสือแห่งชาติกับพี่ชาย ไปเจอหนังสือ ของท่านเรื่อง ความทุกข์มาโปรด ความสุขโปรยปราย ที่ร้านขายหนังสือธรรมะของคุณอารีย์ จึงได้พบว่าที่ท่านบรรยายเกือบทั้งหมดมาจากหนังสือเล่มนี้

ดังนั้น ฟังวิดีโอชุดนี้ ก็เกือบจะเท่าๆ กับอ่านกับหนังสือ Best Selling ของท่าน

นอกจากนั้น ยังได้เห็นตัวจริงๆของท่าน บรรยายสดๆ ไม่มีการตัดต่อ วิดีโอของท่านส่วนมากจะมีแต่เสียง วิดีโอชุดนี้ มีทั้งเสียง และเห็นตัว หาดูได้ยากมาก

ฟังๆแล้วคุณจะแอบยิ้มให้กับตัวเองโดยไม่รู้สึกตัวครับ

เขียนเมื่อ 

การให้ความสุขนี่ง่ายจริงๆนะคะ อ่านแล้วก็มีความสุขทันที แถมยังมีความสุขดีๆจากในความเห็นของคุณ คนบ้านไกล ที่เอาธรรมบรรยายของท่าน ว.วชิรเมธี มาฝากกันด้วย

เขียนเมื่อ 

แนวทางของนักปฏิบัติที่หลงวปู่ และครูบาอาจารย์สอนผมมา

" สุข ก็ไม่เอา ทุกข์ ก็ไม่เอา อยู่เป็นกลางๆ " ..............

ดังนั้น

" มนุษย์อย่างเราๆ จะต้องการอะไรมากไปมากว่า..."ความสุข" อีกล่ะ...

(เว้นไว้แต่ครูบาอาจารย์พระอรหันต์ผู้ทรงคุณหมดกิเลสแล้ว) "

นอกจาก พระอริยะ ผู้หมดกิเลส ยังมี บุคคลจำนวนนึง ที่พิจารณา สุข ทุกข์ ให้เป็นสภาวะธรรม โดยไม่ไป " ต้องการ ... ความสุข "

จริงบ่ พี่Green?


เขียนเมื่อ 

ก็ในที่สุดแล้ว ความต้องการของมนุษย์คือ "ความสุข" มิใช่หรือ?....

สำหรับผม ณ ตอนนี้

ถ้าผมต้องการ ความสุข ปลายทางของมันที่คู่กันเสมอ ก็คือ ความทุกข์ เราคงหนีไม่พ้น

ดังนั้น..... ถ้าเป็น นักปฏิบัติธรรม.... เขาก็น่าจะบอกว่า

. หนทางที่เขาเดิน (มรรค) คือทาง ที่ไปสู่ ความพ้นทุกข์ . ........ (ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเราเริ่มเดิน..... มันจะไกลใกล้เพียงใด ก็ตัวใครตัวมันละนะทีนี้ พี่Green 555

-สวัสดีครับ

-ความสุข....คือสิ่งที่คนเราปรารถนา..

-สุขได้ด้วยใจเรา..

-การแบ่งปันจุดเริ่มต้นของ"ความสุข"นะครับ

-ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะพี่ คนบ้านไกล

กราบขอโทษด้วยนะคะ เพิ่งเข้ามาตอบหลังโพสต์ไว้หลายวันค่ะ

และขอบพระคุณพี่มากๆ จะหาเวลาช่วงวันหยุดไปชมวิดีโอ และ ดีจังที่พี่ได้กรุณาสรุปให้แล้ว :)

อ่านคอมเม้นท์พี่แล้ว ก็ยิ้มอิ่มใจค่ะ

สวัสดีค่ะพี่โอ๋ โอ๋-อโณ

ความสุขหรือความทุกข์นี้คล้ายโรคติดต่ออยู่เหมือนกันนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ

สวัสดีค่ะท่าน วิชญธรรม

มาคอมเม้นท์ทีก็ต้องตอบยาว เคาะไว้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันอีกทีนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ เพชรน้ำหนึ่ง

ขอบคุณความสุขที่นำมาแบ่งปันค่ะ

การให้ คือ จุดเริ่่มต้นของความสุข จริงที่สุดค่ะ :)

สวัสดีอีกครั้งค่ะท่าน วิชญธรรม

ครั้งที่แล้ว อ่านคอมเม้นท์แล้ว อมยิ้มพลางถอนใจ ต้องคุยยาวเลยในประเด็นที่ท่านกล่าวไว้....

หากพูดแบบ โลก โลกย์ ที่เรายังอยู่ๆ กันนี้ ... ความสุขก็เป็นที่หวัง แต่ในระดับต่อไปๆๆๆๆ ความสุขย่อมแตกต่างกันไป หยาบ ละเอียด ประณีต... ตามแต่บุญบารมี วิกบากกรรม ที่แต่ละคนสั่งสมกันมา ไม่ใช่เพียงชาตินี้ แต่หลายภพชาตินับไม่ถ้วนมาแล้ว (เมื่อเราเชื่อในภพชาติ)

บันทึกนี้พี่พูดไว้เพียง ความสุข ระดับโลก โลกย์ ของพี่นี่ล่ะ และขอบคุณที่ต่อยอดให้คิดต่อ เพราะความจริง รู้ทุกข์ จึงรู้สุข เมื่อสุข ทุกข์ก็รออยู่ข้างหน้า เพราะเหตุ...ไม่มีอะไรเที่ยงและคงอยู่ ต่างเปลี่ยนแปรไปตามไตรลักษณ์เสมอ

และเมื่อพี่ปรารภความสุขในบันทึกนี้ พอวันถัดไปก็ได้พบกับความทุกข์ ไม่สบายใจ ทันทีเลย... แหม ช่างมาถ่วงดุลไม่ให้หลงละเมอไปในความสุขปลอมๆ เปลือกๆ นั้นจริงๆ

แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ รู้ว่าสุขนี้มีปลายทางที่ทุกข์รออยู่ เราก็ย่อมต้องยอมรับ ตระหนักรู้ ต่อไปค่อย ลด ละ วาง เหมือนที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า ให้รู้มันทั้งสุข ทั้งทุกข์นั่นล่ะ จะได้รู้สึกเบื่อหน่ายคลายจาง หันมาปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นทางอันเกษม ทางที่จะไม่ต้องย้อนกลับมา สุข ๆ ทุกข์ ๆ กันอีกต่อไป...

การอฐิษฐานให้ผู้อื่น...เมื่อเค้าได้รับหารให้ของเราแล้ว

สุดท้าย..สิ่งที่เราให ้เค้า

ก็จะย้อนกลับมาหาเรา..

..

ชื่นชมการเผื่อแผ่เช่นนี้ครับคุณหยั่งราก


ด้วยความระลึกถึงเสมอนะครับ


การอฐิษฐานให้ผู้อื่น...เมื่อเค้าได้รับการให้ของเราแล้ว

สุดท้าย..สิ่งที่เราให ้เค้า

ก็จะย้อนกลับมาหาเรา..

..

ชื่นชมการเผื่อแผ่เช่นนี้ครับคุณหยั่งราก

ด้วยความระลึกถึงเสมอนะครับ


สวัสดีค่ะคุณ แสงแห่งความดี...

แท้ที่จริงแล้ว ไม่ว่า เรา หรือ เขา ล้วนไม่ต่างกัน เป็นสัตว์โลกที่ต้องประสบกับไตรลักษณ์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกัน เพียงรูปแบบใด หนักเบา มากน้อย ในช่วงเวลาใด

ดังนั้น...หากเราเข้าใจตรงนี้แล้ว เราก็จะไม่ถือ เรา เขา แต่เป็น เรา ซึ่งนับไปก็คือ หนึ่งเดียวกัน นะคะ

ระลึกถึงคุณแสงแห่งความดีเสมอค่ะ :)