แนวคิดในระบบกฎหมายอาญาของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่นำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่น่าสนใจ คือ ปรากฏการณ์ปริมาณผู้ติดยาเสพติดและปริมาณการก่ออาชญากรรมของผู้ติดยาเสพติดที่ลดน้อยลง จนทำให้รัฐบาลต้องประกาศปิดคุกถึง 19 แห่ง ในปี 2013 และคาดว่าจะทำให้ประหยัดงบประมาณของประเทศในการก่อสร้างคุกและงบประมาณในการเลี้ยงดูนักโทษซึ่งมาจากภาษีอากรของประชาชนได้จำนวนมาก........................................


ถอดรหัสโปรแกรมแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุก

ตอน อัมสเตอร์ดัม โมเดล (2)


วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ นบ. นม.



แนวคิดและแนวทางการดำเนินงาน

นโยบายผ่อนคลายคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือโปรแกรมแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกของประเทศเนเธอร์แลนด์ ดำเนินงานภายใต้แนวคิดความเชื่อที่ว่าการใช้กัญชาเป็นปัญหาสุขภาพไม่ได้เป็นปัญหาความผิดทางอาญา และ แนวคิดในการใช้กัญชาเบี่ยงเบนการใช้ฝิ่นและโคเคน (การใช้กัญชาแทนฝิ่นและโคเคน) โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 5 ประการ คือ

  • เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันการใช้ยาเสพติด
  • เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษา ฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด และลดอันตรายต่อผู้ใช้ยาเสพติด
  • เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดความรำคาญจากเสียงรบกวนของผู้ใช้ยาเสพติดในบริเวณใกล้เคียงและความปลอดภัยสาธารณะ
  • เพื่อวัตถุประสงค์ในการต่อสู้กับกระบวนการผลิตและการค้ายาเสพติด
  • เพื่อแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุก เป็นต้น


การใช้กัญชาเป็นปัญหาสุขภาพไม่ได้เป็นปัญหาความผิดทางอาญา


การใช้กัญชาเป็นปัญหาสุขภาพไม่ได้เป็นปัญหาความผิดทางอาญา


ผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานตามนโยบายยาเสพติด หรือโปรแกรมแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ในการผ่อนคลายคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยการจัดให้กัญชาอยู่ในประเภทเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้น พบว่าสามารถทำให้ผู้เสพยาเสพติดมีการเสพฝิ่นและโคเคนในปริมาณที่ลดน้อยลง ทำให้การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น สามารถลดปริมาณการแพร่ของโรคเอดส์ผ่านการฉีดยาเสพติดเข้าทางหลอดเลือดดำสามารถควบคุมการผลิต และ การค้ายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำให้ปริมาณผู้ใช้ยาเสพติดและการก่ออาชญากรรมเพราะสาเหตุจากยาเสพติดลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คุกในประเทศเนเธอร์แลนด์ขาดแคลนนักโทษ (ปริมาณอัตราความจุของนักโทษที่คุกมีรองรับทั้งหมด 14,000 คน แต่มีนักโทษเพียง 12,000 คน) ในปี 2013 กระทรวงยุติธรรมเนเธอร์แลนด์จึงได้ประกาศว่าจะปิดคุกทั้งหมด 19 แห่ง


ภาพแสดงคุกเนเธอร์แลนด์ขาดแคลนนักโทษ



ภาพแสดงบรรยากาศในร้านกาแฟกรุงอัมสเตอร์ดัม




รูปต้นกัญชาติดอยู่ที่หน้าร้านกาแฟในกรุงอัมสเตอร์ดัม


แนวคิดการนำพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดของไทย

กรณีแนวคิดการนำพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และแนวคิดในการใช้พืชกระท่อมเพื่อเบี่ยงเบนการใช้ยาบ้าหรือการใช้พืชกระท่อมแทนยาบ้าเมื่อปลายปี 2556 ของกระทรวงยุติธรรมไทย นั้น มีสาเหตุจากจากปริมาณผู้ต้องขังคดียาบ้าที่มีจำนวนสูงถึง 107,081 คน ที่ได้ส่งผลกระทบต่อปัญหาผู้ต้องขังล้นคุกเป็นอย่างมาก (สถิตินักโทษเด็ดขาด พ.ร.บ. ยาเสพติดฯ แยกตามประเภทตัวยา ข้อมูลจากศูนย์ทะเบียนประวัติผู้ต้องขังกรมราชทัณฑ์ ณ 30 กันยายน 2555) และจากข้อมูลผู้ต้องหาคดีเกี่ยวเนื่องด้วยพืชกระท่อม ที่มีปริมาณสูงถึง 15,085 คน คดีกัญชา ประมาณ 21,826 คน คดียาบ้า ประมาณ 243,296 คน จากผู้ต้องคดีทั้งหมด 320,972 คน (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ณ ปี 2554)


ใบกระท่อม (kratom)


นอกจากจะส่งผลกระทบต่อปัญหานักโทษล้นคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ก่อนที่คดีจะถึงที่สุดขั้นตอนการดำเนินคดีที่มีปริมาณที่สูงมาก ดังกล่าว ก็ได้ส่งผลกระทบในการเพิ่มภาระงานแก่หน่วยงานอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรมทั้งตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ แนวคิดการนำพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดฯ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณคดียาเสพติด (ยาบ้า) และเพื่อการแก้ปัญหานักโทษล้นคุก เป็นการดำเนินงานตามแนวทางและนโยบายในการนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดและการใช้กัญชาเบี่ยงเบนการใช้ฝิ่นและโคเคน (การใช้กัญชาแทนฝิ่นและโคเคน) ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สามารถลดปริมาณคดียาเสพติด (ฝิ่นและโคเคน) และสามารถแก้ปัญหานักโทษล้นคุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Legal Marijuana


โดยสรุป

นโยบายผ่อนคลายความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด หรือโปรแกรมแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ในการจัดให้กัญชาอยู่ในประเภทเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นนโยบายที่ได้แสดงให้เห็นถึง “แนวคิดในระบบกฎหมายอาญาของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลหยุดทำสงครามกับยาเสพติด และนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด (ข้อเรียกร้องของประชาชน ในปี 1960 และผลการสำรวจความเห็นประชาชน ในปี 2008) เป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่น่าสนใจ คือ ปรากฏการณ์ปริมาณผู้ติดยาเสพติดและปริมาณการก่ออาชญากรรมของผู้ติดยาเสพติดที่ลดน้อยลง จนทำให้รัฐบาลต้องประกาศปิดคุกถึง 19 แห่ง ในปี 2013 และคาดว่าจะทำให้ประหยัดงบประมาณของประเทศในการก่อสร้างคุกและงบประมาณในการเลี้ยงดูนักโทษซึ่งเป็นภาษีอากรของประชาชนได้จำนวนมาก”


ถูกต้องตามกฎหมาย



จึงเห็นว่า แนวคิดในการแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกของกระทรวงยุติธรรมไทย ที่มีแนวคิดในการนำพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดฯ และแนวคิดในการใช้พืชกระท่อมเพื่อเบี่ยงเบนการใช้ยาบ้าหรือการใช้พืชกระท่อมแทนยาบ้า นั้น ถ้าได้ดำเนินการโดยผ่านการสำรวจความต้องการของประชาชนตามแนวทางนโยบายยาเสพติด“อัมสเตอร์ดัม โมเดล” ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็จะทำให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปได้โดยชอบ และสามารถแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกได้เช่นเดียวกัน


…………………………….



เอกสารอ้างอิง

ภาพประกอบ จากเว็บไซต์ http://www.playbuzz.com/carmensantiago10/what-kind-of-marijuana-are-you เว็บไซต์ http://www.facthut.com/legal-marijuanaเว็บไซต์ http://humanitiesactionlab.org/legalize/ เว็บไซต์ http://cushfood.com/kratom/ เว็บไซต์ http://www.livetradingnews.com/marijuana-news-56949.htm#.VZK4WRuqqkoและ เว็บไซต์ http://www.facthut.com/legal-marijuana


หมายเหตุ

ถอดรหัสโปรแกรมแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกตอน อัมสเตอร์ดัม โมเดล (1) ของวินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ได้ลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ฐานข้อมูลเว็บไซต์งานวิจัยกรมราชทัณฑ์หรือเว็บไซต์คลังความรู้กรมราชทัณฑ์ ประจำเดือน กรกฎาคม 2557 http://www.correct.go.th/blogknowledge/index.php/2014-01-17-03-42-26/2014-07-07-07-45-48