คิดถึงวัยเยาว์

อักขณิช
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

คิดถึงวัยเยาว์







ทุกๆ ครั้งที่ผมมองย้อนกลับไปสู่อดีตที่ผ่านพ้น ผมมักจะระลึกถึงห้วงเวลาแห่งวัยเยาว์ของตนเองอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความทรงจำที่สุดแสนงดงาม และแสนพิเศษ คิดถึงยามใดก็รู้สึกมีความสุขและเบิกบานใจทุกที

โดยบนรอยทางแห่งกาลเวลาอันเป็นอดีตเหล่านั้น มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับชีวิตของผม ซึ่งมีทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงา เฮฮา สนุกสนาน สมหวัง ผิดหวัง หัวเราะและร้องไห้ คละเคล้ากันไป

แต่เมื่อใดก็ตามที่ผมหวนระลึกถึงอดีตที่ผ่านพ้นไป ส่วนใหญ่ผมมักจะเลือกระลึกถึงเรื่องราวที่ดีๆ มากกว่า โดยมีหลายสิ่งหลายอย่างที่สุดแสนงดงามและผมรู้สึกประทับใจ ทั้งวันเวลา สถานที่ และบุคคลที่หลากหลาย

มีหลายช่วงเวลาที่ผมรู้สึกประทับใจ มีความสุข และยังคงดำรงอยู่ในความทรงเสมอ เมื่อใดที่ผมคิดถึงช่วงเวลาที่ดีๆ เหล่านี้ ผมจะรู้สึกมีความสุขและเบิกบานใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ผมยังจดจำได้ถึงสถานที่หลายๆ แห่งที่ตนเองมีความผูกพันด้วยในอดีต ทั้งหมู่บ้าน วัด โรงเรียน ป่าเขา ลำห้วย และสิ่งแวดล้อมต่างๆ แม้บางแห่งจะเปลี่ยนไปแล้วตามกาลเวลา แต่หลายแห่งก็ยังคงดำรงอยู่อย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง และผมก็ยังคงจดจำบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขที่เกิดจากสถานที่เหล่านั้นได้เสมอ

มีบุคคลต่างๆ มากมายที่ผมรักและผูกพันด้วย ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง คุณครู เพื่อนๆ และคนที่ผมรู้จักอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในบรรดาผู้คนทั้งหลายที่ผมรักเหล่านั้น หลายคนได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว บางคนก็ลืมเลือนกันไป ในขณะที่อีกหลายคนยังคงมีชีวิตอยู่และเรายังคงรักและผูกพันกันอยู่เช่นเดิม

เพื่อนรักในวัยเยาว์ของผมหลายคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิตอย่างดี หลายคนเป็นข้าราชการ หลายคนเป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนา แต่บางคนก็ได้จากโลกนี้ไปก่อนแล้วโดยไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาได้อีก

ตลอดชั่วชีวิตของผม ผมยังคงจดจำบรรดาเพื่อนๆ และบุคคลที่ผมรักเหล่านั้นได้เสมอ แม้ว่าบางคนอาจจะลืมเลือนผมไปแล้ว หากแต่ผมยังคงจดจำเขาได้อยู่เสมอโดยมิเคยลืมเลือนแต่อย่างใด

ผมยังรักและระลึกถึงเพื่อนๆ และบุคคลที่ผมรักอยู่เสมอ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านพ้นไปเนิ่นนานสักเพียงใดก็ตาม ผมยังคงรัก คิดถึง หวังดีและปรารถนาดีต่อพวกเขาอยู่เสมอมิเคยเสื่อมคลาย

การได้ย้อนเวลากลับไปสู่ห้วงเวลาแห่งวันวาน ทำให้ผมได้สัมผัสถึงช่วงเวลาแห่งความสุขและความงดงามหลายๆ อย่าง ผมมองเห็นป่าไม้อันกว้างใหญ่ ลำห้วยที่มีน้ำใสไหลเย็นจนเห็นฝูงปลาน้อยใหญ่ ทุ่งนาที่เขียวขจี เสียงร้องของหมู่นกกา เสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ คำสอนของคุณครู และเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ

ยามใดผมรู้สึกท้อแท้ อ่อนแอ และสิ้นหวัง เมื่อผมทำใจให้สงบและหวนระลึกถึงช่วงเวลาแห่งความทรงจำในอดีตที่ผ่านมาเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง มันกลับทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น มีความสุข มีกำลังใจ มีความหวังขึ้นมาอย่างประหลาด และไม่รู้สึกเงียบเหงาหรือเดียวดายอีกต่อไป

ความทรงจำที่แสนงดงามจากวัยเยาว์จึงเป็นเสมือนสมบัติล้ำค่าที่ทำให้เราทุกคนมีความสุขและรู้สึกประทับใจอยู่เสมอในยามที่เราหวนระลึกถึงมัน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านพ้นไปเนิ่นนานสักเพียงใดก็ตาม



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชาวบ้านอารมณ์ดี



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 

วัยเยาว์ ที่มีเรื่องดีดี น่าจดจำนะคะ .... ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ผมคิดว่า ยิ่งเราเติบโต มีประสบการณ์โลกมากเท่าไหร่ จะยิ่งหวนทบทวนชีวิตในอดีตได้มากขึ้น.. สิ่งที่กระตุ้นให้เราทบทวนคือ ๑ อยู่ไกลบ้าน ๒) อิ่มในสถานะที่เป็นอยู่แบบนั้น ๓) เสียงเพลง รูปภาพ เรื่องเล่าเก่าๆ ๔) ความผิดหวัง ความเหงา ความกดดัน ๕) ความสำเร็จ ความสุข ความสมบูรณ์ในชีวิต ๖) มีวิสัยทัศน์ในเรื่องโลกทัศน์ ชีวทัศน์ จิตทัศน์ที่ละเอียดขึ้น ๗) มีจิตสากล คือ มีความบริสุทธิ์ทางจิต (เอิบอิ่มในรสพระธรรม) จะมองเห็นสัจธรรมและความจริงในตน (ชีวิต) ตั้งแต่ต้น ไปถึงปลายได้ ๘) อยู่ในตำแหน่งที่ดี เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ทุ่งนา ป่า เขา วัด โรงเรียน ฯ

อนึ่ง สายตาเรากำลังเห็นสองมิติจริงๆ กล่าวคือ ๑) เห็นในสิ่งที่ตาเห็นจริงๆ แล้วหาข้อเท็จจริง หรือคุณสมบัติของมันได้ ไม่เหมือนเด็กที่เห็นแล้วหลวมใหลไปตามเหตุการณ์นั้น จนไม่รู้ตัวเรียกว่า เพลินในภาพครับ ๒) เห็นภาพเหนือจริง เหนือวัตถุ หมายถึง เห็นมาจากข้างใน ที่เชื่อมใยงเข้ากับหลักธรรมชาติ ชีวิต และความรู้สึกได้ บางทีอาจเห็นจริง จนมองเห็นภาพตื้นๆ นั้นเป็นมายา เห็นมายาเป็นจริง

การเห็นแบบแรกเป็นเหมือนนักวิทยาศาสตร์ อย่างหลังเป็นแบบนักธรรมวิทยา ครับ บางเวลาชีวิตเราอาจจะยังคงลืมภาพเก่าๆ ในชีวิตไม่ได้ เพราะมันคือ ส่วนหนึ่งของชีวิต หรือยิ่งเราไม่ชอบปัจจุบันหรือถูกบีบคั้นในปัจจุบัน เราจะยิ่งหาช่วงที่มีความสุขในอดีต นั่นคือ จิตได้รีไซเคิลสมองมาย่อยใหม่ เพื่อความสมดุลของมันเองครับ

ผมก็เป็นครับ ยิ่งฟังเพลงเก่าๆ เช่น เพลงลูกทุ่งเก่าๆ สตริงๆ เก่าๆ (ปี ๒๕๒๐-๒๕๔๐) มันจะวิ่งไปหาทุ่งนาหรืออดีตที่อยู่ที่ใดที่หนึ่ง จนจมดิ่งอยู่กับมันอย่างเพลิดเพลินครับ เขาว่ากันว่า ใครที่เล่าเรื่องเก่า แสดงว่า มีอายุ ประสบการณ์มากมาครับ (แก่)

ดังนั้น เราหนีอดีตไม่ได้ เพราะมันคือ สมบัติสมองของเรา อยู่ที่ว่า เราจะใช้มันให้พยุงจิต ชีวิตเราให้มีความสุขอย่างมีปัญญา อย่างไรนั่นเองครับ

ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับท่าน

-ตามมาอ่านและร่วมรำลึกถึงความสุขในวัยเด็ก..

-ตัวผมเองก็มักจะหวนคิดถึงความหลังบ่อย ๆ ครับ

-จำได้ว่ามีความสุข..พร้อมหน้า.พ่อ/แม่/พี่/น้อง..

-ที่สำคัญไม่ชอบไปโรงเรียน..มักจะงอแงเพื่อจะได้ไปทำนากับพ่อ 555

-ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

อดีตมีเรื่องราวดีๆ ให้จดจำ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่เปิ้นDr. Ple

วัยเยาว์มักจะมีเรื่องราวดีๆ ให้เราได้จดจำเสมอนะครับ

และเราจะรู้สึกสุขใจเสมอเมื่่อระลึกถึงความทรงจำที่ดีๆ เหล่านั้น

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อาจารย์ส.รตนภักดิ์

ขอบคุณมากๆ ครับสำหรับความคิดเห็นดีๆ ที่ทำให้ผมได้รับความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

ตามที่อาจารย์กล่าวมา โดยส่วนตัวของผมแล้วคงจะมีแรงกระตุ้นมาจากทุกข้อนะครับ เพียงแต่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับโอกาสและเวลานะครับ

ส่วนด้านมุมมองนั้นผมคงจะเป็นแบบนักธรรมวิทยา เพราะเคยบวชเรียนมานาน เลยทำให้มองเห็นอดีตกับปัจจุบันเป็นสิ่งที่มีความเชื่อมโยงกันเสมอ

และดูเหมือนว่า ยิ่งอายุมากขึ้น เราก็ยิ่งโหยหาอดีตมากขึ้นนะครับ


เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณเพชรน้ำหนึ่ง

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณเพชรฯ ถึงมาทำงานเกี่ยวกับด้านการเกษตร

ที่แท้ก็เพราะเหตุผลข้อนี้นี่เอง.... "ที่สำคัญไม่ชอบไปโรงเรียน..มักจะงอแงเพื่อจะได้ไปทำนากับพ่อ 555" คิ คิ คิ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ tuknarak

ใช่แล้วครับ อดีตมักจะมีเรื่องราวดีๆ ให้เราจดจำเสมอ

โดยเฉพาะในช่วงวัยเยาว์ ซึ่งเรามักจะสุขใจเสมอเมื่อนึกถึงมัน

เขียนเมื่อ 

ภาพจำในอดีตของดิฉันมีทั้งสุขทั้งยากลำบากค่ะ

ภาพจำที่ยากลำบากมีคุณค่ามากกว่าภาพจำที่สุข เพราะเป็นการฝึกฝนให้เราเข้มแข็ง อดทน มองเห็นความเป็นจริงของชีวิตได้มากกว่า

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ nui

ในอดีตผมมีทั้งความสุขและความทุกข์เช่นกันนะครับ

แต่ผมเลือกที่จะจดจำเรื่องราวที่ทำให้มีความสุขมากกว่า

คิดถึงทีไรก็สุขใจทุกทีเลยครับ