รำลึกวัดท่าแซ

BM.chaiwut
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

รำลึกวัดท่าแซ

ผู้เขียนบวชวัดท่าแซ อ.หาดใหญ่ เมื่อปี ๒๕๒๘ ซึ่งปีนั้น พอเข้าพรรษา คณะกรรมการวัดก็มีมติรื้อโบสถ์หลังเก่า สร้างโบสถ์หลังใหม่...

ผู้เขียนบวชที่นี้แหละ แต่มิใช่โบสถ์หลังนี้...

กาลเวลาล่วงเลยไปสามสิบปี กุฏีเจ้าอาวาสก็หลังเดิม แต่มีการบูรณะปรับปรุงใหม่มาหลายคราว เจ้าอาวาสที่อยู่กุฏีหลังนี้ นับถึงพระอาจารย์ทรงยศ รักษาการฯ รูปปัจจุบัน ก็นับได้เป็นรูปที่๔ แล้ว...

สมัยก่อน หน้ากุฏี จะมีต้นทุเรียนขนาดใหญ่ รสชาติอร่อย แต่ต้องรอให้หล่น... เมื่อหล่นไม่ทันใจ บางครั้งก็มีการขึ้นไปพิสูจน์ว่าหอมหรือยัง ?

หลายปีมานี้ ก็ไปร่วมงานบุญ หรือแวะไปชมวัดบ้างตามโอกาส แต่ไม่ได้เข้าไปภายในกุฏีนานแล้ว... วันนี้ พอไปถึงรู้สึกปวดปัสสาวะ จึงขออนุญาตเข้าห้องน้ำ พอเปิดประตูเข้าไป รู้สึกตืนตันภายในใจขึ้นมาทันที เพราะไม่ได้มาเห็นจุดนี้นานแล้ว...

แท่นอาสน์สงฆ์ เป็นที่นั่งของพ่อท่านแดงในภาพก็อยู่จุดนี้แหละ... ปัจจุบันได้ทำใหม่ ส่วนสมัยก่อนจะโปร่งและโล่ง มีลูกกรงเพียงครึ่งเดียว รับลมได้รอบทิศ... ด้านซ้ายมือจะมีประตูออกทางทิศตะวันออก เพื่อไปเข้าห้องน้ำและเลยไปโรงครัวได้เลย...

เมื่อก่อนห้องน้ำอยู่ด้านนอก เมื่อถึงสมัยอาจารย์เสริญท่านสร้างห้องน้ำไว้ภายในกุฏี ฉะนั้นผู้เขียนจึงต้องเข้าไปภายใน มีน้องหลวงน้องเณรทำงานอยู่ ไปแวะดูที่ซึ่งผู้เขียนเคยนอนมาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ไปอยู่วัดท่าแซครั้งแรกเมื่อประมาณสี่สิบปีก่อน...

มุมห้องภายในข้างหน้าต่างที่มีตู้วางอยู่นะแหละ คือที่นอนของผู้เขียน... สมัยก่อนจะมีแท่นยกขึ้นมาจากริมเสาไปจนถึงริมเสาประตูทางเข้าห้อง... ผู้เขียนทั้งตอนที่เป็นเด็กและบวชพระแล้ว จะนอนที่ข้างหน้าต่างนี้ ไปวัดท่าแซทุกครั้ง จะมานอนที่นี้... แท่นนี้ จะมีโต๊ะหมู่อยู่กลาง และพ่อท่านแดงจะจำวัดอยู่อีกด้านหนึ่ง... พ่อท่านแดงจะสวดมนต์ทุกหัวค่ำ ตอนเป็นเด็กก็จะนั่งอยู่ข้างล่าง พอเป็นพระ พ่อท่านก็ให้ไปนั่งข้างบน...


ด้านหลังกุฏีบริเวณนี้ เมื่่อก่อนจะมีบ่อน้ำซึ่งมีรอกเดียวตายตัวติดไว้ ผูกอยู่กับโครงหลังคาบ่อ ซึ่งผู้เขียนจะมาชักรอกตักน้ำอยู่เสมอ... ใกล้ๆ บ่อจะมีต้นกระดูกไก่ขนาดใหญ่ ซึ่งเปลือกจะใช้เป็นยาสมุนไพร ลำต้นโดกไก่ต้นนี้ จึงจะมีร่องรอยถูกถากเปลือกอยู่เสมอ... แต่เดียวนี้ บ่อน้ำก็ถูกถม ต้นโดกไก่ก็ถูกโค่น แล้วต่อเติมกุฏีด้านหลังออกมา...


ทางทิศตะวันออกของกุฏีเจ้าอาวาส... ใกล้บริเวณที่ล้างจาน เมื่อก่อนจะเป็นห้องน้ำ มีราวตากผ้า และมีค้างพลูซึ่งผู้เขียนจะเก็บถวายพ่อท่านเป็นปกติ... ส่วนโรงครัวโรงเลี้ยง ก็ยังอยู่ที่เดิม เพียงแต่หลังเก่าถูกรื้อไป ได้สร้างใหม่ และใช้งานได้สะดวกขึ้น...


ศาลาการเปรียญหลังนี้มีมาก่อนผู้เขียนบวช แต่ได้เปลี่ยนโครงหลังคาใหม่...


มณฑปนี้เพิ่งสร้างใหม่ หลังจากพ่อท่านแดงมรณภาพแล้ว...


น้าเจ้าเลี่ยน เป็นพระประเทศมาเลเซีย เป็นเพื่อนกับอาจารย์เสริญอดีตเจ้าอาวาส... เมื่อพ่อท่านเริ่มอาพาธ อาจารย์เสริญกลับมาจากมาเลเซีย ก็ชวนน้าเจ้าเลี่ยนมาอยู่ด้วย... และปัจจุบัน แม้อาจารย์เสริญจะมรณภาพไปนานแล้ว น้าเจ้าเลี่ยนก็ยังไปๆ มาๆ วัดท่าแซ เป็นผู้หนึ่งที่ยืนยันเรื่องเก่าๆ กับผู้เขียนได้ดี...


เมื่อก่อนมีซุ้มประตูเดียว แต่ตอนนี้ มีเพิ่มมาอีกซุ้ม ก่อนออกจากวัดทางซุ้มประตูใหม่ ผู้เขียนก็เก็บภาพนี้ไว้ พลางรำลึกถึงอดีต... ลานขายของจุดนี้ คือสนามบอลโรงเรียนวัด ซึ่งอยู่บริเวณตะวันตก มองไปที่เห็นไม้ใหญ่ข้างเสาไฟฟ้าคือต้นมะขาม ซึ่งเมื่อก่อน ทางทิศตะวันตกของต้นมะขามจะมีกุฏีสองชั้นหลังใหญ่อยู่ ตอนนี้รื้อไปแล้ว... ถัดจากกุฏีหลังใหญ่ ทางทิศตะวันตก ระหว่างโรงธรรม จะมีต้นพิกุลขนาดใหญ่อยู่ และมีแม่แคร่ขนาดใหญ่อยู่ใต้ต้นพิกุล... กลางวันจะเป็นที่นั่งพักเล่นของพวกเด็กนักเรียน แต่กลางคืน บางครั้งก็เป็นที่นอนของผู้เขียน...

มีเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนจำไม่ลืม... ตอนที่บวชไม่นานนัก กลางคืนก็มานอนที่ใต้ต้นพิกุล ก็หลับไปตื่นหนึ่ง มีฝนพร่ำๆ แต่ไม่ถึงกับเปียกเพราะใบพิกุลค่อนข้างจะหนาทึบ... ตอนนั้น น่าจะประมาณตีสอง ผู้เขียนได้ยินเสียงแมลงกลางคืนหลากหลายชนิด ส่งเสียงสอดประสานกัน สูงๆ ต่ำๆ ทุ่มๆ แหลมๆ แต่ไม่เหมือนกับที่เคยได้ยินมา... ผู้เขียนคิดว่าเป็นประหนึ่งเพลงทิพย์ของคนธรรพ์จากสรวงสวรรค์ รู้สึกอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง หลายๆ คืนต่อมา ก็ไปนอนที่นั้นอีก แต่ก็ไม่ได้ยิน... ภายหลัง แม้ผู้เขียนจะกลับมาอยู่สทิงพระ เมื่อกลับไปเยี่ยมพ่อท่านแดง ก็มักจะถือโอกาสไปนอนที่ใต้ต้นพิกุลนี้ แต่ก็ไม่มีเพลงทิพย์เหมือนคืนนั้น...

ผู้เขียนเคยอยู่ตามป่า ตามดอย ก็หลายที่ คุ้นเคยกับยามดึกดื่นที่ตื่นมาฟังเสียงแมลงกลางคืน โดยคาดหวังว่าจะได้ยินเพลงทิพย์เหมือนคืนนั้น แต่ก็ไม่เคยได้ยินอีกเลย... ก็ยังสงสัยอยู่จนปัจจุบันนี้ว่า หรือคืนนั้น คนธรรพ์จะมาบรรเลงเพลงทิพย์ให้ผู้เขียนฟังจริงๆ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากในวัด



ความเห็น (1)

ผมก็เคยเจอเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เราอธิบายเหตุผลไม่ได้ครับ แต่ก็คิดว่าบางทีอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่จะกลายเป็นเหตุการณ์ธรรมดามากในอนาคตครับ

อย่างไฟฟ้านี่เราพึ่งรู้จักไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี่เองทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ธรรมดาพื้นฐานมากๆ ในธรรมชาติ ไม่แน่ว่ายังมี "สิ่งธรรมดา" เช่นนี้อยู่อีกที่จะอธิบายเพลงทิพย์ที่พระอาจารย์ได้ยินก็ได้ครับ