ความกล้าหาญของปราชญ์

เมื่อขงจื่อเดินทางมาถึงเมืองควง ระหว่างทางทหารแคว้นซ่งก็ได้กรูเข้ามาล้อมสกัด แต่ขงจื่อก็ยังคงเล่นพิณพลางร้องเพลงไม่หยุด จื่อลู่เข้ามาหาเอ่ยถามว่า “อาจารย์ เหตุใดท่านจึงดูไร้กังวลถึงเพียงนี้?”

ขงจื่อกล่าวว่า “มาสิ ข้าจะบอกแก่เจ้า เป็นเวลานานมาแล้วที่ข้าพยายามหลีกหนีความทุกข์ยาก แต่ก็ไม่อาจหลีกหนีพ้น เพราะมันเป็นชะตา นานมาแล้วที่ข้าพยายามบรรลุผลสำเร็จ แต่ก็ไม่อาจบรรลุถึงเนื่องด้วยจังหวะเวลาไม่เหมาะสม หากเป็นยุคสมัยเหยาหรือซุ่นก็คงจะไม่มีใครประสบความทุกข์ยาก แต่นี่ไม่ใช่เพราะภูมิปัญญาช่วยพวกเขา หากเป็นในยุคของเจี๋ยและโจ้วก็คงจะไม่มีใครประสบความสำเร็จ แต่นี่ไม่ใช่เพราะความอ่อนด้อยภูมิปัญญาของพวกเขา หากเป็นเพราะจังหวะเวลาและปัจจัยแวดล้อมที่ผลักดันให้เป็นไปเช่นนั้น

“หากข้ามทะเลโดยไม่ครั่นคร้ามงูทะเลหรือมังกร นั่นคือความกล้าหาญของชาวประมง หากบุกบั่นข้ามแผ่นดินโดยไม่หวาดกลัวแรดหรือพยัคฆ์ นี่คือความกล้าหาญของนายพราน การมองดาบคมวาววับปะทะกันต่อหน้าต่อตา และมองความตายเช่นเดียวกับชีวิต นี่คือความกล้าหาญของวีรบุรุษ การเข้าใจว่าความทุกข์ยากเป็นเรื่องของชะตา และความสำเร็จเป็นเรื่องของกาลเวลา และเผชิญหน้ากับความยากลำบากอย่างไม่หวาดหวั่นสะทกสะท้าน นี่คือความกล้าหาญของปราชญ์ จงพอใจกับมันเถิดจื่อลู่ ชะตาของข้าได้ถูกกำหนดไว้แล้ว”

ครู่หนึ่งหัวหน้ากองทหารก็เดินเข้ามา และกล่าวขออภัย “พวกเราเข้าใจผิดไปว่าท่านคือหยังหู่ จึงได้ล้อมสกัดท่านไว้ บัดนี้ เราได้เห็นแล้วว่าหาใช่ไม่ จึงขออำลาไปก่อน”

แปลเรียบเรียงตัดตอนจากหนังสือจวงจื่อ บทที่ 17

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ไม่หยุดยั้ง



ความเห็น (0)