วิธีการพัฒนาครูประจำการต้องเน้น Learning ในห้องเรียนเป็นหลัก Training ที่จัดนอกโรงเรียน ควรใช้ให้น้อยที่สุด ผมให้สัดส่วน Learning : Training เท่ากับ 90 : 10

การพัฒนาครูประจำการ

ผมได้บันทึกเรื่องการประชุมเสวนา เรื่อง การปฏิรูประบบหลักสูตรและการเรียนการสอน ที่จัดโดย สนช. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่นี่ วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ ได้มีโอกาสพบ ผศ. ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ แกนนำคนสำคัญของการประชุม จึงถามผลจากการประชุม

ได้รับทราบว่า รูปธรรมที่เกิดจากการประชุมคือ จะมีการก่อตั้ง “ศูนย์ฝึกอบรมครูประจำการ” มีการตั้งงบประมาณและมีการเคลื่อนไหวในคณะศึกษาศาสตร์ครุศาสตร์ต่างๆ ผมจึงเรียนท่านว่า ผมเป็นห่วงว่า จะหลงทาง

เพราะ “ศูนย์ฝึกอบรมครูประจำการ” ชื่อมันเน้น training ในขณะที่ผมเชื่อว่าจะก่อผลดีต่อการพัฒนา ครูประจำการต้องเน้น learning และต้องเน้น learning ในห้องเรียนของศิษย์นั้นเอง ไม่ใช่เน้นจับครูไปที่ คณะศึกษาศาสตร์ครุศาสตร์ไปรับการฝึกอบรม เพราะวิธีนี้พิสูจน์แล้วว่าได้ผลน้อย ก่อผลเสียมากกว่าผลดี

ผมมีความเห็นว่า ควรใช้ชื่อ “ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ของครูประจำการ” มากกว่า โดยส่งเสริม (โค้ช) ให้ครูเรียนรู้จากการสังเกตผลลัพธ์การเรียนรู้ในห้องเรียน และให้ครูในโรงเรียนรวมตัวกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เป็นกลุ่ม ที่เรียกว่า PLC – Professional Learning Community

การพัฒนาครูประจำการควรเน้นเข้าไปให้งบประมาณสนับสนุนที่โรงเรียน ไม่ใช่ให้ไปที่คณะ ศึกษาศาสตร์ครุศาสตร์ เพราะจะเท่ากับไปสนับสนุนกิจกรรมฝึกอบรม ซึ่งผมทำนายไว้ว่า กิจกรรมฝึกอบรม จะไม่มีผลพัฒนาครู และไม่ยกระดับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ของนักเรียน เหมือนอย่างโครงการ SP2 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่เกิดผลดีต่อนักเรียนเลย

การพัฒนาครูประจำการรูปแบบหนึ่งทำโดยวิธีการที่พัฒนาขึ้นในโครงการ “พัฒนาครูโดยการ หนุนนำต่อเนื่อง” (Teacher Coaching) ที่ดำเนินการโดย สกว. จากเงินสนับสนุนโดย สพฐ. โดยมี ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่เป็นผู้อำนวยการโครงการ ที่ผมบันทึกไว้ ที่นี่ เป็นระยะๆ เป็นวิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดี

ย้ำว่า วิธีการพัฒนาครูประจำการต้องเน้น Learning ในห้องเรียนเป็นหลัก Training ที่จัดนอกโรงเรียน ควรใช้ให้น้อยที่สุด ผมให้สัดส่วน Learning : Training เท่ากับ 90 : 10

วิธีการพัฒนาครู ณ จุดทำงานตามที่ผมเสนอ มีอยู่แล้ว ในโรงเรียนที่เข้า โครงการ Teacher Coaching (ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่เป็นผู้อำนวยการโครงการ) และ โครงการ โรงเรียนสุขภาวะ (รศ. ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เป็นผู้อำนวยการโครงการ), เครือข่าย PLC ที่นำโดย ดร. ฤทธิไกร ไชยงาม แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดังตัวอย่าง บันทึกนี้ , และเครือข่าย PLC ครูสอนคณิตศาสตร์ ๒๒ โรงเรียน ที่นำโดย ผศ. ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ สามารถขยายผลจากโรงเรียนเหล่านั้นได้ และมหาวิทยาลัยที่มีทักษะในการทำหน้าที่ โค้ช ก็มีอยู่

วิจารณ์ พานิช

๑๐ มิ.ย. ๕๘