บรรยากาศ...ห้องสมุด

หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมาทำมาคิดมาแต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นคล้ายๆธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้"

ผมห่างเหินกิจกรรมในห้องสมุดมานานมาก นั่นหมายถึงว่า..เกือบ ๙ ปี ที่ผมบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ในท่ามกลางความขาดแคลนห้องสมุด..กว่าจะได้จุดประกายปัญญาให้กับเด็กในท้องถิ่นกันดาร..ก็ต้องใช้กำลังภายในอย่างมหาศาล

การที่ไม่มีห้องสมุด..ก็ใช่ว่าเด็กจะไม่อ่านหนังสือ ไม่มีห้องสมุด..ก็สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้ อยู่ที่การเอาใจใส่ของครู และความร่วมมือของนักเรียน ในความเป็นจริง..ถ้าครูอ่าน (ให้เด็กเห็น) เด็กก็จะอ่านตาม.. ครูคิดรูปแบบรักการอ่านที่น่าสนใจ เด็กก็จะใฝ่รู้ใฝ่เรียน และรักการอ่าน..อย่างมีพัฒนาการ

ผมส่งเสริมการอ่านให้นักเรียนทุกวัน..โดยเฉพาะนอกสถานที่..แม้จะมีห้องสมุดแล้วก็ตาม เคยทำก็ต้องทำต่อไป และได้ผลดี ให้ตัวแทนนักเรียนหอบหิ้วกระเช้าหนังสือ ไปยังโต๊ะเก้าอี้ใต้ร่มไม้..ก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ ทำอย่างนี้ทุกวัน เพื่อให้นักเรียนคุ้นชิน กับบรรยากาศการอ่าน ส่วนนักเรียนคนไหน มีปัญหาการอ่าน ผมจะขอพบและพัฒนาเป็นรายบุคคล

เมื่อมีห้องสมุด..ผมก็คิดว่า ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องหากิจกรรมดีๆที่สร้างสรรค์ จัดกันในห้องสมุด ให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นระบบครบวงจร แต่จะเริ่มไม่ได้ในทันที ถ้าบรรยากาศห้องสมุดยังไม่เอื้อให้น่าสนใจ การจัดสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ที่มีส่วนช่วยให้กิจกรรมห้องสมุดประสบความสำเร็จได้

ผมจึงเริ่มสำรวจความต้องการจำเป็น หรือวัสดุสื่อที่คู่ควรอยู่ในห้องสมุด..หลังจากที่ลงมือตระเตรียมกันมาบ้างแล้ว ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ คำขวัญ ปรัชญา วิสัยทัศน์ โรงเรียน..พระบรมฉายาลักษณ์..แจกันและกระถางต้นไม้

ภาพวิวทิวทัศน์ และนาฬิกา ตลอดจน ป้ายนิเทศ และทีวี ติดตั้งไว้อย่างครบครัน สิ่งที่สร้างสรรค์เพิ่มเติม และพร้อมจะดำเนินการได้แล้ว ก็คือ โรงละครหุ่นมือ ที่ถิอเป็นจุดสนใจ หรือจุดขาย..ให้ลูกค้าเข้ามาห้องสมุดได้ทุกวัน

สิ่งที่พบว่า..ต้องรีบทำที่สุดก็คือ ป้ายข้อความ..ข้อควรปฏิบัติในห้องสมุด..ให้นักเรียนได้ทราบและปฏิบัติได้ถูกต้อง ที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน

ผมจะเขียนข้อความ ที่เป็นพระบรมราโชวาทในหลวง..."หนังสือ คือ ธนาคารความรู้" ......"หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมาทำมาคิดมาแต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นคล้ายๆธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้"

ผมจะต้องจัดให้มีภาพและข้อความสำคัญที่ว่าด้วย..."หนังสือนี้มีมากมายหลายชนิด นำดวงจิตเริงรื่นชื่นสดใส ให้ความรู้สำเริงบันเทิงใจ ฉันจึงใฝ่ใจสมานอ่านทุกวัน มีวิชาหลายอย่างต่างจำพวก ล้วนสะดวกค้นได้ให้สุขสันต์ วิชาการสรรมาสารพัน ชั่วชีวันฉันอ่านได้ไม่เบื่อเลย" บทพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

และ..ท้ายที่สุด..ที่ผมคิดว่าน่าสนใจ สมควรมีไว้บ้าง เกี่ยวกับบทร้อยกรองที่เป็นคติสอนใจ เมื่อเข้าไปในห้องสมุด ต้องสะดุดตาสะดุดใจ..ไว้บ้าง..กับข้อความเหล่านี้...

เมื่อไม่อ่านเมื่อไรเล่าเจ้าจะรู้ เมื่อไม่ดูเมื่อไรเล่าเจ้าจะเห็น เมื่อไม่ทำเมื่อไรเล่าเจ้าจะเป็น เมื่อไม่เห็นย่อมขัดสนจนปัญญา.....

...ถ้าฝึกอ่านวันละนิดเป็นกิจวัตร จะมีค่ากว่าสมบัติมหาศาล ถึงลาภยศก็หมดได้ไปตามกาล แต่ความรู้นั้นอยู่นานผลาญไม่ลง...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๘ มิถุนายน ๒๕๕๘

</span></strong>

</strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ห้องสมุดน่าอ่านจังเลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

นี่แหละ " ห้องสมุดมีชีวิต" ผิดกับห้องสมุดคุณมะเดื่อ .... "สิ้นชีวิต....แล้ว..."

เขียนเมื่อ 

หลายเดือนมาแล้วพี่เปิ้น ...ฝากหนังสือสารานุกรมสำหรับเด็ก ...มากับ ดร. ขจิต ... คงได้รับแล้วนะคะ