ดูจิต (๓)

ภูฟ้า
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ






ปริญญาตรี ผมเรียนมาทางด้านคอมพิวเตอร์

ความใฝ่ฝันสูงสุด ตอนเรียนปี 2 คือ สร้างหุ่นยนต์

ตอนนั้น Windows ยังไม่เกิดครับ 555


และก็เป็นความโชคดีว่า ระหว่างที่ผมเรียนอยู่นั้น

ท่านอาจารย์ ซาโตชิ ยาฮาตะ ซึ่งเป็นอาสาสมัครในโครงการ JICA

จากประเทศญี่ปุ่นได้มาเป็นอาจารย์ช่วยสอนที่คณะฯ พอดี


ผมโชคดีได้เป็นนิสิตช่วยงานท่านในการสร้างหุ่นยนต์

โดยผมได้รับหน้าที่เขียนโปรแกรมภาษา C ควบคุมบอร์ด LED ไฟวิ่ง

ซึ่งต้นแบบโปรแกรมนั้น เป็นภาษา PASCAL ที่เขียนโดยท่านอาจารย์

แต่ปัญหาของ PASCAL คือ ห่างไกลจากภาษาเครื่องมาก
ทำให้การทำงานควบคุม Hardware ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

เช่น ไม่สามารถส่งข้อมูลเป็น byte ได้ ต้องส่งเป็น word ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เป็นต้น


ผมจึงทำหน้าที่แกะอัลกอริทึมของท่านอาจารย์ แล้วนำมาเขียนใหม่ด้วยภาษา C หนอ



อ้าว! ยิ่งเขียน ยิ่งห่างออกไปจากชื่อบันทึก หนอ

(คงต้องรวบรัดให้บันทึกกระชับขึ้นแล้วครับ)


ที่โม้มาทั้งหมดนี้ ต้องการจะอธิบายว่า

บันทึกนี้ เป็นการถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรงส่วนตน
อาจยังไม่ถูกต้องครบถ้วนนัก หนอ






ในช่วงปีแรก ๆ ของการเดินบนเส้นทางธรรมนั้น

ผมจะเน้นปริยัติ มากกว่า การปฏิบัติ
(เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่า ต้องปฏิบัติอย่างไร
คิดว่า การปฏิบัติธรรม คือ การอ่านและการฟัง หนอ)

ได้มีผู้รู้ท่านแนะนำประมาณว่า

ให้ฝึก ..ดูจิต ด้วยความรู้สึกตัว ..


ไอ้เราก็ไม่รู้ และไม่ฉลาด

แทนที่จะถามผู้รู้ว่า ดูจิต นั้นปฏิบัติย่างไร

เราก็คิดปรุงแต่งเดาเอาเองด้วยสมองอันโง่ ๆ ของเรา

ว่าเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคิดด้วยความลังเลสงสัย

ทำให้เสียเวลา ตอนนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้ว จึงได้พอเห็นบ้าง หนอ


ผมมาทราบสาเหตุตอนปีหลัง ๆ ว่า ทำไมผมจึงลังเลสงสัยมาก

อันเป็นเหตุให้เกิดความเนิ่นช้าบนเส้นทางธรรม หนอ

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเราถูกผลิตมาด้วยระบบการศึกษาที่เป็นบล็อค "วิทยาศาสตร์" นั่นเอง

หนอ


















บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บนเส้นทางธรรม



ความเห็น (0)