Good Practice การจัดบริการวิชาการ 4 เดือน

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ประเด็นในการพิจารณา Good Practice การจัดบริการวิชาการ 4 เดือน

เนื่องด้วยกลุ่มงานวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช ได้ดำเนินการจัดโครงการบริการวิชาการหลักสูตร 4 เดือน จำนวน 2 โครงการ ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ การอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) รุ่นที่ 14 และ การอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาเวชปฏิบัติทั่วไป ทารกแรกเกิดวิกฤติ รุ่นที่ 2 โดยหลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินโครงการทางกลุ่มงานได้มีการสรุปถอดบทเรียนโดยการทำ Focus group จากผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 2 หลักสูตร เพื่อนำผลที่ได้หรือข้อเสนอแนะมาปรับปรุงการดำเนินการจัดบริการวิชาการต่อไป ซึ่งทางผู้จัดทำเล็งเห็นว่าประเด็นที่ได้จากการ focus group จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้จัดอบรมได้ จึงได้จัดทำเป็น Good Practice การจัดบริการวิชาการ 4 เดือน ดังรายละเอียด ดังนี้

1. เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภารกิจโดยตรงของหน่วยงาน

- การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถือเป็นภารกิจโดยตรงที่กลุ่มงานวิจัยและบริการวิชาการจะต้องดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการให้บุคลากรด้านสุขภาพมีศักยภาพในการดูแลประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราชได้รับหน้าที่ให้พัฒนาพยาบาลวิชาชีพให้สามารถตรวจรักษาโรคเบื้องต้น และสามารถให้การพยาบาลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตได้ จึงทำให้เกิดการจัดอบรมหลักสูตร 4 เดือน ขึ้นโดยสามารถตอบสนองนโยบายของประเทศได้อย่างดีโดยเฉพาะการปรับระบบบริการสุขภาพให้เป็นรุกมากกว่าเชิงรับ และการปรับปรุงประสิทธิภาพการให้การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตโดยเฉพาะทารกที่วิกฤตให้ปลอดภัยได้ จากเดิมที่มีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความชำนาญและสามารถดูแลผู้ป่วยให้ครอบคลุมนั้นจัดว่ามีจำนวนน้อยมาก จะเห็นได้ว่าการจัดอบรมหลักสูตร 4 เดือนเป็นภารกิจโดยตรงที่วิทยาลัยฯต้องดำเนินการต่อไป แต่อย่างไรก็ตามการจัดอบรมนอกจากหลักสูตรระยะยาว 4 เดือนแล้ววิทยาลัยฯก็ยังมีหลักสูตรระยะสั้นอีกมากมาย ทั้ง 2-3 วัน, หลักสูตร 5 วันและหลักสูตร 6 สัปดาห์ เป็นต้น

- การจัดอบรมหลักสูตร 4 เดือน สามารถตอบสนองนโยบายของหน่วยงานด้านสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นระดับปฐมภูมิ ได้แก่ สถานีอนามัย, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ (PCU) ระดับทุติยภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลตำบลหรือโรงพยาบาลอำเภอ นอกจากนี้ยังสามารถตอบสนองสถานบริการระดับตติยภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งโรงพยาบาลเหล่านี้ล้วนมีความต้องการบุคคลากรที่มีความรู้และความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับโรคในปัจจุบันที่มีหลากหลายและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้แต่หน่วยงานมีปัญหาเดียวกันคือ การขาดแคลนบุคลากร ดังนั้นการอบรมหลักสูตร 4 เดือนจึงสามารถแก้ปัญหาให้แต่ละหน่วยงานได้เป็นอย่างดี

2. สนองต่อนโยบายการแก้ปัญหาการพัฒนาประสิทธิภาพของหน่วยงาน

- หน่วยงานวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช ได้รับหน้าที่ในการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพให้มีความรู้และความสามารถมากขึ้นในการปฏิบัติงานในหน่วยบริการต่างๆ แต่ด้วยปัญหาในการจัดอบรมหลักสูตรระยะยาวพบปัญหามากมายจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้หน่วยจัดอบรมจะต้องพัฒนาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดอบรม ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นระยะเวลาไม่เหมาะสมสำหรับการจัดอบรมระยะยาว สถานที่เรียนในภาคทฤษฎี สถานที่ฝึกปฏิบัติงานรวมไปถึงพยาบาลพี่เลี้ยงที่ดูแลผู้อบรมไม่เหมาะสม การจัดเอกสาร สื่อโสตทัศนูปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียนต่างๆ หรือแม้กระทั่งการบริหารจัดการ คน เงิน วัสดุอุปกรณ์ ในการจัดกอบรม ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวทำให้หน่วยงานจะต้องปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้การบริการมีคุณภาพและเป็นที่พึงพอใจของผู้อบรมต่อไป

3. ลดขั้นตอน และระยะเวลาการทำงาน

- ขั้นตอนและระยะเวลาในการเตรียมบริหารจัดการโครงการจัดอบรมโดยเฉพาะการอบรมในระยะยาวมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับให้มีขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานให้น้อยลงแต่มีประสิทธิภาพเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1) ขั้นเตรียมการจัดอบรม

1.1 สำรวจปัญหาและนโยบายการพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข ทั้งนี้อาจอาศัยนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ทิศทางหรือแนวโน้มในอนาคตของประเทศในด้านปัญหาประชากร โรคระบาดต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้สามารถจัดอบรมได้สอดคล้องกับนโยบายและมีกลุ่มลูกค้าที่จะมารับบริการมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่หากหน่วยงานจัดอบรมโดยไม่มีการสำรวจตลาดหรือความต้องการอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายต่ำกว่าที่คาดการได้และจะส่งผลให้ไม่เกิดความคุ้มค่า คุ้มทุนในการจัดอบรมได้ซึ่งเป็นอุปสรรคหรือผลกระทบทางอ้อมของการจัดอบรมได้

1.2 นำเสนอแนวทางการจัดอบรมและวางแผนร่วมกับทีมบริหารในหน่วยงานเพื่อร่วมกันอภิปรายแนวทางหรือทิศทางการจัดอบรมของหน่วยงาน/องค์กร และร่วมกันตัดสินใจในการจัดอบรมให้เป็นมติจากกรรมการบริหาร และเพื่อให้ทุกคนในหน่วยงานมีส่วนร่วมควรมีการนำเสนอในเวทีที่ทุกคนในองค์กรเข้าร่วมประชุมอีกครั้งเพื่อให้ทุกคนได้ทราบอย่างทั่วถึงและจะสามารถนำไปสู่ขั้นตอนของการประชาสัมพันธ์ที่ดีต่อไป โดยที่ไม่ต้องประกาศอีกเป็นการลดขั้นตอนการประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรไปในตัว

1.3 เขียนโครงการเพื่อกำหนดกิจกรรม กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาในการจัดอบรม และประมาณการงบประมาณที่จะใช้ในโครงการตลอดหลักสูตร ขั้นตอนนี้ผู้จัดจะต้องอาศัยความละเอียดรอบในเขียนมากที่สุดเพราะเป็นการวางแผนตลอดหลักสูตรโดยเฉพาะ เงินและวัสดุ-อุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในระหว่างการจัดอบรมและไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาหลังจากเปิดโครงการไปแล้วเพราะหากผู้จัดไม่ละเอียดรอบคอบก็จะทำให้การดำเนินโครงการสะดุดได้ นอกจากนี้การวางแผนร่วมกับทีมเป็นสิ่งสำคัญเพราะทุกคนในทีมสามารถช่วยคิด วิเคราะห์ได้โดยใช้การมอบหมายหน้าที่ในการดำเนินการวางแผน ดังนี้

คณะกรรมการ

บทบาทหน้าที่

คณะกรรมการด้านการบริหารจัดการ


ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อโสตทัศนูปกรณ์

- ประชาสัมพันธ์โครงการ

-ประกาศรายชื่อผู้อบรม

-update ภาพกิจกรรมในระหว่างดำเนินโครงการ

-ถ่ายภาพพิธีเปิด ขณะดำเนินกิจกรรม และพิธีปิดโครงการ

-จัดเตรียมสื่อโสต ตลอดระยะเวลาการอบรม

ฝ่ายลงทะเบียน

- รับสมัครและลงทะเบียน

- ตรวจสอบการชำระเงินค่าลงทะเบียน

- รวบรวมรายชื่อลงทะเบียน

- บริหารจัดการวัสดุ-อุปกรณ์ที่จะใช้ในแต่ละกิจกรรม รวมไปถึงกระเป๋าและเอกสารที่แจกผู้อบรม

ฝ่ายสถานที่และยานพาหนะ

- การวางแผนการใช้สถานที่ในแต่ละกิจกรรม และการใช้ยานพาหนะในระหว่างการดำเนินโครงการ

ฝ่ายวัดและปะเมินผล

- การจัดการเรื่องการวัดและประเมินผลทั้งในรายย่อยและภาพรวมสุดท้ายของหลักสูตร (การประเมินต่างๆในการจัดอบรม เช่น สำรวจความต้องการอบรมในปีต่อไป ความพึงพอใจต่อการให้บริการ ประเมินวิทยากรแต่ละคน เป็นต้น)

-ติดตามผู้อบรม 6 เดือน

-จัดการขึ้นทะเบียนกับสภาการพยาบาลให้กับผู้อบรม

ฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม

- การบริการจัดการเรื่องอาหารกลางวันและอาหารว่าง เครื่องดื่ม ของผู้อบรมตลอดหลักสูตร

คณะกรรมการด้านวิชาการ


ผู้รับผิดชอบแต่ละรายวิชา

-ติดต่อวิทยากร ประสานงานหนังสือเชิญ ใบตอบรับ เอกสารประกอบการบรรยาย ข้อสอบ และการตัดเกรดแต่ละรายวิชา

- การติดต่อประสานงานสถานที่ฝึกปฏิบัติและที่พักสำหรับผู้อบรม รวมไปถึงการติดต่อประสานงานพยาบาลพี่เลี้ยงในแต่ละแหล่งฝึกและรวบรวมรายชื่อ

จากหน้าที่ที่ได้แจกแจงข้างต้นหากผู้จัดสามารถวางแผนและระบุตัวบุคคลคนให้รับผิดชอบสามารถลดระยะเวลาในการทำงาน และยังสามารถประมาณการงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินโครงการได้อีกด้วย

4. ลดทรัพยากร-ลดค่าใช้จ่าย

การบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ หมายถึง การที่ผู้จัดอบรมในหลักสูตรระยะยาว 4 เดือน จัดเตรียมทุกอย่างในการดำเนินการอบรมไว้สมบูรณ์ทั้งในเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ และคนที่จะดำเนินการเป็นผู้ประสานรายวัน เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้หากไม่มีการเตรียมการที่เรียบร้อยมักจะก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง หรือระหว่างการจัดอบรมได้ซึ่งก็จะทำให้ต้องมีการแก้ปัญหากันตลอดโครงการ ทำให้เสียเวลาและสูญเสียงบประมาณที่ไม่จำเป็น

5. การนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบการทำงาน

การเรียนในเรื่องของการตรวจร่างกายทั้ง 2 หลักสูตร ผู้จัดมีการนำ VDO การตรวจร่างกายแต่ละระบบมาให้ผู้อบรมศึกษาและให้ผู้อบรมสามารถนำกลับไปทบทวนหรือเตรียมตัวก่อนสอบได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้อบรมพึงพอใจมากในการนำสื่อการเรียนการสอนมาใช้ได้เหมาะสมแต่อย่างไรก็ตามผู้จัดควรมีการตรวจสอบสื่อให้มีคุณภาพ เช่น ภาพชัด เสียงชัดและสามารถสื่อให้ผู้อบรมได้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

6. ความพึงพอใจของผู้รับบริการ

การให้บริการที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการจัดอบรม เพราะหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดอบรมจำเป็นจะต้องหาลูกค้าหรือผู้รับบริการมารับบริการให้ได้เพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายขององค์กรได้ ซึ่งการได้มาของความพึงพอใจของลูกค้านั้นย่อมมาจาการเอาใจใส่ของผู้จัดเอง โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้

1.ใส่ใจทุกคำคอมเม้นที่ผู้รับบริการบอกหรือแนะนำ

2.ตอบสนองทันที โดยการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นแบบไม่รีรอให้ถึงรุ่นต่อไป

3.มีการประเมินการจัดอบรมเป็นระยะ เช่น ทุกๆ 2 อาทิตย์หรือ 1 เดือน เป็นต้น

4.เปิดใจและยอมรับในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งขอโทษและยินดีรับผิดชอบแก้ไขแก่ผู้เข้าอบรม

5.เปิดเผยงบประมาณที่ใช้ในการจัดอบรมเพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ผู้อบรมและแสดงถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการโครงการ

6.ประเมินโครงการแบบ 2 ทาง คือประเมินจากผู้รับบริการและประเมินจากผู้จัดโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียงของผลการประเมิน พร้อมทั้งชี้แจงให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ทราบเท่าเทียมกัน

7.ผู้บริหารต้องเห็นด้วยกับการให้ความสำคัญของความพึงพอใจของผู้รับริการด้วยเพราะจะสามารถทำให้การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายและตรงตามความต้องการทั้งของหน่วยงานแลกลุ่มเป้าหมาย

8.สรุปปัญหาของการจัดอบรมไว้ทุกรุ่นเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการจัดในรุ่นต่อไป เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหรือปรับปรุงได้

12 กลวิธีการจัดบริการวิชาการ...เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ^^

จากการจัดบริการวิชาการที่ผ่านมาทางกลุ่มงานวิจัยและบริการวิชาการได้มีกระบวนการในการประเมินผลการจัดอบรมโดยการทำ Focus group หลังจัดอบรมโดยให้ผู้เข้าอบรมหรือเรียกว่าผู้รับบริการของหน่วยงานเราเป็นผู้สะท้อนแนวคิดว่ากระบวนการจัดอบรมเป็นอย่างไรบ้างและมีสิ่งในที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไข เพื่อให้การจัดอบรมในครั้งต่อไปมีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยได้ประเด็นภาพรวมที่สามารถจัดอบรมให้ผู้รับบริการเกิดความพึงพอใจด้วยกัน 12 กลวิธี 4 ประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่ 1 การบริหารจัดการหลักสูตรการจัดอบรม

1.จัดอบรมตรงตามความต้องการของผู้เข้าอบรมในที่นี้อาจเป็นความต้องการของหน่วยงานหรือตามนโยบายของกระทรวงก็ได้ เพราะหลังจากอบรมเสร็จผู้รับการอบรมจะต้องนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนางานหรือต่อยอดงานของตนเองต่อไป

2.การกำหนดคุณสมบัติของผู้เรียนหรือผู้อบรมเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะเกี่ยวข้องกับการเรียนในระหว่างดำเนินโครงการหากไม่มีประสบการณ์เลยหรือมีประสบการณ์ไม่ตรงกับหลักสูตรอาจทำให้เกิดความคับข้องใจและผลลัพธ์ทางการเรียนตกต่ำได้

3.เมื่อผู้อบรมเรียนจบสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้มาเรียน มีความเฉพาะเจาะจง สามารถเข้ากับทีมสหวิชาชีพได้อย่างเหมาะสม เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นจากเดิม เพิ่มพูนศักยภาพผู้อบรมทั้งในด้านความรู้และโดยเฉพาะทักษะในการให้บริการ เกิดความเชี่ยวชาญในงานของตนเองมากขึ้น

4.หลักสูตรที่จัดอบรมต้องสามารถนำไปพัฒนาองค์ความรู้ที่ผู้อบรมมีอยู่หรือสามารถพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้บริการเกิดความพึงพอใจ นอกจากนี้ความรู้ที่ได้สามารถนำไปพัฒนาได้ในหลักสูตรอื่นๆที่มีความเกี่ยวข้องกันได้เป็นอย่างดี

ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการเวลาในการจัดอบรม

5.การตอบสนองตามข้อเสนอแนะของผู้อบรม เช่น การเพิ่มเวลาเรียนทฤษฎีในรายวิชาที่เป็นวิชาหลักของหลักสูตร การลดระยะเวลาที่เนื้อหาซ้ำซ้อน หรือการเพิ่มพื้นที่ในการศึกษากรณีศึกษาที่มีความหลากหลายมากขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้กระบวนการแก้ไขขึ้นอยู่กับสถานการณ์การจัดอบรมในแต่ละครั้ง แต่ผู้จัดต้องพึงระลึกไว้เสมอในการตอบสนองความคิดทุกความคิดเห็นของผู้อบรม เพราะผู้อบรมเป็นผู้เจอปัญหาและให้ข้อเสนอแนะที่เหมาะสมกับผู้จัด

6.การอบรมหลักสูตรระยะยาวควรมีการจัดอบรมในวันจันทร์-ศุกร์ เพื่อให้ผู้เรียนหรือผู้อบรมได้มีเวลาในการทบทวนเนื้อหาความรู้ มากกว่าการให้ไปทำงานในวัน จันทร์-พฤหัสบดี เพราะจะทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและสมรรถนะการเรียนอาจลดลงได้

ประเด็นที่ 3 การบริหารจัดการเอกสารประกอบการอบรม

7.ความสมดุลของเนื้อหาสาระกับระยะเวลา และความสมดุลของภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และภาคทดลอง เพราะจะสามารถส่งเสริมความเข้าใจให้ผู้อบรมได้มากขึ้นหากทุกอย่างสมดุลกันไม่หนักหรือเบาเกินไปในรายวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นอกจากเป็นวิชาหลักของหลักสูตร

8.การมีสื่อที่หลากหลายในการเรียนจะสามารถช่วยให้ผู้อบรมเกิดความเข้าใจมากขึ้นและไม่เบื่อหน่าย ดังนั้นการติดต่อวิทยากร และการชี้แจงรายละเอียดการเรียนควรเน้นให้วิทยากรนำสื่อมาประกอบการเรียนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจง่ายและไม่ซ้ำซ้อน

9.เอกสารประกอบการเรียนควรสมบูรณ์แบบตั้งแต่ก่อนเปิดโครงการ เพราะจะทำให้การเรียนของผู้อบรมตามทันผู้สอน และได้ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าก่อนมาเรียนได้อีกด้วย

ประเด็นที่ 4 การบริหารจัดการการสื่อสารทั้งภายนอกและภายใน

10.การเลือกสถานที่ฝึกปฏิบัติงานควรมีการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานนั้นๆก่อนทุกครั้งบอกจำนวนกรณีศึกษาและลักษณะกรณีศึกษาให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้อบรมได้มีโอกาสในการศึกษาเคสที่เท่าเทียมกัน และมีจำนวนเพียงพอ และมีมาตรฐานเดียวกัน

11.ควรมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการพร้อมทั้งให้แนวทางในการเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงของผู้อบรม แนวทางการประเมินผลและการนิเทศควรเป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อการวัดและประเมินผลมีความเที่ยงตรงมากขึ้น

12.การกำหนดประสบการณ์ขั้นต่ำควรจัดให้สอดคล้องกับหลักสูตรและมีความเหมาะสมกับแหล่งฝึกและให้ข้อเสนอแนะหากมีการคลาดเคลื่อนหรือไม่สามารถหากรณีศึกษาได้ควรปฏิบัติอย่างไร

สรุปได้ว่า จาก 12 กลวิธีข้างต้นเป็นเพียงแนวทางในการจัดอบรมให้ผู้รับบริการเกิดความพึงพอใจเท่านั้น ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจนำมาซึ่งกระบวนการจัดอบรมที่ดีและมีประสิทธิภาพได้ สิ่งสำคัญที่ผู้จัดควรคำนึงถึงคือการตอบสนองข้อเสนอแนะของผู้อบรมและหาแนวทางแก้ไขร่วมกันเพื่อให้งานที่ทำไม่เกิดความคับข้องใจหรือเกิดปัญหาในภายหลังได้................^^

***************************************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ชุมชนสระแก้ว



ความเห็น (6)

Rw
IP: xxx.46.78.204
เขียนเมื่อ 

เป็นประโยชน์ต่อองค์กรมากค

อ.จิตติพร ศรีษะเกตุ
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

ความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นสิ่งที่ผู้จัดควรตอบสนองมากที่สุด เพราะจะทำให้การดำเนินการจัดในครั้งต่อไปมีการพัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้นจากครั้งก่อนและสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กรได้อีกด้วยหากผู้จัดสามารถจัดบริการวิชาการได้ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ....^^

วิลาวัณย์ สายสุวรรณ
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วทำให้ทราบว่า 12 กลวิธีที่ทำให้ผู้ที่เข้ามาอบรมหรือผู้ที่มารับบริการวิชาการเกิดความพึงพอใจที่เข้ามาที่วิทยาลัยเรา ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้ทราบว่าผู้รับบริการอยากให้เราปฏิบัติอย่างไร ถึงจะเป็นที่น่าพึงพอใจ ประทับใจ และอยากเข้ามาในวิทยาลัยเราอีก ถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สามารถนำมาปรับใช้ได้เลยค่ะ ขอบคุณน่ะค่ะ

VS
IP: xxx.46.133.164
เขียนเมื่อ 

เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดอบรมระยะยาวมากค่

สิรีวัฒน์
IP: xxx.19.22.221
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นได้ชัดเจนดีมากค่ะ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้การจัดบริการให้สำเร็จต่อไป ขอบคุณมากค่ะ

กรวิกา
IP: xxx.158.165.144
เขียนเมื่อ 

ดีมากคะ นำไปใช้ได้จริง