วัฒนธรรม ว่าด้วย "การมีส่วนร่วม"

หลาย ๆ ปีที่ผ่านมานี้ มีการกล่าวถึงคำว่า "การมีส่วนร่วม" มีความหมายถึงคำว่าประชาธิปไตย อำนาจของประชาชน การกระจายอำนาจให้คนไทยมีเสียง มีสิทธิ มีส่วน กันเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นอิทธิพลของเสรีนิยม มาจากตะวันตก ซึ่งรูปแบบของการมีส่วนร่วมในการพัฒนานั้นมีขอบข่ายถึง การมีส่วนร่วมในการวางแผน การมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และการมีส่วนร่วมในการวัดประเมินผลการดำเนินงาน สาระจริง ๆ ของการมีส่วนร่วมก็คือ การให้อำนาจกับประชาชนในโครงการของรัฐ

อัตลักษณ์ของรัฐไทย ก็คือ เป็นรัฐข้าราชการรวมศูนย์อำนาจสั่งการจากบนลงล่างมาแต่ไหนแต่ไร ความคิดและอุดมการณ์เป็นไปแบบอำนาจนิยมแบบเบ็ดเสร็จ คิดเอง ทำเอง ชงเอง ทัศนคติต่อประชาชนก็คิดว่าประชาชนเป็นเพียงเคส กรณีศึกษา หรือวัตถุ ไม่ใช่เจ้าของประเทศ ผู้เสียภาษีจ้างคนมาทำงาน ความสัมพันธ์ระดับนี้เรียกว่า เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ต่อมาเมื่อมีความกดดันจากกระแสโลก ก็ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เป็นระบบวิธีการแบบมีส่วนร่วมแทน คำว่ามีส่วนร่วมมีหลายระดับ ตั้งแต่เชิญมาร่วม จนถึง empower ให้อำนาจประชาชนอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่เลือกใช้แบบบ่อย ๆ ก็คือ เชิญมาร่วม

การนิยามการมีส่วนร่วม ของรัฐเป็นอีกความหมายหนึ่งซึ่งมีอัตลักษณ์ที่จัดให้ประชาชนอยู่ชายขอบของการพัฒนา โดยตัวอย่างจะเห็นได้ชัดเช่นการพัฒนาการทำกลยุทธ์ของภาครัฐ กลยุทธ์เป็นนวัตกรรมทางการบริหารชนิดหนึ่ง ที่นำมาใช้บริหารในประเทศไทย และส่วนใหญ่ใช้วิธีการมีส่วนร่วมในการทำแผน โดยทำทุกอย่างที่มีตัวชี้วัดและมาตรฐาน ที่กำกับมาตั้งแต่หน่วยงานส่วนกลาง ตัวชี้วัดและมาตรฐานที่กำกับอยู่นั่นก็คือคำสั่งแบบตายตัวของระบบราชการ ที่คิดโดยนักวิชาการของรัฐ ดังนั้นการมีส่วนร่วมเสียงของประชาชนที่นำเสนอแผนกลยุทธ์จึงเท่ากับทำตามคำสั่งเหมือนเดิม ไม่แปลกอะไรที่การพัฒนาเป็น Top Down ไม่แตกต่างจากเดิม ระดมทำกันเท่าไร มีแนวคิดใหม่ ๆ ดี ๆ หลายอย่างจึงไม่ได้ถูกนำไปใช้พัฒนาองค์กร และแผนเหล่านั้นได้ถูกอ้างอิงว่าเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน

ดังนั้น "การมีส่วนร่วม" จึงเป็นวาทกรรมชนิดหนึ่ง และคือเทคนิควิทยาหรือเทคโนโลยีแห่งอำนาจ โดยสร้างและเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยยังคงสาระเดิมแบบ "Top Down" โดยประชาชนยังมา "ร่วม" วนเวียนอยู่ในพิธีกรรมเหล่านี้ ทั้งจำกัดด้าน เวลา และ มีเสียงที่พูดออกมาจากการมีส่วนร่วมก็คือแค่ผู้นำชุมชนไม่กี่คนเท่านั้น พิธีกรรมนั้นย่อมเรียงลำดับต่อความสัมพันธ์ทางอำนาจ ไวยากรณ์หรือตัวบท ในความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เช่นนี้ จึงมิได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แถมยังเสียเวลา เปลืองน้ำลาย กับพิธีกรรม ดังนั้นชุมชนที่ถูกเลือกเข้ามาให้มีส่วนร่วมเขาจึงเลือกที่จะเฉย ๆ ไม่ค่อยพูด และบอกอ้อม ๆ ว่า ให้(ผู้เชี่ยวชาญ) ท่านทำต่อไปเถอะ มีงานวิจัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมหลายเล่มทีทำโดยข้าราชการ ระบุว่า ประชาชนเป็นคนโง่ ไม่มีความรู้ และควรยกเลิกการมีส่วนร่วมเสีย นั่นก็เป็นทัศนคติซึ่งก็เป็นไปตามไวยกรณ์ ในวัฒนธรรมแห่งอำนาจ

ดังนั้น วัฒนธรรม "การมีส่วนร่วม" ของตะวันตก จึงมีที่มาและรากฐานแห่งประวัติศาสตร์ อุดมการณ์ การทำเข้ามาและปรับใช้แบบไทย ๆ ตั้งแต่ระบบการศึกษา ไปจนถึงการพัฒนาท้องถิ่น จึงไม่ค่อยพัฒนาเท่าไรนัก เพราะนักวิชาการแบบไอ้กล้วย คือ ผิวเหลือง ในขาวที่ชุบตัวเมืองนอก นำเทคโนโลยีแบบตะวันตกเข้ามาตั้งแต่ปฏิรูปประเทศ แต่ อุปมาเหมือนได้แค่ร่างแต่ไร้จิตวิญญาณเข้ามาใช้โดยสิ้นเชิง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (0)