คลายร้อนที่ HARbin

นที่นี่เอาชนะธรรมช่ติด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี่ เช่นการปลูกผัก จะมีการสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่ มีระบบทำความร้อนให้อุณหภูมิเหมาะสม ใช้แสงไฟ แทนแสงอาทิตย์ ในบางช่วง

เย็นๆๆ ..

เมื่อเครื่องบินร่อนลงที่สนามบินนครปักกิ่ง เช้าตรู่วันนี้

มองไปนอกหน้าต่าง ยังไม่ส่วางดีนัก แสงสีทองฉาบขอบฟ้าสวยงาม เกินบรรยาย ..


เสียงประกาศของพนักงานสาวบนเครื่อง แจ้งเตือน

อากาศขณะนี้ อุณหภูมิลบเจ็ดองศา ...

มองออกไปนอกหน้าต่าง ยังเห็นผู้คนทำงานกันอย่างปกติ

ไม่มีใครขนเสื้อผ้าโปะตามตัว จนมองไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริงอย่างเรา

เครื่องบิน จอดเพื่ให้ผู้โดยสารเดินลงบันไดเพื่อ ไปขึ่นรถต่อไปยังตัวอาคาร อีกครั้ง

ราวกับจะให้มีโอกาสได้สูดอากาศ เย็นยะยือกให้เต็มปอด ..


อากาศเย็นๆปนใส่ๆๆ ไหลเข้าไปตามลมหายใจในทันที สดชื่น ..

นั่งเครื่องบิน ต่ออีกสองชั่วโมง เพิ่อไปHarbin

เมืองมหัศจรรย์ ที่สร้างสรรค์ฝีมือการแกะสลักน้ำแข็งระดับโลก

อีกครั้งหนึ่ง ก่อนเครื่องบินจะลดระดับลง เมื่อมองจากหน้าต่างเครื่องบิน ออกไปยังแผ่นดินที่เครื่องกำลังจะรอนลงไป

อุแม่จ้าว......


พื้นดินที่เมืองฮาร์บิน มีสีขาวโพลน ราวกีบมีใครสักคนเอาสีขาวมาป้ายไปทั่วแผ่นดิน

แม่น้ำ ลำคลองแปรสภาพเป็นน้ำแข็งสีขุ่นขาวต้นไม้โกร๋นไร้ใบยืนต้น อย่างหงอยเหงา

แว้บหนึ่งคิดขึ้นมาว่า แล้วเขาจะอยู่กินกันอย่างไร . แล้วคนเมืองแสนร้อนอย่างไรจะรอดมั้ยเนี่ย...


อืมมม..รักบ้านเราเสียจริงๆ ความรู้สึกแวบหนึ่งในใจผุดขึ้นมาในตอนนั้น


เมืองน้ำแข็ง ... ในที่สุดแม่ต้อยก้ได้มาเหยียบเมืองน้ำแข็งในวัยที่เกือบจะหกสิบห้า เสียที...


อากาศติดลบมากกว่ายี่สิบองศา แทรกซึมเข้าสู่ผิวกาย เมื่อถึงสนามบิน

ฮาร์บิน มือที่ยังไม่ได้ใส่ถุงมือกระทบกับอากาศหนาวเย็นจนชาไปทั้งสองข้างแทบกระดิกนิ้วไม่ได้

พื้นดินที่คลุมด้วยน้ำแข็งเป็นหย่อมๆ ทำให้รองเท้าที่เราใช้ตามปกติลื่นไหลปรูดปร้าด ตามความลื่นของหิมะที่กลายเป็นน้ำแข็งบนทางเท้า

หากไม่ระวังให้ดี ความลื่นของพื้นถนน เกือบทำให้แทบจะทรงตัวไม่อยู่ที่เดียว

อย่างไม่รอช้า แม่ต้อยรีบผลุบเข้าไปในรถที่มารับด้วยความรวดเร็วเกินระดับอายุ ที่น่าจะต้องเชื่องช้าเงอะงะ อิอิ


ในรถที่มีเครื่องทำอุณหภูมิให้อุ่นประมาณ23 องศา ทำให้ ร่างกายเริ่มเข้าที่เข้าทาง

ในช่วงนี้เป็นเทศกาลที่คนทั่วโลกนิยมมาเล่นสกีและชม เทศกาลแกะสลักน้ำแข็งและแกะสลักหิมะ ที่สวยงามระดับโลกที่นี่

บ้านเมืองที่สวยงาม มีการจัดผังเมืองที่ลงตัว ตึกสวยด้วยสถาปัตยกรรม จากอิทธพลของรัสเซีย ดูเคร่งขรึม สวยงามและเป็นระเบียบ

ที่สำคัญคือสะอาด หิมะกองเป็นก้อนๆตลอดสองข้างทาง รถราและผู้คนวิ่งกันขวักไขว่

ผิดไปจากความคิดครั้งแรกที่มองลง มาจากเครื่องบิน จากหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว

นี่ไงละ ที่เขาว่ากันว่าอย่าตัดสินอะไรล่วงหน้าจากข้อมูลอันน้อยนิดในสมองของเราเอง


โรงแรมเต็มแทบทุกแห่ง คราวนี้ โชคดีที่ได้พัก ที่แชงกรีล่า ติดกับแม่น้ำสายสำคัญ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน

ชึ่งตอนนี้กลายเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้สตลอดทั่งสายแล้ว บนแม่น้ำ มีผู้คนนำรถไปแล่นบนแม่น้ำดูน่าตื่นตะลึง

บ้างก็เดินเล่น บ้างก้ตกปลา ตามอัธยาศัย


บ้านเมืองปกคลุมด้วยน้ำแข็งเป็นเวลานานขนาดนี้ เรื่องอาหารการกิน คงลำบากแน่ๆ แม่ต้อยเริ่มคิดจากข้อมูล อันเก่าแก่ที่คงค้างในสมอง 555

ความคิดนี้ผิดอย่างสิ้นเชิง เพราะเพียงแค่อาหารมื้อแรก ก็ได้ลิ้มรส ผักหวา นกรอบอร่อยนานาชนิด ทะยอยจนเต็มโต้ะ ปลา และอาหารหลายหลาย ตามแบบ northern China

ความอยากเรียนรู้ทำให้แม่ต้อยเริ่มถอดบทเรียนจากคนที่นั่นบนโต้ะอาหาร นั่นแหละคะ


คนที่นี่เอาชนะธรรมช่ติด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี่ เช่นการปลูกผัก จะมีการสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่ มีระบบทำความร้อนให้อุณหภูมิเหมาะสม ใช้แสงไฟ แทนแสงอาทิตย์ ในบางช่วง

คนที่นี่เล่าว่า การได้กินผักสดกรอบ ในฤดูหนาวอุณหภูมิ ลบสามสิบองศา ย่อมหมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เราจึงได้กินอาหาร ที่ดีดี เช่นนี้ในมื้อแรก อร่อยมากๆ

เมื่ออกมาเดินตามถนน ในช่วงแรก แทบจะทนความหนาวไม่ไหว แม้ว่าจะ ประโคมใส่เสื้อผ้าอย่างมโหฬาร

เสื้อผ้าในยามนี้ ต้องควรเป็นเสื้อผ้า ที่มีขนแกะ ขนห่าน หรือขนเป็ด ยัดใส้ภายในด้วย เพื่อกันมิให้อากาศที่เย็นยะเยือกสัมผัสผิวกายได้ และยังต้องมีหมวก ที่ทำจากขนกระต่ายที่ละเอียด ป้องกันลม ที่ปิดหู และที่ปิดจมูก เพือให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ถุงมือที่สวมใส่ อาจจะไม่เพียงพอ สำหรับแม่ต้อย

โห ก็อายุปานนี้เนาะ


ในวันแรกจึงซื้อมันเทศเผาร้อนๆ เอามาถือไว้ ให้อุ่นๆ ที่จริง เขามีwarmer ขายเป็นถุงคล้ายเยลลี่ ใส่เข้าไปตามส่วนต่างๆ ทำให้อุ่นขึ้น

แต่เชื่อเถอะ พอเดินสักพัก เราจะรู้สึกชิน ชินกับอากาศติดลบสามสิบนี่แหละคะ


ยิ่งเดินในถนนที่มีร้านรวงเรียงราย ของขายสารพัดอย่าง ก็ลืมความหนาวไปได้ เพราะ ทางรัฐบาลมีกกหมายให้ห้างสรรพสินค้าเปืด ให้มีอุณหภูมิที่อบอุ่นประมาณ ๒๕ องศา จึงเหมาะมากในการถือดอกาสไปหลบหนาวและเพลิดเพลินในการเลือกสินค้้า ที่มีมากมาย แปลกหุแปลกตา น่าซื้อ อิอิ

เขาบอกว่ามาHarbinต้องกินไอศกรีม ด้วยนะคะ จึงจะถือว่าครบสูตรของเขา

โอโห ไอศกรีม ในอุณหภูมิ ลบยี่สิบองศา เนี่ยนะ..


หากใครได้ลิ้มลองไอศครีม ในอากาศติดลบ จะรู้ว่ารสชาดนั้น อร่อย ยิ่งเสียกว่า หน้าร้อนที่บ้านเราเสียอีกนะ

เพราะ เราไม่ได้สัมผัสความเย็น เลย สัมผัสแต่ความอร่อย ของเจ้าไอศกรีมนี้เท่านั้น ไอศครีมนี้คล้ายๆแบบบ้านเราสมัยโบราณนั่นแหละคะ ใส่ไม้เป็นแท่งๆ บ้านเรายังมีนวตกรรมมากกว่าตรงที่ไอสศรีมแบบนี้ ในยุคโบราณ ตอนแม่ต้อยเป็นเด็กๆ เขาจะมีรายการโปรโมชั่นแถมฟรีเพิ่ม สำหรับเด็กที่ได้ ไม้เขียว ไม้แดง เสียด้วย


เห็นคนยืนเข้าแถวยาวเป็นกิโล เพือรอซื้อขนมปังรัสเซีย คงอร่อยมากๆ อยากลองบ้าง

แต่เวลาไม่พอ ..

วันแรก กลับเข้ารร เข้านานตั้งแต่หัวค่ำ

ก็อายุมากโข จะสมบุกสมบันก็เกรงใจสังขาร

เอาแค่นี้ก็ เก่งแล้วละคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำงานไป..เที่ยวไป..ใจสบาย



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะแม่ต้อย

หนูอยากไปเที่ยวๆๆๆๆๆๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

เห็นแล้วอยากไปเที่ยว

แต่ตงหนาวมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะน้องมนัสดา

น่าไปนะคะ คนสาวๆคงสนุกมากๆคะ แต่งตัวสวยๆ

มีที่เที่ยวแปลกๆมากมายคะ ทั้งสัตว์ขั้วโลก ต่างๆ

ขอโทษที่เข้ามคุยช้านะคะ

ยินดีที่ได้รู้จักคะ

แม่ต้อย


เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ

อาจารย์ขจิตคะ แม่ต้อยไม่ได้มาเขียนเกือบสามปี หรือมากกว่านั้นคะ

เหตุเพราะว่าเริ่มพิจารณาว่าสายตาเริ่มไม่ชัดคะ

ต้องไปทำ cataract sugery มาคะ

คิดถึงมากคะ

รัก

แม่ต้อย