จิตตปัญญาเวชศึกษา 222: Imagination, Part I

Phoenix
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

จิตตปัญญาเวชศึกษา 222: Imagination, Part I

เติมจินตนาการแก่ชีวิต เพื่อจิตวิญญาณอันเป็นไท

งาน HA Forum ครั้งที่ ๑๖ ปีนี้มีหัวข้อ theme ที่ชอบมากคือ Imagination for Quality จินตนาการเพื่องานคุณภาพ บรรเจิดมาก ดังนั้นตอนที่ทราบว่าจะได้มีโอกาสมาร่วมแลกเปลี่ยนด้วย ก็มีความยินดีและมีเวลาเพียงพอในการตกผลึกหลายสิ่งหลายอย่าง ก่อนที่จะพบว่า อืม... จินตนาการนี้เป็นเครื่องมืออันทรงคุณค่าที่เราอาจจะยังนำมาใช้ให้เป็น ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ร้อยเปอร์เซนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานบริการสุขภาวะ

จินตนาการ คือ ปรากฏการณ์การรับรู้ของเรื่องราวที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นั้น เวลานั้น

เมื่อไร ที่เรากำลังจินตนาการ? เรื่องราวหรือเนื้อหาที่เรากำลังจินตนาการนั้น เป็นเรื่องราวที่สมองของเรารับรู้โดยที่ไม่ได้ผ่านประสาทสัมผัสใดๆเลย ซึ่งจริงๆแล้วดูเหมือนเราจะทำสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาโดยการ “คิด” เพราะความคิดมนุษย์นั้นผุดปรากฏขึ้นตลอดเวลา ไม่หยุด ไม่ยั้ง แม้กระทั่งเวลาหลับ สิ่งหนึ่งที่จะแยกแยะจินตนาการออกจากความฝัน ความคิด หรือความเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆก็คือ “สติ awareness” นั่นเอง ตราบใดที่เราสามารถรับรู้และมีสติว่าเรากำลังคิด กำลังติดตามเรื่องราวในใจของเราอยู่ เรื่องราวนั้นๆพอเป็นรูปเป็นร่าง เกิดเป็นพลังขับดันต่างๆนานา เราก็จะได้มีจินตนาการเป็นสมบัติของเราเอง


ทั้งๆ ที่เคยคิดว่าเราควรจะอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด เคยกล่าวว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราคือสิ่งที่เรากำลังทำ คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราก็คือคนที่อยู่เบื้องหน้า และเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราก็คือ "ขณะนี้" แล้วทำไมจู่ๆจะมาชักชวนให้ "ไม่อยู่กับปัจจุบัน" เสียแล้วล่ะ? คำตอบก็คือ จริงอยู่ เรามีปัจจุบันเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน แต่ "ต้นทุนที่เรามี" และ "เป้าหมายที่จะไป" นั้น เป็นเรื่องของอดีตและอนาคต ทั้งหมดทั้งปวงหล่อหลอมรวมกันทำให้เราให้ความหมายกับปัจจุบันได้

  • บางทีเมื่อชีวิตมันสับสน เราต้องย้อนกลับไปที่คำถาม เราคือใคร ใครให้กำเนิดเรา เรามาจากไหน นั่นคืออดีต
  • บางทีเมื่อชีวิตสับสน เราต้องถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร นั่นคืออนาคต
  • บางทีเมื่อชีวิตสับสน เราต้องหยุดและพิจารณาตนเองว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ นั่นคือปัจจุบัน

ใน ช่วงชีวิตของมนุษย์ เราจะมีช่วงเวลาที่ “สับสน” เกิดขึ้นเป็นระยะๆ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง เครื่องมือจัดการความสับสนนั้นก็หนีไม่พ้น อดีต ปัจจุบัน และอนาคต จินตนาการจากอดีตก็คือการที่เราให้ความหมายชีวิตที่ผ่านมาว่าอะไรเกิดขึ้น บ้าง เราถึงได้ดำเนินมาถึงจุดๆนี้ จินตนาการจากอนาคตก็คือการพยายามตกผลึกชีวิตว่าแล้วถ้าทุกสิ่งทุกอย่างที่ เกิดขึ้น เป็นไปอย่างมีเป้าหมาย มีจุดหมาย มีเหตุผลแล้ว ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร?


เคยทำ workshop เจอน้องที่ทำงานอยู่ที่ห้องเก็บและจำหน่ายศพของโรงพยาบาล น้องคนนี้เล่าเรื่องให้ฟังว่า ธรรมดาห้องเก็บศพจะมีบรรยากาศที่น่ากลัว มืดทึม มีกลิ่นอายของความทุกข์ ความโศกเศร้า การพรากจาก หรือแม้กระทั่งความเป็นอัปมงคลคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา และเวลาที่ญาติมารอรับศพคนที่ตนเองรักนั้น บางทีก็ต้องการจะมีพิธีกรรม หรือมีความทรงจำในวาระสุดท้ายนี้แบบหนึ่งแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย จนบางทีก็กลับกลายเป็นความทรงจำที่ไม่ดีไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ สิ่งที่บรรยายออกมานั้นคือ "ปัจจุบัน" ที่เป็นปัญหา แต่น้องคนนี้ไม่ได้ติดกับภาพปัจจุบันและจมลงไปกับความทุกข์ ความเศร้า กลับเกิดมองเห็น "ความเป็นไปได้" ว่าภาพเหล่านี้เปลี่ยนได้หรือไม่ สิ่งที่เห็นมาในอดีตทั้งหมด สิ่งที่กำลังประสบพบเจอ เราจะะเปลี่ยนภาพเหล่านี้เป็นอนาคตอีกแบบได้ไหม ว่าแล้วห้องเก็บศพก็เริ่มมีการวิวัฒน์ เปลี่ยนสภาพ เปลี่ยนรูปแบบ มีการจัดแสง จัดที่จัดทาง ทำให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น มีพื้นที่ประกอบพิธีกรรมมากขึ้น ทำให้ความทรงจำในช่วงนี้เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับห้องเก็บศพน่าประทับใจมาก แต่ยังไม่เท่ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวน้องคนนี้ที่ทำงาน เพราะชีวิตในการทำงานของน้องไม่ได้ผ่านไปเพียงวันๆ แต่บางสิ่งบางอย่าง อารมณ์ความรู้สึกของคนที่เข้ามาสัมผัสเกี่ยวข้องระหว่างทำงาน ตกผลึกตัวตนใหม่ empower ให้น้องคนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง พัฒนา และลงมือกระทำสิ่งที่ทำได้ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด อาศัย "จินตนาการ" ทั้งสิ้น

นพ.สกล สิงหะ
หน่วยชีวันตาภิบาล ร.พ.สงขลานครินทร์
วันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๘ เวลา ๙ นาฬิกา ๒๙ นาที
วันแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเมีย


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คันฉ่องนกไฟ



ความเห็น (0)